เมื่อมารดำเข้าวัด (๔)

ข้าพเจ้ามีข้อสังเกตุส่วนตัวที่ได้จากการเข้าฏิบัติธรรมที่วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ว่า ที่นั่นจะแบ่งผู้ปฎิบัติธรรมเป็นสองกลุ่มใหญ่คือคนที่เข้าวัดตรงกำหนดในวันโกนและวันศุกร์ กับคนที่เข้าไม่ตรงกำหนดที่ว่า หากนักปฏิบัติธรรมได้ทำการบ้านมาก่อนก็จะทราบว่าการเข้าวัดอัมพวันไปตรงกับที่ทางวัดกำหนดจะเป็นผลดีมากเนื่องจากเราจะได้รับอุโบสถศีลก่อนเข้าปฏิบัติ ฯ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งไปในครั้งแรกหลังจากรับอุโบสถศีลแล้วท่านจะได้รับการสอนกรรมฐานจากพระภิกษุท่านอีกด้วยค่ะ

แต่ถ้าหากไม่สามารถเข้าตามกำหนดของทางวัดได้จริงก็ไม่เป็นไร ท่านจะยังสามารถเข้าร่วมปฏิบัติ ฯ ได้แต่จะไม่ได้รับอุโบสถศีลและสำหรับผู้ที่มาครั้งแรกจะเรียนกรรมฐานจากวีดีโอเทปของหลวงพ่อจรัลท่านแทนค่ะ และต้องเตรียมตัวเตรียมใจพบกับ “การทดสอบอารมณ์” ตลอดการเข้าปฏิบัติธรรมครั้งนั้น

(การทดสอบอารมณ์คืออะไรข้าพเจ้าบอกไม่ถูก รบกวนท่านผู้รู้ช่วยทีเถิดนะคะ)

เมื่อเดินทางไปถึงจุดลงทะเบียน เจ้าหน้าที่จะสอบถามว่าเคยมาหรือไม่ ? หากเคยมา การมาครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไร ? คนที่มาครั้งแรกจะมีสัญลักษณ์จำเพาะที่ป้ายชื่อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ดูแลเป็นพิเศษ ส่วนผู้ที่เคยมาปฏิบัติแล้วเจ้าหน้าที่จะปล่อยให้ปฏิบัติ ฯ ตามอัธยาศัยอย่างคร่ำเคร่ง ! ตัวของข้าพเจ้าเองครั้งแรกที่ไปนั้นยอมรับว่าไปเพราะชีวิตมีปัญหาที่แก้ไม่ตก พี่คนหนึ่งในโรงพยาบาลแนะนำว่าให้ลองไปปฏิบัติธรรมดูแล้วอะไร ๆ จะดีขึ้นเองอย่างอัศจรรย์ ครั้งนั้นข้าพเจ้าก็คิดว่าคงไม่มีอะไรหนักหนา อาจได้เดินจงกรมบ้าง นั่งวิปัสนาบ้าง สลับกับนั่งฟังเทศน์บ้างอย่างที่เคยไปที่อื่น ๆ มา แต่เมื่อเอาเข้าจริงกลับหนักมากไม่ได้สบาย ๆ อย่างที่คิดเลย ทางวัดแบ่งเป็น ๔ ช่วงต่อวัน ดังนี้ (ออกตัวก่อนนะคะว่าเป็นการเล่าจากความทรงจำ ไม่ได้เปิดหนังสือคู่มือที่ทางวัดได้จัดพิมพ์แจกให้ – คู่มือเล่มนั้นอยู่ในห้องพระค่ะ)

๑) เช้าตรู่ – เริ่มตั้งแต่เวลา ๐๓.๓๐ น. จะมีระฆังปลุกให้ลุกมาทำธุระส่วนตัว แล้วมารวมตัวกันเวลา ๐๔.๐๐ น.เพื่อทำวัตรเช้าร่วมกัน จากนั้นก็เดินจงกรมและนั่งวิปัสนาหนึ่งบัลลังก์

๒) เช้า – หลังจากทานอาหารเช้าร่วมกัน ล้างถ้วยโถโอชาม ทำความสะอาดห้องน้ำ ลานวัด ฯลฯ แล้ว จะมีระฆังเรียกในเวลา ๐๘.๐๐ น.ให้มารวมตัวกันเพื่อฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่แล้วแยกย้ายกันไป ถ้ามีผู้มาปฏิบัติ ฯ น้อยจะงดการใช้ห้องบางห้อง ถ้ามีมามากจะให้เดินบนลานดินได้ แต่ทางวัดไม่อนุญาตให้อยู่ในห้องพักอย่างเด็ดขาด ช่วงนี้จะปฏิบัติถึงเวลาประมาณ ๑๑.๐๐ น.

