สงกรานต์ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๒

สวัสดีมิตรรักทุกท่าน

วันนี้เป็นวันสงกรานต์ ที่อุณหภูมิทางกายมิใคร่ร้อนนัก
แต่อุณหภูมิทางจิตวิญญาณกลับมิพักการร้อนรุ่ม
ข่าวสารบ้านเมืองอันน่ากลุ้มมีให้ชาวไทยได้กุมขมับไปทั่ว
ข้าพเจ้ามีเรื่องปั่นป่วนอยู่แล้วเป็นส่วนตัว
ยิ่งติดตามข่าว ยิ่งรู้สึกหวั่นกลัวอยู่มิวาย ..

ก่อนเข้ามาที่นี่ ข้าพเจ้านั่งสวดมนต์พุทธชัยมงคลคาถา คาถาพาหุงตามคำเชิญชวนของนิตยสารธรรมะใกล้ตัวมาค่ะ กระทำแล้วให้รู้สึกว่าใจสงบขึ้นอีกโข จึงนำมาเผยแผ่ให้มิตรรักทุกท่านได้ร่วมอนุโมทนาด้วยกัน

ดังนี้ ..


เรียนท่านผู้ใฝ่ใจในธรรม

โปรดช่วยกันชักชวนคนรอบตัวท่านช่วยกันสวดมนต์พุทธชัยมงคลคาถา คาถาพาหุงเป็นจำนวน 9 จบ เริ่มเวลา 3 ทุ่มตรงของคืนวันที่ 13-14 เมษายนนี้ เพื่ออุทิศแด่พระสยามเทวาธิราช พระหลักเมืองตลอดไปจนเทพเทวาที่ดูแลศาลหลักเมืองเพื่อความสงบร่มเย็นของประเทศไทย
หากท่านใดไม่ถนัดสวดพาหุง จะเดินจงกรม ทำสมาธิ แผ่เมตตา ทำความดี ตามที่ถนัด ตั้งเจตนาขอให้บ้านเมืองสงบร่มเย็นคนในชาติได้สติไม่คิดร้ายเบียดเบียนมีเมตตาต่อกัน ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยล่วงหน้าครับ

บทสวดมนต์

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ ( ๓ จบ )

(บทสรรเสริญพระพุทธคุณ)
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสสะธัมมะสาระถิ สัตถาเทวะมนุสสานัง พุทโธ ภะคะวาติ

(บทสรรเสริญพระธรรมคุณ)
สวากขาโต ภะคะวา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิติ.

(บทสรรเสริญพระสังฆคุณ)
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ญายะปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสสะ ยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเนยโย อัญชะลีกะระนีโย อะนุตตะรัง ปุญญะเขตตัง โลกัสสาติ.

(พุทธชัยมงคลคาถา )

๑. พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๒. มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๓. นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๔. อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโย ชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๕. กัตตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๖. สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๗. นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

๘. ทุคคาหะ ทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต* ชะยะมังคะลานิ

เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถาโย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ

(ชัยปริตร ทำให้ประสบชัยชนะ และมีความสุขสวัสดี)
มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา

ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน
เอวะเมวะ ชะโย โหตุ ชะยามิ ชะยะมังคะเล.
อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปุถุวิปุกขะเล
อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ.
สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปปะภาตัง สุหุฏฐิตัง
สุขะโณ สุหุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรัหมะจาริสุ.
ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง
ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธิ เต ปะทักขิณัง
ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต

คำแปล “พาหุงมหากา” หรือ “พุทธชัยมงคลคาถา” มีอยู่ ๘ บท และมีความมุ่งหมายแตกต่างกันทั้งแปดบท กล่าวคือ
บทที่ ๑ สำหรับเอาชนะศัตรูหมู่มาก เช่น ในการสู้รบ
บทที่ ๒ สำหรับเอาชนะใจคนที่กระด้างกระเดื่องเป็นปฏิปักษ์
บทที่ ๓ สำหรับเอาชนะสัตว์ร้ายหรือคู่ต่อสู้
บทที่ ๔ สำหรับเอาชนะโจร
บทที่ ๕ สำหรับเอาชนะการแกล้ง ใส่ร้ายกล่าวโทษหรือคดีความ
บทที่ ๖ สำหรับเอาชนะการโต้ตอบ
บทที่ ๗ สำหรับเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย
บทที่ ๘ สำหรับเอาชนะทิฏฐิมานะของคน

เราจะเห็นได้ว่า ของดีวิเศษอยู่ในนี้ และถ้าพูดถึงการที่จะเอาชนะหรือการแสวงหาความมีชัย ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไร นอกเหนือไปจาก ๘ ประการที่กล่าวข้างต้น ก่อนที่จะนำเอาตัวคาถาบทสวดมนต์และคำแปลมาไว้ให้จำจะต้องทำความเข้าใจคำอธิบายบทต่างๆ ไว้พอสมควรก่อน เพราะความในคาถาเองเข้าใจยาก ถึงจะแปลออกมาก็ยังเข้าใจยากอยู่นั่นเอง เมื่อเราไม่เข้าใจเราอาจจะไม่เกิดความเลื่อมใส จึงควรจะหาทางทำความเข้าใจกันให้แจ่มแจ้งไว้ก่อน

ในบทที่ ๑. เป็นเรื่องผจญมาร ซึ่งมีเรื่องว่าพระยามารยกพลใหญ่หลวงมา พระพุทธเจ้าก็ทรงสามารถเอาชนะได้ จึงถือเป็นบทสำหรับเอาชนะศัตรูหมู่มาก เช่น ในการสู้รบ

คำแปล- พระยามารผู้นิรมิตแขนได้ตั้งพัน ถืออาวุธครบมือ ขี่ช้างชื่อ ครีเมขละ พร้อมด้วยเสนามารโห่ร้องมา องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะมารได้ ด้วยทานบารมีด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๒. เรื่องเล่าว่า มียักษ์ตนหนึ่ง ชื่ออาฬะวกะ เป็นผู้มีจิตกระด้างและมีกำลังยิ่งกว่าพระยามาร พยายามมาใช้กำลังทำร้ายพระองค์อยู่จนตลอดรุ่ง ก็ทรงทรมานยักษ์ตนนี้ให้พ่ายแพ้ไปได้ จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะปฏิปักษ์หรือคู่ต่อสู้

