เมนูวันหยุด : กะหรี่พัฟ กับ เม็ดขนุน

สวัสดีวันอาทิตย์สีแดงแจ๋ค่ะ

วันนี้ไม่ใช่วันหยุดของฉันหรอกนะคะ เพราะต้องไปทำงานที่โรงพยาบาลอยู่ครึ่งวัน (ตอนเช้า) แต่เมนูวันหยุดที่นำมาเล่าคือเรื่องราวของเมื่อวานนี้ค่ะ วานนี้ฉันลุกมาทำอาหารว่างและขนมไทยตามที่ได้จั่วหัวข้อไว้คือ “กะหรี่พัฟ กับ เม็ดขนุน” นั่นเองค่ะ

เย็นวันศุกร์เรา (ฉันกับน้องชาย) เตรียมทำไส้กะหรี่พัฟไว้ แบ่งแช่แข็งเอาไว้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งแช่เย็น ไส้ทำง่าย ๆ ไม่ยุ่งยากอะไรหรอกค่ะ เริ่มจากนำเนื้ออกไก่ต้มสุก มันเทศต้มสุก และหอมหัวใหญ่หั่นลูกเต๋า จากนั้นก็เอามาผัดในน้ำมันถั่วเหลือง ใส่พริกไทย เกลือ ผงกะหรี่ ซ๊อสปรุงรส (ฝาเขียว) ให้เข้ากัน จากนั้นก็เติมน้ำตาลลงไปผัดอีกครู่ใหญ่ก็เป็นอันเสร็จพิธี  ค่ำ ๆ ก็นำเมล็ดถั่วเขียวกระเทาะเปลือก (ถั่วเขียวซีก) มาแช่น้ำไว้เพื่อเตรียมทำพัฟไส้หวาน และเม็ดขนุนในวันรุ่งขึ้น

เมื่อเช้าวันเสาร์มาถึง ..  ตึง ตึง ตึง ..

ฝนตกนิดหน่อย ฉันจิบกาแฟหอม ๆ อร่อย ๆ แล้วเดินอ้อยสร้อยไปที่ชานบ้าน เห็นดอกฟาร์แลนด์นอฟซิสที่เพื่อนเอามาให้กำลังบานเต็มที่ เลยกดชัตเตอร์ไปหนึ่งทีมาฝากให้ชม   

IMG_8060

เอาล่ะค่ะ เรามาเริ่มทำ “กะหรี่พัฟ” กันก่อนนะคะ

เริ่มจากผสมแป้งชั้นนอกทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงพักไว้ (ระหว่างนั้นก็เอาเมล็ดถั่วเขียวไปนึ่งให้สุกเตรียมทำไส้หวาน) แล้วก็คลุกแป้งชั้นในพักไว้อีกเช่นกัน แป้งของกะหรี่พัฟจะมีสองชั้นค่ะ เมื่อนวดมาผสมกันทอดแล้วจะเห็นลายเป็นชั้น ๆ นั่นเอง วิธีการนวดก็ไม่ยากค่ะ เริ่มจากตัดแป้งชั้นนอกชั่งให้เท่ากัน นำมาแผ่ออกเป็นแผ่นเอาแป้งชั้นใน (กะเอาแค่ครึ่งหัวแม่มือ) ยัดเข้าไปแล้วปิดไว้เป็นก้อนเกือบกลม จากนั้นก็ทุบอย่างทะนุถนอม (หุ หุ) แล้วเอาไม้ตะบอง เอ้ย ! ไม้นวดมาคลึงเบา ๆ  

