ไม่มีสิ่งไหน

บ่ายวันฝนพรำ ..

ช่วงนี้มีเรื่องวุ่นหลายอย่าง สนุกดีค่ะ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำไปทีละเรื่อง เดี่ยวมันก็ผ่านไป หลังจากไปวัดอัมพวันกลับมาครั้งล่าสุด พบว่าตัวเองสามารถผ่านเรื่องราวเหล่านั้นมาได้ดีเกิดคาด

เรื่องดี ก็รับรู้ได้รวดเร็วว่า ดี

เรื่องไม่ดี ก็รู้ได้(เกือบ)ทันทีว่า ไม่ดี
‘ตัวรู้’ นี่น่าอัศจรรย์จริงๆ

.

วันนี้อยู่เวรค่ะ

รู้ตัวดีว่าอยู่ทำงานอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก
ถ้าตามดูก็รู้ว่า ฟุ้งไปโน่น นั่น นี่อยู่เสมอ
ไปไกลบ้าง ใกล้บ้างตามประสา  

.

เฮ้อ .. วุ่นวายแท้ (( ฮา ))
ไปฟังเพลงกันดีกว่า ‘ไม่มีสิ่งไหน’ ค่ะ

12 comments

  1. แวะมาฟังเพลงเพราะๆ

    และเวลคัมแบคโฮล์มจ้า

  2. ขอบพระคุณมากค่า

    จะว่าไปแล้ว แต่ละครั้งที่ได้ลงไปประชุมที่กรุงเทพ ฯ มักจะมีเหตุการณ์เกี่ยวเนื่องในเรื่องการเมืองไม่มากก็น้อยจริงด้วยนะคะ

    ครั้งนี้ก็เช่นกัน มีโอกาสไปประชุมในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งส.ส. จากขาไปที่เที่ยวรถถูกยกเลิกเนื่องจากน้ำท่วมหนัก กระทั่งถนนถูกตัดขาดจนไม่สามารถเดินทางได้ แต่ด้วยหน้าที่ ทำให้ต้องหาทางเดินทางไปร่วมประชุมให้ได้ เมื่อถึงขากลับได้พบกับพายุผู้คนที่ต่างหลั่งไหลเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เพื่อไปเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก แม้ไม่ถูกยกเลิกเที่ยวเดินรถ (ที่แสนจะหายาก)แต่ก็ได้นั่งรอรถซึ่งไม่สามารถฝ่าการจราจรเข้ามารับผู้โดยสารได้อยู่ราวสองชั่วโมงครึ่ง

    เป็นการรอคอยที่ได้เรื่องดีค่ะ เพราะได้ฉวยโอกาสนี้นั่งอ่านหนังสือจบไปสองเล่มกว่าๆ .. อิอิ

    .
    .

    ส่วนวันนี้
    เป็นคุณแจ๋วอยู่ที่บ้านทั้งวัน ทำเอาหมดแรงเลยค่ะ
    5555+

    ขอบคุณอีกครั้งค่า
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

    ^^

  3. สวัสดีทั้งสองท่านค่ะ

    งืมๆ งำๆ – -”

    ช่วงนี้ข้าพเจ้าไม่ค่อยมีสติ บางทีก็ทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว
    บางครั้งก็ทำไปตามอารมณ์ โอ้ยยยย ช่วยข้าพเจ้าด้วย T__T

    แวะมาบ่นค่ะ -*-

  4. โอ้ยยยย ..

    (( มาตะโกนเป็นเพื่อนค่า 55555+ ))

    .
    .

    อ๊ะ ๆ .. อย่าเพิ่งค้อน อย่าเพิ่งเคืองกันเด้อค่ะ ที่ท่านทำมา และเป็นอยู่นั้นใครๆ เค้าเป็นกันทั้งบ้านทั้งเมือง นอกจากข้าพเจ้าแล้วท่านยังมีเพื่อนที่ออกอาการอย่างว่าอยู่ทั่วไปค่ะ

    ขอรับรองด้วยเกียรติของประธานฯ เลยอ่ะ
    จริง จริ๊งงง ..