คำแปล- อาฬะวกะยักษ์ผู้มีจิตกระด้าง ปราศจากความยับยั้ง มีฤทธิ์ใหญ่ยิ่งกว่าพระยามาร เข้ามาประทุษร้ายอยู่ตลอดรุ่ง องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยขันติบารมี ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๓. มีเรื่องว่าเมื่อพระเทวทัตทรยศต่อพระพุทธเจ้า ได้จัดการให้คนปล่อยช้างสาร ที่กำลังตกมันชื่อนาฬาคีรี เพื่อมาทำร้ายพระพุทธเจ้า แต่เมื่อช้างมาถึงก็ไม่ทำร้าย จึงถือเป็นบทที่เอาชนะสัตว์ร้าย

คำแปล- ช้างตัวประเสริฐ ชื่อนาฬาคีรี เป็นช้างเมามัน โหดร้ายเหมือนไฟไหม้ป่า มีกำลังเหมือนจักราวุธ และสายฟ้า องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยพระเมตตาบารมีด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๔. เป็นเรื่องขององคุลีมาล ซึ่งเรารู้กันแพร่หลาย คือ องคุลีมาลนั้นอาจารย์บอกไว้ว่า ถ้าฆ่าคนและตัดนิ้วมือมาร้อยเป็นสร้อยคอ ให้ได้ครบพัน ก็จะมีฤทธิ์เดชยิ่งใหญ่ องคุลีมาลฆ่าคนและตัดนิ้วมือได้ ๙๙๙ เหลืออีกนิ้วเดียวจะครบพัน ก็มาพบพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงสามารถเอาชนะถึงกับองคุลีมาลเลิกเป็นโจรและยอมเข้ามาบวช กลายเป็นสาวกองค์สำคัญองค์หนึ่ง จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะโจรผู้ร้าย

คำแปล- โจร ชื่อ องคุลีมาล มีฝีมือเก่งกล้า ถือดาบเงื้อวิ่งไล่พระองค์ไปตลอดทาง ๓ โยชน์ องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยการกระทำปาฏิหาริย์ ด้วยเดชะอันนี้ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๕. หญิงคนหนึ่งมีนามว่า จิญจมาณวิกา ใส่ร้ายพระพุทธเจ้า โดยเอาไม้กลมๆ ใส่เข้าที่ท้องแล้วก็ไปเที่ยวป่าวข่าวให้เล่าลือว่าตั้งครรภ์กับพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะ ให้ความจริงปรากฏแก่คนทั้งหลายว่าเป็นเรื่องกล่าวร้ายใส่โทษพระองค์โดยแท้ จึงถือเป็นบทที่เอาชนะคดีความหรือการกล่าวร้ายใส่โทษ

คำแปล- นางจิญจมาณวิกาใช้ไม้มีสัณฐานกลมใส่ที่ท้อง ทำอาการประหนึ่งว่ามีครรภ์ เพื่อกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยวิธีสงบ ระงับพระทัยในท่ามกลางหมู่คน ด้วยเดชะอันนี้ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๖. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะสัจจะกะนิครนถ์ ซึ่งเป็นคนเจ้าโวหาร เข้ามาโต้ตอบกับพระพุทธเจ้า จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะในการโต้ตอบ

คำแปล- สัจจะกะนิครนถ์ ผู้มีนิสัยละทิ้งความสัตย์ใฝ่ใจจะยกย่องถ้อยคำของตนให้สูงประหนึ่งว่ายกธงเป็นผู้มืดมัวเมา องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ ด้วยรู้นิสัยแล้วตรัสเทศนาด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๗. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้า ให้พระโมคคัลลาน์ อัครมหาสาวกไปต่อสู้เอาชนะพระยานาคชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีเล่ห์เหลี่ยมในการต่อสู้มากหลาย จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะเล่ห์เหลี่ยมกุศโลบาย

คำแปล- องค์พระจอมมุนี ได้โปรดให้พระโมคคัลลาน์เถระ นิรมิตกายเป็นนาคราช ไปทรมานพระยานาคชื่อ นันโทปนันทะ ผู้มีฤทธิ์มากให้พ่ายแพ้ด้วยวิธีอันเป็นอุปเท่ห์แห่งฤทธิ์ ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

ในบทที่ ๘. เป็นเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะ ผกาพรหม ผู้มีทิฏฐิแรงกล้าสำคัญว่าตนเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุด แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงสามารถทำให้ผกาพรหมยอมละทิ้งทิฏฐิมานะ และยอมว่าพระพุทธเจ้าสูงกว่า จึงถือเป็นบทที่ใช้เอาชนะทิฏฐิมานะของตน

คำแปล- พรหม ผู้มีนามว่า ท้าวผกา มีฤทธิ์และสำคัญตน ว่าเป็นผู้รุ่งเรืองด้วยคุณอันบริสุทธิ์มีทิฏฐิที่ถือผิดรัดรึงอยู่อย่างแน่นแฟ้น องค์พระจอมมุนีก็เอาชนะได้ด้วยวิธีเทศนาญาณ ด้วยเดชะอันนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่เรา

คำแปล มหาการุณิโก

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสรรพสัตว์ทรงประกอบด้วยพระมหากรุณา ทรงบำเพ็ญพระบารมีทั้งปวง เพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่สรรพสัตว์ ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ด้วยการกล่าวสัจจวาจานี้ ขอชัยมงคลทั้งหลายจงมีแก่ข้าพเจ้า

ขอข้าพเจ้าจงมีชัยชนะในชัยมงคลพิธี ดุจพระจอมมุนีผู้ยังความปีติยินดีให้เพิ่มพูนแก่ชาวศากยะ ทรงมีชัยชนะมาร ณ โคนต้นมหาโพธิ์ทรงถึงความเป็นเลิศยอดเยี่ยม ทรงปีติปราโมทย์อยู่เหนืออชิตบัลลังก์อันไม่รู้พ่าย ณ โปกขรปฐพี อันเป็นที่อภิเษกของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ฉะนั้นเถิด เวลาที่กำหนดไว้ดี งานมงคลดี รุ่งแจ้งดี ความพยายามดี ชั่วขณะหนึ่งดี ชั่วครู่หนึ่งดี การบูชาดี แด่พระสงฆ์ผู้บริสุทธิ์ กายกรรมอันเป็นกุศล วจีกรรมอันเป็นกุศล มโนกรรมอันเป็นกุศล ความปรารถนาดีอันเป็นกุศล ผู้ได้ประพฤติกรรมอันเป็นกุศล ย่อมประสบความสุขโชคดี เทอญ

ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า

ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า

ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า

ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอความสุขสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ ขอสรรพมงคลจงมีแก่ข้าพเจ้า ขอเหล่าเทพยดาทั้งปวงจงรักษาข้าพเจ้า

————————————————————————

หมายเหตุ โดย soul : บทสวดนี้มิได้เป็นการสวดเพื่อตนเอง จึงใช้คำว่า “เต” หากจะเป็นการสวดเพื่อตัวเองให้เปลี่ยนจาก “เต” เป็น “เม” ค่ะ

38 comments

  1. อืมมมม ดีนัก นับว่าดียิ่งนักแล้ว…

    มาร่วมสาธุด้วยอีกคน

    สาธุ

  2. SaTu Krub. I went to the temple last week and listened to “พาหุงมหากา” too. I didn’t know about the meaning. Now I know and it’s amazing.

  3. ไหนๆ ก็อ่านธรรมะกันไปแล้ว คราวนี้มาอ่านธรรเมากันบ้างเน๊าะขอรับ

    เมื่อวานเกล้ากระผมเลขาหน้ามนแห่งชมรมคนบ้าของเรา ได้เข้าไปโม้แสดงความเห็นร่วมกับวารสารออนไลน์ “ก้าวรอก้าว” แห่งบ้านหนอน เห็นว่ามีความเห็นบางชิ้นที่บ๊องๆ ดี จึงก๊อปมาฝากคนบ้าแถวนี้ด้วย

    เชิญอ่านเล่นๆ เถิดขอรับ

  4. -ในความเงียบงัน-

    .
    .

    แสงไฟจากเสาไฟริมถนนส่งสองเราจนสุดแสง เราทั้งสองยังคงเดินต่อไปบนทางเท้าเล็กๆ ที่ทอดยาวไปสู่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง แม้จะไร้แสงไฟแล้วแต่จันทร์บนฟ้ากลับกระจ่างแสงนวลยิ่งนัก ทำให้มองเห็นรายละเอียดโดยรอบสองข้างทางได้เป็นอย่างดี

    นั่น – ดงดอกเดฟโฟเดลทั้งสีเหลือง และสีม่วงขึ้นทึบตามแนวทางเดินทั้งสองฟาก

    นี่ – ฟอร์เก็ทมีน็อต เจ้าดอกไม้ซึ่งมีชื่อแสนจะออดอ้อนว่า “อย่าลืมฉัน” นี้ก็แทงหน่อพ้นดินขึ้นมาเตรียมจะเบ่งบานแล้ว

    โน่น – แม็กโนเลีย ก็เริ่มตั้งเต้ารอเวลาแตกตุ่มเบ่งบาน

    นู้น – โรโดเรนดอน ทั้งขาว แดง และชมพู ก็ชูช่ออูมรอเวลาบาน

    หมามุ่ยล่ะ? – อ้อ เสียใจ หมามุ่ยยังไม่ออกดอก และตำแยก็ยังไม่แทงต้นแต่อย่างใด

    อา…นั่น มีม้านั่งสไตล์วิคธอเรียที่แสนจะคลาสสิคตัวหนึ่งอยู่ริมบึงน้ำกลางสวนสาธารณะแห่งนี้ คงจะดีไม่น้อยหากเราทั้งสองจะนั่งคุยกันท่ามกลางแสงจันทร์สองต่อสอง

    และแล้วเราทั้งสองก็นั่งลงด้วยกันบนม้านั่งนั้น

    และแล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น… “แก๊บๆ”

    และแล้วเธอก็เป็นคนพูดขึ้นก่อนว่า… “ที่รักคะ ฟังสิคะ เสียงไก่นี่ไพเราะดีจังเลยนะคะ”

    “เป็ดจ๊ะ มันเป็นเสียงของเป็ดจ๊ะที่รัก” ผมเสนอความคิดกลับไป

    “แก๊บๆ” เสียงนั้นยังคงดังออกมาจากพุ่มดอกไม้เตี้ยๆ ข้างทางนั้น

    “ฟังสิคะ นั่นน่ะ เสียงไก่ชัดๆ เลยนะคะคุณ” สาวเจ้ายังยืนยัน

    “ไม่เอาน่าทูนหัว” ผมเริ่มทำเสียงขรึมเหมือนนักวิชาการใหญ่ขณะกำลังจะอธิบายเกี่ยวกับทฤษฎีสัมพันธภาพ “ไก่ไม่ร้องแบบนี้หรอกจ้า มันต้องร้องว่า เอ้ก อี เอ้ก เอ้ก สิถึงจะถูก”

    “แต่นี่เป็นไก่อังกฤษนี่คะ ไก่ที่นี่จะร้อง แก๊บๆ แบบนี้แหละค่ะ”

    “ฟังนะจ๊ะคุณแฟน มันเป็นเป็ดแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์จ้า ปอ เอะ ดอ เป็ด! อันเดอร์สแตน?”

    “ก็มันน่าจะเป็นไก่มากกว่านี่คะ” น้ำเสียงของเธออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ปลายเสียงสะบัดงอนนิดๆ ใบหน้าหรือก็บึงตึง นัยน์ตาประหนึ่งว่าทำนบน้ำอาจจะแตกทะลักได้ทุกเมื่อ ผมสังเกตเห็นอากัปกิริยาเหล่านี้ได้จากแสงจันทร์นวล และแล้วผมก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงพูดกับเธอว่า

    “ใช่แล้วจ๊ะที่รัก มันคงจะเป็นไก่อย่างที่คุณว่าไว้ล่ะกระมัง เอ๊ะ ไม่ใช่สิ แน่นอนล่ะ ผมว่ามันต้องเป็นไก่แน่ๆ เลย”

    ใบหน้างอง้ำนั้น พลันเปล่งประกายยิ้มเบิกบานแข่งกับแสงจันทร์บนท้องฟ้า

    ผมพลันบรรลุปรัชญาบางอย่างว่า ไอ้เจ้าสัตว์ตัวนั้นน่ะ มันจะเป็นอะไรก็ช่างมันเถิด แต่สิ่งสำคัญที่เราทั้งสองดั้นด้นออกมาเดินด้วยกันในเวลาค่ำคืนแบบนี้ ก็เพื่อจะมาหาความสุขท่ามกลางความสงบเงียบด้วยกันไม่ใช่หรือ

    โอ้วววว ผมเกือบจะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองวุ่นวายโดยไม่จำเป็นไปเสียแล้วไหมล่ะ

    .
    .
    .

