วิชามารบทที่ 3

ข้าว กับ ข้าวโพด หาได้เหมือนกันไม่
เหรียญห้า กับ เหรียญบาท นั้นไซร้ย่อมไม่เหมือนกัน

corn

มารเอ๋ยมารน้อยกัลยาณมิตรของฉัน เจ้าจงแยกแยะมันให้ดี😀

82 comments

  1. ข้าว กับ ข้าวโพด ล้วนทำให้อิ่มได้
    เหรียญห้า กับ เหรียญบาทนั้นไซร้
    ใช้ซื้อข้าวกินให้อิ่มได้เช่นกัน

    เกี่ยวที่ไหนนั่น ^^”

  2. ข้าวสวยก็หอม ข้าวโพดก็หวาน
    เงินเหรียญบาทห้าเหรียญเท่ากับเหรียญห้าเหรียญเดียว

    .
    .

    อืมม์ พูดถึงมารๆ ทั้งหลายแล้ว ไม่ทราบว่าป่านนี้เจ้าชายน้อยกับมวลสหายจะเดินทางไปถึงคุ้มสี่สาวเทเวศหรือยังก็ไม่รู้เน๊าะ

    อืมม์ เห็นทีต้องหาเวลาว่างไปสืบเสาะดูร่องรอยของยอดจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะทั้งหลายดูบ้างแล้วล่ะ

  3. ^
    ^
    ให้เวยๆ ป๋าสอแหมๆ ผ่อเลาะ ไปตามเจ้าชาย (อัน)น้อยๆกับสหายด้วยเถอะ ป่านนี้มิถูกน้ำค้างเกาะไปแล้วหรือ หนาวขนาด บรื๊ยยย😉

    แหมๆป๋าก็ เห็นหนูเป็นพุดดิ้ง เอ้ยย พุดเดิ้ลไปด้าย

    เค้าแค่เป็นเบ๊บ (หมูน้อยเทวดา) น่ารักใช่ม่ะล้า กุริ กุริ (เสียงหัวเราะกระแดะได้อีก) 555

    …………………………..
    โอ้ววว โว้ววว ท่านมารดำเนี่ยล้ำลึก เข้าตึกช้างเลยทีเดียว

    สำนวนนี้ดีแท้ ดีว่า ปรบมือให้ แปะๆ บราโว่ๆ

    ((กระซิบ หนาวขนาดเน้ สโนว์มันวิ่งเปรี้ยวออกหรือ หนาวกระดิกหางไม่ได้ใช่ไหมล้า กุริ กุริ))

    ………………………….
    พี่แซดที่รัก ยู้ฮู้ววว เหนื่อยมั้ยคนดีมีพี่เป็นแฟน เย้ยย 555

    งานเยอะมั้ยคร้าบ กินข้าวเช้าหรือยัง?

    ปล.. ช่วงนี้งานเยอะ คนวุ่นวาย อาจจะมาๆ หายๆ ไปบ้างเด้อคะ แต่ก็ …….รักทุกคนเด้อค้าเด้อ

    จาก….หมิวหม่องหัวเหม่ง😉

  4. สวัสดีบ่ายวันครูค่ะ

    วันนี้งานยุ่ง และคนยังวุ่นวายเหมือนเดิมจ๊ะหนูบาล์ม
    ส่วนข้าวเช้าไม่ได้กินจ้า รวบเที่ยงทีเดียวเลย เย็นก็ค่อยว่ากันอีกที
    ดูแลตัวเองด้วยนะคะ

    สุขสันต์วันสุขค่ะ ^__^

    ปล.ป่านนี้เจ้าชายน้อยและพวกมิหลงทางไปถึงเมืองจีนแล้วหรือนั่น ^^”

  5. สวัสดีบ่ายวันเสาร์ที่อากาศยังหนาวเย็นจับใจ

    เมื่อคืนก่อนสัญญาณอินเตอร์เนตที่บ้านอ่อนจนไม่น่าไว้ใจเลยค่ะ จีงมีโอกาสเพียงเข้ามาส่งสัญญาณชีพไว้ได้แค่หนึ่งกระแอม และเมื่อตั้งท่าจะมาคุยกะเหล่ามารเล็กมารน้อย กะ เพื่อนเจ้าชายน้อยสักหนึ่งกระบวนท่า ปรากฏว่ามีอันต้องจับรถมาที่โรงพยาบาลโดยด่วนซะงั้น เห้อ เห้อ

    (( เห้อ : เป็นการสนธิของคำว่า เหอ + เฮ้อ อ่ะค่ะ 55555+ ))

    .
    .

    เรื่องที่อยากคุยนั้นไม่ได้มีอะไรมากหรอกค่ะ เพียงจะขยายความวิชามารบทนี้ให้กับผู้ที่ไม่ใช่คนเหนือ หรือไม่มีพื้นฐานทางภาษากำเมืองมากนัก ได้รับรู้และเข้าใจในกลอนนี้ยิ่งขึ้นเท่านั้น

    กำเมือง จะมีคำสอนกึ่งกระทบกระเทียบอยู่ว่า “ให้รู้จักเหรียญห้า เหรียญบาท” หมายใจสอนให้รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ รู้ว่าที่ไหนสูงที่ใดต่ำ

    อีกนัยหนึ่งก็สอนว่าให้ประเมินผู้ที่เรากำลังตีฝีปาก ฝากฝีมือด้วยคนนั้นว่าเป็นคนที่ถือยศถืออย่างหรือไม่ หากใช่ก็ให้ระมัดระวัง เมื่อพลาดพลั้งไปจะกลายเป็นขี้ต๋าจัง (โดนเขม่น) ได้นั่นเอง

    .
    .

    เอาล่ะค่ะ

    มารดำเจี๊ยบ ๆ .. พร้อม !
    มารเขียวแซด ๆ .. พร้อม !
    มารแดงบ่าม บ๊าม .. พร้อม !

    แล้วพลพรรคเดนตายอย่างก๊วนเจ้าชายน้อยล่ะคะ
    พร้อมรึยัง ?

    ฮึ ฮึ

    .
    .

    สุขสันต์วันเสาร์สีม่วงจ้า
    -จขบ.-😀

  6. สวัสดีวันเสาร์ค่ะ

    มาเขียวทราบแล้วเปลี่ยน
    ขอบคุณที่กรุณามาขยายความค่ะ

    วันนี้สัญญาณอินเตอร์เน็ตแรงดี แต่มีสัญญาณงานรบกวนมาก
    ข้าพเจ้าเลยแอบเข้ามาส่งสัญญาณชีพก่อนแล้วกัน

    แว๊ปปป

  7. ไม่ต้องมาทำเป็นส่งสัญญาณท้ารบเลย – ชิ! มะกัวหรอก

  8. โอม .. ด้วยเดชจอมมารแห่งข้า ฯ

    ขอพลังจากฟากฟ้าช่วยจัดการสัญญาณงานรบกวนของแม่นางมารเขียวให้เรียบร้อยสิ้นซากปรักหักพังเทอญ .. ปู๊ดดด !

    สู้ ๆ ค่ะท่าน
    แล้วค่อยมาร่วมกันต้านทัพธรรมะ (รึเปล่า) กันอีกทีนึง

    .
    .

    เพื่อนเจ้าชายน้อยโปรดทราบ ตะเองมะกัวพวกเค้าจริงเร้อ ?
    จริงไม่กลัว กลัวไม่จริง .. กุ๊ก ! กุ๊ก ! กุ๊ก !

    -มารดำ.-

  9. วันนี้กรรมกรโดนอำนาจแห่งแหวน เอ้ย แห่งงานครอบงำ
    แถมด้วยเรื่องวุ่นวายไร้สาระ แต่ในที่สุดก็ผ่านไปเรียบร้อย

    สงสัยจะเป็นเพราะเดชจอมมารสะท้านภพแหงมๆ หุหุ
    แต่ก่อนจะไปต้านทัพธรรม(ดา) ข้าพเจ้าไปแปลงร่างก่อนนะคะ

    ด้วยอำนาจแห่งจันทรา จงสำแดงฤทธา ณ บัดนี้
    อ้าวววว ผิดเรื่องนี่นา คุ คุ คุ

  10. 555555555555555555+

    โอ้ .. จอมมารเขียวแห่งข้า ฯ
    อาการบ้าของท่านมิได้ธรรมดาเสียแล้วกะละมัง

    กุ๊ก
    กุ๊ก
    กุ๊ก

  11. โอ้…ท่านอย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย
    อาการข้าพเจ้ายังอยู่ในขั้นธรรมดา มิใช่ขั้นไชยาหรอกค่ะท่าน

    คุ คุ คุ

  12. เอา ๆ ๆ ๆ

    เอาเถอะค่ะ เอาไงเอากัน
    ท่านว่ายังไงข้าพเจ้าก็ว่าอย่างนั้น ว่าตามกันไปอยู่แล้วค่ะ

    .
    .

    ระหว่างที่ท่านแปลงร่างอยู่นั้น
    ข้าพเจ้าขอตัวไปนอนหลับฝัน เอ้ย ! ไปเพิ่มพลังวัตรสักหน่อยนะคะ

    ฟิ้วววว ..

    ฟ้าววว ..

    ฮ้าววว .. ZZZ .. ZZ .. Z . zz . z . z . . z . . . . .

    .

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ😀

  13. สวัสดีวันอาทิตย์นะทุกคน

    .
    .

    ท่านประธานขอรับ

    ขอบพระคุณนะขอรับที่กลับมาอธิบายภาษิตที่ว่า “ให้รู้จักเหรียญห้าเหรียญบาท” น่ะท่าน

    เอาล่ะคราวนี้ รู้ล่ะ คราวหน้ากระผมรับปากว่าจะหยิบเหรียญไม่ผิดแน่ล่ะทีนี้

    .
    .

    ท่านรองแซดฯ

    ยิ่งมามุกมารของท่านยิ่งไม่ธรรมดาเป็นไชยามิตรชัยเข้าไปทุกทีแล้วนะครับ

    ไหนจะอวดอ้างอำนาจฤทธาจากดวงสุริยันจันทรา มาต้านทัพ(ไม่)ธรรม(ดา)ของเจ้าชายน้อยและผองเพื่อนบ้างล่ะ

    ไม่ธรรมดาๆๆ

    .
    .

    ท่านกรรมกรหมิวหม่อง

    เอาน่าคุณน้อง ลิเกดีก็แต่งตัวนานเป็นธรรมดาอย่างนี้แหละ

    อีกนิดนะอีกนิด ขอผัดหน้าทาแป้งจอมมารทั้งหลายให้ดีก่อน เดี๋ยวคงได้ออกมาอวดโฉมกันแน่นอน

  14. อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านรอง ฯ Z

    วันนี้มาทำงานเป็นเพื่อนประธานหรือเปล่าคะ ?
    ถ้าหยุดอยู่กับบ้านขอให้พักอย่างสนุกสนาน
    ถ้ามาทำงานก็ขอให้งานเข้ามิได้ขาดนะคะ อิอิ

    .
    .

    มิเป็นไรดอกค่ะท่านป๋าสิญจน์
    ข้าพเจ้ายินดีเล่าสู่กันฟังอยู่แว้วววววววววววววววว

    สุขสันต์วันอาทิตย์จ้า
    ขอให้มีความสุขกันทุกคนเลยน๊า
    😀

  15. สวัสดีสายๆ ค่ะ

    วันนี้กรรมกรมาทำงานค่ะท่านประธาน
    มาถึงปุ๊บงานเข้าปั๊บ รับคำอวยพรของท่านพอดีเลยค่ะ หุหุ

    เรียนท่านเลขา
    ข้าพเจ้ามิได้อวดอ้างนะคะ เนี่ยฝึกแปลงร่างมาพร้อมๆ กับเซเลอร์มูนเลย
    ส่วนมุกไชยา คงไม่แป๊กใช่ไหมท่าน ^^”

    สุขสันต์วันอาทิตย์สดใสค่ะ ^__^

  16. โอ้ ..

