นิทานก่อนนอน : ถุงวิเศษ

กาลครั้งหนึ่ง 

มีตำนานเล่าขานกันมา
ว่า ณ ปลายฟ้ามีดินแดนมหัศจรรย์
หากใครสามารถไปถึงที่นั่น
จะได้ของวิเศษกลับมามากมาย

ต่อมาไม่นานนัก
มีชายหนุ่มรูปงามเดินทางมาจากแดนไกล
ในมือมีถุงผ้าใบใหญ่ บรรจุแก้วแหวนเงินทองไว้มากมาย

เมื่อเขาได้รับน้ำใจจากใคร
เขาจะหยิบของมีค่าในถุงผ้านั้นมอบตอบแทนให้
เมื่อเขาพบคนที่เดือดเนื้อร้อนใจ
เขาจะหยิบของมีค่าในถุงผ้านั้นมอบให้เช่นกัน

แต่ไม่ว่าจะหยิบของออกไปเท่าไร ถุงผ้าใบนั้นก็ยังมีขนาดเท่าเดิม
ชาวบ้านเห็นดังนั้นจึงพูดกันปากต่อปากว่าเขามาจากปลายฟ้า
และถุงผ้าคงเป็น “ถุงวิเศษ” ที่ได้มาจากดินแดนมหัศจรรย์
กลางวันเขาจึงถือเอาไว้ไม่ยอมวาง
ส่วนกลางคืนก็เอาศีรษะตัวเองทับไว้ไม่ให้ห่างหายเช่นกัน

ต่อมามีคนกราบทูลข่าวนั้นแก่พระราชา
พระองค์จึงรับสั่งให้ชายหนุ่มผู้นี้เดินทางไปไปเข้าเฝ้า ฯ
เพื่อสอบถามเรื่องราวความเป็นมา ได้ความว่า

ที่ถุงผ้ายังมีขนาดเท่าเดิมเสมอนั้น
เพราะทุกครั้งที่เขาหยิบของออกไป จะใส่ปุยฝ้ายลงไปทดแทน
ยิ่งให้ไปเท่าไร นอกจากข้าวของที่ต้องดูแลจะน้อยลงแล้ว
ในถุงผ้าก็จะยิ่งเบายิ่งนุ่มขึ้นอีกด้วย จึงนับได้ว่าเป็น “ถุงวิเศษ” แล้วจริง ๆ

จากนั้น ชายหนุ่มได้ถวายถุงผ้าใบนั้นให้กับพระราชา
พระองค์จึงมอบตำแหน่งอัศวินตอบแทนน้ำใจให้แก่เขา
แล้วนำเอาถุงผ้าใบนั้นหนุนนอนอย่างมีความสุข

.

นิทานจบแล้วจ้า
คืนนี้ขอให้นอนหนุนถุงผ้าใบนุ่มอย่างมีความสุขนะคะเด็ก ๆ
ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ😀

51 comments

  1. “เอ๋า…เราเพิ่งจะรู้นะเนี่ย ว่าหมอนใบนี้คือผลิตภัณฑ์ที่ดัดแปลงมาจากถุงผ้าของชายหนุ่มรูปงามคนนั้น” เจ้ากาฟิวส์หันไปพูดกับเจ้าชายน้อยพลางรับหมอนหมีพูสีชมพูใบใหญ่มาจากเจ้าชายน้อย

    “อืมม์ เรื่องนี้เป็นตำนานปรัมปราประจำพระราชวังของเรามานานเนกาเลแล้วล่ะเพื่อนเอ๋ย ว่ากันว่า อัศวินผู้นั้นถือว่าเป็นอัศวินคนแรกของวังเราเลยนะ เราได้ฟังเรื่องนี้มาจากแม่นมที่เล่าให้ฟังตั้งแต่เด็ก จึงนำตำนานเรื่อง “ขอหมอนใบนั้น ที่เธอน้ำลายไหลยามหลับ” มาเล่าให้นายฟังด้วยนี่ไง” เจ้าชายน้อยอธิบาย

    “เดี๋ยว…เดี๋ยวก่อนครับเจ้าชาย” ผีเสื้อหนุ่มผู้เป็นสหายทักขึ้นบ้าง

    “มีอะไรหรือ?”

    “คือว่า ตอนนี้เนี่ย พวกเรากำลังดำเนินอยู่ในท้องเรื่องของนิทานก่อนตื่นเรื่อง “สามดรุณีและปีศาจอีกตน” หรือไม่ขอรับ?”

    “ไม่ใช่หรอกเจ้าผีเสื้อเอ๋ย ตอนนี้เป็นตอนพิเศษน่ะ แทรกระหว่างตอนที่ 13 กับตอนที่ 14 หรือจะเรียกว่า “นิทานก่อนตื่นสเปเชี่ยล” ก็ได้นะ”

    “อ้อ ครับ เข้าใจล่ะครับ” ผีเสื้อหนุ่มตอบ

    “ฮ้าวววว ง่วงจัง” เจ้าชายน้อยทั้งหาวและพูดไปด้วยว่า “วันนี้พวกเราได้ประชุมลับสุดยอดเกี่ยวกับการเดินทางไปปราบนางทั้งสี่ตนมากันทั้งวันแล้ว หยุดพักผ่อนกันได้แล้วล่ะ” เหมือนจะทรงนึกอะไรได้ จึงหันไปทางผีเสื้อหนุ่มแล้วถามว่า “แล้วเจ้าล่ะ เจ้าผีเสื้อ ไม่เอาหมอนใบนั้นที่เธอน้ำไหลลยามหลับ ไปหนุนหัวนอนเหมือนเจ้ากาฟิวส์หรือ?”