    หมายเหตุ – นำเค้าโครงเรื่องมาจากเรื่องเล่าเรื่องหนึ่งในหนังสือ “ชวนม่วนชื่น” โดย พระอาจารย์พรหมวังโส เจ้าอาวาสวัดป่าโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย

  5. -ระวังเรื้อนในใจ-

    .
    .

    ข้อเขียนของคุณน้องกีร์ทำให้พี่สอนึกถึงเรื่องหนึ่งคือ ท่านเจ้าคุณอาจารย์ฯ (ป.อ.ปยุตโต) เคยเทศน์เอาไว้ว่า ความสุขจากการได้สนองความอยากของเคนเราเนี่ยะ เหมือนกับบุรุษผู้เป็นโรคเรื้อน แรกเริ่มเดิมทีตอนเป็นใหม่ๆ ก็สนองความคันด้วยการเกา ยิ่งเกายิ่งมัน ยิ่งมันก็ยิ่งเกา จนโรคเรื้อนลามเลื้อยไปทั่วตัว

    เอาแล้วซีคราวนี้ พอเริ่มจะปีกกล้าขาแข็งขึ้นมา ลำพังแค่ความต้องการธรรมดาๆ ชักจะไม่พอเสียแล้ว พี่เรื้อนของเราก็เช่นกัน เกาแค่สองมือของตนเองชักจะสนองได้ไม่ทั่วตัว ต้องไปนั่งผิงแดดล่ะคราวนี้ ให้แดดเผาผิวจึงจะรู้สึกสบาย ผ่อนคลายอารมณ์ลงได้บ้าง

    บ่ห่อนนาน หนทีนี้พี่เรื้อนชักจะเอาใหญ่ เล่นลามปามระดับประเทศ เอ๊ย ไม่ใช่ๆๆ ความคันได้ลามไปทั่วตัวกันเลยทีเดียว คราวนี้ใช่ไหมล่ะ ต้องก่อไฟย่างกันเลยล่ะ พอได้ย่างไฟเข้าหน่อย จะรู้สึกแซบสะเด็ดเผ็ดจี๊ดซี๊ดซ๊าดอย่าบอกใครเชียว

    ความสุขของคนที่ไม่เป็นโรคเรื้อน นั่งนอนอยู่ในร่มเย็นๆ กับความสุขของคนเป็นโรคเรื้อนที่ถูกย่างไฟแล้วก็ซ่านกำซาบสุขอยู่นั้น คงจะต่างกันหลายขุมอยู่กระมังคุณน้อง? – หรือไงๆ??

  6. -คุ้กกี้…ไม่ใช่คุ้กกี้-

    .
    .

    เสียงรำพึงจากคุ้กกี้…ที่พี่นกบอกว่า “…หากต่างประเทศรู้ว่าครอบครัวเราเลี้ยงน้องด้วยข้าวคลุกน้ำกะทิกล้วยปิ้ง เราอาจถูกจับปรับ เพราะทรมานสมาชิกในครอบครัวจนเป็นโรคอ้วน แต่หากพวกเขาจับพวกเรา เราจะมีข้อโต้แย้งว่า พวกเขาทรมานความสุขของน้องยิ่งนัก”

    กี้อยากจะกระซิบบอกพี่นกเบาๆ ว่า ขอพี่นกอย่าได้เป็นห่วงเรื่องนี้ ไม่ว่าใครก็ตามที่คิดจะมาจับพี่นกไปเป็นแฟน เอ๊ย ไม่ใช่ จับคุณพี่ไปปรับตังค์แล้วล่ะก้อ กี้จะเสี่ยงชีวิต เป็นหน่วยหน้าออกไปไล่กัดคนไม่ดีพวกนั้น ไม่ให้เข้ามาในบ้านของพี่นกอย่างแน่นอน…กี้สัญญา

    -เบื้องหลังของด้านหน้า-

    กว่าจะมาถึงวันนี้

    กว่าสังคมจะรู้จัก

    กว่าจะได้รับเงินบริจาคช่วยเหลือ

    แม่หมาน้อย และ ลูกหมาน้อย นับร้อยชีวิตนั้น ได้กอดคอร่วมกันฝ่าฟันปัญหามานับไม่ถ้วน ช่างน่าสรรเสริญหัวจิตหัวใจของพวกเขายิ่งนัก

    “แม่…แม่อย่าเป็นอะไรนะ…แม่หมาน้อยของหนู”

    ถ้อยคำซื่อๆ ของลูกๆ นับสิบคนที่รุมล้อมเข้ามาดูแลแม่เพียงคนเดียวของพวกเขา ต่างคนต่างพยายามยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ บ้างคว้าจับผ้าอะไรได้ก็นำไปชุบน้ำแล้วโป๊ะเข้าใส่ศีรษะและหน้าตาของแม่ บ้างก็นวดเฟ้นแขนขาลำตัว บ้างก็พูดปลอบให้กำลังใจขรมไปหมด

    “แม่หมาน้อยของหนู” ความไร้เดียงสาทำให้ลูกบางคนคิดว่าประโยคนี้ก็ใช้กับผู้เป็นแม่ได้ แน่ล่ะ เพราะผู้เป็นแม่เคยใช้ประโยคนี้กับพวกเขามาก่อน คราวใดก็ตามเมื่อพิษไข้จากการติดเชื้อเฮชไอวีกำเริบหนัก เด็กๆ เหล่านั้นจะนอนซม ตัวร้อนจัดด้วยพิษไข้ แม่ผู้นี้แหละ จะเป็นผู้ถืออ่างน้ำ หยิบเอาผ้าเช็ดตัว ชุบน้ำ บิดหมาด แล้วคอยเช็ดตัวให้พวกเขาอย่างทะนุถนอม ปากก็พร่ำพูดให้กำลังใจลูกๆ ๆ อยู่ตลอดว่า

    “ไม่เป็นไรนะลูก เจ้าหมาน้อยของแม่”

    ครั้นถึงคราวของแม่ เมื่อใดที่พิษของโรคมะเร็งลำไส้กำเริบ ลูกๆ นับร้อยจะกรูกันเข้ามาดูแลนางบ้าง แต่เด็กยังไงก็เป็นเด็ก ที่จะให้รู้จักชุบน้ำ บิดผ้าให้หมาดแบบแม่นั้นย่อมทำไม่เป็น ที่ทำได้คือ นำผ้าไปชุบน้ำแล้วนำมาโปะใส่ศีรษะของแม่เลย

    ………………….

