ซินจ่าวเวียดนาม : เว้

สวัสดีวันฟ้าใสค่ะ

หลังจากฝนกระหน่ำอย่างหนัก ทำให้ความขมุกขมัวบนท้องฟ้ามาแรมเดือนหายไป บรรยากาศปลอดโปร่งได้ใจจริงๆ  แม้จะมีเศษซากของความเสียหายให้เห็นอยู่ทั่วไป แต่ฉันก็รู้สึกโล่งใจที่พายุได้มาถึงและผ่านไปเสียที

ก่อนเข้าเรื่องเมือง Hue ต่อจากที่ค้างไว้  ต้องออกตัวก่อนว่าที่เล่าเรื่องราวเสียละเอียดยิบ อย่างที่คุณสิญจน์ สวรรค์เสกแซวไว้นั้น ก็เผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับผู้ที่เตรียมตัวไปเที่ยวเวียดนามบ้างน่ะค่ะ (( เอาบุญๆ ))

ครั้งก่อนฉันเล่าค้างไว้ที่ อาคารหลัง Citadel อีกฟากหนึ่ง ซึ่งก็คือที่นี่ค่ะ

ด้านในสีสันจัดจ้านมาก



หลังจากออกจาก Citadel ไกด์พาเราไปจิบชาร้อน และ ขนมหวานที่ร้านแห่งหนึ่ง มีฝรั่งหลายคนติดใจถึงกับซื้อขนมและชาติดมือไปด้วยอยู่หลายคน หลังจากนั้นก็ไปเยี่ยม บ้านในสวน หลังนี้ค่ะ

ช่วงที่ไปย่างเข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว อากาศค่อนข้างอบอ้าวทีเดียว บ้านในสวนดูไม่ชุ่มชื้นนัก แต่ก็พอมีดอกไม้ให้ชื่นตาบ้างประปราย เมื่อมองเข้าไปในตัวบ้านมีโต๊ะตั้งองค์พระพุทธรูปอยู่กลางห้อง และมีโต๊ะวางถ้วยชาอยู่ด้านหนึ่ง ด้วยความที่คณะนี้มีลูกทัวร์เยอะมาก พวกเราจึงหลบออกมาเยี่ยมชมตัวบ้านกันเอง และที่ทึ่งมากๆ ก็คือลวดลายไม้แกะสลักอันอ่อนช้อย รวมถึงลิ่มดอกไม้ที่ตอกติดตรงชายคา

ถ้าเราไปกับทัวร์กลุ่มเล็ก ๆ คงดี จะได้ฟังเรื่องราวของบ้านหลังนี้จากไกด์เพิ่มเติม

ออกจากบ้าน พวกเราก็ไปที่  Thien Mu Pagoda  ที่นี่อยู่ติดแม่น้ำหอม (Perfume River) อันโด่งดัง ข้างๆ มีร้านขายของที่ระลึกราคาไม่แพงนัก และสามารถใช้เงินบาทจับจ่ายได้ด้วยค่ะ 

เมื่อลงจากรถ คณะทัวร์ที่มากับรถบัสพากันเดินตามไกด์ขึ้นไปบน Pagoda โดยไม่รอคณะของเราที่มากับรถมินิบัส เมื่อลงจากรถจึงพากันเดินตามอัธยาศัย ฉันรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการเดินทางมากจนไม่อยากก้าวขึ้นบันไดนั้นแม้สักขั้นเดียว จึงยืนมองแม่น้ำหอมเพลินๆ กระทั่งพบ พระ เณรลากรถเข็นอย่างขยันขันแข็งผ่านหน้าไป

ฉันรุดขึ้นบันได เดินเลาะผ่านประตูกำแพงเข้าไปด้านหลัง มองเห็นอาคารหลังใหญ่ เดินตามทางเดินผ่านสนามหญ้าไปเรื่อยๆ แว่วเสียงร้องประสานกันมาจากด้านในอาคารหลังนั้น

