อยากเล่าให้ฟัง (๑)

เมืองงาช้างดำ

21 กันยายน 2552 

คุณคะ

หลังจากผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์นานถึง 6 วัน 7 คืน ตอนนี้ฉันกลับถึงบ้านแล้วค่ะ

อย่าเพิ่งขำสิคะ คุณก็รู้ว่าฉันเป็นคนที่รู้อยู่ขนาดไหน อยู่ในที่ที่เคยอยู่ ไปในที่ที่เคยไป นานครั้งถึงจะออกจากบ้านไปที่อื่นกะใครเค้าสักที ทุกที่ก็เลยเป็นดินแดนมหัศจรรย์ไปเสียทั้งนั้น โดยเฉพาะเมืองที่พลุกพล่านเต็มไปด้วยสีสันละลานตา เว้นเสียแต่ว่าจะมีใครอาสานำทางไป

นี่เป็นครั้งแรกเสียด้วย ที่ฉันต้องไปที่นั่นคนเดียว ก่อนเดินทางฉันค้นข้อมูลจากอินเตอร์เนตได้ทราบคร่าว ๆ ว่าโรงแรมวินเซอร์ สวีทที่จองไว้อยู่บนถนนสุขุมวิท 20  เจอภาพถ่ายของโรงแรมในมุมต่าง ๆ ภาพบรรยากาศ การบริการที่ทางโรงแรมมีให้ รวมไปถึงมีข้อมูลความเห็นของแขกเคยไปพักให้อ่าน ฟังดูก็ดีนะคะ แต่เรื่องการจราจรพลุกพล่านนี่ต้องทำใจเป็นธรรมดา

ที่เมืองกรุง มีญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ อาศัยอยู่พอสมควร ก่อนไปได้โทรศัพท์ไปแจ้งข่าว ฟังดูแล้วหลายคนงานยุ่งแต่ก็พอจะมีโอกาสได้เจอกันอยู่บ้างบางคน จึงลงมือเย็บกระเป๋าไปฝาก แต่ด้วยเวลาที่จำกัดเลยทำได้แค่ 3 ใบ เป็นกระเป๋าใบเล็กติดซิบ 2 ใบ และ อีกใบเป็นกระเป๋าใส่หนังสือ (ดูคล้ายย่ามเนอะ 55+) ตั้งใจจะเอาไปฝากน้องสาว นักกฏหมายสุดสวย ที่กำลังรุ่งทั้งเรื่องงานและการเรียน

IMG_8495


กระเป๋าใบนี้ ฉันติดกระดุมแม่เหล็กซ่อนไว้เพราะตั้งใจจะทำเป็นกระเป๋าที่ใช้ได้สองด้าน ด้านนอกใช้ผ้าโทนสีน้ำตาลต่อกันแบบง่าย ๆ ส่วนด้านในเป็นลายดอกไม้สีหวาน

IMG_8493

ฉันค่อนข้างกังวลกับสุขภาพของตัวเอง เกรงว่าอาการปวดหลังจะกำเริบอีกครั้ง แต่คิดไปคิดมานั่งรถประจำทางคงดีกว่าขับรถไปเองเป็นไหน ๆ เมื่อไปถึงปลายทางก็สบาย ๆ นะคะ จะมีอาการบ้างก็แค่รู้สึกชาที่ขาทั้งสองข้างเล็กน้อยเท่านั้นเอง

เมื่อขึ้นห้องและจัดข้าวของเรียบร้อย ฉันก็ผลอยหลับไปกระทั่งถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์จากโรงพยาบาล เหลียวดูนาฬิกาแล้วรู้สึกหิวขึ้นมาทันทีทันใดเพราะมันใกล้เที่ยงแล้ว (ซะงั้น) เกือบยกโทรศัพท์ใช้บริการรูมเซอร์วิส แต่แล้วก็ตัดสินใจแต่งตัวออกไปหาอะไรกินข้างนอกดีกว่า เผื่อจะได้เปิดหูเปิดตาไปด้วย