    ทำดีได้ดี ฉันใด
    อวยพรให้คนอื่นงานเข้าเอาไว้ ตนเองย่อมได้งานเข้า ฉันนั้น

    .
    .

    วันนี้ข้าพเจ้าโดนงานยำใหญ่ค่ะท่านรอง ฯ Z
    ช่างเป็นวันอยู่เวรที่ดี สดใสสมพรปากท่านเลยจริง จริ๊งงง
    555555555+
    😀

  17. ยำใหญ่ใส่สารพัดด้วยหรือเปล่าคะ ท่านประธาน หุหุ

    แต่มีงานทำก็ดีแล้วเนาะท่านเนาะ ไม่เหงาดีด้วยค่ะ
    ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตน ^__^

  18. ใช่ค่ะท่านรอง ฯ
    เมนคอร์สคือนิวมอเนีย นอกนั้นก็โรคอื่น ๆ ซะป๊ะซะเป๊ด
    เป็นยำใหญ่ที่ใส่สารพัดสารเพเลยจริง ๆ

    จากที่วิ่งเข้าวิ่งออกแล้วพูดเล่น ๆ กะวอร์ดว่า “หมาน ๆ ๆ ๆ” นั้น
    ตกบ่ายช่วงใกล้ลงเวรต้องถอนคำพูดแล้วเปลี่ยนเป็น “แก๋น ๆ ๆ” แทนกันเลยทีเดียวค่ะ 555555+

    .
    .

    ขอบคุณที่แวะมาให้ความสุขแก่กันนะคะ
    ขอให้คืนนี้ ท่านได้พักผ่อนอย่างมีความสุขค่ะ เพี้ยง !!

    -จขบ.-😀

    ปล.พรุ่งนี้ข้าพเจ้ามีประชุมค่ะ ฝากบล๊อกไว้ในความดูแลด้วยนะคะ

  19. ต้องขอบคุณท่านเช่นกันค่ะ
    ขอให้มีความสุขกับการพักและโปรดรักษาสุขภาพด้วยค่ะ ^__^

    ปล.รับทราบและพร้อมปฏิบัติ ^^”

  20. มาๆๆๆ

    ส่งสาส์นท้ารบมาดีนัก

    นี่แน่ะ! เอานิทานก่อนตื่นตอนที่ 19 ไปอ่านกันซะดีๆ

  21. นิทานก่อนตื่น “สามดรุณีและปีศาจอีกตน” (ตอนที่ 19)

    .
    .

    “คุ้มสี่สาวเทเวศ!” เรนทร์ อ่านป้ายหน้าคุ้มเสียงดังฟังชัด

    แม้ตอนนี้ตะวันจะลับฟ้า ความมืดโรยตัวลงคลุมดินจนแทบจะดำสนิท ทว่าแสงไฟจากคบเพลิงที่สมุนมารจุดอยู่หน้าคุ้มนั้นก็สว่างพอ…พอที่จะทำให้จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะทั้งสามของเรามองเห็นชื่อป้ายคุ้มแห่งนั้นได้ชัดเจน

    “ต้องรีบไปช่วยแม่ผีเสื้อราตรี!” โด้ พูดพลางหุนหันจะออกจากแนวป่าบุกฝ่าเข้าไปในคุ้มแห่งนั้น ทว่าพิตต์คว้าข้อมือของเขาเอาไว้ได้ทัน พูดเตือนสติขึ้นว่า “ใจเย็นไว้เพื่อน – โด้ เย็นไว้ ขืนนายบุ่มบ่ามออกไปนอกจากจะไม่ได้ช่วยผีเสื้อราตรีแล้ว นายอาจจะเอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่านะ”

    โด้ขบกรามเป็นสันนูนด้วยความพลุ่งพล่าน กำหมัดทุบดินปั๊กด้วยความคลั่งแค้น

    “เอาไงต่อดีล่ะพิตต์?” เรนทร์ขอความเห็นจากหัวหน้ากลุ่ม

    “ลืมแล้วหรือไง…ยุทธการคานทอง…” เอ่ยชื่อแผนเฉียบ ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะชนะ

    “แล้ว…แล้ว…แล้วมันเป็นยังไงหรือ? จำไม่ได้แล้ว” เรนทร์พูดพลางเกาหัว

    “ปุ๊ดโธ่เอ๋ย…ถามโด้มันดู” พิตต์บุ้ยปากไปทางโด้ ด้วยหมายจะดึงสายตาและอารมณ์ของเขาออกมาจากปากทางเข้าคุ้มสี่สาวเทเวศนั้น

    “ไหน…ลองทวนแผนให้ข้าฟังใหม่ถีเพื่อน?” เรนทร์ถามโด้ ทว่าเขายังนิ่งอยู่ สมาธิทั้งหมดพุ่งไปที่คุ้มแห่งนั้นแต่จุดเดียว เรนทร์จึงเรียกขึ้นว่า “โด้…โด้โว้ย!”

    “หือ? ไร?”

    “ทวนแผนยุทธการคานทองให้ข้าฟังถี”

    “จำได้ก็บ้าแล้ว” ตอบด้วยอารมณ์เซ็งพอๆ กัน “วางแผนกันมาตั้งเป็นเดือนๆ กว่าจะเดินทางมาถึงคุ้มนางมารพวกนี้ก็ลืมกันหมดแล้ว ไม่เชื่อลองถามผู้อ่านดูสิ รับรองว่าลืมหมดแล้วแหละ ดีไม่ดี…อีตาคนเขียนนั่นก็มิลืมไปด้วยแล้วหรือ?”

    “อืมม์ ก็ท่าจะจริงของพวกนาย” เจ้าชายน้อยในมาดของแบรตพิตต์พูดขึ้นบ้าง “แผนนั้นวางเอาไว้นานเกินไป คนเขียนมัวแต่ไปเถลไถลจนทำให้พวกเราลืมแผนนั้นไปหมดแล้ว…อืมม์ เอาเป็นว่า…ลืมแผนนั้น ทิ้งมันไปเลยแล้วกัน เรามาวางแผนกันใหม่ดีกว่า”

    “อืมม์” เรนทร์รับคำ

    “อืมม์” โด้ก็เห็นสม

    “ซุบซิบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ…โอเคไหม?” พิตต์ ขอมติจากส่วนรวม

    “ชัวร์” เรนทร์ เห็นงามด้วยแผนนั้น

    “แอ๊บโซลูตลี่” โด้ เดาะใช้ศัพท์ฝรั่ง

    .
    .

    ฟ้าสางแล้ว…

    เสียงไก่ป่าขันเจื้อยแจ้ว โด้ตื่นแต่เช้า ออกมาเดินรับอากาศที่เย็นสด พลางมองไปรอบๆ ผืนไพร รู้สึกอ้างว้างว้าเหว่ยิ่งนัก ด้วยคิดถึงแม่ผีเสื้อราตรีศรีสวาทสุดขาดใจเหลือกำลัง จึงท่องบทกวี “ใช่สายตาให้ค่าได้” ของคุณพี่ “ละไมมาด คำฉวี” ออกมาว่า

    “ไม้ใหญ่สูงจนต้องแหงนหน้า
    นกมองลงมาเห็นเป็นพุ่มนิดเดียว
    ท้องฟ้ากว้างใหญ่ไพศาล
    มดปลวกหรืออาจหาญเข้าถือครอง

    น้ำในรอยตีนควาย
    แมงลอยว่ายยังกับสระ
    แม่น้ำใหญ่สายยาวจากเทือกเขาหิมะ
    เป็นพิษด้วยขยะไปได้อย่างไร

    ที่อธิบายไม่ได้จึงมิใช่ความรัก
    มีแต่เห็นประจักษ์
    จึงเข้าใจว่ารัก
    สามัญด้วยน้ำหนักพฤติกรรมใด”

    เขาเดินไปพลางอธิษฐานในใจ ให้พิตต์กลับมายังจุดนัดพบนี้โดยเร็ว และมีข่าวของแม่ผีเสื้อสาวผู้เป็นเจ้าของหัวใจของเขามาฝากด้วย

    เนื่องจากเมื่อค่ำวานนี้ หลังจากวางแผนคร่าวๆ กันแล้วนั้น พิตต์ให้โด้กับเรนทร์ล่าถอยมาซุ่มอยู่ ณ ที่นี้ ส่วนเขาได้ลอบเข้าไปในคุ้มสี่สาวเทเวศเพื่อสืบข่าวและดูลาดเลาตามลำพัง เพื่อว่าคืนนี้จะได้กำหนดยุทธการเข้าโจมตีมวลมารให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในคราวเดียว

    “อา นั่นไง กลับมาแล้ว” โด้รีบเดินเข้าไปหาแล้วถาม “ได้ความยังไงบ้างพิตต์?”

    “เดี๋ยว พบเรนทร์ก่อนค่อยเล่าทีเดียว” เมื่อทั้งสองเดินมาถึงเรนทร์ซึ่งก็คือเจ้าแมวขี้เซากาฟิวส์ปลอมตัวมานั่นเอง แม้ตอนนี้จะรูปหล่อเยี่ยงเอกบุรุษแห่งเกาหลีใต้แล้ว แต่นิสัยนอนขี้เซายังมีอยู่เต็มเปี่ยมเหมือนเดิม

    “เรนทร์! เรนทร์!” โด้ เขย่าปลุก

    พ่อเอกบุรุษของเราบิดขี้เกียจโดยการยกคอขึ้นยืด เหยียดแขนยาวหราเหมือนตอนแมวตื่นนอนไม่มีผิด พึมพำขึ้นว่า “รายๆๆ รายกาน กวนคนนอนแบบนี้ ตายตกนรกนะ”

    “พิตต์ กลับมาแล้ว” โด้ว่า

    เมื่อเห็นสหายร่วมขบวนอยู่ในอาการที่พอจะฟังคำคนรู้เรื่องแล้ว พิตต์จึงว่า “งานนี้ท่าทางจะหิน”

    “อ่อนกว่าเหล็กอยู่ดีแหละน่า” โด้ว่า “มันจะยากเย็นอะไรกันนักเชียว กะอีแค่คุ้มเล็กๆ แค่นี้”

    “พวกนางมารรู้เล่ห์กลมนต์มายาใช่ย่อย เท่าที่ข้าได้สำรวจมาเมื่อคืนนี้ ก็ดูออกว่าการตั้งบ้านเรือนและการวางเวรยามของพวกนางนั้นเข้าตำราพยุหค่ายกลเจ็ดดาวของขงเบ้งเปี๊ยบ”

    “ลึกฉึ้งปานน้านเซี๊ย” สงสัยวิญญาณของเรนทร์จะยังไม่เข้าร่างดี จึงพูดไม่ค่อยจะเป็นผู้เป็นคน

    “อืมม์” พิตต์ รับคำแล้วว่า “แต่ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน ถึงพวกนางจะลึกซึ้งเรื่องค่ายกลก็เถอะ แต่ต้องไม่ลืมว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า คนฉลาดกว่าพวกนางย่อมมีอยู่แน่นอน”

    “ฉ้ายๆๆ” เรนทร์งึมงำ “เหนือกระดาษยังมีฉาลาเป๋าได้เยยนี่เนอะ”

    “แล้ว…แล้ว…ได้ข่าว…” โด้ ไม่มั่นใจว่าจะถามออกไปดีหรือไม่ ด้วยกลัวว่าจะได้รับข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี

    “เธอยังสบายดี ข้าเจอที่คุมขังของเธอด้วย รอให้มืดก่อน คืนนี้เราจะเข้าโจมตีและช่วยเธอออกมาในคราวเดียวเลย”

    “ลุยทั้งกลางวันนี่ก็ได้!” โด้ ลิงโลด

    “ห้าวววว” เรนทร์หาวยาว แล้วว่า “ดีๆๆ รอให้ค่ำก่อนเน๊าะ ตอนนี้นอนเอาแรงกันก่อนเถอะ”

    “อืมม์ พักผ่อนกันให้เต็มที่ ตื่นมาก็กินข้าวกันให้เต็มคาบ ค่ำนี้เราจะทุบหม้อข้าวบุกเข้าโจมตีคุ้มมารให้ราบเป็นหน้ากลอง” พิตต์บอกสหาย

    .
    .

