กระทะ

-สวัสดี-

หลายวันก่อน

พี่สาวใจดีท่านหนึ่งขึ้นมาเที่ยวที่บ้าน (ตอนนี้ก็ยังอยู่ค่ะ)
ด้วยความที่เธอเป็นเชฟมือทอง
และมองเห็นว่ามีวัตถุดิบในบ้านมากมาย
ทั้งกล้วย ฟักเขียว ฟักทอง ใบตอง มะพร้าว ฯลฯ
จึ่งออกปากชวนให้ทำขนมไทย

เมื่อฉันและแม่ตกลงปลงใจ
เราจึงชวนกันเข้าเมืองไปซื้อข้าวของในวันเด็ก
หา กระทะทองเหลือง และ ซื้ง ขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กไว้สักชุด
หลังตะลุยสอบถามกันอุตลุด จึงมาหยุดที่หน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง

อารามตื่นตาตื่นใจ ที่ในเมืองน่านก็มีอุปกรณ์อย่างว่าขายกะเค้า
พี่สาวท่านจึ่งรี่เข้าไปในร้าน ส่งเสียงถามไปอย่างดังว่า

“เจ๊คะ ที่นี่มี กระทะทองแดง ไหม ?”

แล้วเธอ ฉันและท่านแม่ก็ร้องพร้อมกันว่า

“เฮ่ย!”

((ฮา))

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ใจเร็วด่วนได้ ใจร้อนได้อายเค้า .. เอย”

-สวัสดี-

13 comments

  1. กระทะทองแดง! 8-X

    .
    .

    สวัสดีวันจันทร์นะขอรับท่านประธานและผองเพื่อนทั้งหลาย

    เนื่องจากวันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่ง (อย่างน้อยก็ในความคิดของกระผม) ผมได้ไปเขียน เอ…จะว่าเขียนคงไม่ถูกนัก ไปนั่งคัดบทความบทหนึ่งให้เพื่อนๆ ในบ้านหนอนอ่าน จึงนำมาฝากท่านประธานและมวลมิตรแถวนี้ด้วยน่ะขอรับ

    เอ๊า อ่านเถิ๊ด

  2. อ้าว ทำไมกะโหลกไม่มาหว่านั่น

    ไหน ลองใหม่อีกถี

    8-X

  3. เฮ้ยยยยย ช่างเทอะๆๆ ช่างมันเต๊อะ

  4. วันเกิด

    .
    .

    วันนี้เมื่อ ๗๐ ปีที่แล้ว…

    วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๑ ณ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี คุณแม่ชุนกี อารยางกูร ได้คลอดบุตรชายคนที่ ๕ แด่คุณพ่อสำราญ อารยางกูร เด็กน้อยนั้นได้รับนามในกาลต่อมาว่า ประยุทธ์

    พระพุทธองค์ตรัสว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ”

    ทว่าชีวิตในวัยเด็กของด.ช.ประยุทธ์ อารยางกูร นั้น กลับนับญาติกับโรคนับไม่ถ้วน เป็นต้นว่า หัวใจรั่ว, ท้องเสีย, ท้องอืด, หูเป็นน้ำหนวกอักเสบเข้าไปในกระดูกพรุนถึงโพรงศีรษะ, แพ้อากาศ, โรคปอด, นิ่วในไต, หลอดลมอักเสบ, กล้ามเนื้ออักเสบ, ไวรัสเข้าตา, สายเสียงอักเสบ, เส้นเลือดไปเลี้ยงสมองข้างซ้ายเล็กลีบ ฯลฯ

    โรคภัยไข้เจ็บเป็นอุปสรรค์ต่อการเดินทางไปศึกษาเล่าเรียนของด.ช.ประยุทธ์ จนญาติๆ คิดว่าหากได้บวชเป็นสามเณรอยู่ศึกษาเล่าเรียนที่วัดบ้านกร่างไปเสียเลย จะเป็นการสะดวกกว่า

    ว่ากันว่า บัณฑิตก็เหมือนกับเพชร ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดหากจะฉายแววปราชญ์ออกมาอยู่ดี

    ไม่กี่ปีต่อมา…

    วันที่ ๒๔ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๐๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงรับสามเณรประยุทธ์เป็นนาคหลวงเนื่องจากสอบนักธรรมเอกและเปรียญธรรม ๙ ประโยคได้ขณะยังเป็นสามเณร ทรงพระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์อุปสมบทให้สามเณรประยุทธ์ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายกเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า

    .