๓) บ่าย – หลังเวลาอาหารเพล ทุกคนจะมีเวลาจัดการธุระส่วนตัวช่วงหนึ่ง เมื่อถึงเวลา ๑๓.๐๐ น.จะมีระฆังเรียกให้รวมตัวกันอีกครั้ง แล้วเข้าสู่การปฏิบัติ ฯ กระทั่งเวลา ๑๖.๐๐ น. จึงให้แยกย้ายไปรับน้ำปานะและทำธุระส่วนตัว

ช่วงเช้าและช่วงบ่ายเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถปฏิบัติได้หลายบัลลังก์มากที่สุด เจ้าหน้าที่จะจับเวลาให้เฉพาะผู้ที่มาใหม่เท่านั้นค่ะ ส่วนผู้ที่เคยมาแล้วจะได้รับคำแนะนำว่าให้จัดสรรเวลาเอาเอง แต่ควรเดินและนั่งด้วยเวลาเท่า ๆ กัน ทั้งให้เพิ่มเวลายิ่ง ๆ ขึ้นเพื่อทำความรู้จักกับเวทนาที่จะเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไปตามเวลาที่ต่างไป ล่าสุด ข้าพเจ้าได้รับคำแนะนำจากหลวงพี่ท่านหนึ่งว่าอย่ายึดติดกับเวลา อย่าไปปลาบปลื้มว่าข้า ฯ ทำได้ยาวนานกว่าใคร มันไม่ใช่ประเด็น ไม่ใช่สาระของการปฏิบัติเลย วันนั้นข้าพเจ้าพนมมือถามท่านไปว่า ทำไมเล่าคะ ? ที่พวกเราทำกันมานั้นผิดหรือ ? หลวงพี่ท่านตอบอย่างเอ็นดูว่า ไม่เชิงว่าผิดทาง แต่เราควรรู้จักประมาณ หากไม่รู้ให้ทำจนกระทั่งรู้ เมื่อรู้แล้วก็ให้ทำที่เหมาะกับตัวเอง อย่าลืมว่าหัวใจของกรรมฐานคืออะไร ? พวกเธอตอบได้ไหมว่าคืออะไร ? ข้าพเจ้าก็อ้อมแอ้มตอบตามที่เคยอ่านไปว่า “พูดน้อย กินน้อย นอนน้อย ทำความเพียรให้มาก” หลวงพี่ท่านก็ไม่ตอบมาว่ากระไรเพียงแต่ยิ้มแล้วไล่ให้พวกเราไปทำความเพียรต่อ

๔) เย็น – หลังจากทำธุระส่วนตัวกันแล้วจะมีระฆังเรียกให้รวมตัวกันในเวลา ๑๘.๐๐ น.เพื่อร่วมกันทำวัตรเย็น แล้วปฏิบัติ ฯ ต่ออีกหนึ่งหรือสองบัลลังก์ก่อนให้แยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย (อย่างเคร่งครัด !)

การไปครั้งแรกเมื่อนานมาแล้วข้าพเจ้าพบกับเหตุการณ์ทดสอบอารมณ์เยอะมาก มากจนหงุดหงิดและคิดว่าจะไม่ไปอีกเป็นหนที่สองอีกแล้ว แต่ก็อดทนและอดกลั้นอยู่ปฏิบัติต่อกระทั่งครบ ๗ วันตามที่ได้ตั้งใจและลั่นวาจาไว้ เมื่อกลับมาถึงที่ทำงานก็ยังมีร่องรอยความขุ่นข้องหมองใจเป็นนานสองนาน กว่าจะมีบุญคิดได้ คิดตกว่าไม่เกี่ยวกับใคร แต่มันเกี่ยวที่ใจ ติดที่ใจของเราเอง จึงปรับตัว ปรับอารมณ์ ปรับใจ กลับไปกราบหลวงพ่อและไปร่วมปฏิบัติธรรมใหม่อีกหลายครั้ง

แต่ละครั้งข้าพเจ้าจะได้ “สำนึก” เพิ่มขึ้นทีละข้อ เรียก “สติ” ได้ง่ายและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงไม่ได้ไปเมื่อมีปัญหาที่แก้ไม่ตกอีกแล้ว หากแต่ไปเพราะตั้งใจไปปฏิบัติ ฯ ไปหยุด อยู่ แล้วมองกาย – ใจตัวเองแทน