IMG_8093

การนวดแป้ง จะใช้ไม้นวดแผ่แป้งออกไปขนาดเล็กกว่าฝ่ามือเล็กน้อย แล้วม้วนแนวทะแยง แล้วนวดตามยาว แล้วก็ม้วนแป้งอีกครั้ง จากนั้นก็ใช้ที่ตัดแป้งตัดครึ่ง เราก็จะได้แป้งรูปก้นหอยพักไว้สัก 10 นาที (ให้แป้งหายเครียด) จึงนำมานวดแผ่ให้เป็นแผ่น ใส่ไส้ พับแป้งม้วนแล้วบิด ปิดให้เรียบร้อยโรงเรียนเจี๊ยบ เจี๊ยบ ดังนี้

IMG_8094

และหลังจากทอดในกะทะทองเหลืองจนสุกได้ที่
ก็จะได้ กะหรี่พัฟ หน้าตาเช่นนี้แล ..

IMG_8102

ส่วนไส้หวานนั้น ฉันเอาเมล็ดถั่วเขียวที่นึ่งสุกจนนิ่มแล้วไปปั่นกับกะทิ แล้วใส่กะทะทอง (อีกใบที่ไม่เปื้อนน้ำมันพืช) ตั้งไฟ ใส่น้ำตาลแล้วกวนไปเรื่อย ๆ จนร่อนไม่ติดกะทะ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่า ๆ เมื่อได้ที่ก็ยกลง นำมาปั้นเป็นก้อนกลม ๆ ใส่ในแป้งพัฟแล้วบิด ปิดให้เรียบร้อย ก็นำไปทอด ก็จะออกมาเป็นพัฟไส้หวานที่แสนอร่อยทันที ไส้นี้เด็ก ๆ ชอบมากค่ะ

ไส้หวานที่กวนไว้ ฉันกวนเผื่อจะใช้ทำ“เม็ดขนุน” ด้วย หลังจากนั่งกึ่งยืนทำกะหรี่พัฟจนเริ่มเมื่อย ฉันก็ย้ายมาปั้นเม็ดขนุนที่ชานหน้าบ้าน ระหว่างนั้นก็มีสโนว์เดินขึ้นมาโชว์ตัว และแมวเหมียวมานอนตรวจงานเป็นระยะ ๆ

IMG_8117

IMG_8115

เม็ดขนุน ที่อาจารย์พี่ (เรน) สอนไว้ เธอให้ปั้นขนาดเท่าปลายนิ้วนางเองนะคะ แต่เมื่อวานฉันปั้นเม็ดใหญ่กว่าหัวแม่มืออีกค่ะ หม่ำได้สะใจดี 5555+

IMG_8121

เมื่อปั้นเป็นเม็ดเสร็จแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว เราจะใช้เฉพาะไข่แดงเท่านั้นค่ะ นำไข่แดงที่แยกไว้มาบีบให้แตกแล้วกรองด้วยผ้าขาวบางเพื่อไม่ให้มีเมือกตกค้างอันจะทำให้ขนมไม่สวยได้ แล้วพักไว้ (ให้ไข่หายเครียด 555+) เพื่อไม่ให้มีฟอง ระหว่างนั้นก็เตรียมน้ำเชื่อมข้นใส่กะทะทองเหลือง เตรียมน้ำเชื่อมใส เตรียมภาชนะสำหรับใส่ขนมเม็ดขนุนให้พร้อม เตรียมน้ำสะอาดสำหรับสะบัดใส่กะทะ และอุปกรณ์อะไรต่อมิอะไรไว้ใกล้ ๆ มือ ( ขนมที่ทำง่าย ๆ – ไม่ , ขนมอะไรที่ยุ่งยาก – อยากทำ 555+)

เมื่อของพร้อม คนพร้อม ก็ลงมือกันเล้ยย

เริ่มจากนำเม็ดตอร์ปิโดที่ปั้นไว้ มาโยนใส่ไข่แดง เปิดเตาเผากะทะให้น้ำเชื่อมเดือดปุด ๆ แล้วปิดเตาพักไว้ให้น้ำเชื่อมนิ่งแล้วค่อย ๆ บรรจงหย่อนเม็ดขนุนชุบไข่ลงไป

