ห้องยาพาเพลิน (๑๗)

ขณะก้มหน้าก้มตาตรวจสอบยาตรงหน้า ก่อนประกาศเรียกชื่อผู้ป่วยให้มารับยา

ปึ๊ก !”

เสียงวาง OPD Card และใบสั่งยา ดังมาจากช่องรับใบสั่งยาใกล้ ๆ
ทุกคนในห้องไม่ทันได้หันไปสนใจ ด้วยต่างใส่ใจในงานตรงหน้าของตน
คนหนึ่งพิมพ์สติ๊กเกอร์
คนหนึ่งติดซองยา + จัดยา
คนหนึ่งตรวจสอบยากับ OPD Card
และ ฉัน ก็กำลังง่วนอยู่อย่างว่า

อึดใจต่อมา
เจ้าของเสียง “ปึ๊ก !” มาด้อม ๆ มอง ๆ แล้วพูดยิ้ม ๆ ว่า

บ่ต้องฮีบฮ้อนก่ได้เน่อ ป้อมีลูกมีเมียรออยู่ตี้บ้าน

ทุกคนมองหน้ากันเลิ๊กลั๊กแล้วยิ้ม
แล้วเสียงของหนุ่มก็ดังออกมาจากช่องจัดยา Unite dose ว่า

พี่เจี๊ยบ ผมยังไม่มีลูกก็ต้องรีบกลับเหมือนกันนะครับ มีเมียรออยู่ที่บ้าน

(( ฮา ))

หมายเหตุประจำบันทึก :

ที่นี่กำลังรับสมัครเภสัชกร 1 ตำแหน่ง
หากสามารถทำงานเยี่ยงกรรมกรได้จะพิจารณาเป็นพิเศษ
หากสนใจกรุณาฝากคุณเมล์ไว้แล้วจะส่งข่าวไปหลังไมค์ค่ะ😀

(( เหมือนล้อเล่นแต่รับสมัครจริง ๆ นะคะ ))

16 comments

  1. งั้นข้าพเจ้ายิ่งต้องรีบกลับบ้านสิเนี่ย

    ไม่ใช่เพราะมีใครรออยู่หรอกนะคะ
    แต่เพราะไม่มีเลยต้องรีบกลับไปเฝ้าบ้านน่ะค่ะ ^^”

  2. ว้าาาา เกล้ากระผมรึก็ไม่มีทั้งเมียและลูกเลย แล้วงี้จะอ้างว่าอะไรรออยู่ที่บ้านดีล่ะเนี่ย

    อ้อๆๆๆ

    “ไม่ต้องรีบก็ได้หรอกนะคุณหมอ ตอนนี้ลูกหมาน้อยกำพร้ารอกินนมอยู่ที่บ้านน่ะ”

    คุคุคุ เหตุผลนี้พอฟังขึ้นบ้างไหม?

    .
    .
    .

    หมายเหตุของผู้อ่านบันทึก :

    สนใจอยากจะสมัครเข้าทำงานมาก
    แต่วิชาเภสัชกรไม่มี
    ดีแต่วิชากรรมกร
    สมัครได้ไหม?

  3. อืมมมม ความเห็นของท่านรองแซดเด็ดมาก

    คารวะๆๆ

    1. นั่นสิคะคุณเล็ก

      โดยเฉพาะสองคนข้างบน
      เหตุผลของเค้าฟังดูทะแม่ง ๆ ยังไงพิกลอ่ะ

      55555555+😆

  4. เมื่อสักครู่เกล้ากระผมได้ไปเขียนเรื่องนิยามห้าให้เพื่อนๆ ในบ้านหนอนได้อ่านกันน่ะขอรับ จึงก๊อปเอามาฝากคนบ้าแถวนี้ด้วย

    เชิญอ่านเล่นๆ กันเถิด

    (หรือจะอ่านจริงๆ ก็ได้นะขอรับ)

  5. นิยามห้า (1)………………โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

    .
    .

    พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ที่เรียบเรียงและประพันธ์โดย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) อธิบายเอาไว้ว่า นิยาม คือ “กำหนดอันแน่นอน, ความเป็นไปอันมีระเบียบแน่นอนของธรรมชาติ, กฎธรรมชาติ” มี 5 ประการคือ อุตุนิยาม, พีชนิยาม, จิตนิยาม, กรรมนิยาม และธรรมนิยาม

    มาว่ากันตั้งแต่กฎข้อที่หนึ่งของธรรมชาติกันเลยนะครับ

    1. อุตุนิยาม คือ กฎธรรมชาติที่เกี่ยวกับอุณหภูมิ หรือปรากฎการณ์ธรรมชาติต่างๆ ซึ่งมีดิน น้ำ ความร้อน อากาศ อันเป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลต่างๆ เป็นสิ่งแวดล้อมทั้งหลายทั้งมวล

    หากแดดกล้าจะรู้สึกร้อน

    หากฝนตกจะชุ่มเย็น

    หากลมพัดจะรู้สึกเย็น

    ดินก็จะมีสภาพตามแต่เหตุปัจจัยที่ประกอบกันไป

    จะเห็นว่าธาตุเหล่านี้มีหน้าที่ของตนเป็นเอกเทศไป ซึ่งหากธาตุไหนมาก ธาตุไหนน้อย ย่อมส่งกระทบต่อธรรมชาติโดยรอบ

    กฎของธรรมชาติข้อนี้มีผลกระทบต่อมนุษย์ทั้งสิ้น เพราะชีวิตของคนเราเนื่องด้วยธาตุภายนอกทั้งสี่อย่างนี้ เช่นว่า จะทำไร่ทำนาเอย จะเพาะปลูกพืชพรรณเอย ล้วนต้องดูความเหมาะสมของธาตุเหล่านี้ทั้งนั้น ถ้าธาตุไม่เอื้อ ไม่มีสภาวะที่เหมาะสมแล้ว เพาะปลูกอะไรย่อมไม่เป็นมรรคเป็นผล

    การกำหนดรู้ธรรมชาติเหล่านี้แล้วปฏิบัติตนให้สอดคล้องย่อมเกิดประโยชน์ต่อบุคคลนั้นๆ ดังจะเห็นว่าศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยทั้งหลายนั้น ล้วนอิงอาศัยในนิยามข้อนี้ทั้งสิ้น และ แฮ่ม แม้แต่ขงเบ้งจะกำหนดวันเผาทัพเรือโจโฉยังต้องอาศัยกฎธรรมชาติแห่งดิน น้ำ ลม ไฟ นี้เช่นกัน

    สภาพทางภูมิศาสตร์ทั่วโลกก็ดี และทั่วเอกภพนี่ก็ดี ล้วนเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยของนิยามข้อแรกนี้แหละครับ

    ธาตุภายในล่ะ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าร่างกายของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายประกอบขึ้นมาด้วยธาตุทั้งสี่เช่นกัน หากดูแลธาตุของตนไม่ดี ย่อมทำให้ไม่สบาย ร่างกายเคลื่อนไหวไม่สะดวก ธาตุไฟมากไปก็อาจจะตัวร้อน ธาตุน้ำมากไปก็อาจจะหนาว ตัวจะบวม ธาตุลมมากเกินไปก็อาจจะท้องอืดท้องเฟ้อขึ้นมาอีก พอธาตุพิการเช่นนี้เลยมีผลกระทบต่อจิตใจไปด้วย เพราะชีวิตประกอบขึ้นมาด้วยองค์ประกอบสองส่วน คือรูปและนาม หรือว่ากายกับใจ

    ต่อเรื่องของธาตุภายในกายแปรไป แล้วทำให้อารมณ์แปรเปลี่ยนนี้ หมอดูหมอเดาทั้งหลายได้นำมาเป็นหลักการอธิบายเกี่ยวกับปรากฎการณ์ของดวงดาวว่ามีส่วนเกี่ยวเนื่องมาถึงผู้คน หรือว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนๆ หนึ่งด้วย (มันอาจจะเป็นแค่ความพยามยามอธิบายให้เห็นภาพและจับต้องได้น่ะครับ อันนี้อ่านประกอบไปด้วยก็แล้วกัน จะได้รู้ว่าหมอดูบางท่านพยายามจะอธิบายศาสตร์ของการดูดวงว่าอย่างไร) คือได้ทำการวิจัยกันว่า ดวงดาวมีอิทธิพลต่อน้ำขึ้นน้ำลง และอุณหภูมิทั้งหลาย ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ฤดูกาลต่างๆ

    ร่างกายของคนเราก็ประกอบขึ้นมาด้วยธาตุ ดวงดาวจึงมีอิทธิพลต่อธาตุภายในกายของคนเราด้วย เมื่อธาตุภายในกายเปลี่ยนแปลงหรือแปรปรวนไปย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจ เช่นว่าเมื่อรู้สึกร้อน คนเรามักจะหงุดหงิดโมโหง่าย แต่ถ้าได้อยู่กับความร่มรื่นชุ่มเย็นจะรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย เหตุนั้นดวงดาวจึงมีอิทธิพลต่อมนุษย์ (ผมบอกแล้วนะครับว่าเป็นการพยายามจะอธิบายของลุงๆ หมอดู หมอเดาบางท่าน ก็ฟังหูไว้หูกันหน่อยก็แล้วกันนะครับ)