ครั้งล่าสุด .. ในเช้าตรู่วันหนึ่งข้าพเจ้านั่งทำวัตรเช้า(อย่างเกียจคร้าน)ติดกับคุณยายตัวเล็ก ๆ ท่านหนึ่ง ท่านวางหนังสือคู่มือไว้ที่พื้นเพื่อก้มกราบ และร่วมทำวัตรโดยไม่เปิดอ่านบทสวดในนั้นเลย กระทั่งทำวัตรเสร็จคุณยายท่านก้มกราบอย่างงดงามแล้วเก็บคู่มือนั้นใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอมเตรียมตัวแยกย้ายตามคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ข้าพเจ้าเข้าไปช่วยพยุงท่านลุกขึ้นยืนแล้วถามคุณยายไปว่า “หนังสือของทางวัดตัวหนังสือเล็กไปไหมคะ ? คุณยายมองเห็นหรือเปล่า ?” คุณยายท่านยิ้มให้และตอบอย่างใจดีว่า “เปล่าจ๊ะ ยายอ่านหนังสือไม่ออกหรอก แต่ยายฟังเทปของหลวงพ่อทุกคืนเลยจำบทสวดมนต์ได้ขึ้นใจแล้ว” ได้ฟังแล้วข้าพเจ้ารู้สึกอดสูตัวเองเหลือเกินค่ะ ที่อ่านได้ ฟังได้ ทำอะไรต่อมิอะไรได้ แต่กลับไม่สามารถเป็นผู้ฝึกตนอยู่เสมอได้เลย

ว่าแล้วก็เรียกสติให้ตั้งมั่น และหมั่นฝึกตนให้อยู่กับปัจจุบันดีกว่า

.

ก่อนสิ้นปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ นี้ ขอให้ทุกท่านมีสติและสันติสุข ค่ะ
😀

26 comments

  1. อืม วันนี้ท่านประธานอุตส่าห์เขียนเรื่องเข้าวัดเข้าวาขึ้นกระทู้เจียวนะขอรับ

    ไหน มีข้อสงสัยตรงไหนบ้างนะ

    “การทดสอบอารมณ์” คืออิหยั๋งยังงั้นหรือขอรับ ได้ๆๆๆๆ ได้เลยขอรับ

    การทดสอบอารมณ์นั้น บางวัดจะเรียกสั้นๆ ว่า “สอบอารมณ์” น่ะครับ หมายถึงการประเมินผลการปฏิบัติในแต่ละวัน โดยครูบาอาจารย์ท่านจะถามผู้ปฏิบัติว่าเป็นอย่างไรบ้างวันนี้ สงบไหม เกิดนิวรณ์ประเภทไหน ติดขัดข้องใจต่อการปฏิบัติหรือไม่ หลังจากทราบอารมณ์ของผู้ปฏิบัติแล้วท่านก็จะแนะนำได้ว่า ควรใช้กรรมฐานบทไหนเข้าแก้นิวรณ์ที่กำลังเกิดอยู่ได้ หรือควรจะปฏิบัติแบบไหนถึงจะก้าวหน้าต่อไป เหล่านี้แลขอรับ

    พูดถึงเรื่องการ “สอบอารมณ์” นี่ ในบรรดาหลวงปู่ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น มีอยู่สามรูปที่สอบอารมณ์ลูกศิษย์แบบถึงพริกถึงขิงมาก

    รูปแรกคือ หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม คือมีอยู่คราวหนึ่ง แม่ชีท่านหนึ่งมาเล่าอารมณ์กรรมฐานถวายหลวงปู่ว่าตนเองภาวนาดีมาก สว่างไสวทั้งกลางวันกลางคืน จิตใจก็สงบราบคาบนิ่งสนิทดี สงสัยคงจะบรรลุขั้นอนาคามีแล้วเป็นแน่

    หลวงปู่ตื้อนั่งเคี้ยวหมากฟังไปเรื่อย พอแม่ชีพูดเสร็จ ได้จังหวะดี ท่านก็ยิง “อารมณ์” เข้าไปทดสอบแม่ชีท่านนั้นทันทีว่า “แม่ชีขี้เหม็นไหม?” (ท่านพูดแรงกว่านี้มาก ต้องขออภัยที่แม้แต่ผมก็ไม่กล้าพิมพ์เล่าให้ท่านประธานอ่าน)

    แม่ชีโกรธมาก หน้าแดงเลย

    ท่านเห็นอาการโมโหของแม่ชีแล้วก็เลยยิ้ม แล้วสอนว่า “พระอนาคามีน่ะ ไม่โกรธแล้ว โกรธดับหมดแล้ว”

    แม่ชีได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ที่ถูกหลวงปู่ “สอบอารมณ์” ให้โดยไม่รู้ตัว

    .
    .