IMG_8129

จากนั้นก็เปิดเตาต้มให้น้ำเชื่อมเดือดใหม่อีกครั้ง กระทั่งไข่สุก

IMG_8132

เมื่อไข่สุกแล้ว ตักเม็ดขนุนใส่หม้อน้ำเชื่อมใส พักไว้

น้ำเชื่อมใสกับน้ำเชื่อมข้น ก็คือน้ำเชื่อมที่ทำจากน้ำกับน้ำตาลเหมือนกันนั่นแหละค่ะ แต่ความเข้มข้นของน้ำเชื่อมข้นจะข้นมากกว่าเท่านั้นเอง เริ่มแรกที่ทำขนมเม็ดขนุนน้ำเชื่อมจะยังไม่มีเปื้อนไข่แดงที่เราใช้ชุบ เรียกว่าไม่มีเชื้อไข่ แต่เมื่อทำ ๆ ไปสักรอบสองรอบ น้ำเชื่อมจะมีเชื้อไข่แล้วเม็ดขนุนที่ได้จะมีปีก บินเข้าปากเราได้ อย่างนี้ค่ะ

IMG_8138

ลองชิมไหมคะ ?
จะรับอะไรก่อนดี ระหว่างกะหรี่พัฟ กับ เม็ดขนุน

สุขสันต์วันหยุดค่ะ😀

35 comments

  1. หรี่พัฟใส้เค็มห้า

    เม็ดหนุนกล่อง

    ด่วน!!

    .
    .
    .

    ปล. ท่านประธานชมรมคนบ้าเก่งจังแฮะ ทำขนมเป็นตั้งหลายอย่าง เห็นทีต้องประเมินท่านใหม่เสียแล้วววววว

  2. ทำไม่เป็นสักอย่างแฮะเรา ช่วยชิมได้อย่างเดียว – -”

    ปล.เห็นด้วยกับท่านเลขาฯ ค่ะ

    1. เห็นด้วยคะท่านเลขา และท่านกรรมการ

      เห็นเม็ดขนุน แล้วอยากกินลูกชุบง่า (อ้าว…ไม่เกี่ยวกันเหรอ) 555+

      เก่งแบบนี้…….รับบาล์มไปเลี้ยงดูเล่นมั้ยล่ะ อ่ะโด่………..กิกิกิ

      จะกินขนมไม่ให้เหลือซากเลย คอยดู๊…….. 😆

      God bless me & you……..

  3. 55555555555555555555+

    ขอบคุณมากค่าทุกท่าน
    เมนูวันหยุดที่ทำคราวนี้ หน้าตาดีใช้ได้แม่นก่อเจ้า
    ดีใจเอ้ย ดีใจจัง

    อิ อิ

    แต่อาจารย์พี่เธอติงว่าถั่วยังไม่เนียน ต้องบดให้ละเอียดกว่านี้
    เม็ดขนุนก็ปั้นลูกใหญ่ไปหน่อยนึง

    ยังไงก็เชิญทุกท่านมาชิมกันถึงในครัวนะคะ

    สุขสันต์วันจันทร์ค่า😀

  4. อ่าว ..

    ข้าพเจ้าจัดให้แล้วนี่คะท่านรอง ฯ Z
    วางอยู่บนโต๊ะตะกี้นี่เองนา
    ท่านยังไม่ได้มารับหรือคะ ?

    ตายละ !!
    ใครคว้าไปหม่ำเสียแล้วล่ะนั่น

    เฮ้ยยยย ..

  5. อ้าว…แล้วกัน
    ข้าพเจ้าเผลอหลับไปแป๊บเดียว ขนมหายไปแล้วหรือนี่

    งั้นขอชุดใหม่เลยแล้วกันนะคะท่าน
    เมื่อกี้ยังไม่อิ่ม เอ้ย ยังไม่ได้ชิมเลยอ่ะ ^^”

  6. ^
    ^

    ในที่สุดก็เผยความจริงออกมาซะแล้วววว
    555555+

    สุขสันต์วันอากาศดีค่า 😀

  7. กฎแห่งกรรม

    .
    .
    .