    เอาน่า ท่านรองฯ คิดเสียว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา ชิลๆ ไปละกัน แล้วสักวันท่านจะเก็ท จะเข้าใจได้เองว่า มันเรื่องทำมะด้า ธรรมดา อารมณ์อย่างว่าผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

    เมื่อเห็นและเข้าใจแล้ว ท่านจะรู้เท่าทันและไม่ทำอะไรไปตามมันอีกต่อไป

    เป็นไง ? ไม่ยากเลยใช่ไหมคะท่าน ?
    ใช่ค่ะ พูดน่ะไม่ยากสักนิด แต่ตอนจะลงมือทำนี่สิคะ .. อย่าให้เซดเลย

    55555+

    .
    .

    เอ .. ว่าแต่ “ทำตามอารมณ์” ที่ว่านั้น ท่านทำอะไรลงไปหรือคะ ?
    อย่าบอกเชียวนา ว่าท่านเที่ยวไปหักอกใครเค้าเข้าอ่ะ .. บาปนะคะนั่น

    ^0^

  5. สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะคุณ ขอให้มีความสุขมากๆ นะจ๊ะ

    .

    .

    ท่านรองฯ

    โอ้ ใครก็ช่วยไม่ได้หรอกครับ ตนต้องช่วยตนเท่านั้น

    เอาน่า…สู้ๆ นะครับ

  6. ผมเอาบทความเกี่ยวกับ “ความคิด” มาฝากคุณแซดด้วยครับ เผื่อไม่ได้เข้าไปอ่านในก้าวรอก้าวที่ วินทร์บุ๊คคลับ น่ะครับ

  7. คิด………………………….โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

    .

    .

    ไม่ต้องคิดให้ลึกซึ้งหรอกครับ ที่จริงแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรียบง่ายมาก ง่ายจนกระทั่งผมเองก็แปลกใจว่าทำไมตอนแรกผมถึงคิดไม่ตก

    ก็เรื่องชื่อของบทความนี้แหละครับ ผมคิดธีมการเขียนคร่าวๆ เอาไว้ว่า จะเขียนเกี่ยวกับเรื่องของความคิด ตั้งแต่การ ‘คิดได้’ แล้วก็ ‘คิดไม่ถึง’ กระทั่ง ‘ถึงความคิด’

    เมื่อได้ธีมแล้ว คราวนี้ก็มาถึงชื่อของบทความดังว่า ผมคิดไปเรื่อย ครับใช่ ‘คิดไปเรื่อย’ คือตัวเลือกหนึ่งของชื่อบทความนี้ จากนั้นก็เป็น ‘คิดไปเอง’ ‘คิดไม่ถึง’ หรือจะตีลังกาใส่เกลียวใหม่เป็น ‘ไม่ถึงความคิด’ ดีหนอ
    อ้อ แล้วถ้าเป็น ‘คิดเรื่อยเปื่อย’ ล่ะ พอได้คำว่าคิดเรื่อยเปื่อย ถ้าจะให้เก๋ไก๋ แปลกแหวกแนวออกไป งั้นเป็น ‘คิดเปื่อยๆ’ ดีกว่า เพราะคำนี้ก็สื่อถึงอะไรที่ไร้สาระ เปื่อยเน่า เข้าท่าดี

    คิดไปคิดมา ไหนๆ ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิด ถ้างั้นก็ตัดคำนำหน้าและคำตามหลังออกให้หมดเหลือไว้แต่เนื้อดิบๆ ว่า ‘คิด’ นี่ล่ะ สั้นและเรียบง่ายดี

    .

    .

    -คิดได้-

    .

