เมนูวันหยุด : ลูกตุ้มไหมพรม

เนื่องในโอกาสได้หยุดอยู่กับบ้านเป็นวันแรกของปี

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่ต้องทำแล้ว จึงทำการพักผ่อนให้สมที่เป็นวันหยุดด้วยการนั่งทำลูกตุ้มไหมพรมเล่นค่ะ หากใครสนใจจะลองทำด้วยละก้อ เตรียมไหมพรมและกรรไกรไว้นะคะ จากนั้นก็ลงมือกันได้เลยค่ะ

เริ่มต้นด้วยการพันไหมพรมให้มากเท่าที่ต้องการแล้วมัดรวบตรงกึ่งกลางอย่างในภาพ

ball1

ใช้กรรไกรตัด ก็จะได้ลูกตุ้มที่ปลายรุ่งริ่งอย่างนี้ค่ะ

 ball22

ต่อจากนี้ ก็ใช้กรรไกรค่อย ๆ ตัดแต่งให้เป็นทรงกลม เคล็ดลับในการทำลูกตุ้มก็คือยิ่งพันไหมพรมมากเท่าไรจะได้ลูกตุ้มที่แน่นสวยงามยิ่งขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญก็คือกรรไกรต้องคมค่ะ

เมื่อได้ลูกตุ้มไหมพรมมาแล้ว เราสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง อาทิเช่น เอาไว้เป็นของเล่นให้เจ้าเหมียวในบ้านอย่างในภาพนี้ ..

ball3

และภาพนี้ ..

ball4

เรามาดูลูกตุ้มชัด ๆ กันอีกทีนะคะ ..

ball5

วันนี้ทำลูกตุ้มไหมพรมสีชมพูไว้ ตั้งใจจะนำไปตกแต่งตรงปลายของผ้าพันคอด้านละ 1 ลูก เมื่อติดเรียบร้อยแล้วก็ได้ผลงานออกมาอย่างที่เห็น

เอ่อ ..

มันเป็นผ้าพันคอจริง ๆ นะคะ ไม่ใช่สังเวียนแมวแต่อย่างใด

ball6

หมายเหตุประจำบันทึก :

1) อยากทำโฟโต้ช๊อบเป็นจังค่ะ จะได้มีรูป “หนังสือ” สวย ๆ ไว้โพสต์ในคอลัมน์ “หนังสือหนังหา” มั่งอ่ะ

2) เจ้าเหมียวที่เห็นเป็นสมาชิกในบ้านที่ยังไม่มีชื่อ ช่วยกันส่งชื่อเข้าประกวดหน่อยนะคะ รางวัลเป็นตั๋วซาเล้งไปกลับน่าน-บ้านของท่านค่ะ

52 comments

  1. -หมายเหตุของผู้อ่านบันทึก-

    1. โฟโต้ช็อปหรือขอรับ อืมมมม ไม่ยากๆ ง่ายนิดเดียว ลองทำมั่วๆ ไปเถอะ เดี๋ยวก็เป็น – บอกไม่เชื่อ!

    2. ชื่อของเจ้าเหมียวสองตัวนี่…

    เจ้าตัวใหญ่นี่สีดำดี น่าจะให้ชื่อว่า “หมี”

    ส่วนเจ้าตัวเล็กมีลายเป็นจุดๆ มีริ้วคล้ายละอองฝน ให้ชื่อว่า “โปรย” ก็น่าจะสวยดี

    ว่าแต่ว่า…มันจะไปกระทบกระเทือนกับชื่อเพื่อนบ้านแถวนี้ไหมหนอ

    งั้นเอาใหม่ ลองอีกสักชื่อสองชื่อดูละกัน

    เจ้าตัวดำก็ดำดีสีไม่ตก งั้นชื่อ “นิล” ดีไหม

    ส่วนเจ้าตัวลาย ท่าทางจะซุกซน คงจะร้องเมี้ยวๆ อยู่ตลอด งั้นชื่อมะแมว เอ๊ย “มะเหมี่ยว” ก็แล้วกัน

    .
    .

    หรือท่านรองจะว่าจะได?

    ลองเสนอชื่อเข้าประกวดดูถีพระคุณ

  2. สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะ

    อืมมม…ส่งชื่อเข้าประกวดเหรอคะ เอาอะไรดีนะ
    เอาเป็น เจ้าสีดำชื่อว่า “มังคุด” เจ้าตัวลายชื่อ “ละมุด” ก็แล้วกันเนาะ หุหุ

    ส่วนโฟโต้เฉาะนั้น ต้องลองจริงๆ ค่ะ ถ้าไม่ทำบ่อยๆ ก็จะลืมซะอีก
    ข้าพเจ้าจะทำยังต้องใช้คู่มือเลยอ่ะ -*-

    สุขสันต์วันกรรมกรทำงานค่ะ ^__^

  3. อ้อ….ข้าพเจ้าเข้าห้องคลับเรารักโปรสการ์ดในพันทิปเลยเอาลิงค์มาฝาก

    บลอกสอนทำภาพ http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=9george&group=21

    โปรแกรม photoscape เค้าว่าง่ายดี
    http://www.photoscape.org/ps/main/download.php

    กระทู้ตัวอย่าง
    http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2008/09/E6996591/E6996591.html

  4. สวัสดีวันหยุดของข้าพเจ้าค่ะ

    โฮ๊ะ ๆ ๆ ๆ (( ดีใจออกนอกหน้า ที่อุตส่าห์ได้หยุด ))

    .
    .

    เรียน ท่านป๋าสิญจน์ที่เคารพ

    1. ข้าพเจ้าลองมั่วแล้วมึนขนาดนั๊กเลยค่ะ เครื่องมือเครื่องใช้มันมากมายเกินไปอ่ะ ตะก่อนทำจาก ACDsee แต่บัดเดี๋ยวนี้คุณช่างซ่อมคอมพ์เค้าเอาโปรแกรมมะเก่าของข้าพเจ้าทิ้งไปซะงั้น – ใจร้ายจี ๆ เล้ยยย

    2. ลายของเจ้าเหมียวคล้ายริ้วละอองฝนหรือคะ ? อืม จริงของท่านนะคะ เป็นริ้ว ๆ ดีจัง แถมขนของเธอที่เห็นน่ะนุ่มอย่าบอกใคร สวย ไฉไลกว่าตอนที่ลักพาตัวจากโรงพยาบาลวันแรกเย้อออเลย

    “โปรย” ก็เหมาะดีแต่จะเรียกยากสักหน่อย ส่วนพี่ตัวใหญ่นี่ ที่ท่านตั้งว่า “หมี” เพราะสีผิว เอ้ย สีขนสินะคะ ดำปิ๊ดเชียว (จ๊ากกส์ ! – จาโดนไหม๊เนี่ยเรา) 55555+

    สรุปว่าท่านป๋าส่งชื่อ “นิล” กะ “มะเหมี่ยว” เนาะ
    เดี๋ยวข้าพเจ้าจะลงทะเบียนเข้าในระบบฐานข้อมูลไว้ค่ะ

    ขอบคุณที่ร่วมสนุกกับทางรายการนะคะ

    .
    .

    สวีดัด สวัสดีวันทำงานของท่านรอง ฯ Z ค่ะ

    วันนี้ข้าพเจ้าได้หยุดแหละ (( อวด ๆ ๆ ๆ 5555+ ))
    เดี๋ยวจะเอาชื่อ “มังคุด” กะ “ละมุด” ลงทะเบียนในระบบให้นะคะ
    ดูจากสองชื่อที่ตั้งมา ท่าทางท่านจะชอบสระ “อุ๊ด” นิ .. อิอิ

    ขอบคุณมากค่ะสำหรับข้อมูลเรื่องโฟโต้เฉาะ (ชื่อโหดได้ใจเลย) ข้าพเจ้าจะลองเข้าไปศึกษาดูค่ะ ถ้าได้เรื่อง ได้การเมื่อไร จะได้เอามาใช้กับหนังสือเล่มใหม่ที่จะเล่าให้ฟังเล่มต่อไปนี่เลย

    ขอให้สนุกกับงานนะคะ สู้ ๆ ค่า

    -จขบ.-😀

  5. สวัสดีค่ะท่านประธาน

    ดีใจด้วยนะคะที่ท่านได้หยุด พักบ้างก็ดีเหมือนกันเนาะ
    พรุ่งนี้จะได้มีแรงมาทำงานต่อ หุหุ

    ข้าพเจ้าเห็นว่าชื่อมันคล้องกันดีน่ะท่าน
    ป่าวมีใจกับสระ “อุ๊ด” นะคะ ^^”

    ขอให้ท่านสนุกกับการแต่งรูป และมีความสุขกับวันพักผ่อนค่ะ
    สุขสันต์วันหยุดของท่านค่ะ ^__^

  6. โอ๊ะ โอ ..

    วันนี้หลังจากที่แวะมาโม้กับท่านรอง ฯ แล้วก็ปิดคอมพ์ไปเลยค่ะ
    ทำโน่นทำนี่ซะป๊ะซะเป๊ดไม่ได้นั่งศึกษาเรื่องโฟโต้เฉาะต่อเลย
    แต่ก็สนุกและมีความสุขในวันพักผ่อนตามคำสั่งของท่านแล้วนะคะ

    ขอบคุณมากค่า

    ว่าแต่แน่ใจนะคะว่า ท่านป่าวมีใจให้กะ “สระอุ๊ด” เค้าจริง ๆ หุหุ
    😀

  7. ได้มีความสุขกับวันพักผ่อนนับว่าคุ้มค่ามากแล้วค่ะท่าน ^__^
    ไว้ว่างๆ ค่อยศึกษาเรื่องโฟโต้เฉาะก็ได้
    (แต่ข้าพเจ้าว่า photoscape ง่ายกว่ามากเลย)

    ส่วน “สระอุ๊ด” นั้น ข้าพเจ้ามั่นใจแน่นอนค่ะ ^^

  8. อืม ..

    ข้าพเจ้าเป็นคนใจง่ายค่ะ
    แถมยังเชื่อคนง่ายอีกด้วยนะคะ

    ตกลงค่ะ !

    พรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะโหลด photoscape มาศึกษาดู
    และเชื่อว่าท่านน่ะหาได้มีใจให้ “สระอุ๊ด” ไม่
    ด้วยใจท่านรอง ฯ นั้นไซร้ ยกให้กะกิ๊กบาล์มแต่เพียงผู้เดว

    5555555+ ฮิ้วววววว ..

  9. ขอบคุณที่เชื่อข้าพเจ้านะคะ
    ช่างเป็นคนที่หาได้ยากจริงๆ :p

    ข้าพเจ้าโหลดมานานแล้วไม่ค่อยได้ใช้เลยเปลืองพื้นที่จริงๆ – -”

    ส่วนเรื่องใจของข้าพเจ้านั้นกิ๊กมีกี่คนข้าพเจ้าก็ให้เท่ากันนั่นล่ะค่ะ หุหุ
    ถึงข้าพเจ้าจะหน้าตาไม่ดี แต่ก็มีเวลาให้ทุกคนนะคะ 555+

  10. ^
    ^

    นั่น !!
    นั่น ๆ ๆ

    ในที่สุดท่านก็สารภาพออกมาแล้วว่ามีใจให้ทีละหลาย ๆ คน
    ระวังจะฉับฉน ให้เวลาผิดคนเอานะคะ

    แล้วจะหาว่าคนบ้าหน้าตาดีที่หาได้ยากคนนี้ไม่เตือน .. หุหุ

    .
    .

    ดึกดื่นได้ที่แล้วเนาะ
    ขอตัวไปเฝ้าพระอินทร์ก่อนละน๊า
    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์จ้า

    -จขบ.-😀

  11. ขอบคุณที่เตือนค่ะท่าน

    แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ ข้าพเจ้าจัดตารางสอน เอ้ย ตารางเวลาไว้แล้ว
    หากเวลาไม่พอเราก็นัดรวมพลไปเลย ถือซะว่าให้ทำความรู้จักกันไป หุหุ
    (เวลาเรียนหนังสือ เรายังเรียนรวมได้เลยนี่นา)

    ก็ว่ากันไปตามประสาคนบ้านะท่านนะ อย่าได้คิดเป็นจริงไปซะละ ^^”

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์เช่นกันค่ะ ^__^

  12. แค่กๆๆๆ

    โอ๋ยยยย เจ๊บคอจั๋ง

    .
    .
    .

    ท่านประธานขอรับ

    แผนการบุกเข้าโจมตีเลินเดิ่นของกระผมพังพาบไม่เป็นท่าแล้วล่ะครับ เหตุเพราะเจ้าหวัดเจ้ากรรม ชิงยกกองทัพมาทั้งเก้าทิศแปดทาง บุกเข้าโจมตีจนกระผมตั้งกระบวนไม่ทันเลยทีเดียว

    เมื่อวานก่อน พี่เค้าส่งสารท้ารบมาด้วยอาการเจ็บคอแบบแห้งๆ พิกล

    เกล้าก็รีบยกการ์ดขึ้นมากั้นด้วยการด๊วบน้ำส้มหมดไปเป็นกล่องๆ คิดว่าวิตามินซีจากน้ำส้มคงจะสะกัดทัพหน้าของหวัดอยู่

    ตกค่ำวานนี้…เจ้าหวัดลอบเข้ามาโจมตีอีกระลอก คราวนี้พี่เขาเล่นเอาขอบตาร้อนผ่าว จมูกก็ทำท่าขัดๆ พิกล

    ย่ำรุ่งเมื่อเช้า…กว่ากระผมจะรู้ตัวอีกครั้งก็เสียท่าถูกกองทัพหวัดบุกเข้ายึดกายนครไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    นี่เป็นเหตุผลแรกที่ยกเลิกการเดินทาง (ทั้งๆ ที่เสียดายตังค์ที่จองตั๋วไปแล้วมากกกกกกกกกกกกกก)

    เหตุผลที่สองคือ…

    นั่นแหละครับ ท่านเดาถูกแล้ว

    อ้าว! ยังไม่ได้เดาหรอกหรือพระคุณ

    ก็คือ….

    เรื่องชนวนกาซาที่ตะวันออกกลางนั่นแลขอรับ

    ท่านอย่าเพิ่งสงกะสัยไปเทียวว่า แล้วมันจะมาเกี่ยว มาเอี่ยวกันได้จะไดหนอ

    เรื่องของเรื่องคือ ตอนนี้ในลอนดอนนั้นมีขบวนม็อบเสื้อดำ(มุสลิม) ที่ไม่ใช่เสื้อเหลืองและเสื้อแดงแต่อย่างใด ไปเดินป่วนกรุงลอนดอน ณ จุดสำคัญกันเต็มไปหมด คือพวกเขาไปประท้วงกดดันรัฐบาลอังกฤษให้ออกมาแสดงทีท่าที่เข้มงวด และให้ออกมาตรการอะไรบางอย่างออกมากดดันรัฐบาลอิสราเอลโดยด่วน ที่ได้กระทำการรุนแรงกับประชาชนในกาซาน่ะขอรับ

    มีบางรายขู่แฮ่มๆ ว่าจะไปวางเพลิงสถานทูตอิสราเอลด้วยแน่ะ!

    เหตุและผลรองรับกันดีถึงปานนี้ เกล้าเลยยกเลิกหมายกำหนดการตะลุยลอนดอนไปซะเลย หมดเรื่องกัน

    โอกาสหน้าค่อยว่ากันใหม่น่ะขอรับ

    .
    .
    .

    ท่านรองฯ

    “หัวใจสลาย…เมื่อเธอเดินไปกับเขา
    ไม่คำนึงถึงเรื่องราว…ที่เราต่างคนเคยสร้างมา
    ประโยชน์อันใด…ที่เธอจะคืนกลับมา
    อย่าห่วงใยและเวทนา…เหมือนกลัวว่าฉันจะตาย..

    ..
    ….

    ไม่รักไม่ว่า…แต่อย่าสงสาร
    ไม่เคยต้องการคนมาเห็นใจ
    ยังไม่ตาย…ก็อยู่กันไปก็เท่านั้น

    หากอยู่กับเขา…อย่ามีเยื่อใยกับฉัน
    เขาจะเจ็บและช้ำพอกัน…

    …ถ้ารู้ว่าเธอปันใจ…(ให้กิ๊กกกกกก)

    .

    แค่กๆๆๆ โอยยย เจ็บคอ ไม่น่ามาเผลอร้องเพลงเลย

    ไปแระๆๆ ไปนอนแระ วุ้ย!

  13. อรุณสวัสดิ์จ้า

    555555+ ท่านรอง ฯ Z นี่อ่ะน๊า
    คิดจะนัดรวมพลกิ๊กให้เหมือนรวมรุ่นสมัยเรียนซะงั้น

    บร้าาาาาา .. บ้า ๆ ๆ ๆ ๆ

    คนอาไรช่างคิด ช่างเจรจาจริง จริ๊งงงงง !!

    .
    .

    โอ๊ะ โอ ..

    ไม่ได้บุกลอนดอนคราวนี้ ไว้คราวหน้าคราหลังก็ได้ค่ะท่านป๋า
    ว่าแต่พ่อคุณเป็นอะไรมากไหมเจ้าคะ ?
    ก็อากาศทางโน้นน่ะเย็นปะล้ำปะเหลือนี่นา
    ยังไงก็พักรักษาตัวให้หายไว ๆ นะคะ

    โอม .. ไข้จงลง ๆ ๆ
    โอม .. ปวดจงคลาย ๆ ๆ
    โอม .. หวัดจงหาย ๆ ๆ

    เพี้ยง !!

    .
    .

    สุขสันต์วันจันทร์ค่า
    -จขบ.-😀

  14. สวัสดีสายๆ วันจันทร์ค่ะ

    55555+
    ก็ว่ากันไปนะคะท่านประธาน คงมีแต่คนบ้าเท่านั้นล่ะที่คิดได้นี้

    แต่ถึงจะบ้า ก็บ้ารักนะคะ 55555+

    อ้าว….ท่านเลขาป่วยซะแล้วหรือนี่
    ไม่เป็นไร โอกาสหน้ายังมีไว้รักษาตัวแล้วค่อยไปลุยก็ยังทัน

    ยังไงก็ขอให้หายไวไวนะคะ ดูแลตัวเองดีดี
    อย่าไปเผลอร้องเพลงตอนเจ็บคออีกล่ะท่าน
    เดี๋ยวอาการจะกำเริบเอานะคะ

    โปรดรักษาสุขภาพ(จิต)กันด้วยนะคะ ^__^

  15. สก๊อยเซรง😉

    พี่แซดปันใจให้คนอื่น !!!!!!!!!!!!
    …………………………………………

    น้องแมวน่ารักดีจัง ตัวสีดำให้ชื่อว่า “เปียกปูน”

    ส่วนตัวสีน้ำตาลลายริ้ว ชื่อ “ข้าวเม่า”

    น่ารักไหมล่ะ ชื่อเหมาะเจาะดีทีเดียวเชียว

    (คิดได้แต่ชื่อของกินฟ่ะเฮ้ยยย บ่ะอิหล้าเนี่ย)

    ปล.แล้วจะเม้นต์ทำไมในสองหน้าง่ะอิน้อง วู้ๆๆ

  16. สวัสดีจ้าหนูบาล์ม
    อย่าเพิ่งเซ็งไป ยังไงพี่ก็รักเท่ากันทุกคนจ๊ะ หุหุ

  17. สวัสดีตอนดึกค่ะ

    ต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ ข้าพเจ้าติดภารกิจงานหลวงและงานราษฎร์ แน่นเอี๊ยดทั้งวันยันค่ำ กระทั่งทำหน้าที่เจ้าของบ้า(น)ขาดตกบกพร่อง

    แต่อย่างไรก็ตาม หวังว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านจะเห็นใจ ไม่เอาความ
    (( แล้วจะเอาให้ได้ความอะไรล่ะนั่น หุหุ ))

    .
    .

