เรื่องลาว

วันที่ 28 – 29 พฤศจิกายน 2552 ไปแอ่วเมืองเงิน – เมืองหงสา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาค่ะ

รถตู้ที่นัดไว้มารับฉันและคณะรวม 12 คน ตอนสาย ๆ  ออกเดินทางจากบ้านไปยังชายแดนไทย – ลาว ที่ ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ระยะทาง 50 กิโลเมตรกว่า ๆ ใช้เวลาเดินทางร่วมชั่วโมง

เมื่อไปถึง ผู้คนในตลาดชายแดนเริ่มบางตา แต่กว่าจะจัดการเรื่องการผ่านแดนก็ใช้เวลาพอสมควร

หลังจากเปลี่ยนใช้ถนนเลนส์ขวาได้สักอึดใจเดียว ก็ไปถึงด่านสากลน้ำเงิน เราหยุด ณ จุดที่ให้บริการฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรค มีเจ้าหน้าที่พ่นน้ำยาที่ล้อรถทั้ง 4 จุดนี้คิดค่าบริการ 25 บาทค่ะ

ที่ด่านเมืองลาว มีไม้กั้นให้รถจอดรอ แล้วฉันกับเพื่อนอีกหนึ่งคนเดินลงไปจัดการเรื่องพาสปอร์ต พี่คนขับรถเล่าให้ฟังว่าต้องทำใจเรื่องค่าใช้จ่ายเล็กน้อย เพราะ1. เราข้ามไปวันหยุด และ 2. เจ้าหน้าที่ที่นั่นเก็บค่าธรรมเนียมไม่เท่ากันสักคน แต่ก็ไม่แพงหรอกนะคะ คณะทั้งหมด 13 คน และ รถตู้ 1 คัน เป็นเงินหกร้อยกว่าบาท

จากนั้นก็เดินกลับมาที่ด่าน ไปจัดการเรื่องประกันภัยรถยนต์ใน สปป.ลาว ( เบี้ยประกัน 350 บาท) ระหว่างนั้นคณะเดินทางก็ลงมาถ่ายรูปเล่นกันตามอัธยาศัย กว่าจะชักชวนให้ขึ้นรถเป็นที่เรียบร้อยทั้งหมดนี้ก็เที่ยงวันพอดี

คนขึ้นมาครบทุกที่นั่ง .. พร้อม !

รถติดเครื่องเสร็จ .. พร้อม !

แต่เจ้าหน้าที่ประจำด่านไม่พร้อม ไม่ยอมปลดเชือกปล่อยไม้ที่กั้นไว้ให้เราเข้าไป

ทำไมละนั่น ? เกิดอะไรอีกครับทั่นผู้ชม ? แล้วสหายจากเมืองลาวท่านหนึ่งเดินเข้ามาบอกว่าเรายังไม่ได้เสียค่าอะไรไม่ทราบอีกด่านนึง ( จ่ายเพิ่มอีก 500 บาทค่ะ) และตามกฏหมายที่ออกมาใหม่ช่วงซีเกมส์ เค้าต้องให้เราเดินเท้าเข้าไปกระทั่งถึงด่านไม้ที่กั้นอีกด้านหนึ่ง เป็นระยะทางประมาณ 200 เมตร

แล้วทุกคนก็ลงมาเดินเล่นอย่างสนุกสนาน เฮฮาตามประสาคนไทย

ถัดจากด่าน ก็เป็นถนนโรยกรวดที่มุ่งไปสู่เมืองเงิน

เรานั่งรถชมเมืองเงินเล็กน้อย แต่ไม่ได้แวะ อยากหาอาหารมื้อเที่ยงกินที่นั่น แต่เท่าที่โหวตกันทุกคนลงความเห็นว่าจะไปหาที่กินดาบหน้า ที่เมืองหงสากัน

ออกจากตัวเมืองเงินได้ไม่ไกล เราก็ได้พบปั๊มน้ำมันสัญชาติไทยตระหง่านอยู่ จึงกดชัตเตอร์เก็บภาพมาฝากให้ดูกันค่ะ

จากจุดนั้นสู่เมืองหงสา ระยะทาง 35 กิโลเมตร

จากถนนดี ๆ มีฝุ่นตลบ

แล้วก็พบกับถนนที่กำลังซ่อม

บางแห่งคดโค้ง บางที่คดเคี้ยว แต่ก็ไม่มีจุดที่น่ากลัว น่าหวาดเสียวแต่อย่างใด และในที่สุดเราก็เข้าสู่เมืองหงสา ด้วยเวลาเกือบสองชั่วโมง ( 35 Km : 2 Hr ) อ๊ากกกส์