    ผมเก็บความคิดนี้ได้จากคัมภีร์เทวดา ที่ปรมาจารย์กิมย้ง ประพันธ์เอาไว้ในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร

    ยังจำกันได้ไหม? ที่เหล่าจอมยุทธ์ ทั้งวิญญูชนจอมปลอม จอมกะล่อนนอกกำแพงใหญ่ และใครๆ ต่างล้วนปรารถนา ‘คัมภีร์ปราบมาร’ ด้วยกันทั้งนั้น

    จากการได้คิด ผมเลยคิดได้ว่า บทประพันธ์เรื่องนี้กิมย้งได้แยกแยะโลกกับธรรมออกจากกันให้เห็นส่วนสุดทั้งสอง

    สุดยอดเคล็ดวิชาทางโลกคือคัมภีร์ทานตะวัน ว่ากันว่าถ้าใครได้ครอบครองแล้วฝึกฝนกระบวนยุทธ์ในนั้นจนสำเร็จ จะทำให้เป็นยอดคน เก่งกาจแม้แต่ภูตผีเทวดาต้องยอกรวันทาให้ (เว่อซะ อย่าลืมว่านี้เป็นเรื่องที่ผมคิดไปเองนะครับ) ทว่าผู้ที่จะฝึกวิชานี้สำเร็จได้ ต้อง ‘ตอน’ ตัวเองเสียก่อน ซึ่งประมุขแห่งผาไม้ดำ ตงฟางปุ๊ป้าย ฝึกได้สำเร็จ ส่งผลให้เขาเก่งกาจจนได้สมญานามว่า ‘บูรพาไม่พ่าย’ แต่ท้ายที่สุด ด้วยความที่เจี๋ยนความเป็นชายออกไปก็เลยเพี้ยนกลายเป็นตุ๊ด ทำอะไรหลุดลุ่ย ประเภทที่คนในวงการตุ๊ดด้วยกันเรียกว่า ‘แต๋วจัดเต็ม’

    ด้านฝ่ายธรรมะเล่า ผมคิดไปเองอีกว่า หลวงจีนผู้คิดค้นและบัญญัติเคล็ดวิชานี้ขึ้นมา กระทั่งจารมันเอาไว้ในผ้าจีวรซึ่งรู้จักกันในนาม ‘คัมภีร์ปราบมาร’ นั้น ต้องการจะเขกกบาลอันธพาลทั้งหลายที่ชอบใช้กำลังทุบตีกันแล้วเปลี่ยนชื่อพรรคพวกของตนเองเสียใหม่เป็น ‘ชาวยุทธ์’ ว่า “ไอ้ทิดเอ๋ย หากเอ็งอยากจะเจ๋งจริง เป็นยอดคนแล้วไซร้ ให้โกนเกล้าเข้าบวชในพระพุทธศาสนา ตัดละเรื่องกามมารมณ์ที่เป็น ‘ต้นตอ’ ออกไปจากตัว จงใช้จีวรอันเป็นธงชัยแห่งองค์อรหันต์ที่สมเด็จพระบรมศาสดาประทานเอาไว้ห่อหุ้มกายเสีย แล้วบำเพ็ญเพียรปราบมารตัวผาดผยองของตนลงให้ได้ เมื่อนั้น เอ็งจะเป็นยอดคนในภพทั้งสาม ที่แม้แต่ภูตผีเทวดายังต้องวันทาสาธุการ เอ็งจะกลายเป็นเซียนที่เลิกเสี้ยนในเรื่องแผลงๆ”

    โธ๊ะ! – สุมาเต๊อะพ่อใหญ่กิมย้ง – เจ๋งบ่ะเฮ้ย!

    .

    .

    -คิดไม่ถึง-

    .