    เรื่อง “กฎแห่งกรรม” นั้น ผมได้อธิบายไปในหัวข้อ “นิยามห้า” หมดแล้วนะครับ หากจะให้อธิบายอีกก็คิดว่าคงจะซ้ำกับในเรื่องเดิมนั่นแหละ เพราะกรรมก็เป็นเรื่องการกระทำ พฤติกรรม และกระบวนการให้ผลของการกระทำนั้นๆ ตามธรรมชาติอยู่แล้ว

    ทว่ามีประเด็นใหม่ที่ท่านหนอนน้อยนำมากล่าว ซึ่งเรื่องนี้น่าจะขยายความกันหน่อยเพื่อความกระจ่างแจ้งสำหรับบางท่าน

    ประเด็นที่ว่าคือเรื่อง “ตัดกรรม” หรือ “แก้กรรม” ที่ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมทำกันในสังคมไทยไม่น้อยเลยทีเดียว

    การจะแก้กรรมหรือตัดกรรมได้จริงๆ นั้น คือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือว่าวิถีการดำรงชีวิตที่เคยทำมาจนเคยชินให้ได้ เช่น แต่ก่อนเป็นคนชอบกินเหล้าเมายาติดยาเสพติด ก็ต้องเลิกให้ได้เด็ดขาด หรือว่าแต่ก่อนมีอาชีพที่ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ก็ต้องเลิกอาชีพนั้นๆ ให้ได้โดยเด็ดขาด ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ หันมาทำบุญสุนทานแล้วอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร และภาวนาชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้วเพื่อละนิมิต หรือว่าภาพอกุศลที่ฝังลึกในจิตใต้สำนึกของตนให้ได้ จึงจะเป็นการละกรรมและตัดกรรมที่ถูก

    การไปทำบุญทำทานปล่อยสัตว์เพียงครั้งคราวก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นกุศลกรรมที่สร้างขึ้นมาใหม่ แต่ไม่มีพลังที่จะตัดกรรมเก่าได้จริงๆ ต้องภาวนาจนจิตตกภวังค์สมาธิซึ่งจัดว่าเป็นกรรมหนักฝ่ายกุศลเท่านั้น ผู้ภาวนาจึงจะเข้าถึงความสงบสุขภายในใจได้ ทว่าอำนาจกุศลกรรมชนิดนี้ก็จะทรงอยู่เท่าที่อำนาจสมาธิยังคงอยู่ ถ้าสมาธิเสื่อมเมื่อไหร่กรรมฝ่ายอกุศลก็สามารถพลิกกลับมาให้ผลได้เมื่อนั้น

    การเจริญสติปัฏฐานจนกลายเป็นมหาสติ เกิดมหาปัญญา กลายเป็นญาณทัศนะขึ้นมาภายในจิตได้เท่านั้น จึงจะเป็นการขุดรื้อเข้าไปถึงสรรพกิเลสซึ่งจะเป็นเหตุให้เกิดสรรพกรรมทั้งหลายทั้งมวล เป็นการตัดกรรมที่แท้จริง

    ส่วนการแก้กรรมนั้น กรรมบางอย่างให้อภัยเป็นอโหสิกรรมต่อกันได้ แต่ถ้าเป็นคุรุกรรมหนัก เช่น ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ยุยงสงฆ์ให้แตกกันเป็นฝักฝ่าย เหล่านี้ ถือว่าเป็นกรรมที่ปิดประตูสวรรค์นิพพานในชาตินั้นๆ พ้นจากอัตภาพความเป็นมนุษย์ก็ต้องไปเสวยวิบากในนรกภูมิ