    “โฮ่ๆๆ เห็นจะไม่ล่ะขอรับเจ้าชาย ขอบคุณท่านมาก” หลังจากกล่าวปฏิเสธ เจ้าผีเสื้อจึงถามเรียบๆ ขึ้นว่า “เจ้าชายครับ การประชุมวางแผนไปปราบเหล่านางมารทั้งสี่ตนนั้น สิ้นสุดลงแล้วใช่ไหมครับ?”

    “อืม ใช่แล้วล่ะ ทำไมหรือ?”

    “ถ้างั้น…งั้น…ผมจะขอตัวออกเดินทางซะคืนนี้เลยนะครับ” ตอบเสียงอ่อยๆ

    “ฮ้า! เจ้าจะไปไหนหรือ เจ้าผีเสื้อ?” เจ้าชายน้อยถามด้วยความแปลกใจ เมื่อรู้ว่าหนึ่งในพันธมิตรปราบมารจะแยกตัวจากไปเสียแต่คืนนี้

    “คือ…คือ ผมให้สัญญากับแม่ผีเสื้อราตรีเอาไว้น่ะเจ้าชาย ว่าเมื่อเสร็จงานทางนี้แล้ว จะรีบกลับไปหาเธอทันที คิดว่าเธอคงจะรอนานแล้ว จึงจะไปหาเธอเสียแต่เพลานี้เลย”

    “นี่ก็ค่ำแล้วนา เจ้าจะบินไปถูกทิศถูกทางหรือ?” เจ้าชายถามด้วยความเป็นห่วง

    “สบายมากครับ ผมลืมบอกเจ้าชายไปว่า ผมได้เรียนรู้วิชาที่จะทำให้บินได้ในตอนกลางคืนมาจากแม่ผีเสื้อราตรีศรีสวาทแล้วล่ะครับ จึงคิดว่าจะใช้เทคนิคนี้บินไปหาเธอน่ะครับ”

    “อ้อ หรือ งั้น…เอาสิ ไปเถอะ ตามสบายเลย เราอนุญาตให้นายไปได้”

    “ขอบคุณครับ!” เจ้าผีเสื้อหนุ่มกล่าวขอบคุณเจ้าชายน้อยด้วยความดีใจ ครั้นพอบ่ายหน้าออกจากห้องได้ ก็ถีบเท้าลอยตัวขึ้นบินฝ่าความมืดไปด้วยความเร็วสูงเกือบเท่าๆ กับแสง(หิ่งห้อย)

    “เชอะ! ไอ้ตาบอด!” เจ้ากาฟิวส์สบถตามหลังผีเสื้อหนุ่ม ผู้เป็นสหายร่วมอุดมการณ์ แล้วกล่าวต่อว่า “ความรักแท้ๆ ที่ทำให้เอ็งเพี้ยนไปได้ถึงเพียงนี้ เจ้าผีเสื้อผู้โง่เขลาเอ๋ย” พูดเสร็จก็ดีดตัวขึ้นไปนอนผึ่งพุงบนหมอนหมีพูสีชมพูสบายใจเฉิบ

    “อืม แล้วนายล่ะ ไม่คิดถึงแม่สีนวลบ้างหรือ?” เจ้าชายถามเจ้ากาฟิวส์

    “เช๊อะ! ขี้เหร่ออกปานนั้น! ใครคิดถึงหล่อนก็เพี้ยนแล้ว” เจ้ากาฟิวส์ตอบหยิ่งๆ ในเชิงชาย เอ๊ย เชิงแมว

    “ข่าวว่านายมีลูกกับหล่อน?”

    “ปั๊ดโธ่ ข่าวลือ” พูดพลางพลิกตัวนอนตะแคงข้างหันหลังให้เจ้าชาย “พวกปากหอยปากปูก็พูดกันไปเรื่อยเปื่อยนั่นแหละเจ้าชาย ไม่ใช่ความจริงหรอก” ข่มใจพูดออกไปแบบนั้น เพราะเขาเองก็เพียงแค่ได้ยินมาว่าเธอคลอดพยานรักออกมาถึงสี่ตัว แม้อยากจะเห็นหน้าลูกน้อยใจจะขาด แต่ก็ไม่รู้จะทำเช่นใด ได้แต่เฝ้าภาวนาขอให้แม่สีนวลคลอดลูกแมวออกมาจริงๆ แน่ล่ะ เขามั่นใจว่า เด็กๆ เหล่านั้นย่อมเป็นลูกของตัวเองอย่างแน่นอน

    เห็นกิริยาแบบนั้นเจ้าชายก็รู้แล้วว่าเจ้ากาฟิวส์กำลังข่มใจไม่ให้อาวรณ์หาแม่สีนวลอยู่ จึงพูดขึ้นลอยๆ ขณะเดินจากไปว่า “อืม เป็นยังงั้นหรอกหรือ ถ้างั้นนายก็พักผ่อนให้มากนะ รุ่งขึ้นเราจะออกเดินทางไปขอวีซ่าเข้าประเทศพม่ากันทันที”

    ขณะที่เจ้าชายเดินจากไปนั้นคงไม่รู้หรอกว่า เจ้ากาฟิวส์ทำหน้าเศร้าสร้อยละห้อยหาอาลัยรักอย่างสุดซึ้งถึงเพียงใด

    โธ่…กาฟิวส์เอ๋ย นี่เจ้าคงยังไม่รู้ล่ะสิท่า ลูกน้อยสามสีของเจ้าตัวหนึ่ง ได้ถูกสมุนของนางมารดำลอบทำร้ายจนเสียชีวิตไปแล้ว

    .
    .

    ฝ่ายเจ้าผีเสื้อหนุ่มนั้นเล่า ได้บินฝ่าความมืดไปด้วยดวงใจที่ลุกโชนด้วยไฟสิเน่หาซึ่งมีต่อแม่ผีเสื้อศรีสวาทสุดขาดใจไข่เยี่ยวม้า

    เมื่อเห็นว่าเจ้าผีเสื้อทำท่าจะบินนานเกินไปแล้ว ผู้เขียนจึงตัดสินใจว่าควรจะขึ้นตอนใหม่ให้เป็นเรื่องเป็นราว เป็นตอนที่ 14 เสียให้รู้แล้วรู้รอดไป

    คิดดังนั้น พลันลงมือทำทันที

    .
    .