    ข้างฝ่ายนางมารในคุ้มสี่สาวเทเวศ…

    “เจ้านาย! เจ้าน๊าย! เจ้านาย!” สมุนมารละล่ำละลักขึ้นมาบนเรือนยอดของจอมมารเจี๊ยบๆ ผู้เป็นหัวหน้า

    “อะไร! มีอะไรของเธอยะหล่อน? หน้าตาตื่นมายังกะเห็นผี!” นางมารพิเดเลี่ยนตัวแดงแจ๋ที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ข้างๆ หมู่มารพี่ๆ เป็นคนถามสมุนมารผู้นั้น

    “ยิ่งกว่าผีอีกเจ้าข้าเจ้าน๊ายยย ผีไม่มีตัวตน แต่ที่อิฉันเห็นี่น่ะต้องเป็นคนถึงจะมีรอย”

    “มีอะไรก็ว่ามาสิ ทำเป็นเรื่องมากไปได้” นางมารกบเคโรนตัวเขียวอี๋พูดขึ้นด้วยความรำคาญเหมือนกัน

    “ที่ข้างเล้าไก่ที่แม่นางจอมมารเจี๊ยบๆ ไปคลอดไข่มารเอาไว้น่ะเจ้าข้า มีรอยคนไปป้วนเปี้ยนแถวๆ นั้น รอยใหม่ๆ อยู่เลยเจ้าข้า ต้องมีคนลอบเข้ามาในคุ้มของเราแน่ๆ เลยเมื่อคืนนี้น่ะเจ้านายเจ้าขา”

    “ตัวกินไก่กระมัง” มารมะลิดอกเหลืองอ๋อยออกความเห็นบ้าง

    ทว่า…จอมมารยังไงก็เป็นจอมมาร

    “ไปดูกันหน่อยสิ” มารเจี๊ยบๆ ตัวขาวจั๊ว ว่าพลางลุกขึ้นเดินลงเรือนยอดไป โดยมีสมุนมารเดินติดตามแห่ห้อมยังกับเป็นเจ้าเทวี

    ครั้นไปถึงบริเวณที่พบรอยเท้าดังว่านั้นแล้ว นางมารเจี๊ยบๆ ยืนพิศอยู่ครู่หนึ่งก็ออกคำสั่งว่า “เพิ่มเวรยามตรงบริเวณเล้าไก่ที่เก็บไข่มารและคุมขังนางผีเสื้อราตรีนี้เป็นสองเท่า ส่วนเวรยามข้างนอกและตรงจุดอื่นๆ ให้จัดเท่าเดิม ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่าแตกตื่นตกใจไป” นางแสยะยิ้มด้วยใบหน้าเยือกเย็น สบัดผ้าสไบที่พาดย้อยลงมาแล้วพูดเบาๆ ขณะเดินนำลูกน้องจากบริเวณนั้นไปว่า “ไม่เร็วก็ช้า พวกมันต้องย้อนกลับมาอีกแน่ๆ หึ หึ ทางสวรรค์โล่งแจ้งกลับไม่ไป ทางนรกห่างไกลทุรกันดารออกปานนี้ยังดั้นด้นมาหา – ดีล่ะ ได้เวลาสะสางหนี้แค้นเมื่อคราวก่อนกันแล้ว”

    .
    .

    อา…นางรู้แล้ว พวกนางรู้ตัวแล้ว ช่างไม่ธรรมดาเหมือนไชยา มิตรชัย จริงๆ เพียงแค่เห็นรอยเท้าจางๆ บนพื้นดิน นางก็อ่านเกมออกว่าเป็นรอยเท้าของใครแล้ว

    โธ่…แล้วยังงี้จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะของเรา จะมิกำลังเดินทางเข้ามาหาอันตรายโดยไม่รู้ตัวแล้วหรือนี่!

  22. อรุณสวัสดิ์วันจันทร์ค่ะ

    ว้าวววววววว นิทานมาแล้ว แถมยังมาแบบไม่ธรรมดาซะด้วย
    อยากให้ถึงวันประลองยุทธ์จริงๆ เลย

    ไม่ธรรมดา อื้อหือ ไม่ธรรมดา ไม่ธรรมดา โอ้โห ไม่ธรรมดา

    สุขสันต์วันธรรมดาค่ะ ^__^

  23. อะแฮ่ม !

    (( ขยับท่านั่งสวย ๆ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพองาม ))

    โบราณเค้าก็บอกแล้วว่า “อย่าเล่นกับไฟ”
    เจ้าชายน้อยกับเหล่าสหายช่างไม่รู้จักประมาณใจ ประมาณตนเลยจริง ๆ

    .
    .

    มารเขียวฉุดฉวยจ๊ะ
    จุดจบของพวกเขาใกล้จะมาถึงแล้วล่ะ
    ถ้าฉากนั้นไม่โสภาไม่น่าดู แม่นางจะอ่านลอดนิ้วมือตัวเองเอาก็ได้
    ใจแข็งเข้าไว้ ห้ามใจอ่อนเด็ดขาดเชียวนะตะเอง

    กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก

    สุขสันต์วันสีชมพูจ้า
    -มารดำ.-

  24. โฮ่ๆๆๆ

    ขำมากมาย

    เดี๋ยวนา…เดี๋ยวได้รู้กัลล์

  25. สวัสดีสายๆ วันพุธค่ะ

    ขอให้วันนี้เป็นวันสบายๆ นะคะ ทุกท่าน (รวมข้าพเจ้าด้วย)

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ

  26. ลูเยิฟ = เลิฟยู หวัดดีจ้าเจ้าของบ้าน ลูกบ้านทั้งหลาย😉

    มาแล้วเหว่ยๆ อิมารแดงแจ๊ดแจ๋ แจ้งแหว่งมาแล้ว !!!!!!!!!!!!!!!!!!

    เป็นไงละ กุริ กุริ (เสียงหัวเรากระแดะจริงๆ ) 555

    มาหลนหาที่ตายชัดๆ พวกเจ้าชาย(อัน)น้อยเอ๋ยยยย

    ศพไม่สวยอย่ามาโอดครวญนะจ๊ะ กุ๊ก กุ๊ก ๆ

    ปล.ง่วงจริงๆ นะอยากลางานตอนบ่ายไปนอนซะจริง ฮุ ฮุ ฮุ

  27. ท่านประธาน

    ขอรับ สวัสดีวันพุธเช่นกัน

    .
    .

    ท่านรองฯ

    สุขสันต์ในวันสบายๆ นะขอรับ

    .
    .

    มารแดง

    บ่ะเฮ้ย! เสียงหัวเราะหยั๋งมาน่ากัวจะอี้หือ กุริ กุริ

    ตอนหน้าเดี๋ยวได้กัลล์ว่าไผเป็นไผ วรยุทธ์ของสาวเมืองเหนือหรือของหนุ่มเมืองใต้ไผจะล้ำเลิศเปิดเปิงกว่ากั๋นนะอิน๊อง

    8)

  28. วันนี้ไม่สบายอย่างที่คิดหรอกค่ะ ท่านเลขาฯ
    ช่วงนี้วุ่นวายสุดยอด

    อะโหล หนูบาล์ม
    ไปไป ไปปั่นงานกันต่อได้แล้วนะ :p

  29. พี่แซดคร้าบ รอความสุขของกระทิซักเดี๋ยวนะ แล้วกระทิจะตามท่านไปอยู่ที่บ้านนะคับป๋ม😉

    เฮ้ออ อิดขนาดเจ้า😦

    ………………………………..

    ป๋าสอ เว่ยๆ
    งั้นเอาเสียงนี้มั้ย คริ คริ คริ กุริริ กุริริ (เปนไงละสมน้ำหน้า)

    เจอวิชามาร(บ้า) หัวเราะสะท้านสะเทือนทรวงอก (อกซิลิโคน) – ฮ่าๆ

    ไปละไปยะงาน ยะการกั๋นเต๊อะ🙂

    บุญรักษาทุกคนจ้า ………..

  30. มๆๆๆ มวลมารทั้งหลายเอ๋ย

    สูเจ้าจงเร่เข้ามาหาความมอดม้วยมรณังสุขังกันเถิด

    .
    .

    นี่แน่ะ!

  31. นิทานก่อนตื่น : “สามดรุณีและปีศาจอีกตน” (ตอนที่ 20)

    .
    .

    ค่ำคืนนี้…

    แสงไฟจากคบเพลิงที่จุดรายรอบคุ้มสี่สาวเทเวศยังคงมีจำนวนดวงเท่าเดิม ทว่าก็เพียงพอแล้วที่จะให้ความสว่างไปทั่วทั้งคุ้ม

    พิตต์, เรนทร์ และ โด้ สามสุดยอดจอมยุทธ์ในใต้หล้ายืนสังเกตการณ์สภาพโดยรวมของคุ้มมารแห่งนี้อยู่ไม่ไกลออกไปเท่าใดนัก พิตต์รู้สึกฉงนที่เห็นจำนวนเวรยามที่ยืนอยู่ตามจุดต่างๆ ยังคงมีจำนวนเท่าเดิม “หรือแผนจั๊กจั่นทองลอกคราบของเราจะไม่ได้ผล” เขาเอ่ยขึ้นมาเบาๆ

    “แผนอะไรของนายอีกล่ะ” เรนทร์ได้ยินคำพูดนั้นด้วยจึงถามขึ้น

    ทว่า… “หึ หึ ไม่ธรรมดา นึกแล้วว่านางมารนี่ต้องไม่ธรรมดา” พิตต์พูดลอยๆ ขึ้นมาอีกแล้ว โดยไม่ได้ตอบคำถามของเรนทร์เลย ครั้นเห็นเขากำลังจะเอ่ยปากถามต่อก็เลยชิงออกคำสั่งก่อนว่า “เอาเถอะ เดี๋ยวพวกนายก็รู้เองแหละว่าข้าหมายถึงอะไร เอาเป็นว่าเราแยกย้ายกันเข้าโจมตีตามแผนที่ได้วางเอาไว้ พวกนายรุกเข้าไปตามแผนที่ที่ข้าวาดเอาไว้ให้นั่นแหละนะ ทำงานเสร็จตามแผนแล้วค่อยมาสมทบกับข้าที่หน้าคุ้มฯ”

    “ได้!” โด้ รับคำเสียงดัง ด้วยอยากจะเข้าไปในคุ้มดำเนินการตามแผนใจจะขาด

    “เย่ห์” เรนทร์ บิดคอไปมาขณะเอ่ย หักนิ้วมือเล่นจนเสียงดังกร๊อบแกร๊บราวกับจะเป็นการตัดไม้ข่มนาม ปลอบขวัญกำลังใจให้ฮึกเหิมกับการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ ที่กำลังจะอุบัติขึ้นบนหน้าประวัติศาสตร์ระหว่างฝ่ายมารและธรรมะ

    “ไป” สิ้นเสียงสั่งเบาๆ ของพิตต์ จอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะทั้งสองก็กระโจนหายวับไปในความมืดด้วยวิชาตัวเบาขั้นสุดยอด ดุจการพุ่งทะยานออกจากแหล่งของควายธนูถึกคู่หนึ่งก็ปานกัน คงเหลือแต่พิตต์เท่านั้น ที่เดินนวยนาดด้วยมาดของยอดจอมยุทธ์อันดับหนึ่งตรงไปที่ซุ้มประตูใหญ่ที่จะเข้าไปในคุ้มแห่งนั้น

    .
    .