    นี้คือฉากแห่งความประทับใจเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งที่ผมได้มาจากการดูสารคดีของ “บ้านโฮมฮัก”

    “แม่ติ๋ว” สตรีผู้เจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้คือ “แม่พระผู้ยิ่งใหญ่” ท่านนั้น อ้อ และในบางครั้งยามล้มป่วย แม่ติ๋วก็รับตำแหน่งเพิ่มขึ้นมาอีกตำแหน่งหนึ่งนั่นคือ “แม่หมาน้อยของหนู” ด้วย

    “เจ้าหมาน้อย” ที่ว่านี้ คือลูกๆ ร้อยกว่าชีวิตที่แม่ติ๋วรับอุปการะเลี้ยงดู บ้างติดโรคร้าย บ้างไร้ญาติขาดมิตร ทุกชีวิตในบ้านโฮมฮักแห่งนี้ มีแหล่งที่มาไม่ต่างจาก “หมาขี้เรื้อน” หรือว่า “เป็นบุคคลที่สังคมทอดทิ้ง” มาด้วยกันทั้งนั้น

    ทว่าด้วยรักอันยิ่งใหญ่ของผู้หญิงคนหนึ่ง ใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวดุจเพชรของเธอ ได้เปล่งประกายแห่งความสุขอันล้ำค่าออกมาสู่ “ใจที่บาดเจ็บ” ดวงน้อยนับร้อยดวงนั้น

    หากความดีขนาดนี้ยังไม่อาจสั่นไหวจิตวิญญาณของสังคมได้…

    จะชวนกันไปตายที่ไหนก็ไปซะ!!

  7. -เราล้วนป่วยเสมอกัน-

    .
    .

    “หมา…”

    “อ้าว คุณน้อง ไรเนี่ย เจอหน้าปุ๊บก็ให้พรพี่ปั๊บเลย”

    “อ่อ ขอโทษค่ะพี่ คือเห็นหน้าพี่แล้วน้องนึกถึงหมา”

    “สาธุ”

    “คือน้องคิดจะถามพี่สอว่า หากเปรียบตัวเองเป็นหมา…เอ่อ คือ เปรียบเป็นสุนัขก็ได้ค่ะ คือหากเปรียบตัวเองเป็นสุนัขสักพันธุ์หนึ่ง พี่สอคิดว่าตัวเองเหมือนสุนัขพันธุ์ไหน”

    “อ่ะ อ้อ แล้วไป ก็ไม่พูดให้หมดเสียแต่ทีแรกนี่น้าาา นี่ไร เจอหน้าปุ๊บเอ่ยคำว่าหมาเฉยเลย…คือ พี่ว่าน่ะนะ สำหรับพี่แล้วเนี่ยะ น่าจะเหมือนสุนัขสองสายพันธุ์ผสมกันกระมัง”

    “หือ…ยังไงบ้างคะ”

    “โดยลักษณะท่าทางและรูปร่างหน้าตาของพี่แล้ว ออกแนวหล่อๆ ซื่อๆ เหมือนลาบาดอร์ หรือไม่ก้อโกลเด้นรีทรีฟเวอร์”

    “แล้วอีกอย่างล่ะคะ”

    “น่าจะเป็นที่ปากกระมังคุณน้อง ปากอาจจะจัดค่อนไปทางพิทบลู หรือไม่ก้อบลูเทอเรีย อะไรพรรค์นั้น ประมาณว่าชอบแขวะ ชอบแซว ชอบเสียดสีชาวบ้านชาวช่องเขา”

    “คริ คริ คริ ชอบกัดด้วยไหมคะ”

    “งี้ มาๆ มากัดกันเลยดีกว่า มา”

    “พี่เคยเป็นโรคผิวหนังบ้างไหมคะ”

    “เคยเป็นสิ”

    “โรคอะไรคะ”

    “ก้อ…โรคผิวหนังไง”

    “ในร่มผ้าหรือนอกร่มผ้าคะ”

    “เฮ้ยยย คุณน้อง อย่าลงลึกในรายละเอียดมากนักสิ เรื่องบางเรื่องควรถามหลังไมค์”

    “พี่สอคิดว่าสังคมไทยตอนนี้เหมือนคนกำลังป่วยหรือเปล่าคะ”

    “อืม ป่วยสิ ป่วยหนักเลยด้วย เหมือนคนเป็นโรคเรื้อนรุนแรงกระมัง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นคันกันยุกๆ ยิกๆ มันเป็นยึกๆ ยักๆ มันเป็นคึกๆ คักๆ”

    “ยังงี้ต้องถอนหรือเปล่าคะ”

    “แน่ะ รู้ทันอีก”

    “เราควรจะช่วยสังคมยังไงบ้างคะ”

    “รักษาอาการกลัดหนองในหัวอกหัวใจของตัวเองให้ได้ ทำใจให้สบาย ทำกายให้รีแร็กซ์ เมื่อตัวเองสดใสร่าเริงซู่ซ่าเหมือนแฟนต้าผสมแป๊ปซี่แล้ว จากนั้น เอาเถิดคราวนี้ ต่อให้คุณน้องไปที่ไหน สังคมรอบๆ ตัวคุณน้องจะพลอยได้อานิสงส์ตามไปด้วยเองดอก”

    “อืม ปากพิทบลูของพี่นี่ก็พูดดีเป็นนะคะ พี่น่าจะพูดแบบนี้บ่อยๆ”

    “ดูชมเข้า – น่ารัก”

    “แล้วน้องจะมาถามใหม่นะคะ”

    “จ้า”

  8. -เอ็ดเวิร์ด ทูเลน – ตามหาหัวใจไปไกลสุดฟ้า-

    .
    .
    คาแร็กเตอร์ของเจ้ากระต่ายใส่สูทที่มาพร้อมกับนาฬิกาตัวนี้ คล้ายกับเจ้ากระต่ายในเรื่อง อลิซ สาวน้อยในแดนมหัศจรรย์ นะขอรับพี่ท่าน

    .
    .

