หนังสือหนังหา : Winnie – the – Pooh

สวัสดีค่ะมิตรรักทุกท่าน

ขอต้อนรับเข้าสู่ในวาระ หนังสือหนังหา อีกครั้ง ข้าพเจ้ามีหนังสือในหมวดวรรณกรรมเยาวชนที่จะเล่าในคราวนี้จำนวนสองเล่มค่ะ คือ “วินนีเดอะพูห์” และ “บ้านมุมพูห์” ทั้งสองเล่มนี้แปลจากต้นฉบับที่นับได้ว่าเป็น Best of the World หลายคนกล่าวว่าเป็นหนังสือที่ควรอ่าน ส่งเสริมจินตนาการเป็นอย่างดี ซึ่งข้าพเจ้าก็เห็นด้วยเช่นกันว่าเป็นหนังสือที่น่าอ่านมากค่ะ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณท่าน (…) ที่กรุณานำมามอบให้ทำความรู้จักเมื่อครั้งที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลตำรวจ 

ข้าพเจ้าขอเล่าความประทับใจผ่านตัวอักษรให้เหล่าท่านอ่านกันสั้น ๆ ดังนี้ค่ะ

winny1

วินนี่เดอะพูห์

เอ. เอ. มิลน์ : เรื่อง
อี. เอช. เชปเพิร์ด : รูป
ธารพายุ : แปล

เล่มนี้เปิดตัวด้วยแผนที่ง่าย ๆ มีตัวอักษรกำกับที่ช่วยเล่าเรื่องราวตามคำบอกเล่าของ คริสโตเฟอร์ โรบิน จากนั้นก็พาเราไปทำความรู้จักกับ พูห์ พิกเลต อียอร์ และ เพื่อน ๆ ของพูห์ อีกมากมาย

เมื่ออ่านหนังสือนี้จบ ข้าพเจ้าก็พบว่าโลกในจินตนาการของเด็กช่างน่าอัศจรรย์ การคิดอะไรซื่อๆ ง่ายๆ แบบเด็กๆ ทำให้โลกของเราสวยงามขึ้นทันตา

บ้านมุมพูห์

เอ. เอ. มิลน์ : เรื่อง
อี. เอช. เชปเพิร์ด : รูป
ธารพายุ : แปล

เล่มนี้มี ทิกเกอร์ เพื่อนอีกรายของพูห์ปรากฏตัวขึ้น และเรื่องราวแสนน่ารักก็ดำเนินไปตามครรลอง แม้จะรู้สึกใจหายในตอนท้าย แต่ก็พึงพอใจที่ คริสโตเฟอร์ โรบิน กับ พูห์ ไม่ได้หายไปไหน แต่พวกเขาถูกพาไปปล่อยไว้ในแดนแห่งมนตรา .. ไม่ใกล้ไม่ไกล 

.
.

ข้าพเจ้าอ่านหนังสือทั้งสองเล่มนี้จบเมื่อนานมาแล้ว แต่ยังจำได้ว่าประทับใจจนอยากอ่านในแบบต้นฉบับสักครั้ง 

ความเจ็บป่วยทางกายคราวนั้นก็เฉกเช่นกัน แม้มันจะห่างหายไปเนิ่นนานแต่ข้าพเจ้าไม่ควรประมาทจนประเมินสถานการณ์ผิดพลาดอย่างยิ่ง

ขอให้สหายทุกท่านจงรักษาสุขภาพกายให้แข็งแรง พร้อมบำรุงสุขภาพใจให้มีกำลังแข้มแข็งอยู่เสมอนะคะ 

สวัสดีค่ะ😀

12 comments

  1. ฮ้อ…ท่านประธานกลับมารีวิวหนังสือหนังหาที่ค้างคาเอาไว้หรอกหรือขะรับ🙂 ดีจังๆ

    สองเล่มนี้ยังไม่เคยอ่านหรอกขะรับ เท่าที่ฟังท่านประธานเล่าเรื่องราวแบบย๊อย่อให้ฟังแล้ว คิดว่าคงเป็นวรรณกรรมเยาวชนที่กระตุ้นจินตนาการได้ดีทีเดียวเลยกระมังนั่น