    “ไผ? เอ๊ย ใคร? นายเป็นใครหือ?” ยามที่ยืนเฝ้าหน้าคุ้มตะคอกถามพิตต์

    “คน” ตอบกลับเรียบๆ

    “ก็เห็นอยู่ว่าคน หากคลานมาคงไม่เอ่ยถามไถ่ให้มากความ” ดูสิครับท่านผู้อ่าน แค่สมุนมารพวกนี้ก็ปากจัด เอ๊ย ก็มีคารมไม่เบาแล้ว

    “พิตต์” เขาเอ่ยชื่อของตนเองออกไปด้วยน้ำเสียงทอดนุ่ม ดุจเปล่งออกมาจากระบบเซนเซอร์ลาวซิสเท่มซาวด์แทรกอีสานแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์

    “ฮ้า! พิตต์!” สมุนมารตกตะลึงพรึงเพริด

    “ตัวเป็นๆ ไม่มีสลิง และไม่เคยใช้ตัวแสดงแทน” เขาตอกย้ำให้มวลสมุนมารมั่นใจ “คงรู้จักข้าดีละสิท่า”

    “หึ” พวกนั้นส่วยหัวดิกๆ

    “กรรม…” พิตต์เองก็เซ็งพอๆ กัน “งั้นไปบอกหัวหน้าของพวกเจ้าด้วยว่า ข้า – พิตต์ มาท้ารบถึงหัวกะไดคุ้มแล้ว ให้รีบออกมาจากกะโหลกกะลาซะ มาสู้กันเสียแต่โดยไว”

    “จะมากไปแล้วไอ้หน้าอ่อน” สมุนมารที่มีใบหน้าเหี้ยมเกรียมเหล่านั้นชมพิตต์ “หยั่งแกเนี่ยนะเร๊อะ จะให้ถึงมือนายหญิงทั้งสี่ แค่พวกข้าก็เก็บเอ็งได้สบายบรื๋อเบบี้ดอลละแว้ว” นอกจากจะมีใบหน้าที่เหี้ยมเกรียมแล้ว พวกมันก็ย่างสามขุมเข้าใส่พิตต์ด้วยท่าทางที่ส่อแววว่า ถ้าลงมือเมื่อใดต้องใช้ออกด้วยกระบวนท่าที่เหี้ยมโหดเพื่อจัดการเขาในกระบวนท่าเดียว

    และแล้ว…ในพลันนั้น ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งก็โถมแทงออกด้วยเพลงทวนทะลายผา ปรากฏเป็นม่านทวนคลี่คลุมออกใส่พิตต์จากร้อยทิศแปดทาง

    ทว่า…

    “ผลั๊ก!” เสียงหมัดกระแทกคางเจ้าผู้นั้นถึงกับลอยถลากลับไป หล่นโครมอยู่ใต้ซุ้มประตูหน้าคุ้มแห่งนั้น

    “ตาเถรค้ำฟัก!” สมุนมารร้องออกมาพร้อมกัลล์ล์ล์ (ร้องกันหลายคนน่ะ) “จะ..จะ เจ้า เป็นอันใดกับ จา พนม ยีรัมย์?” พวกมันชักขวัญเสีย

    “เขาเป็นศิษย์ของข้าเอง” ตอบด้วยเมตตา

    “แบรตพิตต์! งั้นท่านก็คือ แบรตพิตต์แล้ว!!”

    “เราบอกพวกเจ้าเอาบุญตั้งแต่แรกแล้วว่าเราคือพิตต์”

    “ปั๊ดโธ่…นึกว่าอุตพิตนาเซ่ย์…งั้น เดี๋ยวข้าจะไปตามนายหญิงให้” ดูเหมือนพวกมันก็ฉลาดดีไม่น้อย เมื่อรู้ว่าฝีมือคนละเกรด ก็รีบเผ่นแนบหางจุกก้นไปทันที

    พิตต์เดินนวยนาดเยี่ยงจอมยุทธ์เจ้าสำอางเข้าไปในคุ้มแห่งนั้นอย่างปลอดโปรง อัศจรรย์นัก ดูจากท่าทางของเขาแล้วราวกับเป็นเทพยุทธ์ที่อาวตารลงมาเพื่อปราบมวลมารในโลกหล้าโดยแท้ เขาเดินทอดน่องมาเรื่อยจนมาหยุดอยู่ที่ลานหินแห่งหนึ่ง ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้คิดจะหยุดหรอก หากแต่มีดรุณีสองนางมายืนขวางทางของเขาอยู่

    “มารพิเดเลี่ยน” พิตต์ทักทายคนทางซ้าย “เป็นท่าน มารกบเคโรน” ไม่ลืมที่จะทักผู้ยืนอยู่ทางขวาด้วยเช่นกัน “ไม่พบกันนานนะ”

    “ใช่ เป็นเรา” มารทั้งสองตนแทบจะตอบพร้อมกัน “คืนวันของพวกเราผ่านไปเพื่อรอวันนี้ วันที่เจ้าจะรนเข้ามาหาที่ตายที่นี่!” มารพิเดเลี่ยนตัวแดงแจ๋ชิงทักทายด้วยสำบัดสำนวนที่ส่อแสดงว่าคลั่งแค้นใจเหลือประมาณ หล่อนกล่าวต่อว่า “จะได้รู้กันไปเสียทีว่าใครกันแน่ที่มีวรยุทธ์เหนือกว่ากัน” พูดพลางนางก็ถอดปลอกหนังสัตว์ออกจากปลายหอกที่นางถืออยู่ในมือ

    “อา…หอกโมกสักข์” แม้จะรู้ว่านางได้ถือครองหอกวิเศษนี้แล้วก็ตาม แต่พิตต์ก็อดชมความสวยงาม และอนุภาพที่น่าเกรมขามที่เปล่งออกมาจากหอกเล่มนั้นมิได้

    “ท่านรู้จัก?” นางถาม

    “มิเพียงรู้จัก หากแต่ทราบถึงอนุภาพของหอกนี้เป็นอย่างดี” เขาตอบ

    “ดี!..ดีล่ะ! จะได้ตอบยมพบาลได้ว่าเจ้าต้องอาวุธใดตาย!” นางลำพองเยี่ยงสาวสก็อยที่ดีควรจะเป็น

    ข้างฝ่ายนางมารกบเคโรนตัวเขียวอี๋เล่า ก็เดินแยกออกไปทางขวามือของพิตต์ ไม่มีคำพูดใดหลุดจากปากรูปกระจับนั้น หากแต่กิริยาท่าทางที่เยือกเย็น บ่งบอกว่านางพร้อมจะจู่โจมเข้าเล่นงานเขาได้ทุกเมื่อ ที่นางสะพายมาด้วยเป็นกระบี่เล่มหนึ่ง ดูจากรูปลักษณ์ของฝักระบี่แล้วไม่ใช่กระบี่เล่มใหญ่เลย…อา นั่น เม็ดมรกตขนาดใหญ่ที่ฝังอยู่บนด้ามกระบี่นั้นเหมือนจะบอกกับพิตต์ว่า…

    มันคือกระบี่ไส้ปลาร้า!

    ของวิเศษที่มีค่าควรเมืองชิ้นนี้ ในอดีตกาลเป็นที่หมายปองของจอมยุทธ์ทั้งแผ่นดิน แม้จะเป็นกระบี่เล่มเล็ก ไม่ยากนัก ทว่าคมกริบ ตัดเหล็กเหมือนตัดหยวก ความอ่อนช้อยที่แฝงอยู่ในตัวกระบี่ ยิ่งทำให้ยากจำแนกเวลาปลายของมันพลิ้วฉกเข้าจู่โจมศัตรู

    ไม่นับว่าเพลานี้ ฟังว่านางมารกบฯสำเร็จสุดยอดวิชาเคลื่อนย้ายจักรวาลของอาจารย์ปู่เตียซำฮงแล้วด้วย ยิ่งทำให้คาดเดาได้ยากว่า ถ้าหากนางใช้เคล็ดวิชานั้นมาควบคุมบังคับให้กระบี่พุ่งเข้าจู่โจมแล้ว มันจะมีอานุภาพที่สะท้านฟ้าสะเทือนดินปานใด

    อา…การต่อสู้ที่กำลังจะอุบัติขึ้นนี้ต้องเป็นการต่อสู้ที่หาดูได้ยากในรอบพันปี!

    พิตต์สังเกตเห็นดังนั้น จึงชักดาบจันทร์ในบ่อออกจากฝักเช่นกัน แม้คืนนี้จะเป็นคืนเดือนมืด ทว่าพอคมดาบเปลือยออก ก็ส่องประกายนวลจ้า ราวกับเป็นดาบเลเซอร์ของอัศวินในเรื่องสตาวอร์ก็ปานกัน…แน่ล่ะ ในเมื่อมันเป็นดาบจันทร์ในบ่อนี่นา

    .
    .

    ตัดเข้าโฆษณา

    ทิฟฟี่ แผงสีเขียว เป็นหวัดคัดจมูกน้ำมูกไหล ทิฟฟี่นะครับ

    แผลสด! แผลเปื่อย! แผลไฟไหม้! แผลพุพอง ! เป็นหนอง! ใช้เย็นเตร็ก

    สยามฟาร์มาซูติคอล เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนายาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกท่าน

    เลือกอิฉันนะคะ ถ้าหากอิฉันได้เป็นผู้ว่าฯ อิฉันจะแจกเงินให้พ่อแม่พี่น้องทุกคนคนละห้าหมื่น เบอร์ 50 นะคะ โปรดเลือก มาม่า จัง (อ้าวเฮ้ย! โฆษณาเก่าแล้ว ตกยุคแล้วนี่นาเนี่ย)

    “อ่ะโหล ดาวบ่ลูก ปิดเทอมแล้วก็มาซอยแม่เฮ็ดนาแนเด้อ”…. “ด๋ายค่ะ ค่ะคุณแม่ แค่นี้นะคะ” …. มาแล้วครับพ่อแม่พี่น้อง สาวมาด เมกกาแด๊นซ์ชุดใหม่ หามาฟังกันนะครับ โปรเอสสร้างสรรค์อีกแล้วครับทั่น!

    .
    .

    ภาพตัดเข้ามายังลานประลองอีกครั้ง…

    จบตอนที่ 20.

  32. ก๊ากกก ขำมากมาย กำลังสนุกเรย ตัดเข้าโฆษณาซะด้ายยย😛

    มีสาวมาด แม๊กกะเด้นท์ด้วยนะ 555 + (ป๋าสอ อยู่อังกฤษแน่เปล่าเนี่ย ??) รู้จักสาวมาดด้วย หุหุ

    มาต่อให้เวยๆ เดี๋ยวเจอลูกตบสก๊อย ทะลายกำแพง ชิชะๆ 😉

    พี่แซดเป็นไงบ้างคร้าบ?

    ท่านประธานเดินทางเป็นอย่างไรบ้าง ถึงบ้านหรือยังอ่ะคร้าบ เป็นห่วง?

  33. อื้อหือ โอ้โห กำลังสนุกจริงๆ ด้วย
    แต่หมดเวลาอู้งานแล้วอ่ะ

    หนูบาล์ม พี่ยุ่งจ้า ยุ่งมากๆ เลย

    ไปก่อนนะ แว๊ปปปป

  34. บ้าแล้ว !

    บ้า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ … บ้าที่สุด !

    พ่อหนุ่มอุตพิตคิดจะเอา “ดาบจันทร์มุดบ่อ” ไปเล่นล่อเอาเถิดกับ “กระบี่ไส้ปลาร้า” เชียวรึ ?!?

    บ้าเกินพิกัดชัด ๆ เป้ง ๆ เลยนะนั่น

    5555555555555555555+

    โอย .. ขำจนท้องคัดท้องแข็งไปหมดแล้วค่ะท่านป๋า
    กรุณาจัดตอนต่อไปมาเสิร์ฟให้ด่วนด้วยนะคะ

    .
    .