    หลวงปู่รูปที่สองที่สอบอารมณ์ลูกศิษย์แบบถึงพริกถึงขิงคือ หลวงปู่เจี๊ยะ จุนโท วัดป่าภูริทัตตปฏิปทาราม สามโคก ปทุมธานี

    ผมเคยสนทนากับพระอาจารย์เข่ง (ปัจจุบันท่านไปสร้างวัดป่าที่มาเลเซีย และสิงคโปร์แล้ว อ้อ ท่านเป็นคนจีนสิงคโปร์ + มาเลเซีย น่ะครับ มาบวชอยู่กับหลวงปู่เจี๊ยะหลายพรรษา จนมีคุณธรรม มีความสามารถพอจะสร้างวัดได้แล้ว จึงกลับไปสร้างวัดสอนญาติๆ ที่ประเทศบ้านเกิด) ท่านเล่าให้ฟังว่า

    เมื่อตอนที่ท่านปฏิบัติเข้มอยู่กับหลวงปู่เจี๊ยะนั้น ท่านชอบนั่งสมาธิมาก นั่งได้นานๆ เป็นคืนๆ เลย ตอนกลางวัน ฉันข้าวเสร็จก็อยากจะนั่งแต่สมาธิ เพราะนั่งแล้วสงบสบายดีมาก

    วันหนึ่ง ขณะที่ท่านนั่งสมาธิอยู่บนกุฏิ หลวงปู่เจี๊ยะก็เดินรี่ขึ้นมา และโดยไม่พูดพล่ามทำเพลง ท่านยกแข้งขึ้นหวดต้นคออย่างจั๋งหนับ อาจารย์เข่งถึงกับสมาธิแตกเลย เกิดความไม่พอใจหลวงปู่ขึ้นมาเสียอีกด้วยแน่ะ แล้วมีหรือ ที่พอเตะก้านคอแล้วหลวงปู่จะตามบดขยี้ด้วยคำพูดอีกชุดใหญ่ว่า

    “มานั่งตายนอนตายอยู่แต่กับสมาธิได้หรือ คนจะบริสุทธิ์ได้ด้วยปัญญา ไม่ใช่จะฆ่ากิเลสได้ด้วยความสงบแบบนี้เสียเมื่อไหร่”

    ท่านเข่นมาอีกชุดใหญ่ (ภาษาพูดของหลวงปู่เจี๊ยะกับลูกศิษย์นี่ ตรงเผงและแข็งโป๊กยิ่งกว่าไม้หน้าสามอีกนะขอรับ)

    อาจารย์เข่งมาได้สติทีหลังว่า อืมมม จริงของหลวงปู่เจี๊ยะ เพราะท่านติดสมาธิจริงๆ ด้วย ให้นั่งนานแค่ไหนก็ได้ เพราะมันสบายดี แต่ปัญญากลับไม่เกิด ท่านได้สติจากการมา “ทดสอบอารมณ์” ของหลวงปู่ในครั้งนั้น ทำให้ท่านก้าวข้ามการปฏิบัติระดับสมาธิมาได้

    .
    .

    ส่วนรูปสุดท้ายคือ หลวงปู่ชา สุภัทโท

    มีพระฝรั่งรูปหนึ่ง ข้ามน้ำข้ามทะเลไปบวชปฏิบัติอยู่กับหลวงปู่ที่วัดหนองป่าพง ภาวนามาก็หลายปีแล้วยังไม่สงบเสียที จิตใจก็ชักจะเริ่มวุ่นวาย บางหนบางทีก็มีเรื่องให้เขม่นกันกับพระไทยและพระต่างชาติด้วยกันเอง

    ทว่าความประพฤติของท่านไม่รอดสายตาของหลวงปู่ชาไปได้

    เช้าวันหนึ่ง ขณะก่อนจะออกบิณฑบาต หลวงปู่เดินตรงมาทักทายพระรูปนี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทำให้ท่านรู้สึกปีติที่ครูบาอาจารย์เดินผ่านพระเป็นสิบๆ รูปตรงมาทักทายตน