ย่านสุขุมวิทพลุกพล่านมาก มีร้านค้าที่ขายสินค้าและบริการหลากหลาย ฉันเดินไปเรื่อย ๆ ผ่านป้ายรถเมล์ป้ายแรกลองแวะไปอ่านดูว่ามีรถเมล์สายไหนผ่านบ้าง แต่อ่านไปก็เท่านั้นเพราะฉันไม่มีโปรแกรมจะไปไหนและถ้าจะไปจริง ๆ ก็คงเลือกใช้บริการรถไฟฟ้าแทน ฉันตัดสินใจเดินต่อไปกระทั่งเจอป้ายรถเมล์อีกป้าย ที่นั่นมีคนนั่งรออยู่ประปราย แต่ถัดไปเพียงไม่กี่ก้าวฉันเห็นชายกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ ไม่อ้วน ไม่ผอม ผมยาว หนวดเครารุงรัง เสื้อผ้าขาดวิ่น นอนไม่รู้สติอยู่ตรงหน้า ข้างกายมีย่ามเปื้อนฝุ่นวางกองอยู่

เมื่อเดินใกล้เข้าไป เขาขยับ .. ฉันหยุดกึก ..

คราวนี้ฉันเห็นเขามีแผลถลอกที่หน้าผาก น้ำลายฟอดฟูมปาก ชักไม่ค่อยดีแฮะ เขาเป็นอะไร ? กำลังเล่นตลก ? หรือกำลังไม่สบาย ? เป็นลมชัก ? ถ้าเป็นแถวบ้านฉันคงโทรเรียก 1669 ให้เจ้าหน้าที่มาดูแลทันที แต่ที่กรุงเทพ ฯ นี่เค้าใช้เบอร์โทรอะไรหว่า ? เหลียวซ้ายแลขวา เอ ทำไมคนที่ป้ายรถเมล์ดูเฉยเมยกันจัง ?

เหตุการณ์นี้ ฉันควรทำอย่างไรดีคะคุณ ? 

ถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ เดินผ่านเขาไปเหมือนคนไร้น้ำใจ กระทั่งผ่านสวนเบญจศิริไปยังห้าง ฯ ชื่อดังแห่งหนึ่ง ฉันเดินหาร้านอาหารหรือเครื่องดื่มแต่ทุกร้านที่มีไม่มีโต๊ะว่างเลย จึงเดินกลับโดยไม่มีอะไรติดมือออกมา จะเดินเล่นในสวน ฯ ก็ร้อนและหิวเกินไป และใจฉันยังติดอยู่ที่ชายนิรนามคนนั้น กังวลว่าเขาจะมีใครมายื่นมือให้ความช่วยเหลือแล้วหรือยัง กระทั่งเดินมาถึงจุดเกิดเหตุ พบว่ามีคนใส่เครื่องแบบเหมือนมาจากมูลนิธิสักแห่งกำลังสอบถามอาการชายคนนั้นอยู่ เห็นอย่างนั้นก็ค่อยสบายใจขึ้นค่ะ แล้วฉันก็เลี้ยวไปหาอะไรง่าย ๆ รองท้องจากร้านเซเว่น ฯ หัวมุมถนนนั่นเอง

คืนแรกในเมืองกรุง ฉันนอนอ่านหนังสือเรื่อง แผ่นดินนี้เราจอง ที่แปลจาก Pioneer Go Home ของ ริชาร์ด เพาเวลล์ โดย คุณเทศภักดิ์ นิยมเหตุ กระทั่งผลอยหลับไป ต้องขอบคุณคุณ Z2you ด้วยค่ะ สำหรับหนังสือดี ๆ เล่มนี้

ดูเหมือนว่าฉันจะเล่าอะไรยืดยาวเกินไปแล้ว ขอพักเรื่องราวไว้แค่นี้ก่อนละกัน แล้วจะเล่าให้ฟังวันหลังนะคะ

ที่นี่ลมหนาวเริ่มพัดผ่าน อากาศเย็นสบายดีเหลือเกิน ทางโน้นเป็นยังไงบ้างคะ ?

