“วันเกิด” โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

วันเกิด

.
.

วันนี้เมื่อ ๗๐ ปีที่แล้ว…

วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๑ ณ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี คุณแม่ชุนกี อารยางกูร ได้คลอดบุตรชายคนที่ ๕ แด่คุณพ่อสำราญ อารยางกูร เด็กน้อยนั้นได้รับนามในกาลต่อมาว่า ประยุทธ์

พระพุทธองค์ตรัสว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”

ทว่าชีวิตในวัยเด็กของด.ช.ประยุทธ์ อารยางกูร นั้น กลับนับญาติกับโรคนับไม่ถ้วน เป็นต้นว่า หัวใจรั่ว, ท้องเสีย, ท้องอืด, หูเป็นน้ำหนวกอักเสบเข้าไปในกระดูกพรุนถึงโพรงศีรษะ, แพ้อากาศ, โรคปอด, นิ่วในไต, หลอดลมอักเสบ, กล้ามเนื้ออักเสบ, ไวรัสเข้าตา, สายเสียงอักเสบ, เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองข้างซ้ายเล็กลีบ ฯลฯ

โรคภัยไข้เจ็บเป็นอุปสรรค์ต่อการเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนของด.ช.ประยุทธ์ จนญาติๆ คิดว่าหากได้บวชเป็นสามเณรอยู่ศึกษาเล่าเรียนที่วัดบ้านกร่างไปเสียเลย จะเป็นการสะดวกกว่า

ว่ากันว่า บัณฑิตก็เหมือนกับเพชร ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดหากจะฉายแววปราชญ์ออกมาอยู่ดี

ไม่กี่ปีต่อมา…

วันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับสามเณรประยุทธ์เป็นนาคหลวงเนื่องจากสอบนักธรรมเอกและเปรียญธรรม ๙ ประโยคได้ขณะยังเป็นสามเณร ทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์อุปสมบทให้สามเณรประยุทธ์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า

.

“ปยุตโตภิกขุ”

.

ปีถัดมา…

ปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๑ จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย คือกระดาษเกียรติคุณใบแรกของท่านปยุตโตภิกขุ ก่อนที่มหาวิทยาลัยต่างๆ จะทยอยนำปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มาถวายแด่ท่านมากมาย รวมถึงรางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพจากองค์การยูเนสโก

มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกเคยนิมนต์ให้ท่านไปสอนพระพุทธศาสนาที่นั่นสองครั้ง และยังส่งทูตส่งสาส์นมากราบอารธนานิมนต์ให้ท่านไปสอนหนังสือที่นั่นอยู่เรื่อยๆ ติดแต่ท่านไม่มีเวลาจะเดินทางไปสอนอีกแล้ว

.

เนื่องในวาระศุภฤกษ์ดิถีวันคล้ายวันเกิดของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เวียนมาบรรจบอีกวาระ เกล้ากระผม นายสิญจน์ สวรรค์เสก ในฐานะศิษย์ทางตัวอักษรของท่านเจ้าคุณอาจารย์ฯ ขอน้อมแสดงมุทิตาจิต ให้ท่านเจ้าคุณอาจารย์ฯ มีพลานามัยแข็งแรง อยู่สุขสบายตามธาตุขันธ์ เป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชนตลอดไป

ผมไปอ่านเจอบทความของคุณธนภณ สมหวัง หัวหน้าหมวดวิชามนุษยศาสตร์และสังคม มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ซึ่งคุณธนภณได้ย่อปาฐกถาของท่านเจ้าคุณอาจารย์ฯเกี่ยวกับภาวะสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งสูงในยุคปัจจุบันเอาไว้ได้ดี

ผมจะขอย่อแบบย่อๆ อีกทอด เพื่อนำมาให้เพื่อนหนอนวัยรุ่นที่นี่ได้อ่านด้วยกัน เชิญทัศนาเถิด

.
.

-ก้าวพ้นวิกฤตสังคมไทย ด้วยวิถีวัฒนธรรมเมตตาและวัฒนธรรมปัญญา-

.