    และแล้วค่ำนั้น ท่านก็เรียกพระรูปนี้ให้เข้าไปถวายการนวดบนกุฎิ พระรูปนี้ยิ่งดีใจมากกว่าเดิมอีก

    ทว่า…ขณะนวดขาให้หลวงปู่ชาเพลินๆ อยู่นั้น

    พลัน! “กบแก่ที่ร่าเริงก็กลายเป็นเสือกินพระที่น่ากลัว” (สำนวนของหลวงพ่อเขมธัมโม ลูกศิษย์ฝรั่งชาวอังกฤษ เจ้าอาวาสวัดป่าวอลิก ประเทศอังกฤษรูปปัจจุบันนี้ พูดเปรียบเทียบความเมตตาและความน่ากลัวของหลวงปู่ชา)

    หลวงปู่ยกเท้าถีบยอดอกพระรูปนั้นจนกระเด็นผาง!

    คำพูดที่เผ็ดร้อนก็ตามไปอีกชุดว่า “ใช้ไม่ได้! เป็นนักปฏิบัติแบบนี้ใช้ไม่ได้ พอเจออารมณ์ที่ชอบใจก็เตลิดเปิดเปิง พอเจออารมณ์ที่ไม่ชอบใจมากระทบก็โกรธขุ่นเคือง ใช้ไม่ได้ ไม่เท่าทันอารมณ์ตัวเอง”

    .
    .

    เห็นไหมขอรับ เวลาพระสอบอารมณ์กันเองนี่ รุนแรงและน่ากลัวมากเลยนะขอรับ

    อ้อ ที่พระอาจารย์ท่านถามท่านประธานในวันนั้นว่า “หัวใจของการปฏิบัติคืออะไร?” นั้น ไม่ใช่สักแต่ว่า “พูดน้อย นอนน้อย กินน้อย ปฏิบัติมากๆ” หรอกนะขอรับ

    หัวใจของการปฏิบัติจริงๆ แล้วคือ “สติ” เพราะถ้าไม่มีสติแล้ว อาการที่ว่ามาทั้งหมดนั้น จะกลายเป็นเพียง “สักแต่ว่า, สักแต่ทำ” ไปทันที

    .
    .

    ป.ล. แก้คำผิดให้ท่านนะขอรับ

    1. บัลลังค์ = บัลลังก์
    2. น้ำปาณะ = น้ำปานะ

  2. ขอบคุณมากนะคะคุณสิญจน์ สวรรค์เสก สำหรับคำผิดและข้อวินิจฉัย
    อีกประเดี๋ยวข้าพเจ้าจะเข้าไปอ่านซ้ำแล้วทำการแก้ไขต่อไปค่ะ

    😀

  3. สงสัยจะเป็นการซ้อมใหญ่ไว้สำหรับงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้ละมังคะท่าน อิ อิ

    .

    ส่วนข้าพเจ้าต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ
    มีภารกิจติดพันอยู่อีกบานตะไท

    .

    ไปก่อนละน๊า

    .
    .

    แว๊บบบ .. !!

  4. ข้าพเจ้าว่าพรุ่งนี้งานจะเยอะกว่านี้น่ะสิคะ
    ถือซะว่าทำงานส่งท้ายปีก็แล้วกันเนาะ หุหุ

    ยังไงก็ขอให้ภารกิจของท่านราบรื่นนะคะ ^__^

  5. อืมมม แก้คำผิดไปเกือบหมดแล้วนะเนี่ยท่านประธาน

    ครับใช่ แก้เกือบหมด ไม่ได้หมายถึงแก้หมดแล้ว

    ตรงนี้ยังมีอีกจุด

    “…ช่วงเช้าและช่วงบ่ายเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถปฏิบัติได้หลาย “บัลลังค์” มากที่สุด…”

    และอีกคำที่ควรแก้ ก็ตรงวรรคที่ว่า

    “…ทางวัดไม่ “อนุญาติ” ให้อยู่ในห้องพักอย่างเด็ดขาด…”

    “ญาติ” ต้องไม่มีสระอิจ้า

    .
    .

    ท่านรองฯ

    สุขสันต์วันวุ่นๆ นะขอรับ
    😀

  6. สวัสดีค่ะท่านเลขาฯ
    ขอบคุณมากค่ะ วุ่นบ้างก็ดีนะคะ ไม่งั้นจิตใจจะว้าวุ่นค่ะ ^__^

  7. ขอบคุณค่ะท่านรอง ฯ Z
    วันนี้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เรียบร้อยโรงเรียนเจี๊ยบ ๆ แว้วววว

    พรุ่งนี้ขอให้สนุกให้เต็มที่นะคะ
    ที่ทำงานของข้าพเจ้าจะจัดงานอีกทีก็ปีหน้าโน่นเลย
    ช่วงนี้ยังต้องเฝ้าระวังวันอันตรายกันไปก่อนค่ะ

    .
    .