    อืม .. ท่านรอง ฯ คงเป็นห่วงในสุขภาพจิตของท่านป๋าสอและน้องหนูบาล์มสินะ ขอบพระคุณอย่างยิ่งเลยค่ะ แล้วข้าพเจ้าจะหมั่นคอยดูแลและรักษาให้เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ

    แล้วก็อย่าลืมดูแลตัวเองโตยเน้อ

    .
    .

    “เปียกปูน” กะ “ข้าวเม่า” ฟังดูดี๊ ดูดีเนาะ
    ขอบคุณที่ร่วมสนุกกับทางรายการนะคะหนูบาล์ม

    .
    .

    และแล้วข้าพเจ้าก็หมดแรงพอดี
    ขอจรลีไปพับเพียบให้เรียบร้อยก่อนนะคะ

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่า
    -จขบ.-😀

  18. สวัสดีวันอังคารนะทุกท่าน

    แค่กๆๆๆ

    อืมมมม ยามเจ็บไข้ได้เปื่อยแบบนี้ เกล้าฯ ล่ะนึกถึงพระสูตรหนึ่งขึ้นมาไหวๆ เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงตรัสเอาไว้แก้อาการป่วยไข้ทั้งหลายทั้งมวลน่ะขอรับ

    เกล้าฯ มานั่งอ่านดับกลุ้มเล่นโก้ๆ อยู่คนเดียว พาลให้นึกถึงเหล่าท่านเหลือกำลัง ด้วยว่าสัตว์ตนใดก็ตามในตรีโลกธาตุนี้ ที่จะไม่เจ็บป่วยด้วยโรคกายแลใจนั้นเห็นจะหามิได้

    อีกทั้งกระผมก็ไม่รู้จะโม้อะไรให้ได้อ่านกันดี

    กระนั้นเลย พิมพ์พระสูตรนี้มาฝากพวกท่านซะเลยหมดเรื่องไป

    เอ๊า ของเขาดีจริงนะพระคุณ

    อ่านช้าๆ ชัดๆ เลยนะขอรับ

  19. คิริมานนทสูตร (๑)

    .
    .

    เอวัมเม สุตัง, เอกัง สะมะยัง ภควา, สาวัตถิยัง วิหรติ,
    เชตวเน, อนาถปิณฑิกัสสะ อาราเม, ตัตระ โข,
    อายัสมา, คิริมานันโท, อาพาธิโก โหตีติ.

    คิริมานนทสูตร อันโบราณจารย์เจ้าหากกำหนดไว้ว่า

    คิริมานนทสูตร อ้างเนื้อความว่า

    เมื่อครั้งปฐมสังคายนา พระมหาสังคาหกเถรเจ้าทั้งหลาย ๕๐๐ รูป หย่อนโอกาสให้พระอานนท์รูปหนึ่ง ได้เข้ามาสู่ที่ประชุมพร้อมแล้ว คอยพระอานนท์องค์เดียว ซึ่งกำลังเจริญสมถวิปัสสนาอยู่ ยังไม่ไม่สำเร็จพระอรหันต์

    ครั้นพระอานนท์เถระเจ้าได้สำเร็จอรหันตผลแล้ว ก็เข้าจตุตถฌาน เอาปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ไปปรากฎบนอาสนะท่ามกลางสงฆ์ ให้พระสงฆ์สิ้นความสงสัยในอรหัตตคุณ ที่ถ้ำสัตตบัณณคูหา ปฏิญาณตนอเสขภูมิด้วยประการฉะนี้แล้ว

    พระมหาสังคาหกเถรเจ้าทั้งหลาย มีพระมหากัสสปะเป็นประธาน จึงได้อาราธนาเชื้อเชิญให้พระอานนท์ขึ้นนั่งเหนือธรรมาสน์ แสดงพระสุตตันตปิฎก ยกคิริมานนทสูตรนี้ขึ้นเป็นที่ตั้ง

    ลำดับไว้อย่างนี้

    พระมหากัสสปเถรเจ้าจึงถามพระอานนท์ว่า

    อานันทะ – ดูกรอานนท์ พระสูตรอันชื่อว่าคิริมานนทสูตรนั้น พระพุทธเจ้าแสดงแก่บุคคผู้ใด และตรัสเทศนา ณ ที่ไหน ปรารภอะไรให้เป็นเหตุจึงได้ตรัสเทศนา มีวิตถารพิสดารอย่างไร ขอให้พระอานนท์เจ้า จงแสดงต่อไปในกาลบัดนี้

    อะถะ โข อายัสมา อานันโท – ลำดับนั้นพระอานนท์เถระเจ้าผู้นั่งอยู่บนธรรมาสน์ ได้โอกาสแต่พระสงฆ์แล้ว จึงวิสัชนาพระสูตรนี้ มีคำปฏิญญาในเบื้องต้นว่าดังนี้

    เอวัมเม สุตัง – ข้าพเจ้าผู้ชื่อว่าอานนท์ หากได้สดับมาแต่พระอบแก้ว กล่าวคือ พระโอษฐ์แห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ดำเนินความว่า

    เอกัง สมยัง – สมัยกาลคาบหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จสำราญพระอิริยาบถอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร อันเป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวายใกล้กรุงสาวัตถี ในกาลนั้น พระผู้เป็นเจ้าชื่อว่าคิริมานนทเถระ ผู้มีอายุ อาพาธิโก เกิดอาพาธหนักเหลือกำลังที่จะอดกลั้น พระผู้เป็นเจ้าจึงให้เชิญข้าพเจ้าผู้ชื่อว่าอานนท์เข้าไปยังสำนักแห่งตน แล้วจึงกล่าวว่า

    อานันทะ – ดูกรอานนท์ ข้าพเจ้าผู้ชื่อว่าคิริมานนท์นี้ บังเกิดอาพาธหนักเหลือกำลังที่จะพึงอดกลั้น ไม่สามารถจะไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ ขอนิมนต์ท่านอานนท์นำเอาอาพาธอันร้ายแรงแห่งข้าพเจ้าไปกราบทูล ให้สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบ เพื่อทรงพระมหากรุณาสงเคราะห์ ให้ทุกขเวทนาเจ็บปวดซึ่งเบียดเบียนอยู่ในร่างกายแห่งข้าพเจ้าผู้ชื่อว่าคิริมานนท์นี้ ระงับอันตรธานหายเถิด

    ข้าพเจ้าผู้ชื่อว่าอานนท์ รับเถรวาทีแล้ว ก็เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า กราบทูลอาการแห่งอาพาธแลทุกขเวทนา ตามคำสั่งของพระคิริมานนท์ ให้ทรงทราบทุกประการ

    อะถะ โข – ในกาลครั้งนั้น สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงทราบอาการแห่งพระผู้เป็นเจ้าคิริมานนท์ดังนี้แล้ว จึงตรัสแก่ข้าฯ อานนท์ว่า

    อานันทะ – ดูกรอานนท์ ท่านจงกลับคืนไปสู่สำนักของท่านคิริมานนท์โดยเร็ว

    แล้วพระองค์ทรงตรัสต่อไปว่า

    วิสุทธะจิตเต, อานันทะ เทฺว, สัญญา สัตวา โส,
    อาพาโธ ฐานะ โส, ปฏิปัสสัมเภยยะ

    ดังนี้

    ดูกรอานนท์ เมื่อท่านไปถึงสำนักพระคิริมานนท์แล้ว ท่านจงบอกสัญญาสองประการ

    คือ รูปสัญญา หนึ่ง
    คือ นามสัญญา หนึ่ง

    อันว่ารูป คือ ร่างกายตัวตนทั้งสิ้นก็ดี
    คือนาม ได้แก่จิตเจตสิกทั้งหลายก็ดี

    ให้ปลงธุระเสีย อย่าถือว่ารูปร่างกาย จิต เจตสิก เป็นตัวตน อย่าเข้าใจว่าเป็นของๆ ตนทุกสิ่งอย่าง ความจริงหากเป็นของภายนอกสิ้นทั้งนั้น

    ดูกรอานนท์ ถ้าหากว่ารูปร่างกายเป็นตัวตนของเราแท้ เมื่อเขาแก่เฒ่าชรา ตามัว หูหนวก เนื้อหนังเหี่ยวแห้ง ฟันโยกคลอน เจ็บปวดเหล่านั้น เราก็จะบังคับได้ตามประสงค์ ว่าอย่าเป็นอย่างนั้น อย่าเป็นอย่างนี้ นี่เราบังคับไม่ได้ตามประสงค์ เขาจะเจ็บ จะไข้ จะแก่ จะตาย เขาก็เป็นไปตามหน้าที่ของเขา เราหมดอำนาจที่จะบังคับบัญชาได้

    เมื่อตายเราจะพาเอาไปสักสิ่งสักอันก็หามิได้ ถ้าเป็นตัวตนของเราแล้ว เราก็คงจะพาเอาไปได้ตามความปรารถนา

    ดูกรอานนท์ ถึงเจตสิกก็ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่ของๆ ตน หากว่าจิตเจตสิกเป็นเรา หรือเป็นของๆ เรา เราก็จักบังคับได้ตามประสงค์ ว่าจิตของเราจงเป็นอย่างนี้ จงเป็นอย่างนั้น จงสุขสำราญทุกเมื่อ อย่าทุกข์อย่าร้อนเลย ดังนี้ ก็จักพึงได้ตามปรารถนา นี่หาเป็นเช่นนั้นไม่ เขาอยากจะคิดอะไรเขาก็คิดไป เขาจะอยู่จะไปก็ตามเรื่องของเขา

    เพราะเหตุแห่งร่างกายจิตใจเป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่ของๆ ตน ให้ปลงธุระเสีย อย่าเข้าใจ อย่าถือเอา เป็นตัวแลของๆ ตนเถิด

    ดูกรอานนท์ ท่านจงไปบอกซึ่งสัญญาสองประการ คือรูปแลนามนี้ โดยเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตนแลไม่ใช่ของๆ ตน ให้พระคิริมานนท์แจ้งทุกประการ เมื่อพระคิริมานนท์แจ้งแล้ว อาพาธความเจ็บปวดแลทุกขเวทนา ก็จักหายจากสรีระร่างกายแห่งพระคิริมานนท์สิ้นเสร็จ หาเศษบ่มิได้ จักหายโดยเร็วด้วย

    ภันเต อริยกัสสะปะ – ข้าแต่พระอริยสัสสปะผู้เป็นประธานในสงฆ์ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสแก่ข้าฯ ผู้ชื่อว่าอานนท์ ด้วยประการดังนี้แล.