    (ก่อนจะอัญเชิญคำเทศน์ขององค์หลวงปู่ดูลย์ อตุโล แห่งวัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ มาในบทความนี้ ผมขอกราบแทบบาทองค์หลวงปู่สามครั้ง หากกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ของผม จะผิดพลาดไป ทั้งในตอนต้นและตอนสุดท้ายของบทความ ก็ขออย่าให้กระเทือนใดๆ ถึงธรรมขององค์หลวงปู่ และขออย่าได้มีกรรมเวรใดๆ ด้วย เพราะผมเขียนออกไปด้วยเจตนาหวังว่าจะก่อแรงกระทบ เป็นเชื้อความเชื่อให้จิตแต่ละดวงได้กระเทือนกลับมารู้ตัวของตน อันจะเป็นผลให้เกิดสติ ที่จะเติบโตเป็นการปฏิบัติตามแนวมรรคอันเป็นสัมมาในลำดับต่อไป)

    .

    .

    “พระพุทธเจ้าทั้งปวงและสัตว์โลกทั้งสิ้น ไม่ได้เป็นอะไรเลยนอกจากเป็นเพียง ‘จิตหนึ่ง’ นอกจากจิตหนึ่งแล้วไม่ได้มีอะไรตั้งอยู่เลย จิตหนึ่งซึ่งปราศจากการตั้งต้นนี้ เป็นสิ่งซึ่งไม่ได้เกิดขึ้น และไม่อาจถูกทำลายได้เลย

    มันไม่ใช่สิ่งของมีสีเขียวหรือสีเหลือง และไม่มีทั้งรูป ไม่มีทั้งการปรากฏ มันไม่ถูกนับรวมอยู่ในบรรดาสิ่งต่างๆ ที่มีการตั้งอยู่ หรือไม่มีการตั้งอยู่ ไม่อาจจะลงความเห็นว่าเป็นของใหม่หรือของเก่า มันไม่ใช่ของยาว ของสั้น ของใหญ่ ของเล็ก

    ทั้งนี้ เพราะมันอยู่เหนือขอบเขต เหนือการวัด เหนือการตั้งชื่อ เหนือการทิ้งร่องรอยไว้ หรือแม้การเปรียบเทียบทั้งหมดทั้งสิ้น

    จิตหนึ่งนี้เป็นสิ่งซึ่งเราเห็นว่าตำตาเราอยู่แท้ๆ แต่จงลองไปใช้เหตุผล (ว่ามันเป็นอะไร เป็นต้น) กับมันเข้าดูซิ เราจักหล่นไปสู่ความผิดพลาดทันที สิ่งนี้มันเป็นเหมือนกับของว่าง อันปราศจากขอบทุกๆ ด้าน ซึ่งไม่อาจหยั่งหรือวัดได้

    จิตหนึ่งนี้เท่านั้นเป็นพุทธะ ไม่มีแตกต่างระหว่างพุทธะกับสัตว์โลกทั้งหลาย เพียงแต่ว่าสัตว์โลกทั้งหลายไปยึดมั่นต่อรูปธรรมต่างๆ เสีย และเพราะเหตุนั้น เขาจึงแสวงหาพุทธะจากภาวะภายนอก การแสวงหาของสัตว์เหล่านั้นนั่นเองทำให้เขาพลาดจากพุทธภาวะ การทำสิ่งนี้เท่ากับการใช้สิ่งที่เป็นพุทธะให้เที่ยวแสวงหาพุทธะ และการใช้จิตให้เที่ยวจับฉวยจิต แม้ว่าเขาเหล่านั้นจะพยายามถึงสุดความสามารถของเขาอยู่ตั้งกัปหนึ่งเต็มๆ เขาก็จะไม่สามารถลุถึงพุทธภาวะได้เลย

    เขาไม่รู้ว่า ถ้าเขาเองเพียงแต่หยุดความคิดปรุงแต่ง และหมดความกระวนกระวายเพราะการแสวงหาเสียเท่านั้น พุทธะก็จะปรากฏตรงหน้าเขา เพราะว่าจิตนี้ก็คือพุทธะนั่นเอง พุทธะก็คือสิ่งมีชีวิตทั้งหลายทั้งปวงนั่นเอง สิ่งๆ นี้ในเมื่อปรากฏอยู่ที่สามัญสัตว์ จะเป็นสิ่งเล็กน้อยก็หาไม่ เมื่อปรากฏอยู่ที่พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะเป็นสิ่งใหญ่หลวงก็หาไม่”

    .