    จ๊ากกกก .. !!

    ยังมีอีกหรือคะท่านป๋าสิญจน์
    ขอบคุณม๊าก มากค่ะ จะเข้าไปแก้ไขบัดเดี๋ยวนี้เลยนะคะ

    เค้าอุตส่าห์เล็งดูแล้วนา
    ทำไมยังมีคำผิดหลุดเล็ดลอดสายตาไปได้ล่ะเนี่ย

    หว๋าย ๆ ๆ ๆ ..

    ยังสาวยังแส้แต๊ ๆ
    ไหงสายตาไม่ดี ทำให้ขายหน้าได้อย่างนี้ละนี่เรา

    วุ้ย !!

  8. ข้าพเจ้าเป็นวัยรุ่นมือไว ใจเร็วไปหน่อย ต้องขออภัยด้วยค่ะ ^__^

  9. 555555555555555555+

    แปลว่าเราเข้ามาเดินเล่นในบล๊อกในเวลาใกล้เคียงกันด้วยนะคะ
    นึกว่าจะวัย (รุ่น) ใกล้กันอย่างเดียวเสียอีกแหนะ
    😀

  10. 55555+
    คงอย่างนั้นล่ะค่ะ เค้าว่าวัยรุ่นมักทำอะไรเหมือนๆ กัน หุหุ

  11. เอ่อ ..

    แล้วตกลงตอนนี้เราอยู่กัน “รุ่น” ไหนหรือคะ ?
    คุยไปคุยมาชักงงซะงั้นค่ะ

    55555+

  12. เอ่อ…รุ่นไหนก็ไม่แน่ใจค่ะ
    เอาเป็นว่ารุ่นใหม่ไฟแรงก็แล้วกันเนาะ ^^”

  13. วัยรุ่นก็งี้ล่ะค่ะ ท่านสวรรค์เสก

    อย่าถือสาเลยนะท่านนะ หุหุ

  14. แผล๊บ ๆ

    55555555555+

    .
    .

    เอาล่ะ วันนี้เรา “บ้า” กันแค่นี้ก่อนเนาะ
    เพราะได้เวลาไปเฝ้าพระอินทร์ตัวเขียว ๆ แล้วล่ะ

    นอนหลับฝันดีนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    😀

  15. เพิ่งไล่ลูกค้ากลับหมด วันนี้งานเยอะสุดๆ เลย
    ยิ่งใกล้เลิกงาน งานก็ยิ่งเข้า หุหุ

    ยังก็ขอสวัสดีปีใหม่ 2552 ล่วงหน้าเลยนะคะ
    เดี๋ยวข้าพเจ้าไม่ว่าง พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นไปขึ้นรถรอบแรกหกโมงเช้า

    ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง
    มีกิน มีใช้ มีเก็บ ไม่เจ็บ ไม่จน
    การงานก้าวหน้า อนาคตสดใส คิดหวังสิ่งใดสมปรารถนา
    จะเดินทางใกล้ ไกล ก็ขอให้สะดวก สบาย ปลอดภัย

    โชคดีทุกๆ คนค่ะ ^__^

    ปล. ขอให้ท่านประธานงานน้อยๆ นะคะ ไม่ต้องหักโหมมาก
    อย่าลืมหาเวลาพักด้วยค่ะ

    ปลล. ขอให้ท่านเลขาฯ มีวันเวลาดีดีในช่วงข้ามปีนี้นะคะ

    ไปล่ะนะคะ ^__^

  16. สวัสดีค่าท่านเลขา ฯ ป๋าสอ

    .
    .

    สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเช่นกันค่ะท่านรอง ฯ Z

    ขอให้สุขภาพดี มีความสุข ประสบความสำเร็จในทุกด้าน
    ขอให้อารมณ์ดี ยิ้มแย้ม เบิกบาน
    ขอให้เดินทางกลับบ้านด้วยความปลอดภัยค่ะ

    ขอบคุณที่เป็นห่วง และขอบคุณม๊าก มาก สำหรับคำอวยพร รวมไปถึง “กล่องความสุข” ที่ส่งมาให้ด้วยนะคะ

    .
    .

    ขอบคุณอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้จักกัน😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s