  20. สาธุ

    ขอบคุณมากค่ะท่านสิญจน์
    ขอให้หายเจ็บไข้ ไว ๆ นะคะ .. เพี้ยง ๆๆ
    😀

  21. หายไข้เวยๆละป๋า เอ้า…เอาคาถาเด็กสก๊อยไปใช้ซะเพี้ยงงงง …..

    “เจ็บคอเอ๋ย น้ำอุ่น

    เช็ดตัวเอ๋ย ไข้แห้ง

    กินน้ำแกง แรงดี

    ทำสามวันไข้หายมลายไป เพี้ยงงงง” 😉

    ปล.คิดได้ไงฟ่ะ อัจฉริยะข้ามโลกจริงๆ (โลกคนบ้าๆ บอๆ) 555

  22. หวัดไม่ดี
    หวัดไม่ดี
    หวัดไม่ดี

    จมูกจักมีราศรี สวยโปร่งโล่งดี ถ้าไม่มีหวัด .. อิอิ

    .

    สวัสดีจ้าหนู Z คนดี และ หนูบาล์มคนอัจฉริยะ
    พูดไปแล้วรู้สึกขัด ๆ เขิน ๆ ไม่ชินปากไงก็ไม่ทราบนะคะ
    55555555+

    -จขบ.-
    คนดีที่หนึ่งเลย คริ คริ

  23. ข้าพเจ้าอ่านๆ แล้วยังเขินๆ เลยค่ะท่าน จขบ.
    เพราะข้าพเจ้าน่ะ ไม่ใช่คนดีหรอกนะคะ

    แค่เกือบจะดีอ่ะ ^^”

  24. 55555 หรือจะเรียกหนูว่า “เบเบ้” ก็ได้นะ ชื่อนี้ไม่ขัดปากแน่นอน ก๊ากก

    ………………………
    พี่แซดก็เกือบตลอด มั่นใจไปเลยพี่ว่าเราดี 5555 (เค้าเรียกกันว่าหลงตัวเองนั่นละวุ้ยยๆ)

    ง่วงนอนแต้ๆ กินยาแก้แพ้ไป เฮ้ออ เมื่อไหร่จะชนะฟ่ะเนี่ย เวงกำ~~~

  25. ความดีงดงามเสมอ

    ท่านรอง ฯ งามงดออกอย่างนี้
    ไม่เรียกว่าคนดีจะเรียกว่าอะไรได้ละคะ
    55555+

    .
    .

    สวัสดีจ๊ะหนูเบเบ้ (( เขินปากกว่าเดิมอีกวุ้ย !! ))

    ติดหวัดจากป๋าสอเสียแล้วรึ ?
    ขอให้หายดี ชนะหวัดในเร็ววันจ้า .. เพี้ยง ๆ ๆ

    .
    .

    ประกาศ !

    พักนี้ไข้หวัดระบาดทั่วบล๊อกแล้วจ้า
    ขอให้ทุกท่านรักษาเนื้อรักษาตัวกันด้วยนะคะ

    ด้วยความปรารถนาดีจาก
    -จขบ.-

  26. เอาๆๆ เอากันเข้าไป

    .
    .

    ขอบคุณคำแนะจำจาก “เบ่เบ้” สาวสก็อยส์บาล์มด้วยนะ

    .
    .

    มาๆๆ มาสดับพุทธพจน์ที่ทรงความจริง ตรงแท้ แจ้งชัด และงดงามทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด กันต่อเถิดสูเจ้าทั้งหลาย

  27. คิริมานนทสูตร (๒)

    .
    .

    ตะทะนันตะรัง – ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเทศนาแก่ข้าฯ สืบต่อไปว่า

    อานันทะ – ดูกรอานนท์ ตัวตนเราก็ดี ตัวตนแห่งผู้อื่นก็ดี ตัวตนแห่งสัตว์ดิรัจฉานทั้งหลายก็ดี ก็มีอยู่แต่กองกระดูกสิ้นด้วยกันเสมอเหมือนทุกตัวคนแลตัวสัตว์ จะหาสิ่งใดเป็นแก้วเป็นแหวน เป็นแท่งเงินแท่งทอง แต่สักสิ่งสักอันก็หามิได้ จะหาเอาอันใดเป็นตัวเป็นตน เป็นจิตเป็นเจตสิกแห่งบุคคลผู้ใดสักอันหนึ่งก็ไม่มี ล้วนเป็นอนัตตา หาแก่นสารบ่มิได้

    บุคคลหญิงชาย คฤหัสถ์ นักบวชทั้งหลาย มาพิจารณาแจ้งชัดในรูป นาม จิต เจตสิก โดยเป็นอนัตตาดังนี้แล้ว ก็จักมีอานิสงส์ไม่มีส่วนที่จะพึงประมาณได้ เหมือนดังสุภัททะสามเณร ท่านพิจารณาแต่คำว่า “อัฏฐิมิญชัง” – เยื่อในกระดูก เท่านั้น

    ท่านถือเอาอัฏฐิกสัญญาอย่างเดียวเป็นอารมณ์ ก็ผ่องใสรุ่งเรือง เห็นแจ้งในร่างกายของตนจนได้บรรลุธรรมวิเศษ เหตุถือเอาอัฏฐิกสัญญาเป็นอารมณ์ เห็นอนัตตาแจ่มแจ้งด้วยประการดังนี้

    ดูกรอานนท์ มรณสัญญา – พิจารณาความตายก็ดี อัฏฐิกสัญญา – พิจารณากองกระดูกก็ดี ปฏิกูลสัญญา – พิจารณาร่างกายนี้โดยเป็นของพึงน่าเกลียดสะอิดสะเอียนเต็มไปด้วยหมู่หนอน และสัตว์ทั้งหลายมีประการเป็นอันมากตามลำไส้น้อยสำไส้ใหญ่ ตามเส้นเอ็นทั่วไปในร่างกาย แลเต็มไปด้วยเครื่องเน่าเหม็นที่มีอยู่ในร่างกายนี้ทุกสิ่งอย่าง

    ร่างกายนี้นับว่าเป็นของเปล่าไม่มีอะไรเป็นของเราสักสิ่งอัน

    เกิดมาสำคัญว่าเป็นสุข ความจริงก็หากสุขอย่างนั้นเอง ถ้าจะให้ถูกแท้ ต้องกล่าวว่า เกิดมาเพื่อเป็นทุกข์ เกิดมาเจ็บ เกิดมาไข้ เกิดมาเป็นพยาธิเจ็บปวด เกิดมาแก่ เกิดมาตาย เกิดมาพลัดพรากจากัน เกิดมาหาความสุขมิได้

    ความสุขนั้น ถ้าพิจารณาโดยละเอียดแล้ว มีน้อยเหลือประมาณ ไม่พอแก่ความทุกข์

    นอนหลับนั้นแลนับว่าเป็นความสุข

    แต่เมื่อพิจารณาดูโดยละเอียดแล้ว ซ้ำเป็นทุกข์ไปเสียอีก

    ถ้าผู้ใดพิจารณาเห็นตามดังเราตถาคตแสดงมานี้ เป็นนิมิตอันหนึ่ง ครั้นจดจำแน่นอนในตนแล้ว ก็เป็นเหตุให้ได้มรรคผลนิพพาน ในปัจจุบันนี้โดยไม่ต้องสงสัย

    .
    .
    .

    ดูกรอานนท์ นักปราชญ์ทั้งหลายผู้ฉลาดด้วยปัญญา ท่านบำเพ็ญอสุภานุสสติกรรมฐาน ปรารถนาเอาพระนิพพานเป็นที่ตั้งนั้น ท่านย่อมถือเอาอสุภะในตัวเป็นอารมณ์กรรมฐาน ถ้ายังเอาอสุภะภายนอกเป็นอารมณ์อยู่แล้ว ยังไม่เต็มทางปัญญา เพราะยังอาศัยสัญญาอยู่ ถ้าเอาอสุภะในตัวเป็นอารมณ์ของกรรมฐานได้ จึงเป็นที่สุดแห่งทางปัญญา เป็นตัววิปัสสนาญาณได้

    .
    .
    .

    ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ใดปรารถนาพระนิพพาน จงยังอสุภกรรมฐานในตนให้แจ้งชัดเถิด ครั้นไม่เห็นก็พิจารณาปฏิกูลสัญญาลงในตนว่า แม้ตัวของเรานี้ถึงยังมีชีวิตอยู่ ก็หากเป็นของน่าเกลียดพึงเบื่อหน่ายยิ่งนัก ถ้าหากไม่มีหนังหุ้มห่อแล้วก็จะพึงเป็นของน่าเกลียดเหมือนอสุภะแท้ หากมีหนังหุ้มไว้จึงพอดูได้

    อันที่จริงตัวเรานี้จะตั้งอยู่ได้ก็ด้วยลมอัสสาสะ ปัสสาสะ เท่านั้น ถ้าขาดลมหายใจเข้าออกแล้ว ตัวตนนี้ก็จักเน่าเปื่อยผุพังไป แต่นั้นก็จักเป็นอาหารแห่งสัตว์ทั้งหลาย มีหนอนเป็นต้นมาเจาะไชกิน

    ส่วนลมหายใจเข้าออกซึ่งเป็นเจ้าชีวิตนั้นเล่า ก็เป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่ของๆ ตน เขาอยากอยู่เขาก็อยู่ เขาอยากดับเขาก็ดับ เราจะบังคับบัญชาไม่ได้ตามปรารถนา

    ถ้าขาดลมหายใจเข้าออกแล้ว ความสวยงามในตน แลความสวยงามในภายนอก คือ บุตร ภรรยา แลข้าวของเงินทอง แลเครื่องอุปโภคบริโภคทั้งปวงก็ย่อมหายไปสิ้นด้วยกันทั้งนั้น เหลียวซ้ายแลขวา ก็จะได้เห็นบุตรภรรยาแลนัดดาก็หามิได้ ต้องอยู่คนเดียวในป่าช้า หาผู้ใดเป็นเพื่อนสองมิได้
    .
    .
    .

    ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ใดมาพิจารณาเห็นอสุภกรรมฐาน ๓๒ โกฏฐาส เห็นซากผีดิบในตน ชื่อว่าได้ถือเอาความสุขในทางพระนิพพาน

    .
    .
    .

    วิธีเจริญเจริญอสุภกรรมฐานตามลำดับ คือให้ปลงจิตลงในเกสา(ผม) ให้เห้นเป็นอสุภะ แล้วให้สำคัญในเกสานั้นว่าเป็นอนัตตา

    แล้วให้เอาโลมา(ขน)ตั้งลง ปลงจิตให้เห็นเป็นอสุภะ เป็นอนัตตา

    แล้วให้เอานะขา(เล็บ)ทันตา(ฟัน)ตั้งลง ปลงจิตให้เห็นเป็นอสุภะ เป็นอนัตตา

    แล้วให้เอาตะโจ(หนัง)ตั้งลงตามลำดับไป จนถึงมัตถเกมัตถลุงคัง(เยื่อในสมอง)เป็นที่สุด พิจารณาให้เห็นเป็นอสุภะ เป็นอนัตตา โดยนัยเดียวกัน

    ดูกรอานนท์ เราตถาคตแสดงมาโดยพิสดารนี้ ให้กว้างขวางทั้งเบื้องต้นแลเบื้องปลาย แท้จริงบุคคลผู้มีปัญญารู้แล้ว ก็ให้สงเคราะห์ลงใน อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เท่านั้น.

  28. สาธุ

    ขอบคุณมากค่ะคุณสวรรค์เสก
    ไม่สบายยังอุตสาห์เอาธรรมมะมาฝาก ขอให้หายไวไวนะคะ ^__^

    เรียนท่านประธาน
    ข้าพเจ้าอาจไม่ได้ดีงามอย่างที่ท่านคิดก็ได้ค่ะ ^^”
    ที่ท่านเห็นดีดีนั่นน่ะ ตัวปลอม หุหุ

    อะโหล เบเบ้
    พี่ไม่ค่อยเต็มไง มันเลยได้แค่เกือบๆ – -”

    สุขสันต์ สุขสันต์ค่ะ ^__^

  29. เย็นนี้เบเบ้ต้องไปเดินแบบนะเคอะ ไม่ว่างรายงานตัวเคอะ

    เดินบิดตรูด สะบัดผมเกลียวแล้วจากไป…………… เช๊อะ สวยเซ็ง😉

  30. สวัสดีก่อนเที่ยงค่ะท่านรอง ฯ

    วันนี้ข้าพเจ้ารู้สึกมึน ๆ ยังไงก็ไม่ทราบอ่ะ
    สงกะสัยเพราะคืนที่แล้วนอนไม่ค่อยหลับแน่ ๆ เลยค่ะ
    เง้ออออ .. – -”

    .

    สุขสันต์วันทำงานจ้า😀

  31. อ้าว..ทำไมนอนไม่หลับล่ะท่าน
    แต่อาการแบบนี้ข้าพเจ้าเป็นบ่อย เพราะนอนดึก -*-

    ไม่เป็นไรวันนี้ก็นอนแต่หัวค่ำเนาะ
    ร่างกายจะได้พักผ่อน เดี๋ยวจะป่วยไปอีกคน

    ยังไงก็ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    สุขสันต์วันทำงานเช่นกันค่ะ ^__^

  32. ท่านรองฯ

    ขอบพระคุณสำหรับคำอวยพรให้หายไวๆ นะขอรับ

    คิริมานนทสูตรนี้กระผมชอบฟังมาก โดยเฉพาะเวอร์ชั่นที่คุณอำรุง เกาไศยนันท์ เป็นผู้อ่านด้วยนะครับ คลอซาวด์เอฟเฟกของ Kitaro ไปด้วย ฟังเพลินเชียวล่ะ

    ลองเข้าไปทดลองฟังได้ที่เวบธรรมะไทยดูนะครับ

    http://www.dhammathai.org/sounds/kirimanonta.php

    หากจะโหลดใส่คอมพ์ หรือใส่เอมพีสามไว้ฟังเวลากลุ้มๆ เซ็งๆ ก็จะโก้ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียว

    .
    .
    .

    เบ่เบ้หมิวหม่อง

    วาวววว ไปเดินแบบเชียวหรือคุณน้อง

    ว่าแต่ว่า…”แบบ” น่ะ แบบไหน?

    .
    .
    .

    ท่านประธานขอรับ

    อืมมมม รู้สึกเหนื่อยงั้นหรือขอรับ ธรรมดาแหละครับ ก็ในเมื่อวันนี้เป็นวันพุธนี่นา

    ท่านอาจจะสงสัยว่าความเหนื่อยมันมาเกี่ยวอันใดกับวันพุธ

    คือผมอ่านเจอในคอลัมน์ “ขุนพลอาจารย์บาน” ของคุณพี่ “นิ้วกลม” แกเขียนได้น่าคิดว่า วันพุธนี้น่ะ เพื่อนชาวต่างชาติของแกจะเรียกวันนี้ว่า “Hump Day”

    Hump ที่แปลว่า เนิน หรือ ลูกคลื่น ป้องกันรถไม่ให้วิ่งเร็วนั่นแหละครับ

    เพราะฉะนั้น Hump Day จึงหมายถึง วันที่ขึ้นสูงสุดในสัปดาห์ คนทำงานต้องใช้พลังงานมากเป็นพิเศษเพื่อจะผ่านวันนี้ไปให้ได้ พอคล้อยหลังจากวันนี้ก็จะเป็นวันพฤหัสฯ ศุกร์ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเค้าดาวน์สู่ช่วงสุดสัปดาห์ซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนแล้วล่ะขอรับ

    คุณพี่นิ้วกลมแกเปรียบเทียบได้น่ารักว่าเหมือนกับเด็กๆ เล่นสไลด์เดอร์ คือก่อนอื่นต้องปีนบันไดขึ้นไปก่อน พอขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้วก็จะไปยืนยิ้มแฉ่งฟันหลออยู่บนนั้นสักครู่ เพื่อเตรียมเนื้อเตรียมตัวสำหรับนาทีระทึกใจที่จะได้ลื่นสไลด์ลงมาอย่างสนุกสนาน

    คนทำงานก็เหมือนกัน วันจันทร์ อังคาร นั้นเหมือนกับการไต่สไลด์เดอร์ขึ้นไป ซึ่่งต้องออกแรงกันหน่อย ใช้พลังงานผลักดันตัวเองไปข้างหน้า

    วันพุธ เปรียบเหมือนจุดสูงสุดของสัปดาห์ แล้วจากนั้นก็จะค่อยๆ ไหลลื่นลงมาจนถึงวันศุกร์ เพื่อพบกับความสุขในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์

    เอาน่าขอรับ ถือซะว่ากำลังเล่นสไลด์เดอร์อยู่นะพระคุณ ชีวิตก็งี้แหละ มีขึ้นมีลง มีเหนื่อยมีสนุกสลับกันไป

    .
    .
    .

    มาๆๆๆ มาอ่านคิริมานนทสูตรแก้กลุ้มกันต่อไปเถิด

  33. คิริมานนทสูตร (๓)

    .
    .

    บุคคลผู้มีปัญญาจะเจริญอสุภกรรมฐาน ท่านมิได้เจริญแต่ต้นลำดับไปจนถึงปลาย เพราะเป็นการเนิ่นช้า ท่านยกอาการอันใดอันหนึ่งขึ้นมาพิจารณา สงเคราะห์ลงในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ท่านก็ย่อมได้ถึงมรรคผลนิพพานโดยสะดวก

    การที่จะเจริญอสุภกรรมฐานนี้ ก็เพื่อจะให้เบื่อหน่ายในร่างกายของตน อันเห็นว่าเป็นของสวยของงาม

    ทั้งวัตถุภายในแลภายนอกให้เห็นเป็นของเน่าเปื่อย ผุพัง จะได้ยกตนให้พ้นจากกิเลสตัณหา

    ผู้มีปัญญารู้แล้วไม่ควรชื่นชมยินดีในรูปตนแลรูปผู้อื่น ทั้งรูปหญิง รูปชาย ทั้งวัตถุข้าวของดีงามประณีตบรรจงอย่างใดอย่างหนึ่งเลย เพราะว่าความรักทั้งปวงนั้นเป็นกองกิเลสทั้งสิ้น ถ้าห้ามใจให้ห่างจากกองกิเลสได้ จึงจะได้รับความสุขทั้งชาตินี้แลชาติหน้า ถ้าหากใจยังพัวพันอยู่ในกองกิเลสแล้ว ถึงแม้จะได้รับความสุขสบายก็เพียงแต่ชาตินี้เท่านั้น เบื้องหน้าต่อไปไม่มีทางที่จะเสวยสุข มีแต่ทุกข์ฝ่ายเดียว

    ผู้มีปัญญาเมื่อได้เจริญอสุภานุสสติกรรมฐาน เอาทวัตติงสาการ ๓๒ เป็นอารมณ์ ก็ควรละกองกิเลสตัณหาให้ขาดสูญ

    เมื่อรู้แล้วปฏิบัติตามจึงจะเป็นผล เป็นกุศลต่อไป

    เมื่อรู้แล้วไม่ปฏิบัติตามก็หาผลอานิสงส์มิได้ เพราะละกิเลสตัณหามิได้

    เปรียบเหมือนบุคคลผู้ตกเข้าไปในกองเพลิง เมื่อรู้ว่าเป็นกองเพลิง ก็รีบหลีกออกหนีจึงจะพ้นความร้อน ถ้ารู้ว่าตัวตกอยู่ในกองเพลิง แต่มิได้พยายามที่จะหลีกหนีออก จะพ้นจากความร้อน ความไหม้อย่างไรได้

    ข้ออุปมานี้ฉันใด

    บุคคลผู้รู้แล้วว่าสิ่งนี้เป็นโทษ แต่มิได้ละเสีย ก็มิได้พ้นจากโทษ เหมือนกับผู้ไม่พ้นจากกองเพลิงฉะนั้น
    .
    .
    .