    ครั้นมาเกิดในภพภูมิของมนุษย์ใหม่ ได้มีโอกาสมาสร้างบุญบารมี กระทั่งได้เจริญวิปัสสนาจนบรรลุธรรมแล้ว ก็ไม่สามารถแก้กรรมได้นั้นได้ทั้งหมด ต้องรับกรรมนั้นๆ อยู่ดี เช่น พระโมคคัลลาน์ที่เคยทำร้ายมารดาของตน แม้ท่านจะรู้ว่ามีโจรมาล้อมรุ่มฆ่า แม้ท่านจะมีฤทธิ์สามารถเหาะหรือหายตัวหนีได้หลายครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็ต้องยอมจำนนรับกรรมนั้นอยู่ดี เพราะรู้ว่าตนเคยทำผิดอุกฉกรรจ์กับแม่บังเกิดเกล้ามาแต่ปางบรรพ์จริงๆ

    จึงว่าพระอรหันตสาวกทั้งหลายนั้น ไม่สามารถละวาสนาได้ทั้งหมด คือแม้จะหมดกิเลส แต่กิริยาอาการภายนอกก็จะแตกต่างกันไปตามแต่อุปนิสัยที่สั่งสมมาแต่ปุเรชาติ คือเป็นผลของการกระทำทั้งสิ้นนั่นแหละครับ พระอรหันต์บางรูปนั้น ไม่ได้เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ดอกนะครับ เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถนำกิริยาภายนอกไปเป็นมาตรวัดภูมิธรรมภายในจิตของท่านได้เลย

    มีแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย (คือในสังสารวัฏฏ์นี้เคยมีพระพุทธเจ้ามาแล้วหลายองค์จนนับไม่ถ้วน และในอนาคตก็จะมีมาตรัสรู้อีกนับไม่ถ้วนเหมือนกัน) เท่านั้นล่ะครับที่ละวาสนาเดิมได้หมด คือไม่มีเชื้อของอุปนิสัยเดิมหลงเหลืออยู่เลยในธาตุขันธ์ เพราะกว่าท่านจะตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้นั้น ผ่านการชดใช้กรรมดำ ผ่านการทำกรรมขาวมาจนเต็มเปี่ยมแล้ว ครั้นพอชาติสุดท้ายมาเข้าถึงการทำกรรมที่ไม่ดำไม่ขาว จนหมดเหตุให้เกิดกรรมแล้ว จึงหมดจดด้วยกิริยาอาการและสภาพภายในจิตอย่างสิ้นเชิง

    ว่าไปแล้ว…ก็แฟร์พอๆ กันนั่นแหละครับ คือกว่าท่านจะเป็นพระพุทธเจ้าได้ก็ทรงชดใช้มาจนเกลี้ยงแล้วนั่นเอง ไม่เหมือนพระอรหันตสาวกที่อาจจะแบกวิบากเก่ามามากน้อยต่างกัน แม้ชาติสุดท้ายมาเจริญวิปัสสนาจนบรรลุธรรมได้ แต่ก็ต้องใช้หนี้ก้อนสุดท้ายกันอยู่ดี

    ฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้าหลวงปู่บางท่านเป็นอัมพาต หรือบางท่านอาจจะประสบอุบัติเหตุมรณภาพ เพราะนั่นเป็นการชดใช้วิบากสุดท้ายของท่าน

    เหตุนั้นการเชื่อในกรรมเก่าตามคติที่ถูกต้องของพระพุทธศาสนาคือ เชื่อว่าการที่เรามามีชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ล้วนเป็นผลจากการสะสมความคิด คำพูด และการกระทำของเราทั้งสิ้น หากสยบยอมแล้วปล่อยให้ชีวิตไหลลอยเลื่อนเปื้อนต่อไปตามวิถีที่เคยเป็นอยู่ ชีวิตก็จะลุ่มๆ ดอนๆ ไปตามวิบากเก่าที่ส่งผลมา บวกกับการกระทำใหม่ที่ทำอะไรแบบสุ่มๆ เดาๆ ลุ่มๆ หลงๆ นี้ไม่รู้สิ้น การปฏิวัติความคิดและการกระทำใหม่ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเท่านั้น จึงจะส่งผลต่อชีวิตให้เจริญงอกงามในอนาคต

    .