    สวัสดีจ้าท่านรอง ฯ Z และแม่หนูบาล์ม

    เมื่อคืนประธานเพลียมากไปหน่อย จึงหลับผลอยไปทันทีที่รถออกจากกรุงเต๊บมหานคร จากนั้นก็ไม่รับรู้เหตุการณ์ใด ๆ รอบตัว โชคดีที่มีเพื่อนร่วมทางไปด้วยคนนึง เธอช่วยจัดการเป็นธุระกะพนักงานบริการบนรถให้แทน กระทั่งก่อนถึงบ้านประมาณครึ่งชั่วโมงจึงได้งัวเงียตื่นมาดูความสลัวยามเช้ามืดข้างกระจกรถ

    ช่างเป็นการเดินทางที่เนิ่นนานและทรมารสังขารดีจังค่ะ แต่ข้าพเจ้าก็ได้กลับถึงบ้านแล้วโดยสวัสดิภาพ

    ขอบพระคุณท่านป๋า ท่าน Z ท่านบาล์ม มากค่ะที่เป็นห่วง
    หวังว่าทุกท่านจะกินดี อยู่สบาย ไม่เจ็บไม่ไข้กันนะคะ

    สุขสันต์ค่ำวันศุกร์ค่ะ
    -ประธาน.-
    😀

  35. สวัสดีค่ะท่านประธาน

    ยินดีด้วยที่กลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ แม้จะทรมานไปหน่อยก็ตามที
    ยังไงก็ดูแลตัวเองดีดีนะคะ พักผ่อนมากๆ
    หวังว่าท่านจะหายเป็นปกติในเร็ววัน

    สุขสันต์วันสุขค่ะ

  36. ขอบคุณมากค่ะท่านรอง ฯ Z
    ขอให้นอนหลับฝันดีนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    😀

  37. สวัสดีวันเสาร์นะทุกโคนนนนน

    มาๆๆๆ มาอ่านนิทานสสนุกๆ ในวันสบายๆ

  38. กล้องพร้อม?!

    คนดูพร้อม?!

    นักแสดงล่ะ?!

    ดีๆๆ นั่น..ยังงั้นเชียว..เอาล่ะ ดีแล้ว..แอ็คชั่น!

    .
    .

    นิทานก่อนตื่น : “สามดรุณีและปีศาจอีกตน” (ตอนที่ 21)

    .
    .

    กล้องตัวที่จับภาพจากมุมสูงซูมวูบลงมายังลานประลองช้าๆ ณ บริเวณนั้น แบรตพิตต์ยืนสงบนิ่งมั่นคงดั่งบัณฑิต ไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวต่อศัตรูทั้งสองนางนั้น ซึ่งเปรียบเหมือนสายลมรำเพยแผ่วใส่ภูผา

    นางมารกบเคโรนตัวเขียวอี๋ชักกระบี่ไส้ปลาร้าออกจากฝักด้วยกิริยาแช่มช้อย หากไม่มีบรรยากาศที่อาบคลุมด้วยรังสีกระบี่, ดาบ และหอกแล้ว คงต้องคิดว่านางมารผู้นี้กำลังจะร่ายรำกระบี่โชว์เป็นแน่

    ฝ่ายนางมารพิเดเลี่ยนตัวแดงแจ๋นั้นเล่า ยามปกติแม้นางจะมีกิริยาหุนหันเยี่ยงสาวสก็อย แต่พอเข้าสู่บรรยากาศของการต่อสู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้กระชับหอกโมกสักข์มั่นมือ จี้ปลายเฉียงขึ้นฟ้า ซึ่งเป็นกระบวนท่า “เบิกฟ้าผ่าดิน” เช่นนี้ นางกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน ไม่มีวี่แววของความเป็นคนขี้เล่นหรือแม้แต่จะคิดจู่โจมด้วยความหุนหันพลันแล่นเลย

    สาธุชนทั้งหลายคงจำได้…

    เมื่อครั้งบรรพกาลยุคสามก๊ก บนผืนแผ่นดินฮั่นอันกว้างใหญ่นั้น ไม่ว่าแห่งหนตำบลใด หากเอ่ยชื่อ “ทวนจรัสฟ้า” ออกมาแล้ว มิมีใครไม่รู้จัก ว่ากันว่ามันคืออวัยวะส่วนหนึ่งของขุนพลลิโป้ และเมื่อใดก็ตามที่ทวนจรัสฟ้าตกอยู่ในยอดขุนพลผู้นี้ เมื่อนั้น ต่อให้หมื่นขุนเขา ต่อให้แสนกำแพง ก็ต้านมรรควิถีแห่งเพลงทวนของท่านผู้นี้เอาไว้ไม่อยู่

    แม้จะยังงั้นก็เถอะ มาตรว่าลิโป้กลับชาติมาเกิด ถึงจะมีทวนจรัสฟ้าอยู่ในมือ ที่จะเทียบกับนางพิเดเลี่ยนตัวแดงแจ๋และหอกโมกสักข์ของนางนี้ เห็นทีลิโป้ต้องมาฝากตัวเป็นศิษย์ของนางถึงจะถูก

    พระเจ้าช่วยกล้วยแขก! นางน่ากลัวถึงเพียงนั้น!!

  39. ภาพตัดวืดไปยังทิศตะวันออกของคุ้มสี่สาวเทเวศ ณ บริเวณเรือนอันเป็นที่สะสมเสบียงกรัง และเก็บผืนผ้าแพรพรรณและสมบัติพัสถานของคุ้มแห่งนี้ มีบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งลอยโฉบเข้ามา ดูจากท่ารางแล้ว หากเป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาตัวเบาต้องดูออกว่าท่าที่เขาใช้นี้คือกระบวนท่า “อีแร้งถลาลม” ที่สูญหายจากยุทธภพไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ทว่าบัดนี้สุดยอดวิชาตัวเบาแขนงนี้กลับถูกใช้ออกมาด้วยบุรุษผู้นี้

    เมื่อร่างแตะพื้น เรนทร์ก็พลิ้วเข้าไปคว้าเอาคบไฟที่มัดติดอยู่กับต้นเสาริมระเบียงตึกแห่งนั้น โยนขึ้นบนหลังคาตึกไม้ทั้งสองหลังที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าทันที

    เวรยามผ่านมาเห็นพอดีจึงร้องตะโกนขึ้นว่า “โจร! มีคนลอบเข้ามา! ไฟไหม้! เร็วๆ ไฟไหม้ตึกเสบียงกับตึกคลังแล้ว” เสียงสับสนอลหม่านดังขึ้นในคุ้มสี่สาวเทเวศ ประดาเวรยามที่เป็นผู้ชายต่างรีบวิ่งมาที่ตึกแห่งนี้เพื่อดับไฟ

    เมื่อวางเพลิงเผาสิ่งมีค่าและเพื่อดึงความสนใจของมวลมารได้แล้ว เรนทร์ก็พลิ้วร่างออกจากบริเวณนั้น เพื่อไปสมทบกับพิตต์ตามที่ได้นัดหมายกันเอาไว้

    เขาใช้วิชาตัวเบาอีแร้งถลาลมนั้นโฉบตามหลังคาตึกมาเรื่อย กระทั่งมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่โล่งกว้าง จำต้องร่อนลงพื้นดิน ทว่าก่อนที่เท้าจะถึงพื้น อาวุธลับชิ้นหนึ่งก็พุ่งลิ่วเข้าใส่ คำนวนจากแรงลมที่พุ่งมาอย่างเร่งร้อนนั้น หากเรนทร์ไม่ป้องกันตัว หรือไม่เบี่ยงเบนสภาวะของการร่อนลงแล้วละก้อ จะต้องถูกอาวุธลับชิ้นนั้นปักเข้าลำคออย่างแน่นอน

    ทว่า…

    “ควับ!” เพียงนิ้วสองนิ้ว เขาใช้นิ้วสองนิ้วคีบอาวุธลับชิ้นนั้นเอาไว้

    เมื่อร่างหล่นถึงพื้นดินแล้ว เสียงใสก็ทักทายมาว่า “ไม่เลวนี่เจ้าหัวขโมย นับว่าเจ้ายังมีฝีมืออยู่ท่าสองท่าจริงๆ”

    “มิกล้าๆ แม่นางชมเกินไป” เรนทร์ยืนสง่าไขว้มือซ้ายไว้ข้างหลัง ยกมือขวาที่คีบดอกมะลิสีเหลืองอ๋อยนั้นขึ้นมาดู แล้วกล่าว “ถ้าทักทายกันไม่ผิดท่านก็คงเป็นมารมะลิดอกเหลืองอ๋อยล่ะสินะ”

    “มาเรียกพวกเราว่ามาร แล้วดูท่านสิ ลอบวางเพลิงแบบนี้ยังจะจัดว่าเป็นตัวดีอันใด” มารมะลิประทดประเทียด

    “โอ้ววว อย่าได้กล่าวไปถึงเพียงนั้นเลยแม่นาง บางทีนั้นการรับมือกับพวกคนเลวก็มิจำเป็นต้องใช้วิธีการเปิดเผยเยี่ยงวิญญูชนดอก”

    “หึๆ ดีล่ะ ดี…เราจะได้เห็นดีเห็นชั่วกัน” นางมารมะลิฉากออกไปด้านหลังช้าๆ ที่ดาหน้าเข้ามาเป็นกลุ่มอิสตรีร่วมยี่สิบนางเห็นจะได้ แต่ละคนล้วนหน้าแจ่มแฉล้มเฉลา ผิวพรรณก็เกลี้ยงเกลาดุจไข่มุก ในมือของพวกนางล้วนมีกระบี่เหล็กกล้าคนละเล่ม หากแยกพวกนางออกเป็นรายบุคคลต้องจัดว่ามีบุคคลิกเยี่ยงสตรีโฉมสคราญทั่วไป แต่พอพวกนางมายืนรวมกัน ตั้งขบวนขึ้นเยี่ยงนี้ กลับบังเกิดม่านพลังคุกคามได้อย่างคาดไม่ถึง

    “อืมมมม” เรนทร์ลากเสียงยาว แล้วเตือนตัวเองว่าไม่ควรประมาท “ค่ายกลสินะ” เขาดูออกว่าพวกนางกำลังตั้งค่ายกล หากแต่มันพิสดารเกินไป เขาไม่เคยเห็นค่ายกลที่สลับซับซ้อนเยี่ยงนี้มาก่อน

    “เจ้าผู้อวดอ้างว่าเป็นวิญญูชน เจ้าจงลิ้มรส “ค่ายกลหมื่นบุปผา” ของบริวารของข้าดูเถิด” นางมารมะลิยิ้มเย็นยะเยือก

    ชื่อค่ายกลชนิดนี้นับว่าแปลกประหลาดนัก นี่เป็นครั้งแรกที่เรนทร์ได้ยิน และในพลันนั้น ขบวนของอิสตรีเกือบจะยี่สิบนางนั้นก็เกิดการแปรเปลี่ยน สลับหน้าสลับหลังเป็นสามแถว ในแต่ละแถวจะมีผู้นำขบวนอยู่ผู้หนึ่ง ซึ่งจะเป็นคนคอยเปล่งเสียงพูดระหว่างการสลับขบวนไปเรื่อยๆ ด้วยว่า

    “พุดซ้อน!” หัวหน้าของแถวที่สองจะรับว่า “ซ่อนกลิ่น!” แถวที่สามจะรับว่า “กระถินป่า!”

    ท่ามกลางคลื่นเสียงที่เปล่งลอยอยู่ในอากาศนั้น ขบวนค่ายกลของพวกนางก็พุ่งสลับเข้าโจมตีเรนทร์แบบไม่ซ้ำหน้า เขาจำต้องอาศัยกระบวนท่าเท้าเทพยดาเคลื่อนไหวกลมกลืนไปมาระหว่างพวกนาง มีอยู่หลายครั้งที่เขาเกือบจะถูกปลายกระบี่ของพวกนางแทงถูก

    นับว่าเป็นค่ายกลที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก!