    นิทานก่อนตื่นเรื่อง “สามดรุณีและปีศาจอีกตน” (ตอนที่ 14)

    .
    .

    จบตอน.

  2. อรุณสวัสด์วันพฤหัสบดีค่ะ

    เมื่อคืนข้าพเจ้านอนสลบไสลบนถุงวิเศษตั้งแต่สี่ทุ่มกว่า
    นิทานก่อนนอน และก่อนตื่นจึงกลายเป็นนิทานก่อนทำงานไปซะงั้น

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ ^__^

  3. ได้อ่านทั้งนิทานก่อนนอน — ก่อนตื่น มันส์แต้มันว่า
    ชักติดใจ มาต่อให้เวยๆ เรยพี่น้องเอ๋ย

    ชะแว้บทำงานต่อละจร้า รักนะเด็กโข่ง😀

  4. สวัสดีตอนบ่ายชรา เพลาคนไข้เบาบางค่ะ

    .

    อืม .. นอกจากกาฟิวส์ยังไม่รู้ว่าลูกน้อยสามสีของเจ้าตัวหนึ่ง ได้ถูกสมุนของนางมารดำลอบทำร้ายจนเสียชีวิตไปแล้ว ยังมีเจ้าแต้มอีกหนึ่งตัวที่ถูกทำร้ายเช่นกันในวันต่อมา

    ทันทีที่ทราบเรื่องแม่นางมารดำก็ทำการขนย้ายแม่สีนวลและลูกน้อยกลับมาอยู่โรงพยาบาลในค่ำวันนั้นแล้วค่ะท่านป๋า

    .
    .

    ดีแล้วค่ะท่านรอง ฯ Z
    เข้านอนแต่สี่ทุ่มได้นี่ ดีต่อสุขภาพและความงามดีออกนะคะ
    ส่วนนิทาน หากคืนนี้ท่านกลับมาอ่านอีกทีก็ยังเป็น “นิทานก่อนนอน” ได้ค่ะ

    อิ อิ

    .
    .

    เห็นด้วยจ๊ะน้องบาล์ม
    อ่านแล้วกำลังมัน เครื่องกำลังติดเลยค่ะ
    ป๋าสอมาเล่า “สามดรุณีและปีศาจอีกตน” ตอนที่ 14 เวย ๆ นะคะ

    มารดำขอร้องค่ะ 5555+

    .
    .

    โอ๊ะ โอ .. !!
    จะเอา “ถุงผ้าวิเศษ” อีกใบไปเผื่อใครหรือคะคุณเล็ก .. อิอิ

    .
    .

    สุขสันต์วันงานท่วมหัวจ้า
    ขอให้คนบ้าทุกท่าน จงมีแต่ความสุขจ๊ะ .. เพี้ยง !!

    -จขบ.-😀

  5. สวัสดียามค่ำเวลาปั่นงานค่ะ

    แวะมาพักก่อน ไปทำงานต่อล่ะค่ะ

    แว๊ปปป

  6. สวัสดียามดึกค่ะ

    .

    ตอนนี้สามทุ่มแล้วจ้า
    เลยเวลาทำงานของกรรมกรมานานโขแล้วนะคะ

    เลิก ๆ ๆ ๆ ๆ

    เลิกงานได้แล้วจ้า 55555+

  7. เลิกแล้วค่ะ หนูเลิกทำงานแล้วค่ะ หุหุ

    ข้าพเจ้าเสร็จงานเมื่อสักพักนี้เองค่ะ
    เวลารีบๆ ทีไรเครื่องปริ๊นเป็นเดี้ยงทุกที
    เลยต้องเปลี่ยนเครื่องกระทันหัน เสียเวลาไปหน่อย
    แต่เรียบร้อยแล้วค่ะ ^__^

  8. อ่ะนะ ..

    ก็เวลางานเร่ง คนเรายังเหนื่อยยังล้า
    พริ้นท์เตอร์เค้าคงจะมีเวลาเหนื่อยล้ากันบ้างแหละค่ะ

    เห็นใจเค้าเต๊อะ 55555+

    อ้อ .. ยินดีด้วยนะคะ ที่งานของท่านเรียบร้อยด้วยดี

  9. ขอบคุณค่ะท่าน

    อืม..สงสัยจะจริงอย่างท่านประธานว่า
    เวลาข้าพเจ้าเหนื่อยยังแอบไปอู้งานเลยนี่เนอะ
    (แต่ไม่ยักกะมีคนเห็นใจ -*- )

  10. ท่านรองนี่อ่ะน๊า ..

    ใครเค้าจะเห็นใจได้ละคะ ก็คุณเล่น “แอบ” ไปอู้นี่นา
    ลองทำต่อหน้าดูสิคะ อาจมีคน “กล้า” เเห็นใจคุณก็ได้ค่ะ

    55555555+

    .

    เพลานี้ข้าพเจ้าคงต้องไปเข้าเฝ้าพระอินทร์แล้วล่ะค่ะ
    พักผ่อนให้สบายนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

    -จขบ.-😀

  11. 555555+

    นั่นสินะคะ ข้าพเจ้าไม่น่าแอบเล้ย
    แต่ท่านมั่นใจแล้วหรือคะ ว่าทำต่อหน้าแล้วเค้าจะเห็นใจ
    ไหงข้าพเจ้าไม่มั่นใจเลยล่ะนี่ – -”

    ข้าพเจ้าเพิ่งดูซีรีส์จบอ่ะ อีกเดี๋ยวก็จะไปพักเหมือนกันค่ะ

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^__^

  12. นิทานก่อนตื่น “สามดรุณีและปีศาจอีกตน” (ตอนที่ 15)

    .
    .

