กำลังใจ ให้ คุณสิญจน์ สวรรค์เสก ค่ะ
ขอแสดงความเสียใจกับ คุณสิญจน์ สวรรค์เสก ที่เพิ่งเสียคุณพ่อไปเมื่อคืนนี้ และขออนุโมทนากับคุณความดี ที่คุณสิญจน์ได้ทุ่มเทดูแล ช่วงเวลาสุดท้ายของท่านเป็นอย่างดีเยี่ยมด้วยค่ะ
ขอให้พ่อไปสู่สุขคติค่ะ
เจี๊ยบ -/\-
เมนูวันหยุด : หมวกไหมพรม บล็อกไม้
หลายวันมานี้อากาศเย็นลงมาก ผู้เฒ่าผู้แก่และเด็กน้อยรับมือกับสภาพอากาศเช่นนี้ได้ไม่ดีนัก จึงเป็นไข้เป็นหวัดไม่สบายกันหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัวเป็นภูมิแพ้ และโรคทางเดินหายใจต่างๆ จะเดินทางมารับบริการที่โรงพยาบาลอย่างคึกคักและคับคั่ง
กลุ่มที่แข็งแรงดีอยู่ รวมไปถึงคนหนุ่มคนสาวทั้งหลายอย่าได้ประมาทไปค่ะ หาเครื่องห่มกันหนาวไว้เป็นตัวช่วยรับมือกับอากาศหนาวปลายปีนี้ยาวไปถึงต้นปีหน้าด้วยนะคะ จะได้สุขภาพดีตลอดปีและตลอดไป
ตอนนี้มีชิ้นงานถักไหมพรมแบบใหม่มาหลายชิ้น แต่ไม่ทันถ่ายภาพบ้าง หรือถ่ายภาพไว้แล้วแต่หาภาพนั้นไม่เจอบ้าง หากค้นเจอเมื่อไรจะรีบอัพเดตให้ดูกันทันทีที่มีโอกาสค่ะ วันนี้ลงรูปผ้าพันคอไหม Mohair สวยๆ ฝีมือพี่อ้อย และ หมวกที่ถักจากบล๊อกไม้ไว้ 3 แบบ เผื่อเป็นไอเดียให้มิตรรักนักถักแตกหน่อต่อยอดกันต่อไป
This slideshow requires JavaScript.
ขอให้สุขภาพดี มีสติ เป็นสุขถัวนหน้ากันเทอญ
สาธุ
‘ลุงยิ้ม’ โดย สิญจน์ สวรรค์เสก
December 8, 2011 at 6:30 am
คืนหนึ่งของหน้าหนาวปลายเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๔๕ เวลาประมาณ ๒ ทุ่ม พระธุดงค์คณะหนึ่งเดินอย่างอ่อนล้าขึ้นสู่อาศรมพระธรรมจาริก ณ หมู่บ้านปะลาทะ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก
เงาที่วูบไหวส่ายไปมาขณะเดิน ส่อว่าร่างกายของพระหลายรูปกำลังล้าเต็มทน พระบางรูปเท้าแตก บางรูปขาเคล็ดหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิม จริงอยู่ว่าวันนี้เดินมาประมาณ ๓๕ กิโลเมตร บนถนนลูกรังที่สะดวกสบายมากแล้ว แต่ระยะเวลาเกือบเดือนในป่าห้วยขาแข้งนั้นต่างหากที่แปรสภาพร่างกายให้บอบช้ำไปได้ถึงเพียงนี้
“ผมเคยมาพักที่อาศรมนี้หลายครั้งแล้ว” พระอาจารย์พฤธิพงษ์ หรืออาจารย์หมีพูดขึ้น “มีพระธรรมจาริกจากวัดศรีโสดา เชียงใหม่ มาอยู่ประจำ เราจะไปขออาศัยพักกับท่านสักสองคืน ให้อาการของท่านชัชดีขึ้นกว่านี้ แล้วค่อยเดินทางต่อ” คำพูดของท่านสร้างความพอใจให้กับพระบางรูป แต่จะเป็นรูปไหนบ้างผมก็ไม่อาจทราบได้ รู้แต่เพียงหนึ่งในนั้นมีผม (ซึ่งขณะนั้นบวชเป็นพระได้ ๔ พรรษา) รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน
คณะธุดงค์เดินตามทางลูกรังออกจากหมู่บ้านไปประมาณ ๑ กิโลเมตร สองข้างทางคือทุ่งนากว้างซึ่งตั้งเต็มอยู่ด้วยตอข้าวที่ถูกตัดรวงไปหมดแล้ว กำซาบสาบฟางที่โชยมาอาจแสลงจมูกใครบางคนที่คุ้นชินแต่กลิ่นเมือง แต่สำหรับผมมันช่างหอมชื่นรื่นชนบทดีแท้
แสงจันทร์เสี้ยวของคืนข้างแรมส่องผ่านเมฆหม่นลงมา บวกกับแสงไฟฉายที่สาดซ้ายส่องขวา เพียงพอต่อการจำแนกลักษณะของอาศรมพระธรรมจาริกเมื่อแรกเดินไปถึงว่า เป็นศาลาไม้มุงสังกะสี ยกพื้นขึ้นสูงชั่วบันไดสามขั้น โดยใช้ซุงขนาดใหญ่ผ่าครึ่งต้นกว้างเกือบครึ่งเมตรและยาวราวสองเมตรวางเป็นขั้นบันได ศาลาล้อมฝาสามด้าน ด้านหน้าเปิดกว้างรอต้อนรับผู้มาเยือนทุกท่าน ให้ขึ้นไปกราบพระประธานที่ตั้งอยู่บนโต๊ะหมู่ด้านซ้ายสุดของศาลา