เมื่อไปถึงที่นั่น ระหว่างเดินหาร้านอาหารฉันเจอถังขยะสองสี ที่บ่งบอกวัฒนธรรม (ใหม่) การแยกขยะของที่นี่เค้าค่ะ พอจะอ่านออกกันไหมคะ ? ถังเขียวเป็น “ขยะทั่วไป” ส่วนถังสีเหลืองสำหรับใส่ “ขยะนำกลับมาใช้ใหม่” ค่ะ

ในที่สุดเราก็เจอร้านที่จะฝากท้องหิว ๆ เข้าร้านหนึ่ง ชื่อร้านหงคำ อยู่ตรงข้ามโรงแรมหงคำ ระหว่างรอแม่ครัวทำอาหารอยู่นั้น ฉันและน้องอีกคนเดินข้ามถนนไปช่วยกันต่อรองค่าห้องพักได้ที่ราคา 250 บาท/ห้อง  อาหารมื้อนั้นพวกเรากินกันอย่างเอร็ดอร่อย มีพี่สาวคนหนึ่งท่านไม่กินเนื้อสัตว์ ซึ่งทางร้านก็เสกเมนูไข่ให้ได้ตามต้องการ ค่าอาหารทั้งหมดสามแสนกว่า ๆ ค่ะ สามแสนกีบนะคะ อย่าตกใจ อิอิ

และที่หน้าร้านมีขันน้ำสำหรับล้างมือให้บริการด้วยค่ะ วางข้างกระถางต้นไม้ กลางแดดจ้า น้ำจึงอุ่นกำลังดีเลยค่ะ

เมื่ออิ่มท้อง เราก็ออกท่องเที่ยวในหงสากัน เริ่มจากไปไหว้พระที่วัดศรีบุญเฮืองค่ะ  

จากนั้นคนขับรถพาไปชมหมู่บ้านดวงแก้ว เป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมของที่นั่นค่ะ จำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนฉันตื่นเต้นกับบ้านเรือนที่สร้างโดยเอาเสาบ้านวางบนก้อนหินนั้นมาก แต่ไปครานี้แทบไม่มีให้เห็นเลยค่ะ เจอแต่บ้านเรือนที่ปลูกใหม่ตามสมัยนิยม พวกเราจึงแวะเยี่ยมชม กราบพระที่วัดประจำหมู่บ้านแล้วก็กลับออกมา

เมื่อออกจากบ้านดวงแก้ว พี่คนขับรถพาเราแวะกาดแลง (ตลาดที่ขายของตอนเย็น) ที่นั่นฉันได้รู้จักกับอาหารอย่างหนึ่งชื่อ “ฝืม” (หรือเรียกว่า “ฝืน” หว่า ?) แม่ค้าชักชวนให้ซื้อหามาชิมดู สนนราคาก็ไม่แพงแค่หนึ่งพันกีบคิดเป็นเงินไทยราว ๆ สี่บาท แต่ละคนที่ได้ชิมลงความเห็นว่าน่าจะชื่อ “ฝืน” เพราะกินแล้วต้องฝืนใจกลืน 555+ เพราะไม่คุ้นลิ้นนั่นแหละค่ะ ยิ่งได้เจอผงนัวเข้าไปเต็ม ๆ อย่างนั้น ก็ต้องกลั้นใจกลืนบ้างเป็นธรรมดา

ก่อนเข้าโรงแรมที่พัก เราได้เลี้ยวรถไปกราบพระที่วัดศรีมงคลอีกที่หนึ่ง นับว่าเป็นความโชคดีของเรามาก ที่พระท่านเมตตาเปิดโบสถ์ให้เราได้ไปกราบพระกัน พระประธานที่นั่นห่มผ้าที่ผู้มีจิตศรัทธานำไปถวาย หลวงพ่อในวัดท่านเล่าให้ฟังว่าใครจัดมาท่านจะห่มองค์พระให้หมด ไม่มีขัดข้อง ฉันและเพื่อน ๆ จึงออกใจว่าจะนำผ้ามาถวายท่านในโอกาสต่อไป

ค่ำวันนั้น เรานำของสดที่ซื้อมาจากตลาดไปให้ร้านอาหารแห่งเดิมปรุงให้ จากนั้นกินไปคุยกันไปกระทั่งสามทุ่มจึงหยุดแล้วพากันเดินกลับโรงแรมหงคำ ก่อนแยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย

กระทั่งเช้าวันใหม่ จึงลุกออกไปเดินสูดอากาศยามเช้ากัน

แม้เช้าวันนั้นอากาศไม่เย็นแต่หมอกลงจัดมาก มองเห็นชัดในระยะไม่เกินร้อยเมตรเท่านั้น