๑. ความขัดแย้งเป็นธรรมชาติ แต่ความวิเศษของมนุษย์ อยู่ที่ต้องไม่เป็นทาสของความขัดแย้ง

ความขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องธรรมดา คือเป็นธรรมชาติของสิ่งทั้งหลายที่มีความแตกต่างกัน อันจะทำให้เกิดความหลากหลายและความสมบูรณ์

แต่มนุษย์เป็นธรรมชาติส่วนพิเศษ ที่สามารถจัดสรรความเป็นไปต่างๆ ให้เป็นไปตามเจตนาของตนได้ มนุษย์จึงเอาประโยชน์จากความขัดแย้งได้ สามารถปรับเปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นความประสานเสริมกันได้

แม้แต่ความแตกต่าง แทนที่จะให้เป็นความขัดแย้ง มนุษย์ที่ฉลาดก็อาจทำให้กลายเป็นส่วนเติมเต็มของกันและกันได้ ซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้

หนึ่ง ต้องขัดแย้งเป็น คือเมื่อเกิดความขัดแย้งแล้ว แทนที่จะเป็นเรื่องกระทบกันทางจิตใจของสังคมสองขั้ว ก็ให้เป็นการกระทบกันทางปัญญา ทำให้เกิดแง่คิด มุมมอง เพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาใหม่ๆ

สอง ความขัดแย้งต้องมาจากเจตนาดี ปรารถนาดีต่อกัน มุ่งเพื่อความเจริญงอกงาม เพื่อความก้าวหน้าของประเทศชาติ ไม่คิดเบียนเบียนกันด้วยเจตนาที่ไม่ดี

ในทางปฏิบัติ ทางกายต้องแสดงออกด้วยการเอื้อเฟื้อ ทางวาจาด้วยถ้อยคำสุภาพ ทางจิตใจด้วยความปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง

ดังนี้แล้ว การขัดแย้งทางความคิดถึงจะกลายเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสริมเติมความรู้ และทำให้เกิดการสร้างสรรค์ร่วมกันกับบุคคลอื่นๆ ที่มีความเห็นแตกต่างกันได้

.

๒. สังคมประชาธิปไตยต้องพูดกันได้และต้องใฝ่รู้ความจริง

คนในสังคมต้องพูดกันง่าย (โสวจัสสตา) หรือพูดกันรู้เรื่อง และต้องรับฟังผู้อื่นด้วย หลักพูดและฟังแบบนี้จึงเป็นหลักสำคัญของสังคมประชาธิปไตย

กล่าวคือ เมื่อเป็นคนที่พูดกันง่าย (โสวจัสสตา) และรักความจริง (ธรรมกามตา) ใคร่ความถูกต้องดีงาม อยากเข้าถึงความจริง สังคมก็มีแต่จะก้าวหน้าเพราะต่างก็อยากฟัง อยากรู้ความจริง จะเกิดการซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แม้เมื่อเกิดความขัดแย้ง ก็จะมองหาแง่ที่จะทำให้เกิดความรู้เพิ่ม จะขัดแย้งกันก็เพื่อแก้ไข

หลักการนี้เป็นหัวใจของสังคมประชาธิปไตย เพราะการแสดงความคิดเห็นนั้นขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมที่จะรับฟังคนอื่น เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในการหาความรู้เพิ่ม

.

๓. สังคมไทยต้องรักษาวัฒนธรรมเมตตา และพัฒนาวัฒนธรรมแสวงปัญญา

วิถีชีวิตของสังคมไทยรวมอยู่ในคำกล่าวที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เป็นสังคมที่อุดมสมบูรณ์ทางวัตถุพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทำให้คนไทยมีลักษณะนิสัยชอบสนุกสนาน จิตใจดี โอบเอื้ออารีเกื้อกูลกัน นับถือกันเป็นพี่เป็นน้อง ชอบทำบุญ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเมตตา

สังคมตะวันตก โดยเฉพาะวัฒนธรรมอเมริกา เป็นสังคมที่ขาดแคลน มุ่งแสวงหาความมั่งคั่ง ต่อสู้บุกฝ่าพรมแดนออกไป (frontier) จนกลายเป็นการรุกรานปราบปราม (conquest) และมุ่งหน้าแข่งขันกันในที่สุด (competition) โดยอาศัยวัฒนธรรมแห่งการแสวงหาปัญญา ซึ่งได้หล่อหลอมจิตใจของชาวตะวันตก อันก่อให้เกิดระบบต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งเรียกว่าอารยธรรมตะวันตก