    “ปยุตโตภิกขุ”

    .

    ปีถัดมา…

    ปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ ๑ จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย คือกระดาษเกียรติคุณใบแรกของท่านปยุตโตภิกขุ ก่อนที่มหาวิทยาลัยต่างๆ จะทยอยนำปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์มาถวายแด่ท่านมากมาย รวมถึงรางวัลการศึกษาเพื่อสันติภาพจากองค์การยูเนสโก

    มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของโลกเคยนิมนต์ให้ท่านไปสอนพระพุทธศาสนาที่นั่นสองครั้ง และยังส่งทูตส่งสาส์นมากราบอารธนานิมนต์ให้ท่านไปสอนหนังสือที่นั่นอยู่เรื่อยๆ ติดแต่ท่านไม่มีเวลาจะเดินทางไปสอนอีกแล้ว

    .

    เนื่องในวาระศุภฤกษ์ดิถีวันคล้ายวันเกิดของพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) เวียนมาบรรจบอีกวาระ เกล้ากระผม นายสิญจน์ สวรรค์เสก ในฐานะศิษย์ทางตัวอักษรของท่านเจ้าคุณอาจารย์ฯ ขอน้อมแสดงมุทิตาจิต ให้ท่านเจ้าคุณอาจารย์ฯ มีพลานามัยแข็งแรง อยู่สุขสบายตามธาตุขันธ์ เป็นที่พึ่งของพุทธศาสนิกชนตลอดไป

    ผมไปอ่านเจอบทความของคุณธนภณ สมหวัง หัวหน้าหมวดวิชามนุษยศาสตร์และสังคม มหาวิทยาลัยศรีปทุม ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ซึ่งคุณธนภณได้ย่อปาฐกถาของท่านเจ้าคุณอาจารย์ฯเกี่ยวกับภาวะสังคมที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งสูงในยุคปัจจุบันเอาไว้ได้ดี

    ผมจะขอย่อแบบย่อๆ อีกทอด เพื่อนำมาให้เพื่อนหนอนวัยรุ่นที่นี่ได้อ่านด้วยกัน เชิญทัศนาเถิด

    .
    .

    -ก้าวพ้นวิกฤตสังคมไทย ด้วยวิถีวัฒนธรรมเมตตาและวัฒนธรรมปัญญา-

    .

    ๑. ความขัดแย้งเป็นธรรมชาติ แต่ความวิเศษของมนุษย์ อยู่ที่ต้องไม่เป็นทาสของความขัดแย้ง

    ความขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องธรรมดา คือเป็นธรรมชาติของสิ่งทั้งหลายที่มีความแตกต่างกัน อันจะทำให้เกิดความหลากหลายและความสมบูรณ์

    แต่มนุษย์เป็นธรรมชาติส่วนพิเศษ ที่สามารถจัดสรรความเป็นไปต่างๆ ให้เป็นไปตามเจตนาของตนได้ มนุษย์จึงเอาประโยชน์จากความขัดแย้งได้ สามารถปรับเปลี่ยนความขัดแย้งให้เป็นความประสานเสริมกันได้

    แม้แต่ความแตกต่าง แทนที่จะให้เป็นความขัดแย้ง มนุษย์ที่ฉลาดก็อาจทำให้กลายเป็นส่วนเติมเต็มของกันและกันได้ ซึ่งมีข้อสังเกตดังนี้

    หนึ่ง ต้องขัดแย้งเป็น คือเมื่อเกิดความขัดแย้งแล้ว แทนที่จะเป็นเรื่องกระทบกันทางจิตใจของสังคมสองขั้ว ก็ให้เป็นการกระทบกันทางปัญญา ทำให้เกิดแง่คิด มุมมอง เพื่อเพิ่มพูนสติปัญญาใหม่ๆ

    สอง ความขัดแย้งต้องมาจากเจตนาดี ปรารถนาดีต่อกัน มุ่งเพื่อความเจริญงอกงาม เพื่อความก้าวหน้าของประเทศชาติ ไม่คิดเบียนเบียนกันด้วยเจตนาที่ไม่ดี

    ในทางปฏิบัติ ทางกายต้องแสดงออกด้วยการเอื้อเฟื้อ ทางวาจาด้วยถ้อยคำสุภาพ ทางจิตใจด้วยความปรารถนาดีเป็นที่ตั้ง

    ดังนี้แล้ว การขัดแย้งทางความคิดถึงจะกลายเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสริมเติมความรู้ และทำให้เกิดการสร้างสรรค์ร่วมกันกับบุคคลอื่นๆ ที่มีความเห็นแตกต่างกันได้

    .