    สรุปว่านิยามข้อแรกที่พระพุทธเจ้ากล่าวเอาไว้คือ กฎของธรรมชาติที่เกี่ยวกับธาตุต่างๆ นี่แหละครับ เหตุนั้นอย่าตื่นตระหนกตกใจเมื่อเกิดแผ่นดินไหวหรือสึนามิ เพราะนั่นไม่ใช่ปรากฎการณ์แปลกประหลาด ไม่ใช่เรื่องของกรรม และไม่ใช่อำนาจพิเศษของเทพเจ้าตนใดบันดาลดอก มันหากเป็นเรื่องของธรรมชาติตามเหตุตามปัจจัยที่เอื้อให้มันเกิดนั่นแหละ

    .
    .
    .

    2. พีชนิยาม (พี-ชะ = พืช) คือ กฎธรรมชาติเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ เช่น พันธุกรรม ดีเอ็นเอ เซลส์ทั้งหลาย

    ผมนึกเล่นๆ ไปตามประสาว่า หากเราสามารถสืบสาวไปถึงบรรพบุรุษตนแรกของมนุษย์ได้จริงๆ แล้ว ไม่แน่ว่าเจ้าตัวนั้นอาจจะเป็นตัวอะไรสักอย่างที่มีหน้าตาประหลาดพิลึกมากเกินกว่าจินตนาการที่คนเราได้สร้างภาพ “ลิงกัง” ขึ้นมาแล้วบอกว่ามันนี่แหละคือต้นตระกูลของมวลมนุษยชาติก็ได้นะครับ

    ขอแค่เพียงเจ้า “ตัวต้นตระกูลมนุษย์” นั้น มีกายอันประกอบขึ้นมาจากธาตุทั้งสี่สมบูรณ์ดีเถอะน่า ดวงจิตทั้งหลายย่อมไม่ลังเลที่จะขอเข้าไปสิงสู่ยึดเป็นตัวกรูอย่างแน่นอน และอย่าคิดแค่ว่าต้องเป็นสายพันธุ์นี้ ที่มีโอกาสจะยืนขึ้นสองขาได้ในอนาคต ซึ่งพอจะมีความสามารถสร้างบ้านสร้างเมืองได้เท่านั้น จิตทั้งหลายถึงจะเข้าถือครอง

    เปล่าเลย…

    ในภพภูมิแห่งจิตนั้นพระพุทธเจ้า (แม้แค่พระอรหันตสาวกที่รู้จริงเห็นแจ้งในสัจธรรมทุกวันนี้ท่านก็รู้ก็เห็นได้เหมือนๆ กันแหละครับ) ท่านกล่าวว่ามีอีกมากมายเลยนะครับ แต่เอาล่ะ จะไม่ขอกล่าวในที่นี้ มาว่ากันเฉพาะเรื่องเซลส์และดีเอ็นเอทั้งหลายที่จับต้องได้และมองเห็นกันด้วยตาเนื้อกันดีกว่า

    พระพุทธศาสนากล่าวว่า ถ้าพูดถึงกายภาพแล้ว มนุษย์และสัตว์ทั้งหลายก็มีส่วนประกอบคล้ายๆ กัน คือเป็นธาตุทั้งสี่เหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันไปตามดีเอ็นเอ ตามพันธุกรรมที่ผ่านการสะสม เพาะบ่มมานานปี

    ผมไม่ปฏิเสธทฤษฎีที่ว่าบรรพบุรุษของมนุษย์เริ่มต้นก่อรกรากครั้งแรกที่แอฟริกาเลยครับ นั่นอาจจะเป็นสมมุติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์สืบค้นได้ลึกที่สุดในยุคนี้ ที่มีหลักฐานยืนยันว่าโลกทั้งผองล้วนพี่น้องกัน มีดีเอ็นเอที่สืบสายมาจากรากเหง้าเดียวกัน ทว่า “สัตว์โลกชนิดนั้น” ได้ผ่านการอพยพโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานในแดนต่างๆ ผ่านการเวลาที่ยาวนาน ผ่านสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันไป กินอาหารและพืชที่แตกต่างกันไป จึงมีผลต่อเซลส์ ต่อพันธุกรรม ทำให้ร่างกายแตกต่างกันมาเรื่อยๆ จนแทบจะไม่เหลือเค้าของความเสี่ยวกันเลยของคนในแต่ละซีกโลกตรงกันข้าม

    หรือจะมองดูใกล้ๆ ว่ากันเฉพาะผู้คนในประเทศไทย ลองค้นหาดูภาพคนไทยโบราณเมื่อประมาณสักร้อยหรือสองร้อยปีที่ผ่านมา แล้วนำมาเทียบกับคนไทยในยุคปัจจุบันดูนะครับ จะมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของเซลส์ที่กำหนดเป็นรูปร่าง เป็นสรีระ ว่ามีความแตกต่างกันมามากขนาดไหนแล้ว ถ้าหากย้อนไปเป็นล้านๆ ปีล่ะ ผู้คนจะมีรูปร่างลักษณะไหนหนอ?