    -คนไม่สำคัญ-

    ระหว่างข่าวสารที่สื่อนำเสนอกับความจริงที่เกิดขึ้นนี่ ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่อยู่คู่กับโลกมานานแล้วนะครับพี่ท่าน

    สื่อนำเสนอข่าวสารที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบางครั้งก็เป็นความจริง บางครั้งก็ไม่ใช่ทั้งหมด

    นักรบโบราณบางคน ปล่อยทหารฝ่ายตัวเองที่จวนจะตายทิ้งเอาไว้ พร้อมกับเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เขาทราบด้วย เรื่องที่เล่านั้นคือความจริงทั้งหมดนั่นแหละครับ แต่พอเขาถูกฝ่ายตรงข้ามจับไปรีดความลับก่อนจะตาย ข่าวนั้นจะกลายเป็นเท็จทันที

    กิมย้งเล่นกับมุขการบันทึกข่าวสารนี้ได้เจ็บมากในหนังสือกำลังภายใน คือในการส่งคัมภีร์ยุทธ์ให้ศัตรูนั้น จอมยุทธ์ของเราได้แก้ไขข้อความบางอย่างไปแล้ว ทำให้ผู้รับสารนั้นไป ฝึกวรยุทธ์ผิดร่องผิดรอยทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้

    ความจริงกับประวัติศาสตร์นี่ก็เหมือนกัน ผู้ชนะเท่านั้นแหละครับที่เป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์ พอคุณควบคุมอะไรได้เบ็ดเสร็จแล้ว มีสื่อทุกอย่างในมือแล้ว คุณจะเขียนอะไร บันทึกยังไงก็ย่อมได้ ประวัติศาสตร์ต่างๆ ในโลกใบนี้อาจจะมีส่วนที่เป็นเท็จมากกว่าส่วนที่เป็นจริงก็ได้

    ส่วนเรื่องที่ว่าความจริงจะถูกกดทับ จะถูกบิดเบือนไปนั้น ความจริงหากจะเป็นความจริงอยู่แบบนั้นแหละครับ คนดีก็เช่นกัน ส่วนคนเลวจะเป็นแบบไหน ใครจะบิดเบือนเรื่องราวอย่างไร นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นต่างหากของมัน

    ปรัชญาเรื่องการทำบะหมี่ของพ่อเฒ่า โมโมฟุกุ อันโต นี่ก็ไม่เลวนะพี่ท่าน แกว่า… “Great test is a universal language – ความอร่อยคือภาษาสากล” หากทำอะไรให้อร่อยเสียอย่างแล้ว ไม่ว่าคนชาติใดภาษาใดก็ล้วนอร่อยด้วยกันนั่นแหละ

  9. -ยาสะวินแย้งพงศาวดาร-

    .
    .

    อืมมม ช่างเป็นบทความที่มากล้นด้วยเนื้อหายิ่งนัก – นับถือๆ

    ครับใช่ การเรียนประวัติศาสตร์หรือพงศาวดารต่างๆ นี้ เราคงจะเรียนตามที่ประเทศของเราเองบันทึกแล้วเชื่อเลยไม่ได้ ต้องอ่านประวัติศาสตร์หรือพงศาวดารของประเทศเพื่อนบ้านด้วย ยิ่งถ้าเป็นประเทศที่สามด้วยจะยิ่งดี เพราะความเห็นน่าจะออกมาในแนวเป็นกลาง ไม่ลำเอียงด้วยอคติใดๆ มากกว่า

    ที่เห็นได้ชัดเรื่องหนึ่งคือ “ปรากฎการณ์ไมเคิล ไรท์” น่ะครับ ลุงไมค์แกศึกษาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเยอะ อ่านพงศาวดารของอินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย เขมร ลาว และประเทศต่างๆ แถวนี้ที่พอจะมีเอกสารทางประวัติศาสตร์ให้สืบค้นในเรื่องที่แกสนใจได้ การแสดงความเห็นของลุงไมค์จึงแปลกใหม่ ไม่เหมือนความเห็นของนักวิชาการไทยที่เชื่อแต่พงศาวดารไทยและหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงอย่างเดียว

    นี่กระมังครับที่เขาเรียกว่า “Liberal Arts” หรือที่แปลตามสำนวนนักวิชาการไทยคือ “ศิลปศาสตร์” แต่ทว่าอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ แปลว่า “เสรีศาสตร์” คือเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการเรียนรู้เพื่อที่จะขบคิดได้เองอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์เหตุผลได้เอง ไม่ใช่เชื่อตามสื่อหรือพงศาวดารของตัวเองที่เขียนบอก(ราวกับจะบังคับ)ให้เชื่อแบบนั้นทั้งหมด

    ในบทความเรื่อง “ศิลปศาสตร์ที่ไม่เสรี” นี้ อาจารย์นิธิ ได้ยกเอาคำพูดประโยคหนึ่งของ ไอน์สไตน์ มาด้วย ผมว่าเข้าท่าดีเหมือนกัน ที่ผู้ใคร่การศึกษาทั้งหลาย (โดยเฉพาะนักศึกษาปัญญาชนชาวไทย) ควรจะตระหนักต่อการเรียนรู้ คือ…

    “คุณค่าของการศึกษาด้านเสรีศาสตร์ไม่ใช่การเรียนรู้ข้อเท็จจริงจำนวนมาก แต่คือการฝึกปัญญาให้คิดถึงสิ่งที่ไม่อาจเรียนรู้ได้จากตำรา…”

    อย่างเป็นที่ทราบกันดีแล้วนั่นแหละครับ บางคนนี่ เรียนรู้ท่องจำตำรับตำราได้มากมายเหลือเกิน แต่ไหง๋กลับคิดเองไม่เป็น เชื่อตำรับตำราตะพึด จบมาก็สูง แต่ง่ายเหลือเกินที่จะถูกจูงจมูกจากข้อมูลที่ไม่ว่าจะใช้สมองส่วนใดของหัวแม่มือคิด เรื่องแบบนั้นมันไม่น่าจะเชื่อถือได้เลยสักนิดเดียว

  10. ว้าววว ได้อ่านเรื่องดีดีแต่เช้าในวันทำงานแรกหลังหยุดยาวช่างดีจริงๆ
    ขอบคุณค่ะ คุณสวรรค์เสก เขียนได้ดีและสนุกเหมือนเคยเลย

    “ประวัติศาสตร์ไม่เคยเปลี่ยน คนต่างหากที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์”
    ข้าพเจ้าอ่านเจอในอินเตอร์เน็ต จำไม่ได้ว่าใครเขียนไว้ – -”

    สวัสดีวันสุขค่ะ ^__^

  11. อู้วววววววววว ..