    ๒. สังคมประชาธิปไตยต้องพูดกันได้และต้องใฝ่รู้ความจริง

    คนในสังคมต้องพูดกันง่าย (โสวจัสสตา) หรือพูดกันรู้เรื่อง และต้องรับฟังผู้อื่นด้วย หลักพูดและฟังแบบนี้จึงเป็นหลักสำคัญของสังคมประชาธิปไตย

    กล่าวคือ เมื่อเป็นคนที่พูดกันง่าย (โสวจัสสตา) และรักความจริง (ธรรมกามตา) ใคร่ความถูกต้องดีงาม อยากเข้าถึงความจริง สังคมก็มีแต่จะก้าวหน้าเพราะต่างก็อยากฟัง อยากรู้ความจริง จะเกิดการซักถามแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน แม้เมื่อเกิดความขัดแย้ง ก็จะมองหาแง่ที่จะทำให้เกิดความรู้เพิ่ม จะขัดแย้งกันก็เพื่อแก้ไข

    หลักการนี้เป็นหัวใจของสังคมประชาธิปไตย เพราะการแสดงความคิดเห็นนั้นขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมที่จะรับฟังคนอื่น เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในการหาความรู้เพิ่ม

    .

    ๓. สังคมไทยต้องรักษาวัฒนธรรมเมตตา และพัฒนาวัฒนธรรมแสวงปัญญา

    วิถีชีวิตของสังคมไทยรวมอยู่ในคำกล่าวที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว” เป็นสังคมที่อุดมสมบูรณ์ทางวัตถุพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ทำให้คนไทยมีลักษณะนิสัยชอบสนุกสนาน จิตใจดี โอบเอื้ออารีเกื้อกูลกัน นับถือกันเป็นพี่เป็นน้อง ชอบทำบุญ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมเมตตา

    สังคมตะวันตก โดยเฉพาะวัฒนธรรมอเมริกา เป็นสังคมที่ขาดแคลน มุ่งแสวงหาความมั่งคั่ง ต่อสู้บุกฝ่าพรมแดนออกไป (frontier) จนกลายเป็นการรุกรานปราบปราม (conquest) และมุ่งหน้าแข่งขันกันในที่สุด (competition) โดยอาศัยวัฒนธรรมแห่งการแสวงหาปัญญา ซึ่งได้หล่อหลอมจิตใจของชาวตะวันตก อันก่อให้เกิดระบบต่างๆ ขึ้นมา ซึ่งเรียกว่าอารยธรรมตะวันตก

    ภูมิหลังของสังคมไทยเด่นด้านเมตตา แต่ขาดวัฒนธรรมแห่งปัญญา

    ดังจะเห็นว่าคนไทยไม่ชอบค้นคว้าหาความรู้ ในขณะที่สังคมฝรั่งโดยเฉพาะสังคมอเมริกันเป็นสังคมที่ด้อยวัฒนธรรมแห่งเมตตา เป็นสังคมแบบตัวใครตัวมัน เป็นสังคมแห่งการแก่งแย่งแข่งขัน ทว่าเด่นด้านการแสวงหาปัญญา เพราะถูกบีบคั้นให้ต้องดิ้นรนเพื่อหาหนทางเป็นอิสระ

    ปัจจุบัน วัฒนธรรมแบบเมตตาในสังคมไทยกำลังเสื่อมถอย ทุกวันนี้คนไทยไม่ค่อยมีเมตตาต่อกัน ความเป็นมิตรและความรู้สึกฉันพี่น้องเริ่มเลือนรางไป ยิ่งในเมืองกรุงยิ่งเป็นมาก ตามบ้านนอกก็เริ่มเป็นตาม เริ่มเป็นสังคมแบบตัวใครตัวมัน

    พร้อมกันนั้น สังคมไทยก็ไม่ได้พัฒนาวัฒนธรรมแสวงปัญญาเหมือนสังคมตะวันตก แม้ว่าจะเดินตามแบบตะวันตกก็ตาม

    สังคมไทยจึงเสียทั้งสองด้าน คือวัฒนธรรมแห่งเมตตาก็รักษาเอาไว้ไม่ได้ และวัฒนธรรมแห่งปัญญาก็พัฒนาขึ้นมาไม่เป็น

    .