  40. “อัญชัญ สุพรรณิการ์ มหาหงษ์” สิ้นเสียงร้องคราใด ขบวนค่ายกลก็แปรเปลี่ยนเป็นรุ่นแรงและรวดเร็วมากขึ้นไปเรื่อยๆ “ชมพูนุช พุทธรักษา จำปาดง…หูกระจง ปราฟ้า ชบาชมพู”

    “ฉับ!” เสียงคมกระบี่กรีดชายเสื้อของเรนทร์ขาด เขาอยู่ในสภาพย่ำแย่เต็มที จำต้องหยิบพัดเทวราชออกมาคลี่กางออก ที่จริงแล้วเรนทร์เป็นคนรักหยกถนอมบุปผา เขาไม่คิดจะลงมือกับพวกนางเลย ทว่าแต่ละกระบวนท่าที่พวกนางจู่โจมออกมานั้น โหดเหี้ยมอำมหิตเกินไป เกินกว่าจะเชื่อได้ว่าโฉมสคราญกลุ่มนี้จะมีจิตใจที่เหี้ยมเกรียมได้ถึงเพียงนี้

    และแล้วเรนทร์ก็ใช้กระบวนท่าแรกของพัดเทวราช นั่นคือ…“ปกป้องเช่นอิสตรี”…เป็นกระบวนท่าป้องกันตัวเองจากคมกระบี่ คมทวน คมหอก คมอาวุธลับทั้งหลายทั้งมวล แล้วใช้ตามติดไปด้วยกระบวนท่าที่สอง “รุกดั่งเสือ!” สิ้นคำพูดชื่อกระบวนท่า อิสตรีเหล่านั้นก็มีแผลประดับกายไปหลายคน

    หะแรกนางมารมะลิดอกเหลืองอ๋อยยืนยิ้มยินดีที่เห็นบริวารของตนรุกไล่เรนทร์จนเป๋ไปไม่เป็นท่า ครั้นพอเห็นเขาตั้งหลักได้และเริ่มตีโต้มาบางแล้ว สีหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไป จึงสั่งลูกน้องเสียงเฉียบขาดขึ้นว่า “แพงพวย กล้วยไม้ ใบระมาด…เบญจมาศ ดาวประดับ ทับทิมหนู” น้ำเสียงยังไหลเป็นระรอกให้รุกเข้าไปเรื่อยๆ ว่า “นนทรี มะลิหลวง พวงชมพู…ราชพฤกษ์ ประดู่ ภู่ชุมพล”

    ยิ่งต่อสู้ยิ่งดูเหมือนขบวนค่ายกลของพวกนางจะทำอะไรเรนทร์ไม่ได้ไปเสียแล้ว เขาเริ่มเป็นฝ่ายควบคุมพวกนางได้ทีละน้อย จึงสู้ไปครวญเพลงไปอย่างสบายอารมณ์ว่า…

    “นึกถึงเรื่องราวเก่าๆ…เรื่องแมงเม่าบินเข้ากองไฟ” นั่นแน่ เขาคิดจะเปรียบเทียบพวกนางเป็นเหมือนฝูงแมลงเม่าไปเสียแล้ว…

    “ยังถามตัวเอง…มันคิดยังไง…ก็รู้ทั้งรู้ไฟจะเผา
    แต่วันนี้ได้รู้ซึ้งถึงในใจ…ความจริงที่แท้มันคงเหงา
    แค่ลมพัดเบาๆ…เหน็บหนาว…ใจมันสลาย”

    แค่ครวญเพลง “แมลงเม่าเหงาใจ” ของพี่บ่าววี มาได้หน่อยเดียว พวกนางมารก็เริ่มล้มลงไปทีละคนสองคนแล้ว…

  41. “ครั้นเห็นแสงไฟสว่าง…ก็แค่หวังเพียงช่วยบรรเทา
    ปีกล้าระบม…ใจก็ซึมเซา…อุ่นไอคงทำให้มันหาย
    แต่พอเห็นแสงวาววับพลันสว่าง…ความเหงาก็หายไปกับไฟ
    ปล่อยให้เผาจนตาย…ไม่เคยเสียดายวิญญาณ”

    นางมารมะลิเห็นเช่นนั้น รีบส่งเสียงกระตุ้นลูกน้องขึ้นมาว่า “ผกากรอง! ช้องนาง! หางกระรอก!…พยับหมอก! ดอกท้อ! ช่อดอกสน!” สมุนมารเหมือนจะมีแรงฮึดขึ้นมาอีกแล้ว

    ทว่า…

    “เธอเอ๋ย…
    เธอก็เหมือนไฟ
    พี่เป็นเพียงแมงเม่าเหงาใจ
    จะตายขอได้รักเธอแค่เท่านั้น…”

    เรนทร์สู้ไป ครวญเพลงไป ยิ้มหยอกพวกนางไป

    “ก็รู้ทั้งรู้ว่าไฟมันร้อน…
    แต่ยังจะยอมลองเล่นกับไฟ

    …บินเข้าไป…

    คิดเพียงปีกที่ติดไฟนั้นมันสวยงาม”

    ร่างของพวกนางบางคนเริ่มโชลมไปด้วยเลือดจนแทบจะแดงหมดทั้งตัวแล้ว

    “ไม่เคยเกรงกลัวความร้อนของไฟ
    แค่เพียงอยากทำอย่างใจต้องการ
    ความหวังที่รอมานาน…

    …คือการบินเข้ากองไฟ…”

    “อย่ายอมแพ้นะ ห้ามถอย ทุกคนสู้ต่อไป!” นางมารมะลิสั่ง ดูเหมือนเธอไม่สงสารลูกน้องเลยสักนิด “เข็มม่วง! พวงแสดสด! รสสุคนธ์!” นางช่างดื้อรั้นนัก ยังไม่ยอมรับว่าลูกน้องของนางวรยุทธ์ยังอ่อนด้อยอยู่

    เรนทร์เห็นดังนั้น จึงคิดว่าสงเคราะห์ให้พวกนางไปสบายดีกว่าจะให้ทรมานอยู่แบบนี้ จึงร้องเพลงแมลงเม่าเหงาใจท่อนสุดท้าย พลางใช้ออกด้วยกระบวนท่า “ถอดเกราะเทวราช” และ “อรหันต์นิทรา” ให้พวกนางสู่สุคติแต่โดยไว…

    “นึกถึงเรื่องราวเก่าๆ…เรื่องแมงเม่าบินเข้าใจเธอ
    เพียงเสี้ยวนาที…ที่หลงละเมอ…ถูกเธอเผาผลาญไปกับไฟ
    แต่อย่างน้อยก็รู้ถึงความอบอุ่น…ก่อนใจของพี่จะสลาย

    …แมงเม่าเดียวดาย…

    …ก่อนตายก็ยังได้ลอง…”

    สิ้นเสียงเพลง…

    จบกระบวนท่า…

    อิสตรีลูกน้องนางมารเหล่านั้นก็ล้มลงสิ้นใจท่ามกลางกองเลือด ดุจซากแมลงเม่าเหงาใจในกองเพลิง

    .

    จบตอนที่ 21.

  42. เฮ้ยยยยยยยยยยยยย กว่าจะโพสต์หมด

    เวบเขาไม่ยอมน่ะขอรับ เลยต้องซอยเป็นส่วนย่อยทยอยโพสต์มาแบบนี้

    เอ๊านี่ ลิ้งค์ตามไปฟังเพลง “แมลงเม่าเหงาใจ” ของ พี่บ่าววี ประกอบเป็นมิวสิคของนิทานตอนนี้นะขอรับ

  43. เฮ้ยยยยย กว่าจะโพสต์หมดดดดด

    คือ..เวบเขาไม่ยอมน่ะขอรับ เลยต้องซอยโพสต์เป็นท่อนๆ แบบนี้

  44. ห่ะ อ้อออออออออออออออ รู้แล้ววววว ว่าเป็นเพราะอิหยั๋ง

    คืองี้ๆๆๆ

    ผมจะลิ้งค์จากยูทิ้ว ให้คุณๆ ตามไปฟังเพลง “แมลงเม่าเหงาใจ” ของ พี่บ่าววี เพื่อเป็นมิวสิคประกอบนิทานตอนนี้น่ะขอรับ ทว่าเวบเขาไม่ยอม ก็เลยทำเอาผมเสียศูนย์หมดเลย

    เอาเป็นว่า ตามไปหาฟังใน youtube เอาเองนะขอรับ พิมพ์คำว่า “แมลงเม่าเหงาใจ” ขึ้คร้านจะง่ายเหมือนกันนั่นแหละ

  45. สวัสดีสายๆ วันเสาร์ค่ะ

    อื้อหืออออ ช่างเป็นศึกที่ยิ่งใหญ่สมแก่การรอคอยจริงๆ

    ไม่ว่าลิโป้จะเก่งกาจปานใด ก็พ่ายแพ้ต่ออิสตรีนะคะท่าน หุหุ

    “รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ไหว ไม่มีอะไรจะให้อย่างเขา
    เธอไม่รัก ไม่รักหรอกคนอย่างเรา
    ไม่มีอย่างเขาที่เธอต้องการ

    เรามันน้อยบุญวาสนา ไม่มีปัญญาจะไปแข่งขัน
    เขาชนะ ชนะขาดลอยอย่างนั้น จะให้เธอหันมองเราได้ไง”

  46. อ่า.. ท่านประธานเจี๊ยบๆ ยังไม่เข้าสำนักอีกเหรอเนี้ย

    นั่งอ่านนิทานดีกว่า

    สบายดีทุกคนเน้อ..

  47. สวัสดียามค่ำจ้า

    ข้าพเจ้าอ่านนิทานก่อนตื่นซะตาแฉะเลยค่ะ
    อ่านไปขำไป อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังขำได้ทุกรอบ

    เอ .. นี่ท่านป๋าสอเป็นใครสักคนปลอมตัวมาหรือปล่าวคะ หรือจะมีองค์มาประทับตอนเขียน ถึงได้ลื่นไหลยังกะปลาไหลเทอร์โบเชียว

    และขอขอบคุณมากนะคะที่กรุณาจัดมาเสิร์ฟให้ทันใจเช่นนี้ ข้าพเจ้าเข้ามาอ่านตอนบ่ายทีนึงแล้วล่ะ แต่ไม่ทันได้ส่งเสียงไว้ เพราะได้แต่ขำจนจุก อีกทั้งต้องรีบลุกไปดูขนมในซึ้งที่นึ่งไว้ด้วยน่ะค่ะ

    ด้วยเดชะบุญแลกุศลในการเขียนให้คนบ้า ๆ บอ ๆ ได้อ่านในครั้งนี้ ขอให้เหล่ามารสาวในนิทานก่อนตื่น จงมีสิริโฉมงดงามยิ่ง ๆ ขึ้นไปด้วยเทอญ

    สาธุ

    .
    .

    สวัสดีค่ะท่านรอง ฯ Z

    วันนี้ยะก๋านยะงานเหมือนเคยแม่นก่อเจ้า ?
    ขอฮื้อม่วนอ๊กม่วนใจ๋บ่ได้ขาดเน้อหมู่เฮา

    .
    .

    สะวีดัด สวัสดีค่ะท่านสหาย (…)

    ข้าพเจ้ากลับเข้าสำนักแล้วจ้า
    เชิญท่านทัศนา “นิทาน ฯ” ตามลำบากเจ้าค่ะ

    .
    .

    สุขี สุโข สุขัง
    หากใครคันหลัง ขอให้มีคนช่วยเกา .. เพี้ยง !

    -จขบ.-😀

  48. สวัสดีค่ะท่านประธาน

    ขอบคุณค่ะท่าน วันนี้ข้าพเจ้ามาทำงานค่ะ
    แต่พรุ่งนี้ได้หยุดหนึ่งวัน

    สุขสันต์วันหยุดนะคะ

  49. อะฮ้า !!

    คนบ้างานอย่างท่านรอง ฯ นี่ จะหยุดอยู่กับที่ไหวหรือคะ ?
    มามะ มาช่วยข้าพเจ้าทำขนมไทยกันเถอะค่ะ
    รับรองเลยว่าโหด มัน ฮา และอาหร่อยจริง ๆ

    55555555+

  50. นิทานก่อนตื่น : สามดรุณีและปีศาจอีกตน (ตอนที่ 22)

    .
    .