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ คิดถึงค่ะ

‘ SOUL

5 comments

  1. แน่นอนว่าหากตั้งชื่อให้จดหมายน้อยฉบับนี้ (และอีกหลายฉบับที่กำลังจะตามมา?) ว่า “สาวน้อยในแดนมหัศจรรย์”

    ย่อมไม่สมควร

    หนึ่ง เพราะผู้เขียนมิใช่สาวน้อย

    หนึ่ง เพราะไม่มีปีศาจหรือสัตว์ประหลาดโผล่มาสักกะตัว จึงไม่น่าจะเป็นดินแดนมหัศจรรย์

    ครั้นหวนนึกถึงภาพยนต์เรื่องหนึ่งของพี่น้องชาวลาว และหากคิดจะหยิบยืมชื่อ “บักหำน้อยตุรัดตุเหร่” มาใช้เป็นชื่อของจดหมายชุดนี้

    นั่นยิ่งนับว่าไม่เป็นการสมควรเข้าไปใหญ่

    หนึ่ง…อ่ะ แฮ่ม เพราะผู้เขียนเป็นผู้หญิง

    หนึ่ง เพราะผู้เขียนก็เติบใหญ่มาก็หลายขวบปีแล้ว

    งั้น…ชื่อนี้ล่ะเป็นไง

    “หญิงใหญ่ใจเด็ด”

    อืม ตั้งชื่อเรื่องเช่นนี้ย่อมมีเหตุผลที่ฟังขึ้นอยู่หลายประการ

    หนึ่ง เพราะผู้เขียนเป็นสาวใหญ่แล้ว

    หนึ่ง เพราะการออกไปผจญภัยนอกถิ่นในป่าคอนกรีตคนเดียวเช่นนี้ของผู้เขียน ย่อมต้องอาศัยจิตใจที่กล้าหาญอยู่ไม่น้อย

    งั้นเอาชื่อนี้แหละเนาะ “หญิงใหญ่ใจเด็ด”

    .

    .

    ๑. ตามที่ดูรูปในเว็บไซต์ของทางโรงแรมแล้ว ก็นับว่าเป็นโรงแรมที่หรูไม่เบา โก้ไม่หยอกทีเดียวเชียวล่ะคุณ

    ๒. อ่ะฮ้า ไอเดียการทำกระเป๋าสองด้านของคุณไม่เลวจริงๆ เยี่ยมไปเลย

    ๓. เรื่องลุงผู้นั้น น่าจะพอสังเกตได้อยู่กระมังว่าแกมีอาการผิดปกติ หรือเจ็บมากน้อยแค่ไหน เท่าที่อ่านดู คิดว่าอาการของแกคงไม่หนักมากหรอกระมัง เพราะถ้าสาหัสจริงๆ ชาวบ้านแถวนั้นคงไม่นิ่งดูดายหรอก

    หรือ…อาจจะหนักหนาพอดูอยู่กระมัง คุณถึงได้เขียนเล่าว่ามีเจ้าหน้าที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือลุงผู้นั้นด้วย

    แต่ก็เอาเถอะ เรื่องราวทั้งหลายในโลกหล้าก็เป็นเช่นนี้แหละ ใช่ว่าเราจะสามารถหยิบยื่นความช่วยเหลือ หรือสงเคราะห์คนได้หมดทุกคนและในทุกสถานการณ์ได้หรอก

    ๔. มีคำคมของนักเขียนชาวอังกฤษท่านหนึ่งว่า “หนังสือคือเพื่อนที่ซื่อสัตย์ เพราะมันบันทึกอะไรมา มันก็จะบอกเรายังงั้น ซ้ำเปิดโอกาสให้เราโต้แย้งอย่างใจเย็น” ก็นับว่าเป็นการดีแล้วล่ะที่ในเวลาค่ำคืนแบบนั้นคุณเอาหนังสือเป็นเพื่อน โดยไม่คิดจะออกไปแสวงหาเพื่อนที่เป็นผู้คนภายนอก เพราะไม่แน่ว่าในเมืองใหญ่เช่นนั้น คนจะซื่อสัตย์ได้ดีเท่าหนังสือหรือเปล่าก็ไม่รู้