    พูดถึงจินตนาการอันใสซื่อของเด็กน้อยแล้ว…เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน กระผมได้อ่านคอลัมน์ของลุงเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ในมติชนสุดสัปดาห์ ลุงเนาว์ได้นำเอาเรื่องเล่าที่แกประทับใจมาเล่าให้ผู้อ่านฟังย่อๆ อยู่หกเรื่อง มีอยู่เรื่องหนึ่ง กระผมพลอยประทับใจในเรื่องนั้นด้วยมากๆ เห็นลุงเนาว์เล่าว่าเป็นหนึ่งในเรื่องสั้นของ เซอร์รพินทรนาถ ฐากูร มหากวีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเบงกอล

    เรื่องเล่านั้นมีว่า…

    หนูน้อยผู้หนึ่งนั่งมองปุยเมฆบนท้องฟ้าแล้วคิดว่า เจ้าปุ้ยเมฆที่ล่องลอยเคว้งคว้างอยู่นั้นคงจะนุ่มนวลมากๆ และต้องเบามากๆ ด้วย จึงสามารถลอยอยู่บนนั้นได้ไม่ตกลงมาที่พื้น

    พลันที่หนูน้อยแหงนมองคอตั้งบ่าอยู่นั้น ขนนกสีขาวนวลปุยหนึ่งก็ปลิวร่อนลงมาช้าๆ

    หนูน้อยดีใจมาก คิดไปว่าขนนกปุยนั้นคงเป็นเศษปุยเมฆที่ขาดแล้วหล่นลงมาแน่ๆ

    เจ้าหนูวิ่งไปคว้ามันมา

    เมื่อได้ของเล่นที่มาจากที่สูงซ้ำนุ่มนวลและแปลกประหลาดที่ประทานมาจากฟากฟ้าเช่นนี้แล้ว เจ้าหนูก็คิดถึงผู้เป็นแม่ อยากให้แม่ได้สัมผัสกับความนุ่มนวลของ “ปุยเมฆ” ที่ตนเก็บได้นี้บ้าง จึงรีบวิ่งกลับบ้าน ครั้นไปถึงแล้วก็ตรงรี่ไปหาแม่ที่กำลังสาละวนปรุงอาหารอยู่ในครัวทันที

    เจ้าหนูค่อยๆ ย่องเข้าไป เมื่อสบจังหวะแล้วจึงเอา “ปุยเมฆ” ที่นุ่มนวลนั้น ค่อยๆ ปาดแก้มแม่เบาๆ

    “เจ้าเด็กบ้า! เล่นอะไรหือ! เอาของสกปรกแบบนี้มาเล่นทำไม เอาไปทิ้งไป!” ผู้เป็นแม่ดุเจ้าหนูมาชุดใหญ่

    เจ้าหนูเดินหน้ามุ่ยจากไป…

    อนิจจา ผู้เป็นมารดาได้ฆ่าจินตนาการอันนุ่มนวลของลูกน้อยโดยไม่รู้ตัว

    .

    .

    .

    เรื่องเล่านั้นก็ประมาณนี้แหละขะรับ กระผมเก็บมาตอกไข่ใส่สีอีกซะบานเบอะเลยนะเนี่ย

    อ่านเรื่องนี้ก็ได้เห็นความละเอียดอ่อนด้านจินตนาการของเด็กๆ ที่บางครั้งผู้ใหญ่ทั้งหลายอาจจะนึกไม่ถึงเลยว่า ในดวงตาดำขลับซุกซนของเจ้าเด็กน้อยนั้น ซ่อนความหมายอันลึกซึ้งอันใดเอาไว้บ้าง

    เล่าให้ฟังๆๆ แลกเปลี่ยนกับการรีวิวหนังสือหนังหาของท่านเนาะขะรับ

    .

    .

    .

    ท่านรองแซดฯ ขะรับ ยังหายใจอยู่ไหม? ยกมือด่วน!

    ^_^

  2. ขอบคุณนะคะคุณสิญจน์

    เรื่องเล่าที่คุณหยิบมาฝากคราวนี้สะกิดใจดีจัง
    บางทีคำพูดที่ไม่ทันยั้งคิด อาจทำร้ายจิตใจคนฟัง
    อีกทั้งทำลายจินตนาการไปอย่างไม่พอที่

    .
    .