    “คนหลายใจ”!

    เพื่อนมนุษย์ร่วมโลก
    มีทั้งดีชั่ว และคนไม่เลว
    ผ่านเข้ามาในชีวิตของเราเป็นวัฏจักร

    บางคนน่าเกลียด
    แต่ยังมีคนน่ารัก
    ให้เราเลือกทำความคุ้นเคย
    และเรียนรู้ที่จะทำตัวเป็นคนหลายใจ

    (บทกวี “คนหลายใจ” โดย อรุณวดี อรุณมาศ จาก มติชนสุดฯ)

    .

    เจ้าผีเสื้อหนุ่มบินฝ่าความมืดไปพลางยิ้มกริ่มอยู่เกลื่อนหน้า ด้วยความดีใจที่จะได้พบกับหวานใจในอีกไม่นานแล้ว

    สำหรับเขาแล้ว การตามหาหล่อน – แม่ผีเสื้อราตรี – เธอนั้นเปรียบประดุจ The God Particle หรือว่า “อนุภาคแห่งพระเจ้า” ที่นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งกำลังตามหา

    หาก God is love – ความรักในทุกสรรพสิ่งล้วนแสดงออกในนามของพระผู้เป็นเจ้าฉันใด ในสนธิสัญญาว่าด้วยรักแท้ แม่ผีเสื้อราตรีศรีสวาทสุดขาดใจไข่ลูกเขย ย่อมเป็นอนุภาคแห่งความรักที่เขากำลังตามหาเช่นกัน

    “รอหน่อยนะจ๊ะคนดี พี่กำลังจะไปหาเธอแล้ว” ผีเสื้อหนุ่มโปรยคำพูดเบาๆ ในอากาศ ราวกับจะวานให้มันนำถ้อยคำนี้ไปบอกต่อหญิงอันเป็นที่รัก

    เนิ่นนานราวการถอนหายใจของห้วงจักรวาล

    และแล้วผีเสื้อหนุ่มก็บินไปถึงรังของผีเสื้อราตรี

    “เธอคงจะออกไปหาอาหารกินสินะ” เขาคิด เมื่อเห็นรังนั้นว่างเปล่า “เอาเถอะ เดี๋ยวก่อนสางคงกลับ เรานอนรอเธออยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” เขาเกาะรังใบไม้นั้นอยู่ไม่นานก็ม่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

    เช้าวันนี้ผืนป่าตื่นขึ้นมาด้วยความเปียกแฉะของสายฝนตอนค่อนรุ่ง ผีเสื้อหนุ่มรู้สึกตัวแล้ว ขณะที่ความคิดยังไม่แจ่มใส กำลังไล่เรียงลำดับเรื่องราวต่างๆ อยู่นั้น พลันเขาก็นึกขึ้นได้

    “ต๋ายแหล่ว! เธอคงมานั่งดูเราตอนหลับแน่ๆ เลย” รีบลืมตาขึ้นด้วยความลนลาน แต่ด้วยความที่นอนดึก ขี้ตาจึงแห้งกรังติดเปือกตาอยู่จนหนาเตอะ เขารีบใช้ปีกขยี้ดวงตา ขับไล่มวลมลทินเพื่อจะยลโฉม “ดวงใจที่สูญหาย” มาหลายวันแล้วนั้น แม้จะยังไม่เห็นหน้าหล่อนแต่เขาก็ยิ้มรอท่าอยู่ก่อนแล้ว

    “เอ๋า ยังไม่กลับอีกหรือนี่” ขยี้หัวถามตัวเองงงๆ “เอ๋ หรือจะไปติดหนุ่มที่อื่นแล้ว” ชักไม่แน่ใจ “แต่คงไม่หรอกน่า…เธอไม่ใช่คนหลายใจเหมือนบทกวีข้างบนนี่นา แต่อย่างว่า คนสวยเช่นเธอ คงจะช่วยไม่ได้ที่จะพลาดไปทำให้หัวใจของผีเสื้อตัวอื่นๆ เดาะไปบ้าง” โปรยยิ้มเกลื่อนหน้าเมื่อคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของหัวใจที่ซ่อนอยู่ในร่างกายอันสุดแสนจะโสภาดวงนั้น

    “แฟนฉันโว้ย! แฟนฉัน! แฟนใครหน้าไหนจะมาสวย มาหวานเท่า เห็นจะไม่มีอีกแล้วในโลกนี้!” เขาตะโกนก้องบอกอากาศชื้นของยามเช้า

    เปล่า – เขาไม่ได้เพี้ยนนะ เขาดีใจที่จะได้เจอเธอต่างหากเล่า

    .

    สายแล้ว…

    “เอ๋ ยังไงๆ อยู่นาเนี่ย…” ครุ่นคำนึงด้วยลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก

    พลันนั้น

    “เธอเป็นใครหรือจ๊ะ?” สุ้มเสียงสดใสร้องถามมา

    เจ้าผีเสื้อหนุ่มมองซ้ายแลขวา มองขวาแล้วก็แลซ้าย ที่จะได้เห็นร่างเจ้าของเสียงนั้นก็หาไม่

    “ใคร?” ถามกลับ

    “เราเองนี่ไง เห็นไหม อยู่ตรงนี้”

    ครั้นพอมองไปทางต้นเสียงดีๆ จึงเห็นหนอนอ้วนตัวหนึ่ง สีกลืนกับกิ่งไม้เกาะอยู่ไม่ไกลจากตรงนั้น

    “อ้อ เจ้าหนอนนี่เอง คือเราเป็นคนรัก เอ๊ย เป็นเพื่อนของแม่ผีเสื้อราตรีน่ะเจ้าหนอน”

    “อืมม์ เหรอ”

    “เรามาหาเธอตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มารอจนกระทั่งถึงตอนนี้ยังไม่เห็นเธอเลย”

    “ใสเจีย – เสียใจด้วยนะ”

    เห็นอาการผิดสังเกตไปของเจ้าหนอน ผีเสื้อหนุ่มรู้สึกใจไม่ดี จึงรีบถามว่า “ทำไมหรือ เจ้าหนอน เสียใจกับเราด้วยเรื่องอะไรหรือ?”