ฉันเดินไปตามหาเพื่อน ๆ ที่กาดเช้า ระหว่างทางพบกับสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งคือ “หน่วยบริการ หงสา ของธนาคารพัฒนาลาว” เห็นแล้วอดที่จะถ่ายภาพนี้ออกมาไม่ได้ ติดใจไม้ไผ่ที่เค้าใช้กั้นไม่ให้คนเข้าออกน่ะค่ะ เห็นแล้วเป็นยังไงบ้างคะ? ในความคิดของฉัน ภาพนั้นสื่อถึงความปลอดภัยค่ะ ที่นี่ไม่มีขโมย ไม้ไผ่ที่เห็นเค้าใช้เพื่อบอกอาณาเขตเท่านั้น ไม่ได้กั้นเพื่อป้องกันการลักขโมยแต่อย่างใด

ที่ตลาดเช้า คึกคักมาก ของกินเพียบ ! แถมอร่อยอีกด้วยค่ะ

(( เอ๊ะ ! ประโยคนี้เขียนถูกแล้วนี่นา ขอยันรูปประโยคเดิมค่ะท่านป๋า  55+  ))

มื้อเช้าวันนั้น พวกเราฝากท้องกันที่ตลาดเช้านั่นเอง ฉันได้กาแฟหนึ่งถ้วย กับ ขนมปังทอด มีทั้งไส้ถั่ว และ ไส้เห็ดหูหนู + หมู + วุ้นเส้น รวมไปถึงขนมประจำถิ่นอีกหลายเมนู

ตบท้ายด้วยชา ที่เจ้าของร้านริมตลาดจัดมาให้

เมื่ออิ่มท้อง ก็พากันเดินกลับไปเก็บของที่โรงแรมกัน ระหว่างนั้น ใครที่เป็นนักถ่ายภาพบ้าง เป็นครูสอนถ่ายภาพบ้าง ต่างพากันกดชัตเตอร์ไปตามอัธยาศัย ( รู้สึก “คุณอัธยาศัย” จะถูกตามบ่อยแฮะทริปนี้ 55+)

กระทั่งทุกคนขึ้นรถกันเรียบร้อย จึงออกเดินทางกลับเมืองไทยตามเส้นทางเดิม 

รถตู้มาส่งเราถึงบ้านเมื่อเวลาประมาณบ่ายสองโมงค่ะ จากนั้นก็พากันแอ่วเมืองน่านได้อีกเล็กน้อย ก่อนแยกย้ายกันเดินทางกลับ คณะแรกฉันพาไปขึ้นรถกลับกรุงเทพ ฯ ตอนทุ่มครึ่ง และคณะที่เหลืออีกหกคนในรถสองคันขับออกจากตัวเมืองน่านเมื่อเวลาสองทุ่มครึ่งโดยประมาณ

การเดินทางครั้งนี้ หลายคนมีความเห็นเหมือนกันว่า “ไปแล้ว รู้สึกรักเมืองไทยขึ้นเยอะเลย” ก็เมืองไทยของเราน่าอยู่จริง ๆ นี่นา

โอกาสหน้าจะพาแอ่วใหม่นะคะ😀

7 comments

  1. กำลังดูรูปสวยๆ อ่านเพลินๆ แป๊บเดียวจบซะแล้ว 555555
    เมืองลาวดูเงียบ สงบดีนะคะ ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ

    ว่าแต่ทริปหน้าไปไหนดีคะ ^^

  2. อ่ะฮ้า มาแล้วๆ เรื่องเล่าอุ่นๆ จากเมืองลาวมาแล้ว

    ไหน มาดูกันหน่อยสิว่ามีคำผิดและมีประโยคไหนที่ไม่ค่อยจะราบรื่นชื่นใจเวลาอ่าน

    .

    .

    “…ฉันและน้องในคณะเดินทางเดินข้ามถนนช่วยกันต่อรองค่าห้องพักสำเร็จ…”

    โอ่ ไม่มีคำผิดขะรับ แต่ประโยคไม่ค่อยรื่นและคิดว่ามีคำที่หล่นหายไปด้วยคำหนึ่ง คือคำว่า “ไป” เมื่อเดินข้ามถนนแล้วก็ควรจะมีคำว่า “ไปต่อรองค่าห้องพัก” ประโยคเต็มๆ ควรจะเป็นแบบนี้มากกว่ากระมัง “…ฉันและน้องที่เดินทางมาด้วยกันเดินข้ามถนนไปต่อรองราคาค่าห้องพัก…”

    .

    “…พระท่านใจดีเปิดโบสถ์ให้เราได้ไปกราบไหว้กัน…” ถ้ารูปประโยคเป็นแบบนี้จะดีกว่าไหม “…พระท่านเมตตาเปิดโบสถ์ให้เราได้เข้าไปกราบพระ…” คำที่ใช้กับพระควรจะเป็นคำว่า “เมตตา” มากกว่า “ใจดี” เมื่อเปิดโบสถ์แล้วควรจะมีคำกิริยาคือ “เข้า” และควรจะใช้คำว่า “กราบพระ” เพราะถ้าใช้คำว่า “กราบไหว้กัน” ก็ฟังดูกะไรอยู่

    .