    ยังมีหนังสือที่อยากเขียนถึงอีกหลายเล่มเลยค่ะ
    แล้วจะเล่าแบบย๊อย่ออีกทีนะคะ

    แบบว่าไม่ถนัดการเล่ายาว ๆ อย่างแรง ^ ^”

  3. สวัสดีคืนวันศุกร์ค่ะ

    ข้าพเจ้ายังไม่เคยอ่านเลยแฮะ ไปร้านหนังสือเกือบทุกวัน
    แต่ไม่เคยเจอสองเล่มนี้เลยค่ะ ไว้มีโอกาสคงได้อ่าน
    ตอนนี้กำลังอ่านอีกเรื่องพรุ่งนี้คาดว่าจะจบ 5555

    ข้าพเจ้ายังคงหายใจอยู่ค่ะท่านเลขาฯ แม้จะมีติดขัดบ้างเป็นครั้งคราว
    ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าด้วยนะคะ
    ข้าพเจ้าก็มีน้องเล็กๆ ที่กำลังช่างจินตนาการอยู่เหมือนกัน

    หวังว่าทุึกท่านคงสบายดีนะคะ ^__^

  4. อรุณสวัสดิ์ค่าท่านรอง ฯ Z

    ตอนนี้กำลังอ่านเรื่องอะไรอยู่หรือคะ ?
    สนุกสนานยังไง เล่าให้ฟังโตยเน้อ

    .
    .

    ยินดีที่ทราบว่าท่านสบายดี
    ข้าพเจ้าดีตามอัตภาพค่ะ 5555+

    สุขสันต์วันอากาศดีๆ ค่ะ
    😀

  5. สวัสดีค่ะ

    ตอนนี้ข้าพเ้จ้าอ่านเรื่อง “จดหมายลับของพ่อ” จบแล้วค่ะ
    เนื้อเรื่องกล่าวถึงเด็กชายผู้ซึ่งอยู่กับย่า ชีวิตของเขาไม่เคยรู้เรื่องของพ่อกับแม่ และอยู่กับโลกแคบๆ จนได้พบกับเด็กหญิงซึ่งสดใสร่าเริง
    ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไป และกลับมามีสีสันอีกครั้ง
    พร้อมกับการตามหาพ่อ ผู้ซึ่งทิ้งเค้าไปตั้งแต่อายุหนึ่งวันค่ะ

    อ้อ เล่มนี้ข้าเจ้าเจอในตลาดนัดค่ะ เป็นร้านขายหนังสือมือสอง
    แต่ไม่รู้มาได้ไง เพราะเป็นหนังสือของมูลนิธิดำรงชัยธรรม
    บริจาคให้โรงเรียนประถม และมัธยมทั่วประเทศ ไม่มีขาย -*-

    อากาศที่นี่ค่อนข้างร้อนมากค่ะ คาดว่าเดือนหน้าคงจะร้อนกว่านี้ 5555
    สุขสันต์วันนี้ค่ะ ^__^

  6. มาๆๆ วันนี้มาอ่านหลักธรรมหนุกๆ กันหน่อยเนาะ🙂

  7. ข่าว……………………………..โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

    .

    .

    ตอนสายของวันหนึ่ง ขณะที่หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังนั่งทอผ้าอยู่หน้าบ้านของตนนั้น คนรู้จักกันผู้หนึ่งได้เดินเข้ามาหาแกแล้วกล่าวขึ้นว่า “ป้า ที่ด้านนอกมีข่าวลือกันไปทั่วว่าเจิงเซิงฆ่าคนตายแน่ะ!”

    แกชะงักมือที่กำลังทอผ้าอยู่ แล้วหันไปพูดกับคนผู้นั้นว่า “เป็นไปไม่ได้หรอก อาเจิงเซิงเป็นคนดี ต้องไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน”

    เมื่อคนผู้นั้นแจ้งข่าวแล้วก็เดินจากไป

    หญิงผู้นั้นก็นั่งทอผ้าต่อ

    ครู่ต่อมาก็มีคนเดินผ่านมาอีก ครั้นมองเห็นหญิงผู้นี้แล้วเขาก็รีบแจ้งข่าวว่า “ป้า! เจิงเซิงฆ่าคนตายแล้วป้า!”