ภูมิหลังของสังคมไทยเด่นด้านเมตตา แต่ขาดวัฒนธรรมแห่งปัญญา

ดังจะเห็นว่าคนไทยไม่ชอบค้นคว้าหาความรู้ ในขณะที่สังคมฝรั่งโดยเฉพาะสังคมอเมริกันเป็นสังคมที่ด้อยวัฒนธรรมแห่งเมตตา เป็นสังคมแบบตัวใครตัวมัน เป็นสังคมแห่งการแก่งแย่งแข่งขัน ทว่าเด่นด้านการแสวงหาปัญญา เพราะถูกบีบคั้นให้ต้องดิ้นรนเพื่อหาหนทางเป็นอิสระ

ปัจจุบัน วัฒนธรรมแบบเมตตาในสังคมไทยกำลังเสื่อมถอย ทุกวันนี้คนไทยไม่ค่อยมีเมตตาต่อกัน ความเป็นมิตรและความรู้สึกฉันพี่น้องเริ่มเลือนรางไป ยิ่งในเมืองกรุงยิ่งเป็นมาก ตามบ้านนอกก็เริ่มเป็นตาม เริ่มเป็นสังคมแบบตัวใครตัวมัน

พร้อมกันนั้น สังคมไทยก็ไม่ได้พัฒนาวัฒนธรรมแสวงปัญญาเหมือนสังคมตะวันตก แม้ว่าจะเดินตามแบบตะวันตกก็ตาม

สังคมไทยจึงเสียทั้งสองด้าน คือวัฒนธรรมแห่งเมตตาก็รักษาเอาไว้ไม่ได้ และวัฒนธรรมแห่งปัญญาก็พัฒนาขึ้นมาไม่เป็น

.

๔. ต้องก้าวพ้นการประนีประนอม ไปให้ถึงความสอดคล้องสามัคคี

สังคมที่เน้นระบบการแข่งขันนั้นย่อมตามมาด้วยความขัดแย้ง และการแก้ปัญหาก็ยุติด้วยการประนีประนอมเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมตะวันตก ซึ่งเป็นอารยธรรมที่เจริญมาในระบบการแข่งขัน จึงเคยชินกับระบบการแก้ปัญหาแบบ compromise หรือการประนีประนอม

คือต่างฝ่ายต่างลดความต้องการของตนลง ยอมเสียบ้างเพื่อคงผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายเอาไว้อย่างสูงที่สุด

วิธีการแก้ปัญหาแบบนี้จะทำให้เกิดการขาดตกบกพร่อง ไม่มั่นคงยั่งยืน ไม่แท้จริง เพราะการประนีประนอมแบบลดความต้องการของตนเองลง เพื่อให้ตัวเองยังได้อยู่นั้น เมื่อการประนีประนอมเกิดขึ้นไม่ได้ ก็เป็นสาเหตุให้เกิดสงคราม เกิดการรบราฆ่าฟันกัน กลายเป็นความขัดแย้ง อาจทำให้พินาศทั้งสองฝ่าย

มนุษย์ปัจจุบันนี้อยู่กันด้วยวิธีประนีประนอม ซึ่งเป็นจริยธรรมแห่งการฝืนใจ เพราะถูกครอบงำด้วยระบบแข่งขัน ไม่มีวัฒนธรรมแห่งการประสานกลมกลืน ทำให้มนุษย์ไม่สามารถไปถึงจุด harmony คือการประสานกลมกลืนเข้าด้วยกัน จนไม่มีหรือไม่เหลือความขัดแย้งกันได้

การแก้ปัญหาที่แท้จริง คือต้องก้าวพ้นไปจากการประนีประนอม และไปให้ถึงความประสานกลมกลืนหรือความสอดคล้องสามัคคี โดยที่ทั้งสองฝ่ายหรือทุกฝ่ายมองเห็นจุดหมายใหญ่ที่เหนือขึ้นไปกว่าการมีผลประโยชน์ร่วมกัน