รอบอาศรมรกทึบด้วยพงหญ้า มีเพียงบริเวณทางเดินและรอบศาลาเท่านั้นที่ถูกถางจนเตียนโล่ง สองข้างทางเท้าที่ทอดสู่อาศรมมีมะละกอยืนต้นสูงห่างกันพอประมาณเป็นแนวยาวเข้าไป
พุทธอาณาจักรแห่งนี้ล้อมเอาไว้ด้วยรั้วไม้ไผ่ มีไม้ไผ่สามลำกั้นเป็นประตูทางเข้าลักษณะคล้ายประตูคอกวัว/ควายตามชนบท ความจริงประตูนี้อาจจะเป็นปากคอกจริงๆ ก็ได้ เพราะคอกด้านนอกรั้วไม้ไผ่นี้กว้างใหญ่นัก กำแพงซ่อนรูปและโซ่ตรวนไร้สภาพที่ล่าม “สัตวะ – ผู้ติดข้อง” ทั้งหลายให้ตกอยู่ในภาวะของนักโทษนั้นแข็งแกร่งหยุ่นเหนียว ยิ่งกว่าการเคี่ยวหลอมเหล็กไหลหล่อเป็นคุกขึ้นมาเสียอีก
การเปิดประตูใจไขเข้าสู่ “พุทธจักร – อาณาจักรแห่งผู้รู้” ของตน กระทั่งลุถึง “อาศรม – ที่วางภาระทั้งมวล, ที่พักพิงแท้, ที่ป้องแดดกันฝน” สถานที่อันจักทำให้ไม่ต้องรอนแรมเดินทางไกลอย่างเหนื่อยล้าในค่ำคืนอันหนาวเหน็บอย่างไร้จุดหมายอีกต่อไป คือภาวะที่ปลอดโปร่งโล่งสบาย ปราศจากสิ่งบีบคั้นเสียดแทงทั้งมวล (more…)
รวมมิตร : งานไหมพรมปี 2554
This slideshow requires JavaScript.
ยังไม่หายไข้ดี ขออัพเดตพอหอมปากหอมคอเท่านี้ก่อนนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยค่า
‘หลอก ตอนที่ ๒’ โดย สิญจน์ สวรรค์เสก
.
.
พระภิกษุที่มรณภาพในป่าชื่อพระอาจารย์คำตัน…
น้ำ คือหนึ่งในแม่ธาตุทั้งสี่ที่จำเป็นต่อสิ่งมีชีวิตมาก ทว่าถ้าน้ำท่วมดินจนไม่มีที่จะเดินก็เป็นปัญหาใหญ่ ร่างกายขาดน้ำจนริมฝีปากแตกระแหงคอแห้งเป็นผุยผงก็เป็นปัญหาใหญ่อีกเหมือนกัน
วันที่พบศพพระอาจารย์คำตันนั้น น้ำดื่มในกระติกของผมหมดตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว หลังจากทนเดินกระหายน้ำอีกครู่ใหญ่ ผมจึงเปิด “ก๊อกน้ำส่วนตัว” รินน้ำสีเหลืองเข้มจนเกือบจะกลายเป็นสีน้ำตาลออกมาดื่ม รสชาติของมันเค็ม ฝาด และขมอย่างประหลาด พระ-เณรสายวัดป่านั้น คุ้นชินกับรสชาติของน้ำชนิดนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นส่วนประกอบของนิสัยสี่
ขอขยายความ “นิสัยสี่” สักนิด เพื่อให้เห็นภาพชีวิตอันเรียบง่ายของพระภิกษุสมัยพุทธกาล
นิสัย คือวัตรปฏิบัติที่ทำเป็นอาจิณ
สี่ คือมากกว่าสามแต่น้อยกว่าห้า
หนึ่ง อยู่โคนไม้เป็นวัตร – ตัดปริโภธ (ตัดความกังวล) เรื่องที่อยู่อาศัย
สอง เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร – ตัดปริโภธเรื่องอาหารการกิน
สาม ใช้ผ้าบังสุกุลเป็นวัตร – เก็บผ้าพันศพหรือเศษผ้าที่ทิ้งแล้วมาเย็บย้อมเป็นจีวรเครื่องนุ่งห่ม ตัดปริโภธเรื่องอาภรณ์
สี่ ฉันยาดองด้วยน้ำมูตรเน่า – ใช้น้ำปัสสาวะดองยาสมุนไพรฉันแก้โรคภัยไข้เจ็บ ตัดปริโภธเรื่องยารักษาโรค
พระพุทธองค์ทรงวางแนวดำเนินชีวิตอันเรียบง่ายด้านกายภาพพื้นฐานสี่ประการนี้ไว้ ให้สมณะผู้ปรารถนาจะปลดแอกที่ครอบคาจิตวิญญาณเป็นอิสระได้นำไปปฏิบัติ เพราะแนวทางการแสวงหาอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรคดังกล่าวนั้น ไม่ต้องใช้เงินทองซื้อหา ไม่ต้องขวนขวายประกอบสัมมาชีพอันจักให้ได้มาซึ่งเงินทอง จะได้ใช้เวลาทั้งหมดที่มีมาพัฒนากาย ศีล จิต ปัญญา สู่ความบริสุทธิ์อย่างบริบูรณ์
(more…)
คำทักทายของเรา