    ๕. อา…อากาศเริ่มจะเย็น ลมหนาวเริ่มจะหวนอีกแล้วหรือ อืม…

    อากาศทางนี้ก็เริ่มจะเข้าฤดูใบไม้ร่วงอีกแล้วล่ะ ความเย็นก็เริ่มจะมาเยือนอีกแล้วเหมือนกัน

    รักษาสุขภาพเช่นกันนะ

    แล้วจะรออ่านตอนต่อไป

    ^_^

  2. สวัสดีค่ะ

    ออกผจญโลกกว้างคนเดียว น่าตื่นเต้นจังนะคะ
    ยังดีที่มีหนังสือติดไปเป็นเพื่อน
    เอ่อ..จริงๆ แล้ว หาเพื่อนติดไปด้วยก็จะดีไม่น้อย 555555555+

    ที่นี่ตอนเช้าอากาศเย็น
    ตอนบ่ายร้อน ตอนค่ำฝนตก กลางคืนหลับสบายดี

    จะรอติดตามตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อค่ะ
    รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันนะคะ

    ว่าแต่ คุณคะ

    รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มไหมคะ ^__^

  3. นอกจากจะ “ใจเด็ด” แล้ว
    ลีลาการลงเล็บก็เด็ดขาดด้วยนะคะ ไม่อยากจะคุย

    555555555+

    ขอบคุณคุณสิญจน์สำหรับความเห็นเรื่องชายคนนั้นด้วยค่ะ
    อ่านแล้วให้รู้สึกสบายใจขึ้นโขเลย
    ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมเพิกเฉยของ “ฉัน” ดูไม่สู้ดีนัก
    แต่ก็นะ ตอนนั้น “ฉัน” ทำอะไรไม่ถูกเอาเสียเลย

    หนังสือเป็นเพื่อนที่ดีจริง ๆ ค่ะ
    แต่ก็เพิ่งเคยได้ยินนะคะ ว่า “หนังสือ” ขึ้นชื่อในเรื่องความซื่อสัตย์กะเค้าด้วย

    55555+

    .

    อ่า .. เรียน คุณ Z2you ที่เคารพ

    ก่อนส่งใบสมัคร “ฉัน” จีบเพื่อนไปสัมนาเป็นเพื่อนหลายคนอยู่นะคะ
    แต่ไม่สำเร็จสักราย ด้วยเหตุผลที่ว่าบางคนเคยไปมาแล้ว
    บางคนเตรียมจะไปสัมมนาหัวข้ออื่น ที่จะจัดขึ้นช่วงเวลาใกล้ ๆ กัน
    ฉะนั้น “ฉัน” จำต้องเดินทางโดยลำพัง คนเดียว ..

    คุณคะ คราวหน้าไปสัมมนาด้วยกันไหม ?

    555555+

    อืม .. รับค่ะ
    ขอซาลาเปาไส้หมูแดง 1 ขนมจีบ 2 นะคะ
    😀

  4. คุณคะ

    ขนมจีบกับซาลาเปาทีสั่งได้ได้แล้วนะคะ
    รบกวนไปรับได้ที่ 7-11สาขาใกล้บ้านด้วยค่ะ

    อ้อ…ชำระเงินที่เคาเตอร์ด้วยนะคะ

    ส่วนเรื่องที่ชวนไปสัมมนานั้น ต้องขอบคุณมากค่ะ
    ไปเฉยๆ ไม่เข้าไปฟังได้ไหมคะ เพราะคงฟังไม่รู้เรื่องน่ะค่ะ 55555

    สุขสันต์วันศุกร์ค่ะ

  5. วาววววว ..

    ขนมจีบกับซาลาเปาหอมฉุยเลยค่ะคุณ
    ขอบคุณมากนะคะ ที่จัดให้

    เสียดายก็ตรงที่ยังไม่ได้จ่ายตังค์อ่ะ 5555+

    .

    เอ่อ .. ไปแล้วไม่เข้าฟังจะเรียกว่าไปสัมมนาได้ไงละคะ
    ไปเถอะค่ะ ไหน ๆ ก็ไปแล้ว เข้าไปฟังด้วยกันหน่อยเป็นไร

    .

    สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ
    😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s