และถ้าจะให้เป็นไปด้วยดี ก็อาจจะต้องมีการเกื้อกูลกันด้วยการทดแทนหรือชดเชยผลประโยชน์ที่ยอมสละไปของฝ่ายนั้นๆ ตามสมควร

แน่นอนว่าในหลายกรณี การจะเข้าถึงความประสานสอดคล้องนั้นเป็นไปได้ยาก จึงต้องมีการยุติความขัดแย้งด้วยการประนีประนอมบ้าง แต่ต้องไม่หยุดอยู่แค่นั้น ต้องให้การประนีประนอมที่เป็นเหมือนการพักรบนั้น เป็นขั้นตอนที่จะก้าวไปสู่ความประสานกลมกลืนกันต่อไป

.

๕. จัดสรรสังคมไทยด้วยปัญญา บนฐานแห่งเมตตาไมตรี

ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยและสังคมโลกปัจจุบันนี้ ซึ่งการประนีประนอมนั้น บางครั้งก็เป็นเพียงกลวิธีของฝ่ายหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือต่ออีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อเป็นทางผ่านไปสู่ชัยชนะของฝ่ายตน

คำกล่าวที่ว่า “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” เมื่อสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว กลายเป็นว่าสองฝ่ายนั้นก็ต้องมาชิงชัยหรือมากำจัดกันเองอีกอยู่ดี วิธีนี้จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง ไม่ก่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนได้

การแก้ปัญหาที่แท้จริงนั้น แต่ละฝ่ายต้องมีความจริงใจเป็นพื้นธาน มีเจตนาดี มีจุดมุ่งหมายที่แท้ร่วมกัน ซึ่งคือความดีงามและสันติสุขของประเทศชาติบ้านเมืองและโลกทั้งหมด โดยมุ่งดำเนินการด้วยสติปัญญาเป็นหลักสำคัญ

.
.

สังคมไทยจะก้าวพ้นจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และจะพัฒนาศักยภาพขึ้นมาให้ก้าวหน้าไปได้หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับว่าคนไทยจะสามารถจัดสรรสังคมไทยด้วยปัญญา บนพื้นฐานแห่งเมตตาได้มากน้อยแค่ไหน

วิกฤตที่เผชิญหน้ากับสังคมไทยในขณะนี้ ควรเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนคนไทย ให้ตื่นขึ้นมาตรวจสอบตนเองว่า เรายังสามารถรักษาฐานเดิมคือความเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมแห่งเมตตา มีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกันได้หรือไม่

ขณะเดียวกัน เราจะก้าวหน้าต่อไปอย่างไร ด้วยการใช้สติปัญญาค้นหาศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยปัญญาและเหตุผล บนพื้นฐานวัฒนธรรมแห่งปัญญา

20 comments

  1. ขอบคุณสำหรับบทความที่นำมาฝากค่ะ

    อ้อ ข้าพเจ้าตามไปฟัง คิริมานนทสูตร จบตอนแรกแล้วค่ะ
    ทำงานเซ็งๆ ได้ฟังอะไรเย็นๆ รู้สึกดีมากๆ

    พรุ่งนี้ค่อยฟังต่อตอนสอง ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ^__^

  2. ^
    ^

    ข้าพเจ้าโหลดมาไว้ในเครื่องทั้งสองตอนแล้วค่ะ
    ประมาณว่าเป็นเด็กดีอ่ะนะ
    ครูบาอาจารย์สั่งอะไรไว้ก็ทำตามไปโม๊ดเลย

    555555+😆

  3. ข้าพเจ้าว่าจะโหลดลงโทรศัพท์ซะเลย
    เพราะข้าพเจ้าติดโทรศัพท์อ่ะ เดี๋ยวไปลบเพลงไร้สาระทิ้งก่อน หุหุ

  4. เริ่ด !!