    คราวนี้ ทำไมถึงต้องวิปัสสนาตัดกรรม?

    ลำพังปกตินั้น ตราบใดที่กำลังความคิด กำลังสติปัญญาเท่าเดิม จิตของคนเราจะไม่มีกำลังปฏิวัติความคิดและการกระทำให้ดีขึ้นได้ง่ายๆ หรอกครับ เพราะปกติจิตจะมีธรรมชาติที่โน้มเอียงไปในทางชอบทำอะไรตามใจ ชอบสนองตัณหาของตนอยู่แล้ว

    การเจริญวิปัสสนา หรือว่าเจริญสติปัฏฐาน ซึ่งคือการกำหนดรู้กายและใจโดยตรง คือรู้ว่าเกิดเวทนาอย่างไร รู้ว่าเกิดตัณหาแบบไหนขึ้นกับจิต รู้แล้วก็เฉย ไม่ทำตามอำนาจความเคยชินแบบเก่า ฝืนประคองกายใจให้อยู่ในกรอบของศีลธรรม จึงถือว่าเป็น “ยาที่แรงที่สุด” หรือว่าเป็น “การผ่าตัดสด” ที่ทะลุทะลวงเข้าถึงระบบการดำรงชีวิตโดยตรง

    เมื่อโรงงานใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรรมถูกปฏิวัติ ทั้งโกดังกรรมเก่าก็ถูกรื้อค้นออกมาชำระอยู่แบบนี้ ชีวิตย่อมเปลียนแปลงไปในทางที่ดีอย่างมโหฬารทันตาเห็น

    นี่ล่ะครับ “การตัดกรรม” และ “การแก้กรรม” ที่ถูกตรง ผิดจากหลักการนี้แล้ว เช่น ไม่ว่าจะนำของดำกี่ชนิด จะนำธูปกี่ดอก เทียนกี่เล่ม นิมนต์พระมาสวดกี่องค์ ทำพิธีอยู่กี่วันกี่คืนก็ตาม การกระทำนั้นก็จะเป็นเพียงการกระทำที่เป็นกุศลเท่านั้น ซึ่งจะให้ผลต่อชีวิตประเดี๋ยวประด๋าวช่วงที่ยังนึกถึงว่าตนเองได้ทำดีแล้วเกิดความดีใจอยู่นั้น ครั้นในระยะยาวแล้ว เดี๋ยวชีวิตก็ตกร่องพฤติกรรมเดิม แล้วก็วนอยู่กับความลุ่มๆ ดอนๆ แบบเดิมต่อไป

    .
    .

    อ้อ การพยายามจะสืบค้นให้ทราบกระบวนการของกรรมและการให้ผลนั้น ป่วยการครับ พระพุทธองค์ทรงกล่าวว่าเสียเวลาเปล่า เพราะไม่มีทางที่จะเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้งหรอก เว้นเสียแต่องค์สัพพัญญูพุทธเจ้าแล้ว ต่อให้เป็นพระอรหันตสาวกก็ไม่แจ้งในกรรมทั้งหมดได้หรอก คือไม่สามารถสืบไปถึงกรรมแรกของตนได้ จึงว่าพระอรหันต์ก็ยังละวาสนาของตนได้ไม่หมดไงล่ะครับ ทว่าท่านละกิเลสได้หมด เพราะกิเลสนี่แหละเป็นต้นเหตุให้เกิดกรรม (กิเลส กรรม วิบาก)

