เมนูวันหยุด : ผ้าพันคอ
สวัสดีค่ะ
วันนี้มีงานนิตติ้งมาฝาก เป็นผ้าพันคอแบบง่ายที่สามารถถักเสร็จได้ในหนึ่งวันเท่านั้นเอง หากใครมีเวลาน้อยแต่อยากมีผ้าพันคอผืนใหม่ต้อนรับอากาศหนาวของปีนี้แล้วละก้อ ขอเสนอไอเดียนี้เลยค่ะ
ใช้ไหมพรมสีชมพูกะปิ กับ สีครีม อย่างละครึ่งก้อน ไม้นิตเบอร์ 4 ถักควบกันสองเส้นด้วยลายกระดูกงู ใครกันนะ ตั้งชื่อลายถักซะน่ากลัวเชียว
(ขึ้นต้น 35 ห่วง ปลดห่วงแรกแล้วถัก k2p1 แล้วต่อด้วย k3p1 ไปเรื่อย ๆ จนหมดแถว อีกแถวก็ปลดห่วงแรกถัก p1แล้วต่อด้วย k3p1 จนหมดแถวเช่นกันค่ะ)
ถักสลับกันไปเรื่อย ๆ แบบนี้ กระทั่งได้ความยาวพอจะพันรอบคอได้ก็ถักรังดุมสองช่อง โดยกะระยะให้รังดุมตรงกันเมื่อทบผ้าพันคอเข้าหากัน จากนั้นก็ติดกระดุมเม็ดใหญ่ลงไปอีกด้านของชิ้นงาน ดังภาพ

ถักไปถักมาไม่นานเท่าไร เราก็ได้ผ้าพันคอผืนใหม่มาเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายแล้วล่ะค่ะ หน้าหนาวปีนี้ มาถักผ้าพันคอด้วยกันสิคะ

สุขสันต์วันหยุดค่ะ
3 comments November 8, 2009
สองคืนหนึ่งวัน ณ จังหวัดตาก
สวัสดีค่ำวันหยุดค่ะ
เนื่องจากได้มีโอกาสไปเที่ยว จังหวัดตาก ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เลยมีเรื่องมาเล่าให้ฟังกันสด ๆ ร้อน ๆ ดังนี้
ฉันเดินทางโดยรถยนต์ไปถึง โรงแรมเกาะลอย คืนวันที่ 30 ตุลาคม 2552 (ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12) ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ในการสำรองที่พักอันหาได้ยากยิ่งจากคุณ Z2you ผู้น่ารัก โรงแรมสะอาดและสงบดีค่ะ ในห้องตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีข้าวของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกให้ตามสมควร

ฉันตื่นนอนตอนหกโมงเช้าตามปกติ หลังจากจัดการธุระปะปัง กระทั่งแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ออกไปเคาะประตูเรียกสมาชิกไปทานข้าวกัน นี่เป็นบรรยากาศยามเช้าที่ระเบียงหน้าห้องพักค่ะ

โรงแรมจัดบริการอาหารเช้าที่ร้านแบล๊คแคนยอนด้านหน้า มีให้เลือก 3 เมนูคือ โจ๊ก ข้าวผัด และ เบรคฟาสต์ (สอบถามแล้วได้ความว่าประกอบด้วย ไส้กรอก ขนมปัง ไข่ดาว และ แฮม) ส่วนเครื่องดื่มก็มีกาแฟ และ โอวัลติน ซึ่งฉันเลือกดื่มกาแฟตามระเบียบ