    ไอเดียบรรเจิดมาก ๆ เลยค่ะท่านรอง ฯ Z
    เดี๋ยวเย็นนี้ข้าพเจ้าขอเอาความคิดของท่านไปทำด้วยคนนะคะ
    ฟังจากมือถือ สะดวกดีอีกตะหากเนาะ

    -ประธาน ฯ.-

    ปล. คุยกันหน้าต่างนี้น่อ เพราะเปิดหลายหน้าแล้วข้าพเจ้ามึนอ่ะ
    5555555+

  5. ตามสบายเลยค่ะท่าน ฟังจากมือถือสะดวกดีอย่างว่า
    เดี๋ยวนี้มือถือก็ทำได้หลายอย่างเนาะ
    แต่ใช้มากๆ ก็กลายเป็นติดไปซะงั้น -*-

    ปล.คุยหน้านี้ก็ได้ค่ะ เพราะเปิดหลายหน้าข้าพเจ้ายุบหน้าต่างไม่ทัน
    เวลาลูกค้ามา 5555+

  6. ข้าพเจ้าไม่ค่อยติดมือถือหรอกค่ะ
    ที่ผ่านมาใช้งานแค่โทรเข้า-ออกและรับ-ส่งข้อความเท่านั้นเอง
    แต่อย่างน้อยวันนี้จะได้ลองใช้งานอีกฟังค์ชั่นหนึ่งของเค้าแล้วล่ะ

    .
    .

    ปล. ยุบหน้าต่างไม่ทัน ก็บอกให้คุณลูกค้ามาช่วยกันยุบสิคะ อิอิ

  7. สวัสดีวันอังคารนะขอรับ

    .
    .

    ท่านประธาน

    ดีมากเด็กหญิงจะเอี๊ยบ ครูสั่งแล้วทำตามแบบนี้ดีมาก

    ลองไม่ทำตามละก้อ……ก้านมะยม! – พูดไม่รู้ฟัง!

    .
    .
    .

    ท่านรองฯ

    ดีแล้วล่ะขอรับ โหลดใส่มือถือไว้โลด แล้วฟังไปเรื่อยๆ เวลาไม่สบายใจ หรือตอนมีเวลาว่าง

    หากอยากจะรู้หลักการปฏิบัติที่ถูกต้องเกี่ยวกับพุทธศาสนาแล้ว ฟังพระสูตรนี้ รับรองว่าถูกต้องขอรับ
    🙂

  8. ข้าพเจ้าติดเพราะใช้งานทุกฟังค์ชั่นที่มีเลยค่ะ ท่านประธาน
    กว่าจะตัดสินใจซื้อรุ่นนี้ได้หาข้อมูลเป็นเดือนๆ เลยต้องใช้ให้คุ้ม
    แต่มิได้เน้นไปด้านการสนทนาเลยสักนิด (ไม่มีใครคุยด้วย หุหุ)

    ข้าพเจ้าใช้เป็นโมเด็มต่ออินเตอร์เน็ตบ้างเวลาฉุกเฉินออกนอกสถานที่
    ใช้เช็คเมลล์ ใช้อ่านบลอกของเหล่าท่านผ่านโปรแกรม rss ในเครื่อง
    ใช้ฟังเพลง ฟังวิทยุ ถ่ายรูป นับก้าวที่เดินหรือวิ่งเวลาออกกำลังกาย
    บันทึกย่อ นาฬิกา(ปลุก) ประมาณว่าลืมตาก็คว้าโทรศัพท์เลยอ่ะ -*-

    สวัสดีค่ะท่านเลขา
    ขอบคุณที่แนะนำค่ะ ข้าพเจ้าเคยทุกข์ใจเหมือนกัน นอนไม่หลับ
    ไม่รู้จะทำไง เลยเปิดมือถือฟังวิทยุเจอคลื่นธรรมะ
    เลยได้ฟังตั้งแต่ตีสี่จนเช้าเลยค่ะ ต่อไปก็ไม่ต้องหาคลื่นแล้วทีนี้ ^^”

    สุขสันต์วันนี้ค่ะ ^__^

  9. อรุณสวัสดิ์วันอากาศหนาวเหน็บค่ะ

    หลายวันมานี้ข้าพเจ้าลืมตามาสวัสดียามเช้าที่อุณหภูมิไม่ถึงสิบองศาซี
    ให้มันได้อย่างนี้สิน่า หนาวเป็นบ้าเลยอ่ะ

    โย่ว !!

    .
    .