    “คือว่า เมื่อเย็นวานนี้น่ะ เราเห็นเขียดตะปาดตัวเขียวๆ ตัวหนึ่ง แลบลิ้นมาจับตัวแม่นางผีเสื้อราตรีไปแล้วล่ะ”

    “ฮ้า! ปลาร้า! ปลาเจ่า!” เจ้าผีเสื้ออุทานด้วยความตกใจ แล้วถามทวนไปว่า “ไหน? เจ้าว่าอะไรนะ?”

    “ไอ้เจ้าเขียดตะปาดนั้นน่ะ ตัวมันเขียวๆ น่าเกี๊ยด น่าเกียด เลยนะท่าน มันมาสองตัวด้วยล่ะ อีกตัวหนึ่งสีแดงๆ รูปร่างหน้าตาปะหล๊าด ประหลาด เราไม่เคยเห็นตัวอะไรแบบนั้นมาก่อนเลย”

    “มารกบเคโรนกับมารพิเดเลี่ยน!!” ผีเสื้อหนุ่มอุทานเสียงหลง

    “อือๆๆๆ ได้ยินแว่วๆ ตอนที่พวกมันเรียกชื่อกัน ว่า โลนๆ เลี่ยนๆ อะไรเทือกนี้แหละ” เจ้าหนอนรีบสนับสนุนความคิดนั้น

    “แย่แล้ว เธอคงตกอยู่ในอันตรายแล้วแน่เลย…แล้ว…แล้วพวกนางมารเหล่านั้นทำร้ายเธอหรือเปล่า?”

    “ถามสายลมดูซี เห็นคนชอบพูดกันว่าคำตอบอยู่ในสายลมน่ะ”

    “เดี๊ยะๆ กวน รีบบอกมานะ เรายิ่งใจร้อนอยากรู้เรื่องอยู่นะนี่”

    “อ่ะโด่ เห็นเราเป็นมะม่วงกะทุเรียนไปได้ จะได้กวน คือว่า ไม่หรอกท่านผีเสื้อ เราเห็นพวกนางจับตัวผีเสื้อราตรีไปเฉยๆ ไม่ได้ทำอันตรายนางหรอก ตะทีแรก เจ้าเขียดตะปาดตัวเขียวๆ น่ะ ทำท่าจะกินเธอเป็นอาหารเย็นอยู่เหมือนกัน แต่เจ้าเลี่ยนๆ ตัวแดงๆ นั่นน่ะ ห้ามเอาไว้ เห็นบอกว่าจะเอาไปขายประกัน หรือประกันอะไรสักอย่างนี่แหละ”

    “ฮึ! คงคิดจะจับตัวเธอไปเป็นตัวประกัน กดดันเราและเจ้าชายน้อยเป็นแน่ ชั่วร้ายนักนางมารพวกนี้ ทำเรื่องดีๆ ไม่เป็นกันเลยหรือไงก็ไม่รู้!” ผีเสื้อหนุ่มโกรธจัด

    “ไหน? ทางไหน?” ถามเจ้าหนอนต่อ

    “โน่น ทางโน้น” เจ้าหนอนตอบพลางบุ้ยปากลงดิน

    “ฮ้า! พวกนางดำดินหนีไปหรือ?” ผีเสื้อหนุ่มเซอร์ไพรส์มาก

    “เปล่า นึกว่านายถามหาห้องน้ำ เราจึงบอกว่าโน่นไง ให้ถ่ายลงดินโน่น”

    “ปั๊ดโธ่ หน้าตาเซ่อๆ ไม่น่าโง่เลย คือเราถามว่าพวกนางจับตัวผีเสื้อราตรีไปทางไหนต่างหากเล่า!”

    “รู้ๆๆ รู้ตัวว่าฉลาดไม่ต้องชม…โน่น…พวกนางพากันไปทางโน้น” บุ้ยปากไปทางทิศตะวันตก

    “อืมม์ รู้ล่ะ คงจะกลับไปฐานที่มั่นที่เมาะละแหม่งละซีท่า…” พูดพลางดีดตัวขึ้นบินตามไปด้วยความเร็วสูงราวกับการเดินทางของกระสวยอวกาศ

    เจ้าหนอนนึกตำหนิที่ผีเสื้อหนุ่มไร้มารยาท ไม่กล่าวขอบใจที่ตนอุตส่าห์บอกข่าวให้ทราบบ้างเลย แต่ยังไม่ทันที่จะคิดจบดี เสียงเบาๆ ก็แหวกอากาศมากระทบโสตจากไกลๆ ว่า “ขอบใจนะพวก”

    .
    .

    จบตอน.

  13. อรุณสวัสดิ์วันศุกร์ยามฝนโปรยปรายค่ะ

    ว้าวววว..ดีจังเลยได้อ่านนิทานก่อนตื่นต่ออย่างรวดเร็ว

    แหม นางมารกบไม่น่าจับนางผีเสื้อสมุทร เอ้ย ผีเสื้อราตรีไปเลย
    เค้าว่าอานุภาพแห่งรักมันรุนแรงเสียยิ่งกว่าการเกิดบิ๊กแบงในอวกาศซะอีก

    หรือจะเป็นสงครามครั้งสุดท้ายอย่างที่เค้าว่า คุ คุ คุ

    สุขสันต์วันสุขค่ะ ^__^

  14. อรุณสวัสดิ์ค่า

    อืม .. จะว่าไปข้าพเจ้าก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะท่านรอง ฯ Z
    การ “อู้” อย่างเปิดเผยนี้มีความเสี่ยง ควรหลี่กเลี่ยงการทดลองค่ะ
    รอให้มีคนเค้าแอ๊บพรูฟก่อนละกันเนาะ ..