    .

    เมื่อแรกที่ผมได้อ่านธรรมะกัณฑ์นี้ของ หลวงปู่ดูลย์ อตุโล จากหนังสือ จิตคือพุทธะ นั้น รู้สึกทึ่งต่อธรรมะที่แสนจะตรงและเรียบง่ายขององค์หลวงปู่ ยิ่งได้อ่านต่อไป ผมยิ่งนับถือศรัทธา เพราะว่าไม่เพียงหลวงปู่จะอธิบายถึงจิตได้อย่างละเอียดละออเท่านั้น แต่ท่านได้อธิบายไปถึงบทปฐมอันเป็นจุดกำเนิดของสิ่งทั้งปวง ว่ารูปกับนามนี้ก่อเกิดขึ้นมาจากความว่างเป็นเอกภพทั้งหลายนี้ได้อย่างไร มันมีกระบวนการสร้างตัวเองและสร้างสิ่งทั้งปวงอย่างไร เข็มนาฬิกาที่เริ่มจับเวลาจุดแรกสุดแห่งการเดินทางอันยาวไกลของเอกภพนั้น มันเริ่มกระดิกตั้งแต่เมื่อไหร่

    และคำว่า “อยู่เหนือกฎของการกินเนื้อที่” ของหลวงปู่ ทำให้ผมนึกไปถึงนักวิทยาศาสตร์กลุ่มใหญ่ที่กำลังดำเนินโครงการเซิร์น เดินเครื่องเร่งอนุภาคเพื่อเสาะหาอนุภาคต้นกำเนิด หรือที่ตั้งชื่อของมันเอาไว้ล่วงหน้าแล้วว่า อนุภาคพระเจ้า ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าพบมันเมื่อไหร่ จะทำให้เข้าใจกระบวนการก่อกำเนิดของเอกภพและสิ่งทั้งหลายทั้งปวง

    ก็ในเมื่อภาวะแห่งความว่างล้วนมีอยู่ เป็นอยู่ ทว่าคนเรากลับไปสร้างเครื่องมือซึ่งนอกจากจะใหญ่โตแล้วยังสลับซับซ้อนมากมาย เปรียบประดุจความวุ่นอันโอฬาร เพื่อจะไล่จับความว่างดังว่า ค่าของความเป็นไปได้จึงเท่ากับศูนย์

    ครับ ใช่ หากใช้เครื่องมือที่พระพุทธองค์ทรงประทานเอาไว้ มาค้นคว้าเรื่องการกำเนิดของสิ่งทั้งปวงแล้ว คงเป็นเรื่องที่เรียบง่ายมาก นั่นคือเลิกใช้เหตุผลในทางความคิดหรือทฤษฎีต่างๆ เสีย เพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนคือมายาของจิต มันมีเล่ห์เพทุบายหลอกลวงจิตให้ลุ่มหลงและหลับใหลไปกับมัน ซึ่งคนเรา ‘คิดไม่ถึง’ เลยทีเดียวว่ามันจะแยบยลไปได้ถึงเพียงนั้น

    ‘ไม่คิดจึงถึง’ นี้เป็นเคล็ดลับที่เรียบง่ายมาก แต่กระบวนการที่จะต่อสู้กับความคิดจนเข้าใจว่ามันคืออะไร มันเกิดมาจากไหน กระทั่งควบคุมใช้งานมันได้ตามต้องการ ให้มันหยุดเมื่ออยากจะอยู่กับความว่างก็ได้ จนว่างเสมอแม้เมื่อตอนที่มันปรากฏอยู่ต่อหน้า และถึงที่สุดของความว่างนั่นคือว่างไปหมดซะทุกเรื่องแม้แต่กับความว่างเองนั้นก็ด้วย เป็นเรื่องลำบากยากเย็น ไม่ง่ายเลย

    .