เป็นเสียงสวดมนต์นั่นเองค่ะ 

ฉันหยุดฟังครู่ใหญ่ รู้สึกประทับใจกึ่งเสียดายที่ไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้มากก่อนเดินทาง

และนี่เป็นนักบวชรุ่นเยาว์ ที่ไม่ได้เข้าไปร่วมสวดมนต์ด้านในค่ะ

จากนั้นพวกเราก็ลงเรือมังกร หาที่นั่งด้านในตามอัธยาศัย เมื่อคนพร้อม เรือค่อยๆ พาเราล่อง แม่น้ำหอม ไปสู่ตัวเมืองเว้ ขึ้นที่ท่าน้ำข้างสะพานตรังเทียน

ชาวเว้เล่าให้เราฟังว่า แต่เดิมสองฝั่งแม่น้ำมีไม้ดอกอยู่มากมายยาวหลายกิโลเมตร เมื่อดอกไม้เบ่งบานคราใดก็ส่งกลิ่นหอมกำจาย เป็นที่มาของชื่อว่า แม่น้ำหอม (Perfume river) นั่นเอง

เมื่อขึ้นท่าที่ข้างสะพานตรังเทียน เราเดินดุ่มหาโรงแรมตามแผนที่ และหลงทางกันตามระเบียบ 555+

เย็นนั้นเรามีนัดกับน้อง AN พนักงานต้อนรับของโรงแรม หลังจากพาเราไปซื้อกระเป๋าเป้ที่ตลาดดงบาแล้ว พวกเราไปหาของอร่อยๆ กินกันที่ร้าน Lac Thien ฉันกระซิบถามน้อง AN ว่าร้าน Lac Than ที่อยู่ใกล้ๆ ทำไมชื่อคล้ายกัน น้องเค้าบอกทันทีว่าสองร้านนี้เป็นพี่น้องกัน

ร้าน Lac Thien มีคนนั่งกันเยอะกว่า มีรอยปากกาเขียนตามฝาผนัง อาหารอร่อยมาก(ส์) เจ้าของอัธยาศัยดี มีเทคนิคการเปิดขวดเบียร์ให้ดู ได้ยินมาว่าทางร้านจะให้ที่เปิดขวดเป็นที่ระลึกด้วยค่ะ แต่เราไม่มีใครหยิบติดมือมา เมนูที่หม่ำคืนนั้นตามรูปนั่นเลย

รับประกันว่าอร่อยทุกเมนู ราคาไม่แพงด้วยค่ะ😀

6 comments

  1. โอ้ว ตอนที่สองนี่มากด้วย(คุณ)ภาพเลยเนาะขะรับท่านประธาน

    กระผมยังอยู่ในป่าอยู่นะขะรับ ไฟฟ้าก็ไม่มี ต้องอาศัยไฟจากโน้ตบุ๊ค ซึ่งก็ใช้ได้แป๊บๆ เดี๋ยวก็หมดแล้ว อีกทั้งสัญญาณเน็ตก็ไม่ค่อยจะดี เลยทำให้เข้ามาโม้ด้วยได้ไม่มาก

    อย่างไรเสีย…ขอให้โชคดีสำหรับการประชุมนะขะรับ

    8)

    .

    .

    .

    ท่านรองแซดฯขะรับ

    โอ่ สุโขทัยร้อนมั่กๆ เลยเทียวคุณเอ๋ย วันก่อนนั้นก็พอได้เย็นขึ้นมาหน่อยเพราะมีฝนตก แต่ก็ตกมาพอแค่ดินลายเท่านั้นเอง หากได้ฝนสักห่าใหญ่ พอให้ใบไม้ได้แตกขึ้นมาอีกสักหน่อยล่ะก้อ…สวยผิว!