    รอก่อนเถอะค่ะ ..
    รอไปก่อน .. หุ หุ

    .
    .

    อืม ..

    “คนหลายใจ” กับ “คนเปิดใจ” นี่ไม่เหมือนกันนะคะท่านเลขา ฯ ถ้าจะถกกันเรื่องนี้ เห็นทีเราคงต้องมายกกาแฟมาตั้งสภากันสักเหยือกล่ะค่ะ 55555+

    .
    .

    ขอบคุณมากนะคะ สำหรับ “นิทานก่อนตื่น” วันนี้ นี่ขนาดว่ามีแค่มารเขียว กะ มารแดง เท่านั้นเองนะนี่ ถ้ามีจอมมารดำมาออกโรงด้วยอีกนาง ท่าทางเจ้าชายน้อยกับเหล่าจอมยุทธ์คงได้หืดขึ้นคออีกโขแน่ ๆ ค่ะ

    โฮะ ๆ ๆ ๆ ^o^

    สุขสันต์วันศุกร์จ้า😀

    -มารดำ.-

  15. ไม่หลบ ไม่อู้ ก็สู้ไม่ไหว
    จะหลบ จะอู้ ต้องหูตาไว

    มีคนเค้าบอกมาว่างั้นนะค่ะ ท่านประธาน หุหุ

    ขอให้อิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงนะคะ ^__^

  16. อื้อฮือ .. !!

    คนที่ว่าน่ะ สงสัยเป็นศรีธนญชัยละก๊า .. หุ หุ

    .

    ว่าแต่ตะกี้ท่านรอง ฯ หม่ำมื้อเที่ยงเผื่อด้วยหรือเปล่าคะ
    ข้าพเจ้าถึงได้หนังตาหย่อนอย่างนี๊อ่ะ 5555+

  17. 5555+
    ข้าพเจ้าทานเผื่อท่านแน่นอนค่ะ
    ส่วนหนังตาหย่อนนั้น อาจเป็นเพราะข้าพเจ้ามิได้นอนเผื่อ หุหุ

    ยังไงจะแอบไปนอนที่ไหนก็เผื่อข้าพเจ้าสักชั่วโมงนะคะ :p

  18. อ่ะเจ๊ยยย .. !!

    ไหงมาแนะนำกันงี้ละคะท่านรอง ฯ Z
    เกิดบ้าจี้ทำตามขึ้นมา ใครจะมารับผิดชอบ จขบ. ตาดำ ๆ คนนี้ละคะ
    คนเค้ายิ่งกินจุ นอนเก่ง อยู่ด้วยค่ะ

    ฮึ !
    ฮึ !

  19. 55555+
    ที่ไม่ยอมทำตามคำแนะนำ
    เพราะกลัวไม่มีคนรับผิดชอบหรอกหรือคะ หุหุ

    คนวัยกำลังกินกำลังนอนก็งี้ล่ะเนอะ
    ข้าพเจ้าเข้าใจค่ะ อิอิ

  20. ขอบคุณค่ะท่านรอง ฯ ที่เข้าใจ
    เข้าใจง่ายแบบนี้ น่าสงสัยว่าเราจะอยู่ในวัยเดียวกันนะคะ
    55555+😆

  21. ^
    ^
    สองคนนี้คุยกันเป็นบ้า เป็นหลัง เช๊อะ

    โอ๊วน่าจงจาน เจ้าผีเสื้อราตรีเสียจริงๆ ให้ดิ้นตาย
    แล้วจะได้ช่วยคนรักหรือเปล่าเนี่ย มาต่อๆให้เวยเลยป๋าสอ

    อารมณ์เฉีย😉

  22. 5555+
    ก็ประมาณนั้นล่ะค่ะท่านประธาน
    วัยกำลังเจริญเติบโต อิอิ

    หวัดดีจ๊ะ หนูบาล์ม
    คนบ้า ก็คุยกันเป็นบ้าอย่างนี้ล่ะนะ หุหุ

    วันนี้ที่นี่ฝนตกหนักมากเลยอ่ะ ตั้งแต่เที่ยงจนป่านนี้ยังไม่หยุด
    ท่อระบายน้ำที่ทำงานล้นทะลักเลย เลยได้โอกาสล้างถนนกันซะเลย

  23. หวัดดีค่าหนูบาล์ม
    อาการจ๋งจ๋านของนู๋ ดูจริงใจ๊ จริงใจเนาะ 55555+

    .
    .

    วันนี้ที่นี่ไม่มีฝนเลยค่ะท่านรอง ฯ ร้อนมัก ๆ สงสัยจะไปรวมพลังกันตกทางโน้นกันหมดน่ะค่ะ ว่าแต่เป็นแค่น้ำล้น หรือว่า “ท่วม” ด้วยคะ ? ใช้รถใช้ถนนก็ระมัดระวังโตยเน้อ

  24. ขอบคุณค่ะท่าน
    น้ำแค่ล้นค่ะ แต่ถ้าตกหนักแบบนั้นอีกสิบนาที
    คงได้ไหลเข้าโกดังแน่

    ในตลาดก็เจอแบบนี้เหมือนกันน้ำระบายไม่ทันสูงเกือบฟุตหนึ่งได้
    แต่เป็นเรื่องปกติมาก บางร้านต้องกั้นกระสอบทราย
    แต่ไม่นานหรอกค่ะ สักพัก ฝนเบาก็เข้าสู่ภาวะปกติ

  25. อืม ..