    “ไม่…ไม่หรอกน่า…อาเจิงเซิงไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอก” แกมั่นใจในตัวลูกชาย

    “แต่ฉันได้ยินมาแบบนี้จริงๆ นะป้า” คนผู้นั้นยืนยัน “ถึงได้รีบมาบอกป้านี่ไง”

    “อืม ขอบใจ” แกกล่าวขอบใจคนผู้นั้นแล้วนั่งทอผ้าต่อ ในใจก็เริ่มหวั่นไหวขึ้นมาบ้างแล้วว่า หรือลูกชายของตนจะลงมือฆ่าคนตายจริงๆ หนอ แต่พอตรองดูดีๆ แล้ว ลูกชายของตนรึก็เป็นศิษย์ที่มีชื่อเสียงของท่านขงจื๊อ ปราชญ์เมธีผู้เรืองปัญญา ที่เน้นเรื่องการกระทำอันประกอบด้วยเหตุผล มากกว่าการใช้อารมณ์ในการตัดสินใจหรือแก้ไขปัญหา หากแม้นว่าลูกชายของตนจะไปมีข้อขัดแย้งกับคนอื่นบ้าง แต่ยังไงก็คงไม่น่าจะขาดสติยับยั้งพลั้งมือฆ่าคนตายตามที่มีคนมาแจ้งข่าวอย่างแน่นอน

    ขณะที่แกนั่งทอผ้าไปและพลางครุ่นคิดด้วยความไม่สบายใจอยู่นั้น ชาวบ้านที่รู้จักกันอีกคนหนึ่งก็วิ่งลุกลี้ลุกลนเข้ามาหาแล้วบอกว่า “ป้า! เจิงเซิงน่ะป้า! เจิงเซิงฆ่าคนตายแล้ว ตอนนี้ทางการกำลังออกตามล่าตัวเขาอยู่ ฉันว่าทางที่ดีป้าหนีไปก่อนจะดีกว่า เคราะห์ร้ายหากทางการสืบมาถึงที่นี่ ป้าอาจจะถูกลงโทษด้วยนะป้า!”

    ได้รับการยืนยันว่าลูกชายของตนฆ่าคนตายจากคนถึงสามคนขนาดนี้ หญิงผู้นี้ก็ไม่อาจนั่งทอผ้าได้ต่อไปอีกแล้ว แกทิ้งเครื่องมือทอผ้า ปีนกำแพงหลังบ้านหลบหนีไปทันที

    หลายชั่วยามต่อมาแกถึงได้สืบทราบว่า เจิงเซิงฆ่าคนตายจริงๆ แต่เจิงเซิงผู้นั้นเป็นคนละคนกับบุตรชายของแก ทว่ามีชื่อและแซ่ที่เหมือนกันเท่านั้น

    ชาวจีนจะเล่าตำนานเรื่องนี้สอนใจลูกหลานหรือลูกน้อง ว่าแม้จะเป็นข่าวลือ แต่หากลือมาจากหลายแหล่งแล้วล่ะก้อ ข่าวนั้นสามารถทำให้ผู้ฟังเชื่อถือว่าเป็นเรื่องจริงขึ้นมาได้

    ฟาสซิสต์นาซีก็มีคำกล่าวที่คมคายเหมือนกันว่า “อันคำโกหกนั้น เมื่อถูกกล่าวซ้ำเป็นพันครั้งแล้ว ก็สามารถสร้างความจริงขึ้นมาได้”

    สังคมปัจจุบันนี้เป็นยุคแห่งการสื่อสารไร้พรมแดน จึงน่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกันว่า ข้อมูลข่าวสารที่ไหลบ่ามาตามสื่อต่างๆ นั้น ข่าวไหนเป็นเรื่องจริงหรือข่าวไหนเป็นเท็จ การมีท่าทีต่อการรับข่าวสารข้อมูลต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก หาไม่แล้วผู้เสพข่าวอาจกลายเป็นเหยื่อของผู้ที่เผยแพร่ข่าว หรืออย่างน้อยก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ มาประกอบในการตัดสินใจ

    พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ให้หลักการต่อการรับข่าวสารข้อมูลต่างๆ เอาไว้ว่า การรับข่าวสารต่างๆ นั้น เราต้องอยู่เหนือข่าวสาร ไม่ใช่ลงไปคลุกกับข่าวสาร เช่น เมื่อรับข่าวสารใดๆ มา ก็ให้นำมาตรองดูให้รอบคอบเสียก่อน ถ้าเรื่องนั้นเป็นเหตุเป็นผล เข้ากับหลักความจริงค่อยปลงใจเชื่อ

    การตั้งท่าทีเช่นนี้เอาไว้ก่อน จะทำให้บุคคลนั้นเป็นคนรอบคอบ มีเหตุผลในการตัดสินใจ ไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ ในการปลงใจเชื่อ เพราะจะเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการถูกหลอกให้เชื่อด้วยข้อมูลผิดๆ ที่เหมือนจริงได้