    เรื่องกรรมนั้น ทรงตรัสเอาไว้ว่าเป็นหนึ่งในเรื่องอจินไตยน่ะครับ คือเป็นเรื่องที่ไม่อาจรู้ได้ด้วยการคาดคิดหรือด้นเดาใดๆ ทั้งสิ้น

    พูดถึงอจินไตยแล้ว งั้นแถมให้อีก 3 ข้อให้ครบทั้ง 4 เลยก็แล้วกัน

    เรื่องที่สองคือ พุทธวิสัย คือความสามารถของพระพุทธองค์ว่าทรงมีพระปัญญาญาณลุ่มลึกเพียงใด แม้พระอรหันต์ก็ไม่สามารถรู้ได้ เว้นเสียแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยกัน

    สาม คือ ฌานวิสัย คนไม่เคยบรรลุฌานนั้น ต่อให้เล่าให้อธิบายว่าองค์ฌานมีคุณลักษณะใด มีอำนาจพิเศษแบบไหน ก็ไม่มีทางเข้าใจได้ดอก เผลอๆ อาจจะไม่เชื่อ พาลจะว่าผู้พูดบ้าบอคอแตก เล่าเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ตลก เหมือนนิยายไปเสียอีก

    สี่ คือ จุดกำเนิดโลก กำเนิดจักรวาล ป่วยการที่จะสืบสาวหาว่าก่อนเกิดบิ๊กแบงครั้งที่ล้านแปดแสนเก้าพันแปดร้อยเก้าสิบหกนั้นจักรวาลนี้มีลักษณะใด มีสัตวโลกชนิดไหนแบบใดอาศัยอยู่ในจักรวาลบ้าง

    .

    พอแล้วกระมังครับ ว่ากันแต่พอสังเขปแค่นี้ก่อนเน๊าะครับเน๊าะ

  8. สาธุ สาธุ สาธุ

    ข้าพเจ้าคงจะมีกรรมเยอะแฮะ
    ตัดอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง -*-

  9. สวัสดีวันอาทิตย์ครึ้มๆ ค่ะ

    อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ^__^

  10. สวัสดีบ่ายวันสีชมพูค่ะ
    รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันนะคะท่านรอง ฯ Z

    ขอให้สุขภาพดีทั้งกายและใจค่ะ😀

  11. อรุณสวัสดิ์วันพุธค่ะ

    วันนี้อากาศดีและมีแววว่าจะร้อนมาก
    ส่วนตอนเย็นฝนจะตกเป็นปกติเช่นทุกวัน ^^”

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ ^__^

  12. สวัสดีค่ะท่านรอง ฯ Z

    ทางนี้อากาศสดกำลังดี มีแดดพอหอมปากหอมคอ
    และมีฝน (ที่ชาวบ้านกำลังรอ) อยู่ประปราย

    จบการรายงานข่าวสภาพอากาศ

    .

    สุขสันต์วันปกติค่ะ
    😀

  13. อ่า ..

    คงจะเป็นวันที่ต่างไป ไม่เหมือนวันนี้มังคะ😀

  14. ไม่เหมือนวันนี้?
    จะรู้ได้อย่างไรว่าเหมือนหรือต่าง ข้าพเจ้าว่าไม่มีวันไหนเหมือนกันสักวัน

    ปล.ตอนนี้ที่นี่ฝนตกหนักมาก ตกตรงเวลาทุกวัน

  15. ก้อออออออออออ ..

    ถ้าวันนี้ปกติ
    วันอื่นที่ไม่เหมือนวันนี้ก็ไม่ปกติสิคะ

    วุ้ย .. เด็กช่างเจรจาแบบนี้
    ต้องมีอะไรไปปิดปากเสียแล้วล่ะ .. ฮึ !!

    .