    เรียน คุณครูสิญจน์ สวรรค์เสกที่เคารพ อ๊บ ๆ

    ลูกศิษย์เป็นเด็กดีอย่างนี้
    คุณครูจะมีรางวัลตบให้ด้วยไหมคะ ? คริ คริ

    .
    .

    เรียน ท่านรอง ฯ Z2you ที่เคารพ

    เนื่องด้วยพระสูตรนี้ ทำให้ข้าพเจ้ามีโอกาสได้หยิบสายลิงค์มาต่อกับโน๊ต ฯ เป็นครั้งแรกเลยค่ะ กว่าจะปลุกปล้ำทำกิจที่ต้องการได้ก็ใช้เวลาข้ามคืน (ฮา)

    สองคืนก่อนข้าพเจ้าโหลดใส่เครื่องด้วยสกุล mp3 ทั้ง 2 ตอน พอจะทำการต่อเข้าโทรศัพท์กลับทำไม่สำเร็จ ตะทีแรกคิดว่าคงเพราะความจุในเครื่องไม่พอ วันต่อมาเลยลองดาวน์โหลดใหม่ในสกุล wma อีกทั้งสองตอน ทำเอาข้าพเจ้าตื่นตะลึง ตึง ตึง ตึงเหลือเกินค่ะท่าน เพราะขนาดมันลดลงจ๊าดนัก
    วรรณะต่าง ความกร่างก็ต่างกันจริง จริ๊งงงง 5555+

    และแล้วข้าพเจ้าก็สามารถมั่ว ๆ เอาพระสูตรนี้เข้าในมือถือสำเร็จเมื่อคืนที่ผ่านมานี่เอง (โดยพบว่าปัญหาไม่เกี่ยวกับความจุของมือถือเลย – -“) แต่ทว่าเมื่อลองเปิดฟังทั้งสองตอนแล้วพบว่าเนื้อหาเหมือนกันเด๊ะเลย เหมือนตั้งแต่อินโทร กระทั่งตอนที่เสียงกระตุกจนทำให้ต๊กกะใจในนาทีที่ 58 กว่า ๆ นั่นเลย

    อืม .. การใช้งานมือถือที่ท่านร่ายมานั้น ขั้นเทพจริง ๆ

    นับถือ
    นับถือ

    -ประธาน.-

  10. สวัสดีตอนบ่ายๆ ค่ะ

    ขนาดของ wma กับ mp3 ต่างกันมากจริงๆ ค่ะ
    แต่ข้าพเจ้ายังมิได้ฟังตอนสองเลย เนื่องด้วยมีงานด่วนต้องทำ

    ส่วนเรื่องมือถือนั้นที่ใช้เพราะจำเป็นด้วยล่ะค่ะ

    อากาศหนาวมากจริงๆ แต่ที่โน่นคงหนาวกว่ามากมาย
    ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

  11. โต๊ะทำงานหนาวมาก!!!!!!!!!!!!!!!!!!! @_@

    แอร์มันลงแบบแว่ หัวฟูเลยง่ะ วุ้ยยย กุสระผมแล้วนาเว้ย เชอะ

    แวะมาบ่นไรเนี่ย 555
    .
    .

    รักทุกคน

    .
    .
    .
    .
    .

    คิดถุงทุกคน
    .
    .
    .
    .

    เค้ารักตะเองนะ กิ้วๆ
    .
    .
    .
    .
    .

    เค้าไปละนะ เกิ๊บๆ
    .
    .
    .
    .
    ไปจริงแล้วนะ กุ๊กๆ
    .
    .
    .
    .
    ไม่ห้ามเลยเหรอ งอลล 8)

  12. อากาศหนาวขึ้นอีกแล้วครับท่านประธาน บนดอยเป็นอย่างไรบ้าน ท่านพี่เชฟของกระผมแกเข้าจุดเยือกแข็งรึยัง – แต่คงยากส์

    ทุกท่านรักษาสุขภาพเด้อ ออกกำลังกายเยอะๆ
    ร่างกายจะได้อบอุ่น

    ไปออกกำลังกายข้อมือก่อน กรึบๆ

    บาย

  13. ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์โลเทคอ่ะค่ะท่านรอง
    แต่ไม่บอกก็คงเป็นที่รู้กันละมั้ง เนาะ 555555+