    ในสถานการณ์แบบนั้นนับว่า “กระสอบทราย” เป็นถุงวิเศษได้เลยนะคะ
    หมั่นตรวจตราไม่ให้มีอะไรมาอุดตันที่ท่อระบายน้ำด้วยอีกอย่าง อะไรที่พอป้องกันได้ก็ควรทำกันเนาะ เพราะมันดีกว่ามานั่งแก้ไขเยอะเลย😀

  26. ใช่ค่ะท่าน ป้องกันย่อมดีกว่าแก้ไข
    แต่ท่อระบายน้ำที่เล็กเกินไปก็เป็นปัญหาที่แก้ยากเหมือนกันค่ะ

    ว่าแต่ช่วงนี้ท่านสบายดีนะคะ
    อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยจริงๆ เนอะ
    รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

  27. ขอบคุณค่ะท่านรอง ฯ

    จะว่าไปแล้ว ช่วงนี้สุขภาพของข้าพเจ้านับว่าเป็นกราฟขาลงเลยละ
    เดี๋ยวเป็นโน่น เดี๋ยวเป็นนี่ได้อยู่เรื่อย ๆ

    อย่างว่าแหละค่ะใช้งานเค้าหักโหมมาหลายปีแบบนี้ มันก็ต้องมีอาการกันมั่ง

    อ้อ .. พูดอย่างนี้ก็อย่าเพิ่งคิดเป็นอื่นไปนะคะ ข้าพเจ้ายังวัยรุ่นอยู่จริง ๆ ค่ะ
    จริง จริ๊งงงง !!

    55555555555+😆

  28. 5555+
    ข้าพเจ้ายังไม่ได้คิดเลยค่ะ หุหุ

    อย่างว่าล่ะค่ะ ผ่านการใช้งานมาหลายปี
    มันก็ต้องมีทรุดโทรมกันบ้าง ต้องคอยบำรุงรักษากันไปเรื่อยๆ
    เพื่อยืดอายุการใช้งานให้นานยิ่งขึ้น ยิ่งต้องหมั่นดูแล

    เอ่อ..ข้าพเจ้าพูดเหมือนไม่ใช่ร่างกายคนเราเลยนะเนี่ย
    ยังไงก็ถนอมร่างกายบ้างนะคะ

    (แฮะๆ พูดดีนะเราตัวเองยังดูแลไม่ได้เลย -*- )

  29. ตกลงค่ะท่านรอง ฯ Z
    ถ้างั้นตอนนี้เราไปถนอมร่างกายของเรากันเถอะนะคะ 5555+

    .

    นอนหลับฝันดีนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ😀

  30. ไม่อยากบอกเลยว่าข้าพเจ้าหลับไปหนึ่งตื่นแล้วล่ะ
    แล้วก็ตื่นมาอาบน้ำแล้วก็เข้าเน็ตนี่ล่ะค่ะ หุหุ

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^__^

  31. สวัสดีวันเสาร์นะทุกโคนนนน

    .
    .

    ท่านเจ้าของบ้านขอรับ

    หากอยากจะอ่านนิทานก่อนตื่นตอนต่อไปละก้อ ง่ายนิดเดียวครับ เหมือนเดิมๆๆ เขียนนิทานก่อนนอนมาก่อนดิ

    .
    .

    ท่านรองฯที่เคารพ

    หว่ายยยย ภาษิตอะหยั๋งหว่า

    “ไม่หลบไม่อู้ก็สู้ไม่ไหว จะหลบจะอู้ต้องหูตาไว”

    ซาบซึ้งนัก!

    เห็นทีเลขาหน้ามนคนรูปงามนามก็แสนจะไพเราะเช่นผม ต้องจิ๊กเอาไปใช้บ้างแล้ว

    .
    .

    ท่านกรรมกรหมิวหม่อง

    หุหุหุ ติดนิทานแล้วดิตะเองอ่ะ

    ระวังเหอะ จะได้ไปเลิกที่ถ้ำกระบอก – บอกไม่เชื่อ!

  32. สวัสดีสายๆ วันเสาร์ค่ะ

    สายฝนยังคงโปรยปรายต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อวาน
    อากาศอึมครึม ท้องฟ้ามึดครึ้ม บรรยากาศเงียบเหงาจริงๆ

    แต่กรรมกรก็ยังคงต้องฝ่าฝนมาทำงานอีกหนึ่งวัน

    เรียนท่านเลขาที่เคารพ
    ภาษิตของชาวกรรมกรค่ะท่าน
    คล้ายๆ รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง น่ะค่ะ หุหุ
    (ข้าพเจ้าก็จิ๊กเค้ามาอีกทีหนึ่งนะ)

    บางคำพนักงานก็แซวกันเองอย่าง “หน้าแดง แรงไม่ออก”
    อ้อ มีคำหนึ่งช่างเค้ากับพนักงานที่นี่ซะจริง
    “มาสาย นอนหลับ คุยโทรศัพท์ กลับก่อน”

    ว่าแล้วก็ไปอู้ เอ้ย ทำงานก่อนดีกว่า หุหุ

    สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ ^__^

  33. สวัสดีสายวันหยุดค่ะ

    .

    มีแอบไปงีบซะด้วยนะคะท่านรอง ฯ Z
    อย่างนี้เรียกว่าเป็นการฝึกซ้อมการถนอมร่างกายกระมัง
    ดีค่ะ ดี ๆ ๆ นับว่าเป็นการดีแล้วล่ะค่ะ

    .
    .