30 comments November 1, 2009
นิทานก่อนนอน : พระจันทร์
เมื่อล้านปีแสงก่อนหน้า
มีจันทราผู้เฉิดฉาย หมายใจจะมีแสงอันอำไพเหมือนดวงสุริยะ
จันทร์ดวงนั้นจึงกลืนกินก้อนไฟเข้าไป
ทันทีที่ก้อนไฟเข้าไปในตัว พระจันทร์ดวงนั้นก็มีแสงสุกปลั่งไปทั่ว
แต่แล้วแสงนั้นก็ค่อย ๆ วูบ แล้วดับมืดลงเหมือนเคย
จันทร์ดวงนั้นกลืนกินก้อนไฟก้อนแล้วก้อนเล่า
ทว่าก็เปล่งแสงได้เพียงวาบ ๆ เหมือนเคย
กระทั่งดวงสุริยะตรวจตราพบอาการนั้นเข้า จึงเอ่ยถามว่า
“จันทร์เอ๋ย เจ้าจันทรา นั่นเจ้ากำลังทำอะไรหรือ ?”
“ข้ากำลังเพิ่มแสงให้ตัวเองอยู่จ๊ะ แล้วจะสว่างได้สักเสี้ยวของท่านในสักวัน“
“โอ้ ผิดแล้ว สิ่งที่เจ้าทำนั้น มันเป็นการทำร้ายตัวเอง ..“
ไม่ทันขาดคำขององค์สุริยา
ดวงจันทราที่ถูกอัดแน่นด้วยก้อนไฟก็ระเบิดกระจายไปทั่วจักรวาล
องค์สุริยะเห็นดังนั้น ก็รู้สึกสงสารพระจันทร์ยิ่งนัก
จึงเนรมิตเสี้ยวของดวงจันทร์ เป็นดาวระยิบระยับประดับฟากฟ้า
เนรมิตละอองของจันทรา เป็นหิ่งห้อยน้อยประดับราตรี
12 comments October 25, 2009
อยากเล่าให้ฟัง (๕)
เมืองงาช้างดำ
24 ตุลาคม 2552
สวัสดีค่า
และแล้วก็มาถึงบทสรุปของการเดินทางในครั้งนั้นของฉันเสียที เหตุการณ์การผจญภัยทั้งหมดทั้งมวลก็อยู่ในตอนที่จะเล่าต่อไปนี้ค่ะ อ๊ะ ๆ คุณอย่าได้รู้สึกคันไม้คันมืออยากทำร้ายร่างกายของคนเล่าอย่างฉันเลยนะคะ เรื่องเล่าทั้ง 4 ตอนที่ผ่านมาใช่จะเป็นเหตุการณ์ธรรมดาเสียที่ไหน มันเป็นการผจญภัยเล็ก ๆ อยู่เหมือนกันแหละเนาะ
เริ่มจากตอนที่ฉันเดินลากกระเป๋าต๊อก ๆ ๆ ออกจากวัดอัมพวันนั่นเลยค่ะ จินตนาการไปว่าจะเจอกับรถโดยสารที่ได้จองตั๋วไว้ล่วงหน้าจอดรออยู่ในลานลอดรถ แต่ .. ว่างเปล่า !! ไม่มีรถถั่ว เอ้ย ! รถทัวร์ที่ว่านั่นสักคัน มีแต่รถยนต์ส่วนบุคคล และ รถมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งวนไปมาเท่านั้น ไม่ได้การละ ฉันโทรไปหาบริษัทรถ ฯ ได้ความว่ามีรถมารอแล้ว แต่รอที่ปากทางเข้าวัดข้างถนนสายเอเชียโน่นนนนน (( โอ้ .. ฉันเข้าใจผิดหรือนี่ นึกว่าจะมารับมาส่งถึงหน้าวัดเสียอีก .. แง ๆ ))
ระหว่างรอโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง น้องคนที่เพิ่งรู้จักกันชวนให้แวะกินอะไรหน้าวัดด้วยกันก่อน แต่อารามรีบร้อนกลัวผิดเวลานัดกับ คุณเจี๊ยบจัง ที่กรุงเทพ ฯ จึงปฏิเสธไป เมื่อโบกรถได้ก็กระเตงกระเป๋าซ้อนควับไปทันที
(more…)
3 comments October 24, 2009
อยากเล่าให้ฟัง (๔)
เมืองงาช้างดำ
21 ตุลาคม 2552
สวัสดีค่ะ
เรื่องเล่าตอนนี้ ฉันได้เขียนไว้ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม แล้วค่ะ แต่ก็เหมือนไม่ได้เขียนอะไรเลย เพราะในวันนี้ฉันจัดการลบที่เขียนค้างไว้จนหมดสิ้น คุณคงต้องอ่านไปทำใจไปสักหน่อยนะคะ การฟังคนความจำสั้นอย่างฉันเล่าเรื่องของวันวานนั้น เรื่องที่เล่าจะรวบรัดและถูกตัดใจความไปบ้างอย่างแน่นอน
ทว่า The show must go on ฉันใด
เรื่องที่อยากเล่าให้ฟังก็ต้องเล่าต่อไปให้จบจนได้ ฉันนั้น
ไปค่ะ ไปฟังเรื่องต่อจากคราวก่อนนั้นกันเถิดพระคุณ !!
คืนแรกในวัดอัมพวัน ฉันเหมือนทุ่นที่ถูกกระตุกอย่างรุนแรง จมลงไปในน้ำแบบไร้ทิศทาง ไร้โอกาสตั้งตัว ทั้งไร้เรี่ยวแรงที่จะต้านทาน เมื่อได้รับหมอนก็จัดการวางลงกับพื้น ก็นับว่าโชคดีค่ะที่ฉันได้ที่นอนติดผนัง ใกล้หน้าต่าง แม้จะเป็นทางเดินขึ้นชั้นสอง แต่ฉันคงนอนหลับได้ดีกว่าที่นอนที่ต้องระวังชนคนอื่นทั้งหัวและเท้าอย่างบริเวณกลางห้องแน่ ๆ ฉันถอดป้ายชื่อวางทับลงบนหมอนคามคำบอกของเจ้าหน้าที่ แล้วลุกเดินไปหยิบของใช้ส่วนตัวในกระเป๋าที่วางอยู่บนระเบียงชั้นสองของอีกอาคารหนึ่ง อาบน้ำแปรงฟัน จากนั้นก็ล้มตัวลงนอน ด้วยอากาศที่ค่อนข้างร้อนทำให้ฉันไม่ต้องทุกข์ร้อนกับการไม่มีผ้าห่มคลุมกาย แม้จะมียุงกัด และ หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดคืน แต่ฉันก็สามารถลืมตาตื่นก่อนตีสามตามความตั้งใจ
5 comments October 21, 2009