    ๔. ต้องก้าวพ้นการประนีประนอม ไปให้ถึงความสอดคล้องสามัคคี

    สังคมที่เน้นระบบการแข่งขันนั้นย่อมตามมาด้วยความขัดแย้ง และการแก้ปัญหาก็ยุติด้วยการประนีประนอมเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมตะวันตก ซึ่งเป็นอารยธรรมที่เจริญมาในระบบการแข่งขัน จึงเคยชินกับระบบการแก้ปัญหาแบบ compromise หรือการประนีประนอม

    คือต่างฝ่ายต่างลดความต้องการของตนลง ยอมเสียบ้างเพื่อคงผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายเอาไว้อย่างสูงที่สุด

    วิธีการแก้ปัญหาแบบนี้จะทำให้เกิดการขาดตกบกพร่อง ไม่มั่นคงยั่งยืน ไม่แท้จริง เพราะการประนีประนอมแบบลดความต้องการของตนเองลง เพื่อให้ตัวเองยังได้อยู่นั้น เมื่อการประนีประนอมเกิดขึ้นไม่ได้ ก็เป็นสาเหตุให้เกิดสงคราม เกิดการรบราฆ่าฟันกัน กลายเป็นความขัดแย้ง อาจทำให้พินาศทั้งสองฝ่าย

    มนุษย์ปัจจุบันนี้อยู่กันด้วยวิธีประนีประนอม ซึ่งเป็นจริยธรรมแห่งการฝืนใจ เพราะถูกครอบงำด้วยระบบแข่งขัน ไม่มีวัฒนธรรมแห่งการประสานกลมกลืน ทำให้มนุษย์ไม่สามารถไปถึงจุด harmony คือการประสานกลมกลืนเข้าด้วยกัน จนไม่มีหรือไม่เหลือความขัดแย้งกันได้

    การแก้ปัญหาที่แท้จริง คือต้องก้าวพ้นไปจากการประนีประนอม และไปให้ถึงความประสานกลมกลืนหรือความสอดคล้องสามัคคี โดยที่ทั้งสองฝ่ายหรือทุกฝ่ายมองเห็นจุดหมายใหญ่ที่เหนือขึ้นไปกว่าการมีผลประโยชน์ร่วมกัน

    และถ้าจะให้เป็นไปด้วยดี ก็อาจจะต้องมีการเกื้อกูลกันด้วยการทดแทนหรือชดเชยผลประโยชน์ที่ยอมสละไปของฝ่ายนั้นๆ ตามสมควร

    แน่นอนว่าในหลายกรณี การจะเข้าถึงความประสานสอดคล้องนั้นเป็นไปได้ยาก จึงต้องมีการยุติความขัดแย้งด้วยการประนีประนอมบ้าง แต่ต้องไม่หยุดอยู่แค่นั้น ต้องให้การประนีประนอมที่เป็นเหมือนการพักรบนั้น เป็นขั้นตอนที่จะก้าวไปสู่ความประสานกลมกลืนกันต่อไป

    .