    “…กินไปคุยกันไปกระทั่งสามทุ่มจึงโยกมาที่โรงแรมหงคำ แยกย้ายกันพักผ่อนตามอัธยาศัย…” ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะ “…กินไปคุยกันไปกระทั่งสามทุ่มจึงหยุดแล้วพากันเดินกลับโรงแรมหงคำก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย…” อาจจะยาวกว่าเดิมสักเล็กน้อยแต่รูปประโยคอ่านง่ายกว่า

    .

    “…เช้าวันนั้นอากาศไม่เย็นมากนัก แต่หมอกลงจัด มองเห็นชัดในระยะใกล้ ๆ เท่านั้นค่ะ…” ถ้าเป็น “…แม้เช้าวันนั้นอากาศไม่จะหนาวแต่หมอกลงจัดมาก มองเห็นได้ในระยะไม่เกินร้อยเมตรเท่านั้น…”

    .

    “…ไม่ได้กั้นเพื่อป้องกันการลักโขมยแต่อย่างใด…” ขโมยคนแรกถูก แต่ขโมยคนหลังผิด (ดูดีๆ มีให้ดู)

    .

    “ที่ตลาดเช้าคึกคักมาก ของกินเพียบ ! แถมอร่อยอีกด้วยค่ะ” เฮ้ยๆๆ!! ผิด…ผิดงานแล้ว เขาให้ไปเที่ยว ไม่ได้ให้ไปกิน – วุ้ย!

    .

    ( รู้สึกจะตามบ่อยแฮะทริปนี้ 55+) ?? (รู้สึกจะถูกตามตัวบ่อย?) (รู้สึกจะถูกเรียกใช้บริการบ่อย?)

    .

    “โอกาสหน้าจะพาแอ่วใหม่ค่ะ” ที่จริงรูปประโยคก็กระชับดีอยู่หรอกนะ แต่ฟังห้วนๆ ไปสักนิด บ่เหมือนเพลงปี้อ้ายจรัล ตี้เปิ้นฮ้องว่า “…ไป…ไปเตอะ ไปแอ่ว…ไปเตอะ ไปแอ่ว…”

    .

    ^_^

  3. อรุณสวัสดิ์ค่า

    .

    เมืองลาวเป็นเมืองที่เงียบสงบจริง ๆ ค่ะท่านรอง ฯ
    และถ้าหากไปเยือนตามลำพังคนเดียว ก็ถึงขั้นสงัดด้วยนะคะ
    5555+

    ทริปหน้าไปไหน ?
    พากันไป เที่ยวเมืองไทยดีไหม
    ไม่ใกล้ ไม่ไกล ปลอดภัยและประหยัดอีกตะหากเนาะ

    .
    .

    ขอบคุณมากค่ะท่านป๋าสอ ฯ

    ขอคารวะด้วยชาหอมด่วน (เปปเปอร์มินต์) หนึ่งจอกค่ะ
    สักครู่จะตามเข้าไปแก้ไขโดยด่วนค่า

    .
    .

    สุขสันต์วันพฤหัสสุดหรรษาจ้า
    😀

  4. ดีค่ะท่านประธาน เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ 55555

  5. วันศุกร์สวัสดีค่ะคุณ Z2you

    หยุดยาวสุดสัปดาห์นี้ มีโปรแกรมไปไหนหรือเปล่าคะ ?
    ข้าพเจ้าน่ะคงแว้น ๆ อยู่แถวเมืองน่านนี่เอง

    .

    สุขสันต์วันสุขค่ะ
    😀

  6. สวัสดีค่ะท่านประธาน
    อาทิตย์ข้าพเจ้าทำงานยาวค่ะ
    แต่อาทิตย์หน้ามีแผนการจะเที่ยวเมืองตากค่ะ (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด)

    ยังไงคงรบกวนท่านเที่ยวเผื่อไปก่อนนะคะ

    สุขสันต์วันสุขเช่นกันค่ะ ^__^

  7. ด้วยความยินดีค่ะท่าน
    ยังไง อาทิตย์หน้ารบกวนท่านเที่ยวเผื่อด้วยเช่นกันนะคะ
    ด้วยเหตุที่พี่ ๆ น้อง ๆ ในฝ่าย ฯ ต่างติดภารกิจสำคัญ
    จึงบังเกิดผลให้ข้าพเจ้าต้องอยู่โยง ยาววววว ..

    ผลัดกันเนาะ

    ตอนนี้กำลังกักตุนพลังงาน และทำการพักผ่อนอย่างหักโหม
    ด้วยการขนหนังสือหนังหา ผ้า และ ไหมพรม มาถมเต็มห้องเลยล่ะค่ะ

    5555+

    .

    สุขสันต์วันพ่อค่ะ
    😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s