    ดูกรอานนท์ ผู้รู้แล้วและมิได้ทำตามนั้น จะนับว่าเป็นคนรู้ไม่ได้ เพราะไม่เกิดมรรคเกิดผลสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย เราตถาคตอนุญาตตั้งศาสนธรรมคำสั่งสอนไว้นี้ ก็เพื่อว่าเมื่อรู้แล้วว่าสิ่งใดเป็นโทษให้ละเสีย มิใช่ตั้งไว้เพื่ออ่านเล่น ฟังเล่น พูดเล่นเท่านั้นเลย

    .
    .
    .

    บุคคลทั้งหลายได้เสวยทุกข์ในมนุษย์แลในอบายภูมินั้น ไม่ใช่สิ่งใดเลย เป็นเพราะกิเลสราคะตัณหานั้นอย่างเดียว ถ้าบุคคลผู้ยังไม่พ้นจากกิเลสราคะตัณหาได้ตราบใด ก็ยังไม่เป็นผู้พ้นจากอยายทุกข์ได้จนตราบนั้น

    บุคคลผู้มิได้พ้นจากกิเลสราคะตัณหานั้น จะทำบุญ ให้ทาน สร้างกุศลอย่างแข็งแรงเท่าใดก็ดี ก็จักได้เสวยความสุขในมนุษยโลก และเทวดาโลกเพียงเท่านั้น ที่จะได้เสวยสุขในพระนิพพานนั้น เป็นอันไม่ได้เลย

    ถ้าประสงค์ต่อพระนิพพานแท้ ให้โกนเกล้าเข้าบวชในพระศาสนา

    ในว่าบุรุษหญิงชายถ้าทำได้อย่างนี้แล้ว ชื่อว่าปฏิบัติใกล้ต่อพระนิพพาน เพราะว่าเมืองนิพพานนั้นปราศจากกิเลสตัณหา เมืองมนุษย์แลเมืองสวรรค์เป็นที่ทรงไว้ซึ่งกิเลสตัณหา ไม่เหมือนเมืองพระนิพพาน

    ผู้มีปัญญาเมื่อปรารถนาความสุขในพระนิพพาน จงออกบวชในพระพุทธศาสนา แล้วตั้งใจเจริญสมถวิปัสสนา อย่าให้หลงโลก หลงทาง

    ถ้าไม่รู้ทางพระนิพพาน มีแต่ตั้งหน้าปรารถนาเอาเท่านั้น ก็จักหลงขึ้นไปในอรูปพรหม ชื่อว่าหลงโลก หลงทางไปในภพต่างๆ ให้ห่างจากพระนิพพานไป

    .
    .
    .

    การทำบุญทำกุศลทั้งหลายนั้น มิใช่ว่าจะทำให้บุญนั้นพาไปที่อื่น ทำเพื่อระงับดับกิเลสอย่างเดียว อย่าเข้าใจว่าทำบุญกุศลแล้ว บุญกุศลนั้นจักยกเอาตัวนำเข้าไปสู่พระนิพพานเช่นนั้นหามิได้ ทำเพื่อระงับกิเลสตัณหาแล้ว จึงจักไปพระนิพพานได้

    .
    .
    .

    กิเลสตัณหานั้น มีอยู่ที่ตัวของเรา ถ้าเราไม่ทำให้ดับ ใครจะมาช่วยดับให้

    ต้นเง่าเค้ามูลของกิเลสตัณหาอยู่ที่เรา ถ้าเราดับไม่ได้ ก็ไม่ถึงซึ่งความสุขในพระนิพพานเท่านั้น.

  34. สวัสดีสายๆ วันพฤหัสบดีค่ะ

    ขอบคุณมากค่ะ คุณสวรรค์เสก สำหรับลิงค์ดีดีที่แนะนำและ
    คิริมานนทสูตร ตอนที่ 3 แล้วข้าพเจ้าจะพยายามดับกิเลสให้น้อยลงค่ะ

    หวังว่าตอนนี้อาการคุณดีขึ้นแล้วนะคะ พักผ่อนมากๆ ด้วยค่ะ

    ส่วนท่านประธาน สงสัยยังไม่หายเหนื่อยกระมัง

    สุขสันต์วันนี้ค่ะ ^__^

  35. โอ่… อัสดงสวัสดิ์เกลอพี่ เกลอเพื่อน เกลอน้อง เกลอสก๊อย น่ะท่าน

    หลังปีใหม่คงสดใสฟิ๊ตปึ๊งกันน่าดู ส่วนข้าพเจ้า ยามนี้ เพิ่งจะเสร็จกิจจากการจัดที่ทางสำหรับทำงานแห่งใหม่ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ไซต์งานมีเนตให้เล่น(555)

    เอาเถอะเขามีให้เล่น ข้าพเจ้าจะประหยัดใช้เสียหน่อย เพราะกลัวจะเสียการเสียงาน

    ยามนี้แวบมะทักทายนิดหน่อยพอหายคิดถึ๊งคิดถึงขอรับ อากาศยังเย็นอยู่สำหรับกรุงเทพ ไปไหนมาไหนระวังตัวระวังไฟฟืนให้ดีกันเชียวขอรับ

    วันหลังแวะมาให้ อ่อ ของฝากจากแดนโมจิ ขอแปะไว้ก่อนขอรับ

    คาระแวบๆ 8)

  36. สวัสดีหลังเสร็จงานค่ะ
    จริงๆ ไม่เสร็จหรอกแต่ไม่ไหวแล้ว หิวข้าวววว

    สวัสดีค่ะท่าน (…)
    ข้าพเจ้าว่าโชคดีนะ ที่มีเน็ตให้เล่นในที่ทำงาน
    ไม่งั้นคงเครียดแย่ ^^”

    ไปล่ะค่ะ ^__^

  37. คิริมานนทสูตร (๔)

    .
    .

    ตะทะนันตะรัง – ในลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสเทศนาต่อไปอีกว่า

    อานันทะ – ดูกรอานนท์

    นิพพานัง นะคะรังนามะ – อันชื่อว่าเมืองพระนิพพานย่อมตั้งอยู่ในที่สุดแห่งโลก โลกมีที่สุดเพียงใด พระนิพพานก็ตั้งอยู่ที่สุดนั้น พระนิพพานเป็นพระมหานครอันใหญ่ เป็นที่บรมสุขหาที่เปรียบมิได้

    คำว่าที่สุดแห่งโลกนั้น จะเอาอากาศโลก หรือจักรวาฬโลกเป็นประมาณนั้นมิได้ อากาศโลกและจักรวาฬโลกนั้น มีที่สุดเบื้องต่ำก็เพียงใต้แผ่นดิน แผ่นดินนี้มีน้ำรอง ลมนั้นหนาได้ ๙ แสน ๔ หมื่นโยชน์ สำหรับรองน้ำเอาไว้ ใต้ลมนั้นลงไปเป็นอากาศหาที่สุดมิได้ ที่สุดโลกเบื้องต่ำก็เพียงลมเท่านั้น

    อันว่าที่สุดแห่งจักวาฬโลกเบื้องขวางนั้น มีอนันตจักรวาฬเป็นเขต นอกอนันตจักรวาฬออกไปก็เป็นอากาศว่างๆ อยู่ จึงว่าโดยขวางมีอนันตจักรวาฬเป็นที่สุด

    อันว่าที่สุดแห่งจักรวาฬโลกเบื้องบนนั้นมีอรูปพรหมเป็นเขต เพราะอรูปพรหม ๔ ชั้นนั้น พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็น “นิพพานพรหม” หรือ “นิพพานโลก”

    นิพพานโลกนี้เป็นที่ไม่สิ้นสุด

    ส่วนว่านิพพานของพระพุทธเจ้าซึ่งมีนามว่าโลกุตรนิพพาน ที่สุด ที่แล้ว

    ต่อจากอรูปพรหม ๔ ชั้นขึ้นไปก็เป็นแต่อากาศว่างๆ อยู่ จึงว่าที่สุดเบื้องบนเพียงอรูปพรหมเท่านั้น

    จะเข้าใจเอาเองว่าลมรองน้ำ แลอนันตจักรวาฬ แลอรูปพรหม เป็นที่สุดของโลก เมืองพระนิพพานคงตั้งอยู่ในที่สุดของโลกเหล่านั้น ดังนี้ พระพุทธเจ้าห้ามเสียว่าอย่าพึงเข้าใจอย่างนั้นเลย ที่ทั้งหลายเหล่านั้นใครๆ ก็ไม่สามารถจักไปถึงด้วยกำลังกาย หรือด้วยกำลังพาหนะ มียานช้างยานม้าได้ อย่าเข้าใจว่าเมืองนิพพานตั้งอยู่ในที่สุดของโลกเหล่านั้น หรือตั้งอยู่ในที่แห่งนั้นแห่งนี้ อย่าเข้าใจว่าตั้งอยู่ในที่ใดที่หนึ่งเลย

    แต่ว่าพระนิพพานนั้นหากมีอยู่ในที่สุดของโลกเป็นจริงไม่ต้องสงสัย ให้ท่านทั้งหลายศึกษาให้เห็นโลก รู้โลกเสียให้ชัดเจนเถิด ก็จักเห็นพระนิพพาน พระนิพพานก็หากตั้งอยู่ในที่สุดแห่งโลกนั่นเอง

    ดูกรอานนท์ บุคคลทั้งหลายถึงที่สุดโลก ออกจากโลกได้แล้ว จึงชื่อว่าถึงพระนิพพาน แลรู้ตนว่าเป็นผู้พ้นทุกข์แล้ว แลอยู่สุขสำราญบานใจทุกเมื่อ หาความเร่าร้อนเศร้าโศกเสียใจมิได้