    ขอบคุณมากนะคะท่านป๋าสิญจน์ สวรรค์เสก
    ช่างเขียนได้น้ำได้เนื้อจริง ๆ ข้าพเจ้าอ่านซะเพลินไปเลยล่ะค่ะ
    ดูสิน่ะ โดนท่านรอง ฯ Z ปาดหน้าซะงั้น

    555555+

    .

    เป็นยังไงบ้างคะท่านรอง ฯ ปิ๊กบ้านปีนี้ม่วนอ๊กม่วนใจ๋ดีก่อ
    ผ่อท่าจะกิ๋นดี มีแฮง ใค่อยากยะก๋านยะงานขนาดนั๊กเลยละก๊า

    สุขสันต์วันทำงานค่า
    😀

  12. กลับบ้านคราวนี้สุข สงบดีค่ะท่านประธาน
    เพราะข้าพเจ้าไม่ออกไปไหนเลย อากาศร้อนมากๆ

    กลับมาทำงานวันนี้ยังไม่เต็มร้อยค่ะ เพราะทำตัวขี้เกียจไปซะหลายวัน
    ตอนนี้เลยรีบเคลียร์งาน สมองจะได้กระตือรือร้นซะที หุหุ

    ว่าแต่ท่านประธานงานเยอะหรือเปล่า แล้วสบายดีนะคะ

    สุขสันต์วันทำงานเช่นกันค่ะ ^__^

  13. รับแซบขอรับทุกท่าน

    ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ นะขอรับ

    สำหรับคุณแซดขอให้สนุกกับการกลับมาทำงาน (ฟู่ฟู่ฟู่ฟู่)

    สำหรับท่านประธานก็ขอให้เบิกบานสำราญต่อไป

    ส่วนคุณน้องหมิวหม่องกับคุณพี่บี,บีทนั้น ไม่ทราบว่าเยี่ยงไรกันแล้วไม่รู้ หายป่วยหายไข้ หายอารมณ์เสียกับม็อบกันหรือยังไม่ทราบ? (ก็เป็นคนกรุงในยุคนี้ก็งี้แหละขอรับ ต้องทำใจอย่างเดียว)

  14. สวัสดีวันเสาร์ค่ะ

    ขอให้มีความสุข สนุกกับการใช้ชีวิตเช่นกันค่ะ คุณสวรรค์เสก

    สุขสันต์วันเฉาค่ะ ^__^

  15. ป๊าดด.. นึกออกพลันเลยขอรับท่านพี่ สำหรับเจ้ากระต่ายตัวนั้น ทำไมข้าพเจ้าถึงนึกไม่ออกถึงชื่อแม่หญิงอลิซละเนี้ย มิน่า คุ้นๆตาแค่นึกชื่อไม่ออก ฝ่าไปนึกถึงแม่หญิงโดโรธีซะนั้น ค้นคำให้ตายก็หาไม่เจอ 5555

    มีความสุขวันเปิดทำงานวันแรก (ของคนทั่วไป)คับผม ^^

  16. สวัสดีเจ้าค่ะ จขบ.

    กลับมาแล้วค่ะ พร้อมกับร่างกายอัน(ไม่ค่อยจะ)สมประกอบสักเท่าไร
    ป่วยๆๆๆ + การเมืองอันน่าวุ่นวายขายปลาหลด หดหู่ใจยิ่งนัก
    และก็โชคดี ดั๊นนนน…ได้ไปนอน Admid อยู่ รพ.ราชวิถีเป็นเสลา 8 วัน…(ช่างแสนเศร้าเจงๆพี่เอื้อย)
    ดีนะที่ไหวตัวทัน หนีออกมาก่อน ไม่งั้นได้เครียดตายกันไปข้างนึงเลยมั้ง)

    ตอนนี้สุขภาพ 80% ร่างกาย 90% ที่เหลือแล้วแต่บุญแต่กรรมที่ทำกันมาล่ะค่ะ

    สาธุด้วยคนค่ะพี่เจี๊ยบ

  17. ปล.ฝากหวัดดีพี่แซด, ป๋าสอ., คุณเล็ก และคุณพี่หมีมา ณ เวปนี้ด้วยนะคะ

    หายแล้วจะ up blog นะจ้ะเพื่อนบ้านทุกคน สัญญาจ้ะ สัญญา

    ^_^

  18. สวัสดีขอรับเหล่าท่าน

    .
    .

    ท่านประธาน

    ขอมีความสุขกับการทำบุญที่ได้รักษาโรคนะขอรับ

    อืม…พูดถึงเรื่องรักษาโรคแล้วผมล่ะนึกขึ้นมาได้ คือว่า…คนเรามักจะชอบพูดกันว่า “หมอมีหน้าที่รักษาคนป่วย” ที่จริงแล้วน่าจะพูดว่า “หมอมีหน้าที่รักษาโรคให้คนป่วย” น่าจะถูกกว่าเน๊าะขอรับ

    หมอรักษาคน – คงจะไม่ถูก เพราะคนก็คือคน คนหากจะเป็นคนอยู่เช่นนั้นเอง

    หมอรักษาโรค – อืมมม อันนี้ล่ะถูก เพราะคนเป็นโรคจึงต้องมาหาหมอ ให้หมอรักษาโรคให้

    เอาเทอะๆๆๆ จะรักษาอิหยั๋งก็เอาเถอะ

    .
    .

    ท่านรองแซดฯ

    ขอรับท่านรองฯ ขอให้ท่านจงมีความสุขกับการทำงานนะขอรับ

    ว่ากันว่าชีวิตของคนเราล้วนต้องการความสุข แล้วนี่…ในแต่ละวันเราใช้เวลาไปกับการทำงานซะมากมายหลายกระบุงเข่ง หากไม่พยายามหาแง่ดีในที่ทำงานให้พบ ค้นหาความสุขกับการทำงานให้เจอ ชีวิตในแต่ละวันคงเฉาพิลึกล่ะ

    สู้ๆ นะขอรับ

    .
    .