    พระพุทธศาสนาแบ่งความเชื่อออกเป็นสองแบบ คือแบบปลงใจเชื่อธรรมดา และแบบปลงใจเชื่ออันประกอบด้วยปัญญา

    การปลงใจเชื่อแบบธรรมดานั้น จะเน้นที่แหล่งข่าวเป็นสำคัญ เช่น ผู้พูดน่าเชื่อถือ คัมภีร์บันทึกไว้อย่างนั้น เขาเล่าลือสืบต่อกันมาแบบนี้ คิดเอาเดาเองตามตรรกะของตน ข่าวนั้นมีแนวโน้มหรือมีลักษณะที่น่าเชื่อถือ ฯลฯ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงตรัสเอาไว้ว่ามีถึงสิบประการในกาลามสูตร

    การปลงใจเชื่ออีกแบบนั้น เป็นหลักความเชื่ออันประกอบด้วยปัญญา คือตัวบุคคลนั้นได้ขบคิดใคร่ครวญโดยละเอียด และเห็นแจ้งแทงตลอดตามหลักความจริงของข้อมูลหรือข่าวสารนั้นๆ แล้วจึงปลงใจเชื่อ

    ปราชญ์ทั้งหลายจึงให้หลักการเกี่ยวกับการรับข่าวสารข้อมูลเอาไว้ว่าต้องประกอบด้วยองค์คุณสองประการ

    หนึ่ง คือ ปรโตโฆษะ – ต้องรู้จักฟัง, ตั้งใจฟังว่าข้อมูลนั้นๆ มาจากไหน มีจุดประสงค์อะไร

    สอง คือ โยนิโสมนสิการ – ขบคิดใคร่ครวญอย่างรอบคอบ ประกอบเหตุผลจากข้อมูลหลายแหล่ง

    หากหมั่นฝึกฝนตนเองด้วยหลักการดังนี้แล้ว ท่านกล่าวว่าจะทำให้เป็นคนหนักแน่น ไม่หลงเชื่อไปกับข่าวสารอะไรง่ายๆ และเอื้อให้เกิดปัญญามากยิ่งๆ ขึ้นไปตามลำดับด้วย

  8. สวัสดีค่ะ

    ขอบคุณค่ะคุณ Z2you
    ที่กรุณาเล่าเรื่อง “จดหมายลับของพ่อ” ฉบับย่อให้ฟัง
    คิดว่าตัวเองเล่าเรื่องได้ย่อแล้ว
    ที่ไหนได้ ท่านรอง ฯ ของเราเล่าย่อได้ยิ่งกว่าอีกแหนะ

    55555+

    .
    .

    ขอบคุณท่านเลขา ฯ ป๋าสอด้วยค่ะ

    ที่กรุณานั่งเขียนเรื่องยาว ๆ ให้พวกเราอ่าน
    ท่านบ้าเขียนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรื่องต่างๆ นานาได้
    พวกเราก็บ้าอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรื่องที่ท่านเขียนได้เช่นกัน

    ให้รู้ไป ว่าใคร “บ้า” กว่ากัน หุ หุ

    ข้าพเจ้าขอตัวไปจัด “ข่าว” ใส่กระเช้าของฝากสักครู่นะคะ
    สุขสันต์วันสีชมพูค่ะ

    .
    .
    😀

  9. อ่า….เป็นคำชมหรือเปล่าคะท่านประธาน
    แต่ไม่เป็นไร ข้าพเจ้าจะถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน
    เพราะใครๆ ก็ว่างั้นอ่ะค่ะ 55555

  10. ชมค่ะท่าน
    ที่พูดไปนั้น ชมท่านจริง จริ๊งงงงง ..

    โธ่ ..
    ไม่งั้น ใคร ๆ ((ที่ท่านพูดถึง)) เค้าจะว่ากันได้ยังไง

    จริงไหม ๆ 5555+

  11. 5555555
    จริงค่ะท่านประธาน หุหุ

    หวังว่าทุกท่านจะสบายดีนะคะ
    สุขสันต์วันสุขค่ะ ^__^

  12. ขอบคุณค่ะท่านรอง ฯ Z2you
    หวังว่าท่านจะสุขกาย สบายใจดีเช่นกันนะคะ

    .
    .

    สุขสันต์ค่ำวันศุกร์
    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    🙂

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s