    ถ้าผู้ใดยังไม่ถึงที่สุดโลก ยังออกจากโลกไม่ได้ตราบใด ก็ชื่อว่ายังไม่ถึงพระนิพพาน จะต้องทนทุกข์น้อยใหญ่ทั้งหลาย เกิดๆ ตายๆ กลับไปกลับมาหาที่สุดมิได้อยู่ตราบนั้น

    บุคคลทั้งหลายเป็นผู้ต้องการพระนิพพาน แต่หารู้ไม่ว่าพระนิพพานนั้นเป็นอย่างไร อยู่ที่ไหน ชั้นแต่ทาน ศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นทางจะไปสู่พระนิพพานก็ไม่เข้าใจ เมื่อไม่รู้ ไม่เห็น ไม่เข้าใจแล้ว จักไปสู่พระนิพพานนั้นก็เป็นการลำบากยิ่งนักหนา

    เปรียบเหมือนคนสองคน ผู้หนึ่งตาบอด ผู้หนึ่งตาดี จะว่ายข้ามมหานทีอันกว้างใหญ่ ในคนทั้งสองนั้นผู้ใดจักถึงฝั่งทางโน้นก่อน คนผู้ตาดีต้องถึงก่อน ส่วนผู้ตาบอดนั้น จะว่ายข้ามไปถึงฝั่งโน้นได้แสนยากแสนลำบาก บางทีจะตายในท่ามกลางแม่น้ำเพราะไม่รู้ไม่เห็นว่าฝั่งอยู่ที่ไหน

    ข้ออุปมานี้ฉันใด คนที่ไม่รู้ไม่แจ้งว่าพระนิพพานอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร ชั้นแต่ทางจะไปก็ไม่เข้าใจ เป็นแต่อยากได้ อยากถึง อยากไปพระนิพพาน เมื่อเป็นเช่นนี้ การได้การถึงของผู้นั้นก็ต้องลำบากยากแค้นอยู่เป็นธรรมดา บางทีก็ตายเสียเปล่า จักไม่เห็นเงื่อนเค้าของพระนิพพานเลย

    ผู้ศึกษาพึงเข้าใจว่าพระนิพพานอยู่ที่สุดของโลก

    ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นทางไปพระนิพพาน ถ้ารู้อย่างนี้ยังจะมีทางที่จะถึงพระนิพพานได้บ้าง

    แม้เมื่อรู้แล้วอย่างนั้น ก็จำต้องพากเพียรพยายามเต็มที่จึงจะถึง เหมือนคนตาดีว่ายข้ามน้ำ ก็ต้องพยายามจนสุดกำลังจึงจะข้ามพ้นได้ มีอุปไมยเหมือนกันฉันนั้น

    ดูกรอานนท์ บุคคลทั้งหลายผู้ปรารถนาพระนิพพาน ควรศึกษาให้รู้แจ้ง ครั้นรู้แจ้งแล้ว จักถึงก็ตาม ไม่ถึงก็ตาม ก็ไม่เป็นทุกข์แก่ใจ ถ้าไม่รู้แต่อยากได้ย่อมเป็นทุกข์มากนัก เปรียบเหมือนบุคคลอยากได้วัตถุสิ่งหนึ่ง แต่หากไม่รู้จักวัตถุสิ่งนั้น ถึงวัตถุสิ่งนั้นจะมีอยู่ในที่จำเพาะหน้า ก็ไม่อาจถือเอาได้ เพราะไม่รู้ ถึงจะมีก็มีอยู่เปล่าๆ ส่วนตัวเองก็ไม่หายความอยากได้ จึงเป็นทุกข์ยิ่งนัก

    ผู้ปรารถนาพระนิพพาน แต่ไม่รู้จักพระนิพพาน ก็เป็นทุกข์เช่นนั้น

    จะถือเสียว่าไม่รู้ก็ช่างเถิด เราปรารถนาเอาคงจะได้ คิดอย่างนี้ก็ผิดไป ใช้ไม่ได้

    แม้แต่ผู้รู้แล้ว ตั้งหน้าบากบั่นขวนขวายจะให้ได้ ให้ถึง ก็เป็นการยากลำบากยิ่ง

    บุคคลผู้ไม่รู้ไม่เห็นพระนิพพาน แลจักถึงพระนิพพานนั้น จักมีมาแต่ไหน

    อย่าว่าแต่พระนิพพานเลย แม้จะกระทำการสิ่งใดก็ดี เป็นต้นว่า ช่างเงิน ช่างทอง ช่างเหล็ก ช่างไม้ ช่างวาดเขียนต่างๆ เป็นต้น ต้องรู้ด้วยใจ หรือเห็นด้วยตาเสียก่อน จึงจะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จได้

    ผู้ปรารถนาพระนิพพาน ก็ต้องศึกษาให้รู้จักพระนิพพานไว้ก่อนจึงจะได้ มาตั้งหน้าปรารถนาเอาโดยความไม่รู้นั้น จะมีทางได้มาแต่ที่ไหน

    ดูกรอานนท์ บุคคลทั้งหลายควรจะศึกษาให้รู้แจ้งคลองแห่งพระนิพพานไว้ให้ชัดเจน แล้วไม่ควรประมาท แม้ปรารถนาจะไป ก็ไป แม้ไม่ปรารถนาจะไป ก็อย่าไป

    ครั้นเห็นดีแล้ว จิตประสงค์แล้ว ก็ให้ปฏิบัติในคลองพระนิพพานด้วยจิตอันเลื่อมใส ก็อาจจักสำเร็จ ไม่สำเร็จก็จักเป็นอุปนิสัยปัจจัยต่อไป

    ผู้ไม่รู้ แม้ปรารถนาจะไปหรือไม่ไป อยู่ใกล้ที่นั้นบ่อยๆ ก็ไม่อาจถึง เพราะเข้าใจผิด คิดว่าอยู่ที่นั้นที่นี้ ก็เลยผิดไปตามจิตที่คิด หลงไปหลงมาอยู่ในวัฏฏสงสาร ไม่มีวันที่จะเข้าถึงพระนิพพานได้

    ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ไม่รู้แจ้ง ไม่เข้าใจในพระนิพพาน ไม่ควรจะสั่งสอนพระนิพพานแก่ท่านอื่น ถ้าขืนสั่งสอน ก็จะพาท่านหลงทาง จักเป็นบาปเป็นกรรมแก่ตน ควรจะสั่งสอนแต่เพียงคลองแห่งทางมนุษย์สุคติ สวรรค์สุคติ เป็นต้นว่าสอนให้รู้จักทาน ให้รู้จักศีลห้า ศีลแปด ให้รู้จักคลองแห่งกุศลกรรมบท ให้รู้จักปฏิบัติบิดามารดา ให้รู้จักอุปัชฌาย์อาจารย์ ให้รู้จักก่อสร้างบุญกุศลต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ แก่ตนแลผู้อื่น เพียงเท่านี้ ก็อาจจะได้มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ พอสมควรอยู่แล้ว

    ส่วนความสุขในโลกุตตรนิพพานนั้น ผู้ใดต้องการจริงต้องรักษาศีลห้า ศีลสิบ ศีลพระปาติโมกข์เสียก่อน จึงชื่อว่าเข้าใกล้ทาง มีโอกาสที่จักได้ถึงโลกุตตรนิพพานโดยแท้

    แม้ผู้จะเจริญคลองแห่งพระนิพพานนั้น ก็ให้รู้จักท่านผู้เป็นครูว่ารู้แจ้งทางพระนิพพานจริง จึงไปอยู่เล่าเรียน ถ้าไปอยู่เล่าเรียนในสำนักของท่านผู้ไม่รู้แจ้ง ก็จักไม่สำเร็จโลกุตตรนิพพานได้ เพราะว่าคลองแห่งโลกุตตรนิพพานนี้ เล่าเรียนได้ด้วยยากยิ่งนัก ด้วยเหตุแห่งสัตว์ยินดีอยู่ในกามคุณ อันเป็นข้าศึกแก่พระนิพพานโดยมาก

    ภันเต อริยกัสสะปะ – ข้าแต่พระอริยกัสสปะผู้มีอายุ พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาแก้ข้าฯ อานนท์ ด้วยประการดังนี้ ขอให้พระสงฆ์ทั้งหลายจงทราบด้วยพลญาณแห่งตน ดังแสดงมานี้เถิด.

  38. สวัสดีบ่ายวันศุกร์ค่ะ

    .

    อ่า ..

    เพลานี้ข้าพเจ้านับว่ายุ่งเป็นปกติดีอยู่ค่ะท่านรอง ฯ
    ขอบคุณมากนะคะที่ห่วงใยและคอยถามไถ่อย่างสม่ำเสมอ

    ขอให้กุศลกรรมที่ท่านได้ทำในครั้งนี้
    ส่งผลให้ท่านมีงานเข้าสม่ำเสมอเช่นกันเทอญ .. สาธุ
    (( อวยพรได้ถูกใจใช่ม๊า 55555+ ))

    .
    .

    อ่ะนั่นแน่ !

    เดี๋ยวนี้มีโต๊ะทำงานในไซต์เป็นที่เป็นทางกะเค้าซะด้วย
    ใหญ่โตไม่ใช่เล่นนะท่านเกลอ (…) อิอิ

    .
    .

    ขอบคุณค่ะท่านป๋าสิญจน์

    สาธุ สาธุ สาธุ

    คำว่า “จักรวาฬ” ที่ท่านใช้นี่
    ทำให้บทความท่านดูเก่าและขลังดีนะคะ .. หุ หุ

    .
    .