    ขอให้สุขสันต์กับการทำบุญเนื่องในวันเกิดนะขะรับ
    🙂

  2. สวัสดีคืนวันพุธหลังพายุฝนผ่่านไปค่ะ

    ว้าวๆๆๆ เรื่องราวและรูปภาพเจ๋งเลยค่ะท่านประธาน
    เรือมังกรน่าขึ้นนะคะ
    อาหารเวียดนาม ข้าพเจ้าคุ้นแต่แหนมเนือง กับกุ้งพันอ้อย อร่อยดีค่ะ 555+

    วันนี้ที่นี่ฝนตกคุ่ะท่านเลขาฯ
    ฝนไม่มากแต่ลมแรง อากาศตอนกลางวันร้อนสุดๆ
    สุโขทัย ตาก กำแพง ใกล้กันแค่นี้อากาศคงไม่หนีกันเท่าไหร่เนาะ
    ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ

    รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

  3. สวัสดีค่ะทุกท่าน

    โอ่ .. ท่านเลขา ฯ ป่าสุโขทัยนี่ไฮเทคดีจริง ๆ นะคะ นอกจากต้นไม้ สัตว์ป่า ยังมีไฟฟ้า และสัญญาณอินเตอร์เนตซะด้วย .. กึด

    ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะท่าน หากเลิกประชุมแล้วยังพอมีแรงเดิน ข้าพเจ้าจะไปดูงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติเผื่อนะคะ

    ^ ^ v

    .
    .

    ในบรรดาแหล่งท่องเที่ยวทั้งหมดในเวียดนาม ข้าพเจ้าประทับใจที่สุดก็คือตอนล่องแม่น้ำหอมบนเรือมังกรนี่แหละค่ะท่านรอง ฯ มีโอกาสลองไปสักครั้งนะคะ

    อาหารขึ้นชื่อของที่นั่นคือบันไขว่ (Banh Khoai) ค่ะ หน้าตาเหมือนออส่วนบ้านเรา ต่างกันที่ออส่วนใช้หอย แต่บันไขว่ใช้กุ้งกับหมูแล้วก็มีน้ำจิ้ม (ราด) รสเด็ด

    แต่เดิมข้าพเจ้าก็รู้จักแต่แหนมเนืองค่ะ แต่พอได้ลองชิมแหนมเนือง (Nam Lui) ของร้านนี้ รู้สึกแตกต่าง อร่อยคนละอย่างกับบ้านเรา

    .
    .

    พูดถึงอากาศแล้วก็น่าตกใจ
    ได้ข่าวว่าในเมืองน่านอุณหาภูมิสูงเกือบถึงสี่สิบองศาแหนะค่ะ
    โชคดี ที่ทุ่งช้างไม่ร้อนเหมือนโดนย่างอย่างนั้น

    ที่ไหนมีป่า ที่นั่นมีความชุ่มชื้น
    ที่ไหนมีน้ำ ที่นั่นมีความฉ่ำเย็น

    ปลูกต้นไม้แล้วอย่าลืมรดน้ำให้เค้าด้วยนะคะ ^ ^

    .
    .

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    😀

  4. ่สวัสดีคืนวันเสาร์จากเืมืองตากค่ะ

    อากาศที่นี่ร้อนมาก ไม่เว้นแม้กลางคืน
    อ่า..ร้อนจริงๆ – -”

    นอนหลับฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ

  5. สวัสดีวันพุธค่ะ

    ข้าพเจ้าได้รับโปสการ์ดจากเวียดนามแล้วนะคะท่านประธาน
    ขอบคุณมากๆ นะคะ

    สุขสันต์วันนี้ ^__^

  6. สวัสดีค่ำวันอาทิตย์ค่ะ

    ยินดีและดีใจที่ได้ทราบข่าวจากท่าน

    .

    อากาศร้อนอย่างรุนแรงมากจริง ๆ

    ร้อน กาย
    กระทบ ใจ
    กระเทือนไกล ผะผ่าวถึงเบ้าตา ..

    .
    .

    รักษาเนื้อรักษาตัว
    และโปรดรักษาขวัญกำลังใจด้วยค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s