    ป.ล.1 ตอนนี้ที่นี่ยังไม่มีฝน เหมือนทุกวัน
    ป.ล.2 ฝนตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้ (ที่อยู่ในห้องเปิดแอร์) โปรดดูแลสุขภาพด้วยค่ะท่าน

  16. นี่ข้าพเจ้าจะโดนปิดปากจริงหรือนี่
    อยากรู้จังว่าจะปิดด้วยอะไร หุหุ

    ปล. ฝนตกจนไฟดับแต่ตอนนี้ฝนหยุดแล้วค่ะ
    ปล.1 ขอบคุณมากค่ะ แต่อย่าหนาวนานนะคะ รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันค่ะ

  17. สวัสดียามบ่ายค่ะ

    ตะทีแรกข้าพเจ้าว่าจะปิดปากด้วยนิทานก่อนนอนสักหน่อย
    แต่ผลอยหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบอ่ะค่ะ

    แหะ ๆ

    .

    ขอแปะ ขอเลื่อนการปิดปากไปก่อนนะคะท่าน

    สุขสันต์วันพฤหัสบดีค่ะ😀

  18. สวัสดีตอนฟ้าครึ้มๆ เช่นเคยค่ะ

    ข้าพเจ้าอนุมัติให้เลื่อนการปิดปากได้ตามแต่ท่านสะดวกค่ะ

    ว่าแต่สุขภาพของท่านเป็นอย่างไรบ้างคะ

    สุขสันต์วันนี้ค่ะ ^__^

  19. เพราะข้าพเจ้าเป็นคนบ้าที่ดีที่หนึ่งนั่นเองงงงง

    555555+

    .

    จงรัก (ษา) ความบ้าดุจปลารักน้ำนะคะ
    😀

  20. 5555+

    ท่านประธานนี่บ้าดีจริงๆ ค่ะ ^^

    รักน้ำ รักปลา รักซากุระ ^__^

  21. ไม่ได้สิคะ
    เดี๋ยวจะเสียตำแหน่งประธานกันพอดี

    อิอิ

    .

    สุขสันต์วันฝนพรำจ้า 😀

  22. สวัสดีวันฟ้าครึ้มค่ะ

    จะมีใครอาจหาญมาชิงตำแหน่งจากท่านได้ล่ะค่ะท่านประธาน

    รักษาสุขภาพด้วยค่ะ ^__^

  23. สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ

    พูดถึงตำแหน่งข้าพเจ้าก็พูด ๆ ไปอย่างนั้นเองแหละนะคะ
    คิด ๆ อยู่เหมือนกันว่า จะมีใครกันน๊า ที่อยากเป็น

    55555+

    .

    ทางนี้ก็มีฝนค่ะ ก็นี่เป็นฤดูฝนนี่นาเนาะท่านเนาะ
    ไปไหนใกล้ไกล พกร่มติดมือไปด้วยนะคะ

    รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
    -ประธาน ฯ-

    ป.ล. เข้ามาเขียนนิทานก่อนนอนไว้ตั้งแต่ตอนนี้ รบกวนมาอ่านตอนก่อนจะเข้านอนอีกทีด้วยนะคะ 😀

  24. รบกวนสอบถามเรื่องไม้นวดแป้งแบบในรูปนี้ หาซื้อได้ที่ไหนค่ะ
    ที่หาได้ก็มีแต่ที่มีเป็นด้ามจับใช้ไม่ถนัดเลยค่ะ อยากได้แบบนั้นบ้างจัง

    ขอบคุณมากค่ะ

  25. ไม้นวดแป้งคู่นี้ พี่สาวซื้อมาฝากจากโคราชค่ะ ใช้งานได้ดีมาก มากกว่าแบบที่เป็นด้ามจับอย่างที่คุณ Tuu ว่าจริง ๆ

    คงพอหาได้ตามร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก หรือไม้ยางพาราค่ะ หากไม่มีก็ขอทางร้านให้เค้าช่วยกลึงให้ได้ แถมยังสามารถเลือกขนาดและน้ำหนักที่เหมาะมือได้อีกต่างหากนะคะ
    😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s