    ๕. จัดสรรสังคมไทยด้วยปัญญา บนฐานแห่งเมตตาไมตรี

    ปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยและสังคมโลกปัจจุบันนี้ ซึ่งการประนีประนอมนั้น บางครั้งก็เป็นเพียงกลวิธีของฝ่ายหนึ่งที่ใช้เป็นเครื่องมือต่ออีกฝ่ายหนึ่ง เพื่อเป็นทางผ่านไปสู่ชัยชนะของฝ่ายตน

    คำกล่าวที่ว่า “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” เมื่อสำเร็จตามเป้าหมายแล้ว กลายเป็นว่าสองฝ่ายนั้นก็ต้องมาชิงชัยหรือมากำจัดกันเองอีกอยู่ดี วิธีนี้จึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง ไม่ก่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืนได้

    การแก้ปัญหาที่แท้จริงนั้น แต่ละฝ่ายต้องมีความจริงใจเป็นพื้นธาน มีเจตนาดี มีจุดมุ่งหมายที่แท้ร่วมกัน ซึ่งคือความดีงามและสันติสุขของประเทศชาติบ้านเมืองและโลกทั้งหมด โดยมุ่งดำเนินการด้วยสติปัญญาเป็นหลักสำคัญ

    .
    .

    สังคมไทยจะก้าวพ้นจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ และจะพัฒนาศักยภาพขึ้นมาให้ก้าวหน้าไปได้หรือไม่ จึงขึ้นอยู่กับว่าคนไทยจะสามารถจัดสรรสังคมไทยด้วยปัญญา บนพื้นฐานแห่งเมตตาได้มากน้อยแค่ไหน

    วิกฤตที่เผชิญหน้ากับสังคมไทยในขณะนี้ ควรเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนคนไทย ให้ตื่นขึ้นมาตรวจสอบตนเองว่า เรายังสามารถรักษาฐานเดิมคือความเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมแห่งเมตตา มีน้ำใจเอื้อเฟื้อต่อกันได้หรือไม่

    ขณะเดียวกัน เราจะก้าวหน้าต่อไปอย่างไร ด้วยการใช้สติปัญญาค้นหาศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยปัญญาและเหตุผล บนพื้นฐานวัฒนธรรมแห่งปัญญา.

  5. สวัสดีค่าท่านป๋าสิญจน์

    รูปนั้นทั่นคงใช้ได้กะเวปอื่นน่ะค่ะ
    สำหรับที่นี่ต้องรูปนี้เล้ยยย !!
    👿

    .
    .

    ขอบคุณหลาย ๆ ค่ะสำหรับของฝาก
    แล้วจะค่อย ๆ ลากสายตาไล่อ่านนะคะ

    สุขสันต์วันอากาศเย๊น เย็นดีค่ะ
    -จขบ.-

  6. สวัสดีค่ะท่านรอง ฯ Z

    วันนี้งานเดินเป็นปกติดีไหมคะ ?
    สุขสันต์วันจันทร์แห่งชาติค่ะ

    สู้ ๆ😀

  7. งานเดิน (มาก) เป็นปกติค่ะ
    แต่ข้าพเจ้าไม่ค่อยอยากเดิน (อยากนั่งมั่ง) อ่ะค่ะ

    สู้ๆ เช่นกันนะคะ

  8. ฮีธ่อ รูปนั้นไม่ได้ เอารูปนี้แทนก็ได้

    นี่แน่ะ 8)

  9. งานทางนี้ก็เดินเป็นปกติ สนุกสนานดีค่ะ
    ขอบคุณมากนะคะท่านรอง ฯ Z

    อ้อ .. เดินไปเดินมานี่เป็นการบริหารที่ดีเหมือนกันนา
    เดิน ๆ ไปเต๊อะ เดี้ยวเรียวขาจะสวยยังกะอะไรเชียว
    บอกไม่เชื่อ !

    .
    .

    อืม ..

    รูปนี้ดูเท่ห์ดีนะคะท่านป๋าสิญจน์
    น่าจะพาเค้าไปถ่ายปฏิทินแจกเพื่อน ๆ นะนี่ อิอิ

    .
    .

    ไปก่อนนะคะทุกท่าน
    บาย ๆ ค่า
    😀

  10. จริงที่ซุ๊ดเลยค่ะท่านรอง ฯ Z
    และจะให้ดี ต้องทำงานอย่างมีความสุขด้วยเนาะ

    สุขสันต์วันอังคารค่ะ
    ขอให้ทำงานอย่างสนุกสนานนะคะ

    สู้ ๆ จ้า😀

  11. สวัสดีวันอังคารค่ะ

    วันนี้อากาศดี เป็นการเรื่มต้นที่ดี
    แล้วก็ได้เวลาเริ่มงานซะที

    สู้ๆ เช่นกันค่ะท่าน ^__^

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s