    อืม .. ที่นี่หนาวมากจริง ๆ ค่ะ ข้าพเจ้าก็พยายามดูแลสุขภาพตัวเองและพ่อแม่เป็นอย่างดี เพราะไม่อยากให้ใครเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่เหมือนกัน ขอบคุณมากนะคะ

    ท่านเองก็ดูแลสุขภาพด้วยเช่นกันนะคะ พยายามทำตัวให้อบอุ่นอยู่เสมอ อย่าให้เหมือนลุงชาวเขาที่มาโรงพยาบาลเช้าวันนี้เชียวค่ะ เขามาด้วยอาการไข้หวัดนี่แหละ แต่เดินหล่อมาในเสื้อยืดแขนสั้นซะงั้น ขนาดว่าตอนสาย ๆ เกือบเที่ยงวันนั้นก็ปาเข้าไป 16 องศา อย่าไปถามหาอุณหภูมิยามเช้าบนยอดดอยบ้านของเขาเลยค่ะ ข้าพเจ้าว่าน่าจะใกล้ 0 องศา พอจ่ายยาให้เสร็จก็เลยไปหาเสื้อจากกล่องที่เราจัดทำไว้รับบริจาคให้สวมกลับไป

    .
    .

    บาล์ม ..

    บาล์มเอ้ย ..

    อ่าว ! หายแซ๊บไปซะละ

    คนอาไร้ ใจน้อยจริง จริ๊งงงง
    ขนาดว่าหัวเหม่งนิดเดียวเองนะนั่น .. กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก

    .
    .

    สวัสดีค่ะท่านสหาย (…)

    วันก่อนท่านพี่เชฟของท่าน (( ตอนนี้เธอปิ๊กบ้านไปแล้ว )) เล่าให้ข้าพเจ้าฟังอยู่เหมือนกันว่าปีนี้ กทม.อากาศหนาวเย็นเป็นประวัติการณ์ ยังไงก็รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะคะ จะได้มีเรี่ยวแรงนั่งดูสาวชาวกรุงเค้าแต่งตัวรับลมหนาวไปอีกนาน ๆ

    หุ หุ

  14. ข้าพเจ้าก็มิใช่ผู้เชี่ยวชาญหรอกค่ะ ท่านประธาน
    ถนัดแต่เรื่องที่ทำบ่อยๆ อย่างอื่นก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกันค่ะ

    ขอบคุณค่ะท่าน ข้าพเจ้าก็พยายามดูแลตัวเองอยู่เช่นกันค่ะ
    ด้วยการขยันทำงานมากขึ้น จะได้ใช้แรงงานด้วย
    แล้วก็รีบนอน เพราะอากาศหนาวไม่อยากทำอะไรเลย ^^”

    ยังไงก็ขอให้ท่านอบอุ่นทั้งกายและใจนะคะ

    สวัสดีจ้าหนูบาล์ม จะรีบไปไหนหรือจ๊ะ

    สวัสดีท่าน (…)
    ได้ออกกำลังกายข้อมือแล้ว ยังทำให้ร่างกายอบอุ่นด้วยนะนั่น หุหุ

  15. จริงค่ะท่านรอง ฯ Z
    การทำงานที่ได้ใช้แรงกายมันก็เป็นการออกกำลังกายที่ดีอย่างหนึ่ง
    ว่าแล้วพรุ่งนี้ก็ตะบี้ตะบันทำงานเข้านะคะ
    ไม่มีเหงื่ออย่าหยุด ! หุ หุ

    .
    .

    ตัวข้า ฯ อุ่นได้ ด้วยห่มผ้า
    ส่วนใจของข้า ฯ อุ่นได้ ด้วยน้ำจิตน้ำใจท่านห่ม

    (( 555555+ ฮิ้วววว ))

    ขอบคุณมากนะคะ ขอให้ท่านอบอุ่นทั้งกายใจเช่นกัน
    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    😀

  16. หนาวเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาว หนาวราวอกร้าว ห่มอกหาย
    หนาวรักห่มรักอุ่นรักสบาย หนาวคลายเพราะห่มที่สมกัน

    5555+

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์เช่นกันค่ะ ^__^

  17. อุ้ย !