    นางมารมะลิดอกเหลืองอ๋อยเห็นลูกน้องของตนเสียท่าต่อเรนทร์หมดสิ้นแล้ว ให้รู้สึกคลั่งแค้นใจเหลือประมาณ นางดึงอาวุธชนิดหนึ่งออกมากุมกระชับมั่น มันเป็นอาวุธที่แปลกประหลาดมาก ลักษณะเหมือนดอกบัวตูม หากแต่ก็คล้ายพู่กันเหล็กอยู่หลายส่วน

    “เจ้ามีดีอันใดจงแสดงออกมาให้สิ้น” นางกล่าวพลางย่างสามขุมเข้าใส่เรนทร์ “ข้าจะไม่อ่อนข้อให้เจ้าอย่างเด็ดขาด และอย่าได้คิดว่าข้าจะอ่อนด้อยเหมือนบริวารพวกนี้”

    เรนทร์ใช้พัดเทวราชโบกพัดให้ตนเองอย่างปลอดโปร่ง ยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก แล้วกล่าว “เชิญเลยแม่นาง เชิญท่านก่อน” เขาช่างเป็นสุภาพบุรุษให้เกียรติสุภาพสตรีลงมือก่อนถึงเพียงนั้น

    ทว่าก่อนที่นางจะทันได้ลงมือ…

    .
    .

    ภาพตัดวืดไปยังทิศตะวันตกของคุ้มสี่สาวเทเวศ…

    “เจ้านาย เจ้าน๊าย เจ้านาย” สมุนมารผู้หนึ่งละล่ำละลักเข้าไปหานางมารเจี๊ยบๆ ตัวขาวจั๊ว ซึ่งนั่งอยู่เหนือบัลลังก์บนตำหนักแห่งหนึ่ง อยู่ข้างๆ เล้าไข่มาร และที่คุมขังแม่ผีเสื้อราตรีนั้น

    เมื่อบริวารผู้นั้นมาหมอบอยู่ตรงหน้า นางก็เผยอปากขึ้นแต่น้อยเอาแค่พองาม ถามออกไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “อันใดหรือ เจ้ามีอันใดมาบอกกล่าวต่อข้า”

    “ที่บริเวณหน้าคุ้มเจ้าค่ะ เจ้านายขา…” นางเล่าพลางเว้นจังหวะเพื่อหอบหายใจ “เกิดการต่อสู้กันใหญ๊ญ๊ญ๊ เลยเจ้านายขา”

    “เอ๋…” นางฉงน “เจ้าว่ายังไงนะ” ถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ

    “นายหญิงเคโรน กับนายหญิงพิเดเลี่ยน เจ้าค่ะ กำลังต่อสู้กับใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเขาเก่งมากกกกกก เลยคะเจ้านายขา อ้อ รูปก็หล๊อหล่อ” นางบิดมือม้วนตัวไปมาขณะพูด

    “ให้น้อยหน่อย เขาเป็นศัตรูของพวกเรานะ” จอมมารดุบริวาร “พวกมันมากี่คน” นางถามต่อ

    “ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่อิฉันเห็นแค่คนเดียวนะเจ้าคะ”

    ยังไม่ทันที่บริวารผู้นั้นจะได้รายงานเพิ่ม บริวารอีกผู้หนึ่งก็วิ่งละล่ำละลักขึ้นมาบนตำหนักเหมือนกันแล้วรีบรายงานว่า “อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ดดดด เจ้านายเจี๊ยบๆ เจ้าขาาาาาา” เธอลากเสียงหลงด้วยความตกใจ “เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะเจ้านาย…”

    “มีอันใดอีกหรือ?” นางถามด้วยอาการสงบ

    “ที่ตึกคลังกับตึกเสบียงเจ้าค่ะ มีคนลอบเข้ามาวางเพลิง” ลูกสมุนรายงานพลางหอบหายใจพลาง

    “ก็มีน้องหญิงมะลิเหลืองดูแลอยู่แล้วนี่นา ไม่น่าจะมีใครเข้ามาทำอะไรเยี่ยงนั้นได้” เธอถามเพื่อให้แน่ใจว่าลูกน้องของเธออยู่บริเวณนั้นหรือเปล่า

    “ใช่เจ้าค่ะ นายหญิงมะลิเหลืองก็อยู่ ซ้ำยังพาลูกน้องสู้กับเจ้าโจรนั่นด้วย…แต่…แต่…”

    “มีอันใดก็รีบว่ามา ไยต้องอึกอักต่อหน้าข้า”

    “แต่…แต่สู้ไม่ได้เลยเจ้าข้า ลูกน้องของนางเสียชีวิตหมดแล้ว”

    “ฮ้า…มันร้ายกาจปานนั้น” นางนึกไม่ถึงว่าศัตรูจะมีวรยุทธ์สูงเยี่ยมเยี่ยงนั้น “พวกมันมากันกี่คนล่ะ”

    “มาคนเดียวเจ้าค่ะ ข้าได้ยินชื่อมันแว่วๆ ว่า พิเรนทร์ๆ อะไรสักอย่างนี่แหละเจ้าข้า”

    “อืมม…เป็นมัน ข้านึกไม่ถึงว่าพวกมันจะมาไม้นี้ นับว่าแผนของพวกมันไม่เลว” นางมารเจี๊ยบๆ รู้ตัวว่าคำนวนผิด หะแรกเมื่อเห็นรอยเท้าของพิตต์มาป้วนเปี้ยนแถวๆ เล้าไข่มาร และที่คุมขังแม่ผีเสื้อราตรี เธอคิดว่าพวกเขาคงจะบุกเข้ามาทางด้านนี้เพื่อมาทำลายไข่มารและช่วยตัวประกันออกไปมากกว่า ไม่คิดว่าพวกเขาจะลงมืออุกอาจเข้ามาทางหน้าคุ้ม และบุกเข้าไปเผาคลังเสบียงของพวกนางเยี่ยงนี้

    “เอาล่ะ เราจะไปหน้าคุ้มบัดเดี๋ยวนี้ ให้เตรียมเกี้ยวด่วน” นางสั่งบริวารด้านขวามือ แล้วหันไปสั่งบริวารด้านซ้ายว่า “ส่วนพวกเจ้า ให้อยู่ดูแลรังไข่ของเราเอาไว้ให้ดี ห้ามให้ใครเข้ามาทำลายได้เป็นอันขาด เข้าใจไหม”

    “รับทราบนายหญิง” พวกนั้นรับพร้อมเพรียงกัน

    .
    .

    ฝ่าย โด้ – ลีโอนาโด้ ของเราเล่า ได้ลอบเข้ามาถึงบริเวณที่คุมขังแห่งนี้นานแล้ว หากแต่เฝ้ารออยู่ด้วยใจกระวนกระวาย ด้วยพิตต์สั่งกำชับว่า ให้รอจนเห็นเพลิงไหม้ขึ้นในคุ้ม และรอให้กำลังพลที่คิดว่าน่าจะซุ่มซ่อนอยู่บริเวณนี้เป็นจำนวนไม่น้อยนั้น ยกกำลังออกไปช่วยดับเพลิงและช่วยกู้สถานการณ์ด้านหน้าคุ้มก่อน ค่อยให้เขาเข้าไปช่วยแม่ผีเสื้อราตรี และทำลายรังไข่มารของจอมมารเจี๊ยบๆ ด้วย

    ครั้นเห็นจอมมารนั่งเกี้ยวออกไป โดยมีลูกน้องตามไปเป็นขบวนใหญ่แล้ว เขาก็ลงมือทันที

    เขาปลดถุงผ้าที่สะพายออกมา เปิดออก หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งขึ้นมา อา… เป็นของสิ่งนั่นนี่เอง มันคือ…เพชรพิณทอง!

    ช่วงหลายปีมานี้ โด้ ซุ่มฝึกซ้อมดีดพิณมาอย่างหนักหน่วง สามารถดีดเป็นท่วงทำนองได้นับหมื่นพัน

    มาตรแม้นจะขับกล่อม ก็สามารถทำให้เคลิ้มหลับเยี่ยงเดียวกันกับปี่วิเศษของพระอภัยมณี

    มาตรว่าจะต่อสู้ ก็สามารถเล่นในท่วงทำนองเดียวกันกับ “เทพพิณพิฆาตแห่งหมู่บ้านเหมย” ซึ่งเป็นผู้บัญญัติ “เพลงพิณกระบี่เจ็ดสายไร้เงา” ที่บรรเลงเสียงไปถึงไหน คลื่นกระบี่จะแฝงไปกับเสียงเพลงได้ถึงเพียงนั้น

    ณ บัดนี้ ได้เวลาสำแดงเดชเพลงพิณ “กว่างหลิงซ่าน” แล้ว

    ว่ากันว่าเพลงนี้ มหากวีจีคัง ได้ขอบรรเลงด้วยจิตวิญญาณสุดท้ายก่อนถูกประหาร ณ ลานนอกประตูเมืองด้านทิศตะวันออกของเมืองลกเอี๋ยง แม้เพลงนี้จะไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง หากแต่วันนั้น ประชาชนทั้งใต้หล้าได้ประจักษ์แล้วว่า จีคังนี่แหละที่เป็นผู้บรรเลงบทเพลงนี้ได้ไพเราะที่สุด

    โด้ พรมนิ้วลงบนสายพิณทั้งเจ็ดสาย พลันอุปกรณ์ที่ดูภายนอกก็เป็นเพียงไม้ที่แข็งทื่อไร้ชีวิตจิตใจ กลับกลายเป็นมีจิตวิญญาณ!

    มันกู่ก้องกรีดร้องขึ้นด้วยท่วงทำนองรัดทด สะกดฝีเท้าของทุกรูปนามที่อยู่ในบริเวณนั้น ชั้นแม้แต่นกที่เกาะคอนอยู่บนยอดไม้ ก็เผลอหล่นสู่พื้นโดยมิรู้ตัว

    ความเศร้าสะเทือนของบทเพลงกว่างหลิงซ่านนี้ สร้างความสะทกสะท้อนให้ผู้ที่ได้รับฟังจนกลายเป็นความเคลิบเคลิ้มจมลงสู่ห้วงนิทรารมย์ในท้ายที่สุด

    เมื่อเห็นดังนั้น โด้ก็หยุดบรรเลงเพลง รีบเปิดประตูที่คุมขังเข้าไป ปราดแรกที่เขาเห็นแม่ผีเสื้อราตรีศรีสวาทสุดใจขาดดิ้น ที่ถูกทัณฑ์ทรมานอย่างแสนสาหัส จนร่างอรชรของเธอบอบช้ำด้วยริ้วรอยของการถูกเฆี่ยนตี พอเห็นดังนั้น น้ำตาของลูกผู้ชายชาตรีอกสามศอกพลันเอ่อท้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

    “โธ่ ทูนหัว” เขาพร่ำ “พวกมันช่างโหดร้ายกับเธอได้ถึงเพียงนี้” เขาค่อยๆ แก้มัดเธอออกมา วางศีรษะของเธอไว้บนตัก เพื่อบรรเลงเพลงปลุกปลอบให้เธอรู้สึกตัว

    คราครั้งนี้ พิณเจ็ดสายตัวนั้น พลันส่งเสียงออกมาในท่วงทำนองเพลง “ชำระใจใฝ่บริสุทธิ์” คลื่นเสียงพิณพลันสร้างมายาภาพคล้ายหยาดฝนแรกแห่งฤดูชิวเทียน ที่เริงระบำอยู่เหนือบึงน้ำใส บริเวณขอบบึงเล่าก็แวดล้อมไปด้วยพฤกษานานาพรรณ มีสกุณาเริงระบำท่ามกลางสายฝน จตุบททวิบาทเล่าก็รื่นเริงกับยอดหญ้าอ่อน

    และแล้ว…แม่ผีเสื้อราตรีก็ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาช้าๆ

    “เป็นท่าน…” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงอิดโรย

    เขาใช้มือปัดไรผมให้เธอเบาๆ อย่างนิ่มนวลด้วยความทะนุถนอม พลางกล่าวตอบว่า “ใช่…เป็นเรา”

    เขาค่อยๆ ประคองเธอขึ้น ถามว่า “น้องหญิง เจ้าพอจะเดินไหวไหม?”