    อย่าว่าแต่คนเลยครับ กระทั่งสัตว์และพืชทั้งหลายล้วนจัดอยู่ในนิยามข้อนี้ด้วยกันหมดทั้งสิ้น

    สัตว์เมืองร้อนกับสัตว์เมืองหนาวไม่เหมือนกันเลยนะครับ ถึงมันจะเป็นสัตว์ชนิดเดียวกันก็ตาม

    กระเพราอังกฤษกับกระเพราเมืองไทยก็เผ็ดร้อนไม่เหมือนกัน

    เหล่านี้คือเรื่องของพีชนิยาม หรือว่ากฎของการสืบพันธุ์ที่ส่งต่อพันธุกรรมจากรุ่นสู่รุ่นมาเรื่อยๆ บางประเภทบางชนิดอาจจะสืบพันธุ์ผ่าเหล่าผ่ากอไปผสมกันได้ หรือหากมันไม่ผสมกันเอง ผู้คนทุกวันนี้ยังยัดเยียดความเป็นสามีภรรยาให้พวกพืชและสัตว์ทั้งหลายได้ สามารถบังคับให้พวกมันผลิต “นวัตกรรมใหม่” ให้มนุษย์ได้กินได้ใช้ก็ยังได้เลย แต่บางชนิดบางหากมีเซลส์แตกต่างกันมาก ก็อาจจะไม่สามารถเข้าใกล้กันได้เลย เห็นหน้ากันอาจจะรู้สึกราวกับเป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ยังไม่เกิดมาเป็นตัวตนเสียด้วยซ้ำไปก็มี พืชบางชนิดอาจมีความสามารถข่มพิษของพืชบางชนิดได้

  6. อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกท่าน

    วันนี้ที่น่านอากาศดีมากค่ะ
    😀

  7. สวัสดีบ่ายวันพฤหัสบดีค่ะ

    วันนี้ที่นี่ฝนตกปรอยๆ ตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ค่ะ
    งานก็เข้ามากมาย แต่ร่างกายอยากจะนอนอ่ะ – -”

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ ^__^

  8. สวัสดียามค่ำค่ะท่านรอง ฯ

    งานเข้าแค่ไหน ถ้าไม่ไหวก็พักเสียหน่อยนะคะ
    รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยค่ะ
    😀

  9. สวัสดีตอนเช้าค่ะท่านประธาน

    ขอบคุณค่ะ
    ท่านเองก็เช่นกันนะคะ รักษาสุขภาพกายและใจด้วยค่ะ

    เสาร์-อาทิตย์นี้ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด
    ข้าพเจ้าก็ว่าจะขอพักสักหน่อยเหมือนกันค่ะ ^__^

  10. สวัสดีก่อนเที่ยงค่ะท่านรอง ฯ Z

    วันนี้ที่นี่อากาศดี
    และโชคดีทีมีคนไข้ประปราย
    ทำให้มีโอกาสได้ทำงานด่วน (เป็นบ้า) ที่เหลือหน่อย .. อิอิ

    .
    .

    ขอให้ได้พักผ่อนสมใจนึกนะคะ
    สุขสันต์วันฝนพรำค่ะ
    😀

  11. สวัสดีตอนเช้าค่ะ

    วันนี้ที่นี่อากาศดี แต่ข้าพเจ้ารู้สึกไม่ค่อยดี
    ว่าแต่งานด่วนเสร็จหรือยังคะท่านประธาน

    ข้าพเจ้าขอไปทำตัวเองให้ตื่นก่อนนะคะ – -“

  12. ตอนนี้บรรดางานด่วนทั้งหลายเสร็จสิ้นไปแล้วค่ะท่านรอง ฯ
    ข้าพเจ้ากำลังมอง ๆ อยู่ว่าจะทำเรื่องอะไรต่อไปดี

    อิ อิ

    .

    ว่าแต่ตอนนี้ท่านรอง ฯ ตื่นดีหรือยังอ่ะ ?
    ให้ช่วยปลุกไหมคะ ?

    555555+😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s