    พี่สามขอรับ

    อืมมม “อลิซ สาวน้อยในแดนมหัศจรรย์” นี่น่ะ เป็นวรรณกรรมเยาวชนเรื่องเด่นของเกาะอังกฤษเขาน่ะขอรับ BBC NEWS ยังนำฉากที่เจ้ากระต่ายกระโดดผลุบลงรูมาเป็นฉากเปิดรายการข่าวด้วยล่ะพระคุณ

    .
    .

    คุณบีท

    ขอให้หาย(ใจ)ไวๆ นะขอรับ

    หากอั๊ปบล็อกเมื่อไหร่วานแวะมาบอกด้วย เดี๋ยวจะเข้าไปอ่านเรื่อง ชมรูป น่ะขอรับ

    .
    .

    ยัยหมิว

    ยัยหม่องล่ะ?

    หายไปไหนอีกแระ

    ชอบเถลไถลอยู่เรื่อยเลยนังหนูคนนี้

  19. สวัสดีค่ะทุกท่าน

    ขอบคุณมากค่ะคุณสวรรค์เสก
    ชีวิตการทำงานของข้าพเจ้าก็ไม่ค่อยเฉาหรอกค่ะ ข้าพเจ้าชอบมาทำงาน
    อยู่เฉยๆ มันเซ็ง พาจิตใจว้าวุ่น พาลให้คิดไปเรื่อยเปื่อยไร้สาระ

    แต่หากจะมีบ้างมันก็เกิดจากตัวข้าพเจ้าเองแหละ (ตามประสา)
    ขอให้ท่านมีความสุขเช่นกันค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ

  20. สวัสดีค่า
    เจ้าของบ้า (น) มารายงานตัวคับป๋ม

    พักนี้งานเข้าขนาดนั๊ก ทันทีที่ได้พักจึ่งแวะมาหายาดม หวังว่าสมาชิกในชมรม (คนบ้าผู้น่ารักแห่งประเทศไทย) จะสุขกายและสบายใจดี
    😀

    ปล.1 ท่านรอง ฯ Z สู้ ๆ ค่ะ
    ปล.2 ขอบคุณค่ะท่านป๋าสอ
    ปล.3 ขอบคุณค่ะท่าน (…)
    ปล.4 ขอให้น้องบีทหายดีไว ๆ มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะจ๊ะ

  21. สวัสดีค่ะ ท่านประธาน

    งานเข้าขนาดนี้หาเวลาอู้งานเหมือนข้าพเจ้าบ้างก็ได้นะคะ
    และที่สำคัญโปรดถนอมร่างกายด้วยค่ะ

    สู้ๆ เช่นกันค่ะ

    1. ดู๊ ดู ๆ ๆ ๆ

      ฟังท่านรอง ฯ Z พูดเข้า
      ข้าพเจ้ายิ่งเป็นคนยุขึ้นเสียด้วยสิคะ
      นี่ถ้าคนไข้เค้าเคืองขึ้นมา ช่วยข้าพเจ้ารับผิดชอบโตยเน้อ
      55555+

      ขอบคุณมากค่ะท่าน สู้ ๆ เช่นกันนะคะ ^ ^ v

      1. เข้ามาลองของ หุหุ

        เรียนท่านประธาน
        หากคนไข้เคืองบอกเค้าให้เคืองข้าพเจ้าแทนก็แล้วกันนะคะ ^^”

  22. อู้ววว ..😯

    กระจองงอง ๆ
    ที่นี่มีของเล่นใหม่อีกแล้วค่า
    ข้าพเจ้าสามารถโต้วาทะกับคนบ้าชนิดคำต่อคำได้ซะด้วย

    โอ้ววว .. เจ๋งเป้ง !!

    ว่าแล้วก็ขอแจวไปยะก๋านยะงานก่อนเน้อ
    สุขีสุโข ขอให้ความสุขของทุกท่านโตวันโตคืนนะเจ้าคะ
    ไปละ แว๊บบบ ..

    1. หวังว่าข้าพเจ้าคงไม่โดนข้อหาต่อปากต่อคำกับผู้หลักผู้ใหญ่นะเนี่ย

      สุขสันต์วันสุขค่ะ ^__^

    2. เตรียมค่าปรับไว้เลยค่ะท่าน ข้อหานี้ฉกาจฉกรรจ์ยิ่งแล้ว

      คุ คุ คุ

      1. ค่าปรับเป็นอะไรหรือท่าน
        ข้าพเจ้ามีทุกอย่าง ยกเว้นทรัพย์สิน หุหุ

      2. อ่า ..

        ข้าพเจ้ายังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยอ่ะ
        ปรับให้มานั่งฟังข้าพเจ้าเล่านิทาน ฯ ดีไหมคะ ?

  23. ฟังนิทานหรือคะ อืม.. ดีเหมือนกันค่ะ
    รู้สึกว่าข้าพเจ้ามิได้ฟังมานานมาก หุหุ

    ปล.ดูท่าวันนี้ท่านประธานจะไม่ยุ่งมาก
    เอ..หรืออู้งานอย่างที่ข้าพเจ้าว่านะเนี่ย ^^”

  24. จุ๊ ๆ อย่าเอ็ดไปสิคะ

    ดูสิน่ะ งานเข้าเลย – -”

    ขอตัวก่อนนะคะท่าน ขอให้สนุกกับงานค่ะ .. ^ ^ v

  25. งานเข้าจนได้ หุหุ

    แต่อย่างน้อยก็ยังมีงานทำเนาะ สู้ๆ ค่ะ ^__^

  26. ขอบคุณค่ะท่านรอง ฯ Z

    งานของท่านก็คงยุ่งอยู่ไม่น้อย
    ยังไงก็ขอให้กำลังแรงใจไม่มีลดและถดถอยนะคะ

    สู้ ๆ เช่นกันค่ะ
    😀

    ปล. ช่วงนี้มีเวลากระปริดกระปรอยอ่ะ ขอแปะนิทาน ฯ นานอีกหน่อยนะคะ

  27. ขอบคุณค่ะท่านประธาน

    งานของข้าพเจ้าแม้จะยุ่งบ้างแต่ก็คงน้อยกว่าท่านแน่ๆ
    ยังไงก็ดูแลกำลังกายและรักษากำลังใจด้วยเช่นกันค่ะ

    เรื่องนิทานไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่คนเขียนนิทานยังสบายดีอยู่ก็พอ
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

    ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^__^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s