    “ได้…ข้าพอเดินได้อยู่หรอก ได้ฟังเพลงของท่านแล้ว ข้าพลันมีเรี่ยวแรงขึ้นมาไม่น้อยเลย” นางกล่าว

    “อืม งั้นก็ดีแล้ว ไป ไปสมทบกับพิตต์และเรนทร์ที่หน้าคุ้มกัน” โด้พูดพลางประคองเธอออกเดินทาง ครั้นพอเดินไปได้หน่อยหนึ่ง เขาพลันนึกอะไรได้ จึงกล่าวว่า “น้องหญิง เจ้าจงอุดหูก่อนสักครู่เถิดนะ” เธอทำตามแต่โดยดี

    โด้ ยกพิณพิฆาตขึ้นกรีดนิ้วลงอีกครั้ง คราวนี้เป็นท่วงทำนองเพลง “กระบี่เจ็ดสายไร้เงา” สภาวะเพลงยิ่งมายิ่งเร่งร้อน กระชั้นถี่ บังเกิดเป็นม่านกระบี่พุ่งออกไปยังรังไข่มารที่มีไข่หลายใบวางอยู่ตรงนั้น คลื่นกระบี่กระแทกใข่ใบแล้วใบเล่าจนแตกหมดสิ้นทุกใบ โด้จึงหยุดบันเลงพิณ

    “ไปกันได้แล้วล่ะน้องหญิง” เขาช่วยประคองผีเสื้อราตรีออกเดินทางจากบริเวณนั้นไปทันที

    .
    .

    จบตอนที่ 22.

  51. ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้ ^__^

    สวัสดีวันตรุษจีนค่ะ
    ข้าพเจ้าน่ะไม่เกี่ยวอะไรกับเค้าหรอก
    ได้แต่อาศัยกินหมู กินไก่ของชาวบ้านเค้า หุหุ

    เรียนท่านประธาน
    ทำขนมอะไรบ้างคะท่าน ข้าพเจ้าสนใจช่วยกินค่ะ
    เพราะทำอะไรไม่เป็นกับเค้าเลย ^^”

    โอ้ ท่านเลขาฯ ที่เคารพ
    นี่ข้าพเจ้าคิดว่ากำลังอ่านนิยายจีนกำลังภายในอยู่เลยนะเนี่ย
    งานเขียนของท่านช่างร้ายกาจยิ่งนัก คาระวะ ^__^

    สุขสันต์วันหยุดค่ะ

  52. อื้อฮือ !
    ฮื้ออือ !
    อื้ออือ !

    ดูท่าศึกครานี้จะไม่ยืดเยื้อเสียแล้วกระมัง

    โธ่เอ๋ย ..
    โธ่ถัง ..

    ช่างน่าฉงฉานเจ้าชายน้อยกะสหายผู้เหงาใจจริง จริ๊งง

    .
    .

    สวัสดีวันตรุษจีนเช่นกันค่ะท่านรอง ฯ

    แม้ท่านไม่เกี่ยวก็ยังได้เอี่ยวในบรรยากาศอยู่บ้างนะคะ ส่วนตัวของข้าพเจ้านั้นไม่ได้เกี่ยวและไม่มีเอี่ยวใด ๆ กะเค้าสักติ๊ดเดียวเลยค่ะ

    สำหรับเมนูขนมวันนี้ ข้าพเจ้าทำขนมฟักทอง กะ ขนมสายบัวเจ้าค่ะ
    แล้วก็ทำก๋วยเตี๋ยวหลอดเป็นของว่างอีกหนึ่งอย่าง
    ถ้าสนใจจะทำให้พุงกางเชิญได้เลยนะคะ

    ชมน่ะฟรี
    แต่จะชิมนี่ต้องช่วยกันนวดแป้งค่ะ 55555+

    .
    .

    สุขสันต์วันหยุดเช่นกันค่า😀

  53. เมื่อก่อนข้าพเจ้าก็ไม่เกี่ยว ไม่เอี่ยว และไม่รู้เรื่องตรุษจีนหรอกค่ะ
    แต่มาอยู่นี่ทั้งเจ้านายและสภาพแวดล้อมมันใกล้ชิดจนต้องเอี่ยว ^^”

    ส่วนเรื่องนวดแป้งน่าจะทำได้อยู่ เพราะข้าพเจ้าน่ะถนัดใช้กำลังอยู่แล้ว หุหุ
    แต่ว่าตอนนี้คงต้องรบกวนท่าน นวดและชิมไปเองก่อนนะคะ ^__^

  54. สวัสดีวันจันทร์นะทุกโคนนนน

    สุขสันต์วันทำงานกันน้าาาาาา

    8)

  55. อรุณสวัสดิ์ค่ะ
    ท่านรอง ฯ และ ท่านเลขา ฯ ที่เคารพ อ๊บ ๆ

    สุขสันต์วันจันทร์แห่งชาติค่า
    -จขบ.-😀

  56. ข้าพเจ้าสบายดีตามอัตภาพค่ะท่าน ขอบคุณมากที่ถามไถ่
    แล้วท่านรอง ฯ เป็นอย่างไรบ้างคะ ?

    ^ ^

  57. ข้าพเจ้าก็สบายดีเช่นเดียวกับท่านค่ะ ^^”
    ยังไงท่านก็ระวังรักษาสุขภาพด้วยนะคะ

  58. ขอบคุณอีกครั้งนะคะท่าน

    ช่วงนี้เป็นระยะเปลี่ยนผ่านของอะไรหลาย ๆ อย่างรอบตัว อีกทั้งเป็นช่วงปลายเดือนที่มีอะไรให้จัดการเยอะแยะไปหมด ซึ่งคงลากยาวไปถึงราว ๆ กลางเดือนหน้า และแว่วว่าจะมีการเสด็จ ฯ ด้วยน่ะค่ะ จึงต้องเตรียมการอะไรต่อมิอะไรอีกหลายประการให้พรักพร้อม ชีวิตข้าพเจ้าจึงวุ่นวายเล็กน้อยถึงปานกลาง

    แต่ท่าทางท่านเองก็วุ่นมิใช่น้อยเช่นกัน ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ จะได้มีแรงสู้กับกองทัพธรรม(ดา) ร่วมกันอย่างมีชีวิตชีวากันต่อไป อิอิ

    .

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    😀

  59. ไม่ต้องมาแสร้งส่งสาส์นท้ารบเลย – ชิ!

    ส่งนิทานก่อนตื่นตั้งหลายตอนแล้ว

    เมื่อไหร่จะได้อ่านนิทานก่อนนอนบ้างล่ะเนี่ย?

  60. น่า ..

    ข้าพเจ้าจะเก็บ “นิทานก่อนนอน” ไปเขียนเป็นการบ้านนะคะ
    ตอนนี้ขอ “นิทานก่อนตื่น” มาอ่านอีกสักตอนสองตอนน๊า คนบ๊า คนบ้า

    .
    .

    ว่าแล้วก็ไปหลับรอดีกว่าเรา .. อิ อิ

    ฝันดีค่ะ😀

  61. สวัสดีวันซึมๆ ค่ะ

    ขอให้ท่านประธานผ่านช่วงยุ่งๆ ด้วยความเรียบร้อยนะคะ
    ส่วนข้าพเจ้าน่ะ ยังยุ่ง(กับงาน) และวุ่นวาย(กับคน)อีกนานเลยค่ะ

    สวัสดค่ะท่านเลขฯ
    ยุ่งเหมือนคนอื่นๆ หรือเปล่าคะท่าน

    สุขสันต์วันเซ็งๆ ค่ะ ^^”

  62. เอ๋ ?!?!

    พักนี้เหตุการณ์ที่ทำงานของท่านรอง ฯ Z ไม่ปกติหรือคะ ?
    ลมฟ้าอากาศแปรปรวนหรืออย่างไร ?

    ตั้งสติให้มั่นไว้นะคะ
    ยิ้ม ๆ ค่ะ😀

  63. ช่วงนี้หน้างานอย่างที่เคยบอกค่ะท่านประธาน เลยยุ่งๆ

    ส่วนสถานการณ์ทีทำงานของที่นี่แบบนี้ถือว่าปกติค่ะ
    (แม้คนอื่นจะมองว่าผิดปกติ 555+)
    แบบว่าพนักงานของที่นี่ไม่ปกติกันสักคน หุหุ

    อากาศแปรปรวน หรือจะสู้อารมณ์ปรวนแปร เหอ เหอ – -”

    ยังไงก็ขอบคุณค่ะท่าน สู้ๆ เช่นกันค่ะ ^__^

  64. สวัสดีขอรับท่านประธาน

    อืมมม

    งึมงำ งั้นรึ?

    งี้ก้อ…

    ถั่วงา

    ถั่วงา

    ถั่วงา

    .
    .

    สวัสดีท่านรองฯ

    เกล้ากระผมก็เรื่อยๆ ล่ะครับ
    ไม่ยุ่งมาก ไม่ว่างน้อย พอดี๊ พอดี
    ยังไงเสียก็ขอให้ท่านรองฯ ผ่านวันเซ็งๆ ผ่านช่วงชีวิตซึมๆ ไปด้วยดีนะขอรับ

    .
    .

    ว่าแต่ว่า…

    ยัยหมิวล่ะ

    หม่องเอ้ยยยย

    แม่กรรมกรอยู่ไหม?

  65. อืม .. ข้าพเจ้าเชื่อค่ะ
    เชื่อว่าพนักงานแถวนั้นไม่ปกติเลยสักคนเดียว
    ก็ดูแต่ท่านรอง ฯ แห่งสมาคมนี้เป็นต้นสิน่ะ ปกติกะเค้าโตงหนายล่ะนั่น
    555+

    แต่เห็นไม่ปกติอย่างนั้นก็เหอะนะ
    บทจะคมขึ้นมาแม่นางก็คมในคำ คมในความคิดได้ไม่เลวเลย

    “อากาศแปรปรวน หรือจะสู้อารมณ์ปรวนแปร”

    อื้อฮือ .. เจ๋งเป้ง !

    .
    .

    สวัสดีค่ะท่านเลขา ฯ ป๋าสอ

    จะไปดำนา เอ้ย ! ไปดำน้ำที่ไหนหรือคะ ?
    5555555+

  66. 5555+
    ข้าพเจ้าเผลอปล่อยตัวปลอมออกไปหรือท่าน ^^”

    ข้าพเจ้าเนี่ยผิดปกติกว่าคนอื่นเค้าเลยรู้ไหมคะท่านประธาน
    ส่วนอารมณ์ก็อ่อนไหวผิดมนุษย์เค้า แต่ว่าปรวนแปรไม่บ่อยนะคะ หุหุ

    เรียนท่านเลขาฯ
    ยุ่งพอดี พอดีแบบนี้ งั้นก็มีเวลาเขียนนิทานเรื่อยๆ เหมือนกันล่ะสินะ อิอิ

  67. เขาว่ากันว่า (( เขาไหนหว่า ? ))

    “ศิลปินมักมีอารมณ์อ่อนไหวผิดมนุษย์มนาเสมอ”

    ที่ท่านรอง ฯ เป็นเช่นนั้นคงเพราะท่านเป็นศิลปินน่ะค่ะ ช่วงที่อ่อนไหว ก็เป็นช่วงที่ใคร ๆ เค้าเรียกว่า “ต่อมติสท์แตก” นั่นเอง

    5555555+

    .
    .

    ระหว่างรอ “นิทานก่อนตื่น” จากท่านป๋าสออยู่นั้น
    มาอ่าน “นิทานก่อนนอน” ไปพลาง ๆ ก่อนละกันเนาะ

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s