    สุขสันต์วันศุกร์
    ขอให้เป็นวันที่แสนสุขกันทุกท่านนะคะ

    -จขบ.-😀

  39. สวัสดีค่ำวันศุกร์ค่ะ

    งานเข้าจริงๆ ค่ะท่านประธาน
    อย่างที่บอกข้าพเจ้ายังต้องยุ่งอีกหลายเดือน

    แต่ไม่เป็นไรค่ะ ที่ใดมีงาน ที่นั่นมีเงิน
    เพราะฉะนั้นข้าพเจ้ายินดีรับพรนั้นไว้ด้วยความเต็มใจ
    ขอบคุณนะคะ ^__^

    ขอบคุณ ท่านเลขาด้วยเช่นกันนะคะ
    สาธุ

    สุขสันต์วันสุขค่ะ ^__^

  40. ท่านประธานขอรับ

    แฮ่ม…มิใช่บทความของกระผมดอกขอรับ นี่น่ะ คัดมาล้วนๆ ตามต้นฉบับท่านเป๊ะ หากจะมีคำไหนที่ไม่คุ้นไปบ้างละก้อ เห็นที่ต้องไปว่าที่…ที่…เออ ไปต่อว่าที่ใครดีล่ะเนี่ย?

    แต่ว่า…เนื้อหาในนี้ตรงกับหลักธรรมที่พระพุทธองค์ทรงสอนเผ๋งเลยนะขอรับ

    กระผมยังยืนยันคำเดิม คืออยากจะให้ตามลิ้งค์ที่กระผมเอามาฝากไปที่เวบธรรมะไทย แล้วไปโหลดเอาพระสูตรนี้ที่ให้เสียงโดย คุณอำรุง เกาไศยนันท์ มาเก็บไว้ฟังบ่อยๆ เลยนะขอรับ

    ฟังแล้วก็ฟังอีก ฟังอีกแล้วก็ฟังแล้ว ความสงสัยในหลักธรรมคำสอนจะค่อยๆ หายไปทีละน้อยจริงๆ นา

    เอ๊า จริง จริ้งงงงงง

    .
    .
    .

    ท่านรองแซดฯ

    เอาเลยท่าน เชิญอ่านเลยตามเสบยยยย

    .
    .

    เอ…ยัยหม่องไปไหนนี่

    หม่อง!

    หมิวเอ้ยยยย

  41. คิริมานนทสูตร (๕)

    .
    .

    ตทนันตะรัง – ลำดับนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสเทศนาต่อไปอีกว่า

    อานันทะ – ดูกรอานนท์ อันว่าบุคคลทั้งหลายผู้ปรารถนาพระนิพพาน ควรแสวงหาซึ่งครูที่ดี ที่อยู่เป็นสุขสำราญมิได้ประมาท เพราะพระนิพพานไม่เหมือนของสิ่งอื่น อันของสิ่งอื่นนั้น เมื่อผิดไปแล้วก็มีทางแก้ตัวได้ หรือไม่สู้เป็นอะไรนัก เพราะไม่ละเอียดสุขุมมาก ส่วนพระนิพพานนี้ ละเอียด สุขุมที่สุด ถ้าหากผิดแล้วก็เป็นเหตุให้ได้รับความทุกข์เป็นนักหนา ทำให้หลงโลก หลงทาง ห่างจากความสุข ทำให้เสียประโยชน์เพราะอาจารย์

    ถ้าได้อาจารย์ที่ถูก ที่ดี ก็จะได้รับผลที่ถูก ที่ดี

    ถ้าได้อาจารย์ที่ไม่รู้ ไม่ดี ไม่ถูก ไม่ต้อง ก็จักได้รับผลที่ผิดเป็นทุกข์ พาให้หลงโลกหลงทาง พาให้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏฏสงสารสิ้นกาลนาน

    เปรียบเหมือนผู้จะพาเราไปยังที่ตำบลใดตำบลหนึ่ง แต่ผู้นั้นไม่รู้จักตำบลนั้น แม้เราเองก็ไม่รู้ เมื่อกระนั้น ไฉนเขาจึงจะพาเราไปให้ถึงตำบลนั้นได้เล่า

    ข้ออุปมานี้ฉันใด อาจารย์ผู้ไม่รู้พระนิพพานและจะพาเราไปพระนิพพานนั้น ก็จะพาเราหลงโลกหลงทาง ไปๆ มาๆ ตายๆ เกิดๆ อยู่ในวัฏฏสงสาร ไม่อาจจะไปถึงพระนิพพานได้ เหมือนคนที่ไม่รู้จักตำบลที่ไปและเป็นผู้พาไป ก็ไม่อาจจะถึงได้ มีอุปไมยฉะนั้น

    ผู้คบครูอาจารย์ผู้ไม่รู้ดี แลได้ผลที่ไม่ดี มีในโลกนี้มิใช่น้อย เหมือนดังพระองคุลิมาลเถระ ไปเรียนวิชาในสำนักครูผู้มีทิฏฐิอันผิด ได้รับผลที่ผิด คือเป็นมหาโจนฆ่าคนล้มตายนับด้วยพัน หากเราตถาคตรู้เห็น มีความสงสารเวทนามาข้องในข่ายสยัมภูญาณ จึงได้ไปโปรดทรมานให้ละเสียซึ่งพยศอันร้าย เป็นการลำบากมิใช่น้อย ถ้าไม่ได้พระตถาคตแล้ว พระองคุลิมาลก็จักได้เสวยทุกข์อยู่ในวัฏฏสงสารสิ้นชาติเป็นอันมาก

    ดูกรอานนท์ บุคคลผู้ไม่รู้พระนิพพาน ไม่ควรเป็นครูสั่งสอนผู้อื่นในทางพระนิพพานเลย ต่างว่าจะสั่งสอนเขา จะสั่งสอนว่ากระไร เพราะตัวไม่รู้

    เปรียบเหมือนบุคคลไม่เคยเป็นช่างเขียนหรือช่างต่างๆ มาก่อน แล้วอยากจะเป็นครูสั่งสอนเขา จะบอกเขาว่ากระไร เพราะตัวเองไม่รู้ ไม่เข้าใจ จะเอาอะไรไปบอกไปสอนเขา จะเอาแต่คำพูดเป็นครู ทำตัวอย่างให้เขาเห็นเช่นนั้นไม่ได้

    จะให้เขาเล่าเรียนอย่างไร เพราะไม่มีตัวอย่างให้เขาเห็นด้วยตา ให้รู้ด้วยใจ เขาจะทำตามอย่างไรได้

    ตัวผู้เป็นครูนั้นแลต้องทำก่อน ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ควรเป็นครูสอนเขา ถ้าขืนเป็นครูก็จักพาเขาหลงโลก หลงทาง เป็นบาปเป็นกรรมแก่ตัวนักหนาทีเดียว

    พระพุทธเจ้าตรัสแก่ข้าฯ อานนท์ดังนี้แล.

  42. อืม.. สายอาชีพผมก็มีขอรับท่านพี่

    เรียนจบมาแล้วยังไม่เคยทำงานก็ไปเป็นครูสอนกันแล้ว ทำมาหากินกับทุนวิจัย แต่ก็แค่วิจัยในกระดาษเพราะไม่เคยเอาออกมาเผยแพร่ใช้กันในวงการอย่างแท้จริง ก็ไม่รู้ว่าจะทำวิจัยกันจนตำราท่วมหัวกันไปทำไม

    รมต การศึกษาน่าจะให้ความสนใจกับเรื่องพวกนี้ได้แล้วแหะ คุ้มว่าไปซื้อคอมพิวเตอร์กับสร้างตึกเรียนเยอะ เอ๋.. หรือการพัฒนาคนมันหาช่องกินกันไม่ได้?

    โอ่… เช้าวันนี้ตืนมาอากาศโคตรเย็นเลยของรับเกลอทุกท่าน

    รักษาสุขภาพเด้อ อากาศเปลี่ยนแปลงเร็ว ดาราตายกันเยอะ

    สวัสดียามหัวค่ำขอรับทุกท่าน🙂

  43. อืม ..

    เหมือนคำมะเก่าที่ว่า “เป๋นน้อยบ่ดีเป๋นอาจ๋าน เป๋นหนานบ่ดีเป๋นจ๊างซอ” เลยเนาะ

    .
    .

    สวัสดีวันอาทิตย์ค่ะท่านป๋าสอ ท่านรอง ฯ Z ท่านสหาย (…)
    สุขสันต์วันหยุดจ้า

    -จขบ.-
    ปล. วันนี้ทำขนมไทยอร่อยและสนุกถูกใจหลาย ๆ เลยค่า 5555+

  44. 555555+

    เชิญค่ะท่านป๋าสอ
    อย่าช้านะคะ อย่าช้า เดี๋ยวหมดไม่รู้ด้วยนา

    อร่อยล้ำ ลำแต๊ ๆ เลยเจ้า ..😀

  45. เตรียมไหมพรมที่จะมัด โดยตัดให้ได้ความยาวพอประมาณ
    สอดเข้าไประหว่างนี้วก่อนพันไหมพรมที่จะทำปอมๆ ค่ะ

    เช่นจะพันปอมเล็กด้วยนิ้วมือสองนิ้ว ก็สอดไหมที่จะมัดเข้าไประหว่างนี้วที่จะพันก่อน จากนั้นก็พันไหมรอบสองนิ้วมือนั้นกระทั่งได้ขนาดตามต้องการ ตัดไหมพรมที่เหลือทิ้งไป แล้วนำปลายไหมที่จะมัดมาผูกกัน คอยจัดให้มัดตรงกึ่งกลางระหว่างสองนิ้วที่เราพันไหมไว้

    จากนั้นถอดไหมพรมทั้งหมดออกจากนิ้วที่เราใช้เป็นแกนในการพันไหมพรม ดึงไหมที่ใช้มัดให้แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ มัดด้วยเงี่อนแบบไหนก็ได้นะคะ ขอให้แน่นเป็นพอค่ะ จากนั้นก็ใช้กรรไกรค่อยๆ ตัด ค่อยๆ ขลิบไปกระทั่งได้รูปร่างที่ต้องการ

    .
    .

    หากต้องการปอมที่ใหญ่ขึ้นก็แค่พันรอบสักสามถึงสี่นิวมือ (ทั้งชี้-กลาง-นาง-ก้อย) นั่นเลย

    .
    .
    😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s