    .

    -ถึง…ความคิด-

    .

    ถึง…ความคิดทั้งหลาย
    ได้ไหม? ขอร้องได้ไหม?
    โปรดปล่อยใจให้ว่างบ้าง
    เจ้าใช้แส้ รัก – ชัง เฆี่ยนหลังจิต
    กลางวันพาเต้นเป็นผีบ้า
    สิ้นสนธยาก็พาไปสู่ฝัน
    อะไรกัน? เจ้าช่วยไม่ได้กระนั้นหรือ?
    เพราะล้วนคือการหลับใหลของใจ…ที่ไม่ยอมตื่น
    ตื่น? ตื่นยังไง?
    ก็ตื่นไง
    ตื่น?
    ตื่น!

    .

    .

    .

    -คม-

    .

    การอ่านหนังสือเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการเข้าถึงความรู้ หนังสือไม่ใช่คำตอบสุดท้าย อย่างไรก็ตามเท่าที่ใช้ชีวิตมาบนโลกนี้ก็ไม่น้อย ผมพบว่าหากรู้จักอ่าน หนังสือสามารถช่วยขยายมุมมองของเรา และนำพาไปสู่ความรู้ได้ การปฏิเสธที่จะอ่านหรือรับรู้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ก็เป็นอวิชชาอย่างหนึ่ง คนที่ยิ่งรู้มากยิ่งไม่ปฏิเสธความรู้จากคนอื่น และคนที่รู้จริงมักไม่ค่อยพูดมาก

    .

    .

    -ขำ-

    .

    “ฤดูผสมพันธุ์”

    เบญจเพส (=25) สะกดด้วย ส. เสือครับ
    ถ้าสะกด “เบญจเพศ” จะมีความหมายว่า ห้าเพศ ซึ่งอาจจะเกิดจากการผสมพันธุ์กันของสิ่งมีชีวิตห้าสายพันธุ์ที่ไม่น่าเป็นไปได้ในทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นได้ในทางการเมือง นั่นคือ เสือ สิงห์ กระทิง แรด และ ***

    .

    .

    วินทร์ เลียววาริณ

  8. สวัสดีค่ะท่านพี่ทั้งสอง

    ช่วงนี้ข้าพเจ้าเหนื่อยๆ ยังไงไม่รู้แฮะ อาจเพราะคิดเยอะ เดินทางบ่อย
    และอะไรอีกมากมายก็ไม่รู้ ตอนนี้กำลังปั่นงานอย่างบ้าคลั่ง – -”

    แล้วข้าพเจ้าจะเข้ามาอ่านบทความที่่คุณสิญจน์ นำมาฝากนะคะ

    ขอบคุณมากมายค่ะ T__T

    สุขสันต์วันใช้แรงงานค่ะ

  9. สวัสดีค่ะท่านรอง ฯ Z2you

    พยายามเข้านะคะ และถ้าเหนื่อยนักก็หยุดพักให้หายสักครู่เถิดค่ะ
    เป็นกำลังใจและเอาใจช่วยอยู่เสมอค่า

    วันนี้มีเพลง (เก่าถึงเก่ามากๆ) มาฝากด้วยค่ะ

    ยิ้มๆ ค่ะ😀

    1. แวะมาทัก แวะมาพัก ^^”

      ขอบคุณสำหรับเพลงนะคะ ไม่เก่าหลอกค่ะ ข้าพเจ้าเคยฟัง อิอิ

      1. วาวๆๆ ..

        งั้นเราก็รุ่นราวคราวเดียวกันสิคะเนี่ย .. 555+

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s