    ท่านรอง ฯ เกิดทันด้วยหรือคะ ?
    5555555555+

    .
    .

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ (อีกครั้ง) ค่ะ
    😀

  18. 5555555555+

    ข้าพเจ้าเคยฟังเวอร์ชั่นที่มีคนเอามาร้องใหม่น่ะท่าน
    วัยรุ่นอย่างข้าพเจ้าจะเกิดทันได้เช่นไร ^^”

    ราตรีสวัสดิ์ (อีกครั้ง) เช่นกันค่ะ ^__^

  19. ท่านประธานจะเอี๊ยบ กุ๊กๆ

    อืมม์ ถึงจะเป็นคนโลว์เทคแต่มีความพยายามดีมาก ยังงี้ต้องมีตบ! รางวัล

    .
    .

    ท่านรองแซดฯ

    แฮ่ม…นี่ถ้าไม่ปรารถนาดีต่อกันจริงไม่แนะนำให้ฟังนะครับเนี่ย

    คุณพี่ที่เป็นผู้นำหนังสือเล่มนี้ไปว่าจ้างให้คุณลุงอำรุง เกาไศยนันท์ อ่านให้นั้น เกล้ากระผมรู้จักแกดีเชียวล่ะ

    อัตราค่าจ้างแบบกึ่งทำบุญด้วยในตอนนั้น รู้สึกว่า…เอ่อ…คงประมาณ 25,000 บาทนี่แหละครับ (ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ หากมากกว่านี้ก็คงจะเป็นสามหมื่นบาท ประมาณนี้แหละ)

    คุณพี่ท่านนั้นแกว่า คุณลุงอำรุงถึงกับถอนหายใจเมื่อตอนอ่านจบ (บันทึกอยู่หลายวัน) เพราะอ่านยาก และการเว้นวรรคในหนังสือก็ทำมาไม่ดี ผู้ให้เสียงจึงต้องมาจัดวรรคตอนใหม่หมดเลย

    เฮ้ยยยย ได้ยินเสียงแกแล้วก็เศร้าใจไม่หาย คนเราเน๊าะครับ ไม่คิดว่าคนอ่านธรรมะมามากมาย อยู่กับรายการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองมาก็โข บทจะลาโลกขึ้นมากลับไปไม่ค่อยสวย

    แต่ก็เอาเถอะครับ กรรมดีก็ส่วนกรรมดี กรรมไม่ดีก็ต้องว่ากันไปตามเพรงนั่นแหละ

    .
    .

    ท่านกรรมกรหมิวหม่องงงงงงงง

    เป็นจะไดพ่องคุณน้อง? สะบายดีก๊อ?

    อืมม์ แอร์เป่าหัวซะยังงั้น ระวังหัวจะฟูเหมือนขนของสุนัขพุดเดิ้ลนะคุณน้อง พาลจะทำให้คนเดินไป ใครเดินผ่าน แล้วอาจจะเขกหัวคุณน้องเล่นด้วยความเอ็นดู เพราะคิดว่าที่นั่งขนหัวฟูอยู่นี่เป็น….เป็น….เอ่อ….เป็นอะไรก็เป็นอันนั้นแหละวุ้ย!

    .
    .

    ท่านพี่สาม

    คร๊าบๆๆๆ ออกกำลังกายก็ออกสิ

    อืมม์ ออกกำลังกายแค่ข้อมือแต่อุ่นไปถึงลำไส้เจียวหรือพระคุณ – ล้ำลึกนัก!

  20. ยังไงก็ต้องขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีอีกครั้งนะคะ
    คุณเองก็ได้บุญอยู่เหมือนกันนะคะเนี่ย
    ยังไงก็ขอให้ผลบุญนี้นำพาให้คุณพบแต่สิ่งดีงามด้วยค่ะ

    จะว่าไปก็อ่านยากจริงๆ นะคะ
    อ่านเองหลายคำยังไม่แน่ใจเลยค่ะว่าอ่านถูกหรือเปล่า – -”
    แต่เสียงคุณลุงแกเหมาะกับการอ่านธรรมะมากๆ เลยค่ะ ^__^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s