    รับทราบค่ะท่านเลขา ฯ ป๋าสอ
    ข้าพเจ้าจะได้อ่านหลังจากเล่านิทานก่อนนอนเรื่องต่อไปสินะ

    (( อะโด่ !! คนเรานะ เล่าก่อนซะมั่งไม่ได้หรือไงกัน ฮึ ฮึ ))

    สุขสันต์วันเสาร์จ้า
    ขอให้คนบ้าทำงานอย่างมีความสุขนะคะ

    -จขบ.-😀

  34. คือข้าพเจ้ามิได้ตั้งใจจะถนอมร่างกายแต่วันหรอกนะคะ
    แบบว่าร่างกายมันน็อคไปเองไม่ทันรู้ตัวเลยอ่ะ – -”

    มีความสุขกับวันหยุดนะคะ ^__^

  35. โอ๊ะ .. ถึงกับน๊อคเลยหรือคะท่านรอง ฯ Z

    เป็นแบบนี้บ่อย ๆ ไม่ค่อยดีกับสุขภาพเอานา
    ยังไงก็รักษาเนื้อรักษาตัวด้วยนะคะ
    สัปดาห์นึงก็ให้ตัวเองได้พักอย่างหักโหมมั่งก็ได้เน้อ

    เป็นห่วงหลาย ๆ จ้า

    -จขบ.-😀

    ป.ล. วันนี้ท่านรองหยุดหรอกหรือคะ ข้าพเจ้าน่ะคนไข้หลายขนาดนั๊กเลย เพิ่งจะได้หม่ำมื้อเที่ยงนี่เองค่ะ – -“

  36. ขอบคุณค่ะท่าน สงสัยร่างกายมันจะไม่ไหวจริงๆ น่ะค่ะ

    วันนี้ข้าพเจ้าทำงานค่ะ พรุ่งนี้ถึงจะได้หยุด

    แต่ข้าพเจ้าคิดว่าท่านหยุดซะอีก เห็นทักว่าสวัสดีวันหยุดอ่ะนะ
    สรุปก็ไม่ได้หยุดทั้งคู่ล่ะสิเนี่ย หุหุ

    ยังไงก็ขอให้สนุกกับงานน่ะค่ะ ^__^

  37. จริงด้วยแฮะ !!
    จ่าหัวว่า “วันหยุด” จริง ๆ ด้วยนะคะ

    สงสัยข้าพเจ้าจะเบลอตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะค่ะ
    555555555555+😆

  38. 5555+
    แสดงว่างานคงยุ่งมากสิค่ะเนี่ยถึงได้เบลอแต่เช้า หุหุ
    ส่วนข้าพเจ้ายุ่งเป็นครั้งคราวน่ะค่ะ

    หวังว่าตอนนี้จะไม่ยุ่งเท่าไหร่แล้วนะคะ ^__^

  39. ตอนนี้ไม่ยุ่งแล้วล่ะค่ะท่านรอง ฯ
    หน้าไม่มัน หัวไม่ฟู แถมอากาศก็ดีอีกด้วยนะคะ
    งานเบาแล้วอะไรต่อมิอะไรก็ดูดีไปหมดจริง จริ๊งงงงง ..

    555555555+

    .
    .

    ส่วนท่านที่งานยุ่งเป็นครั้งคราวนั้น
    ก็หวังว่าตอนนี้จะยังไม่ถึงคราวต้องยุ่งนะคะ
    ขอให้สนุกกับงานค่ะ .. จู้ ๆ ^ ^ v

  40. ขอบคุณค่ะท่าน

    ตอนนี้ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่แล้วล่ะค่ะ (หวังว่านะ)
    พอดีพี่อีกคนไม่มาข้าพเจ้าเลยต้องไปช่วยน้องอีกคนเค้าทำงานน่ะ

    ส่วนอากาศตอนนี้ฝนไม่ตก แดดไม่ออก แต่ร้อนมากเลยค่ะ -*-

  41. ฝนไม่ตก แดดไม่ออก อากาศข้างนอกคงอบอ้าวน่าดูนะคะ
    แต่ที่ทำงานของคุณร้อนนั้น มันเป็นเพราะแอร์เสียอ่ะ ?

    หรือจะเป็นเพราะคนไฟแรงมารวมตัวกัน 55555+

    .
    .

    ตอนนี้ ข้าพเจ้ามีงานเข้าอีกแล้วล่ะค่ะ
    ไปก่อนนะคะ .. แว๊บ ๆ ..

  42. 55555+
    คนไฟแรงเหรอคะ ไม่หรอกค่ะ แค่พอมีไฟอ่ะ หุหุ

    แอร์ป่าวเสียค่ะ แต่ต้องเดินไปเดินมาตลอดเลย
    อ้อ งานที่ข้าพเจ้าไปช่วยเค้าทำก็มิได้อยู่ในห้องแอร์ด้วยค่ะ
    เพิ่งจะได้นั่งประจำที่ตัวเองตอนนี้นี่ล่ะ

    ข้าพเจ้าก็ได้เวลาเคลียร์งานแล้วล่ะ จะเลิกงานแล้ว

    ขอให้มีความสุขกับเวลาพักผ่อนนะคะ ^__^

  43. เอาๆๆๆ มาอ่านนิทานก่อนตื่นรับวันหยุดสีแดงๆ กันเถิ๊ด!

    โอมมมมม เพี้ยง!

  44. นิทานก่อนตื่น “สามดรุณีและปีศาจอีกตน” (ตอนที่ 16)

    .
    .

    (พ่อผีเสื้อหนุ่ม) : โอ้ นวลละออง น้องจะเหนียมอายไปทำไม หันมาใกล้ใกล้ ซิจะอายไปไหนกัน

    (แม่ผีเสื้อราตรี) : อุ๊ย! ไม่เอา อุ๊ย! ไม่เอา เค้ารู้ทัน น้องอายพระจันทร์ ดูท่านกำลังมอง

    (พ่อผีเสื้อหนุ่ม) : ถึงจะมองก็ไม่เห็นเป็นอะไร ท่านก็คงเป็นใจ เพราะอยากให้เราสมปอง

    (แม่ผีเสื้อราตรี) : นึก นึก เอาแต่ใจทำลำพอง แน๊ะ ท่านมอง ท่านยั่วยิ้มเป็นนัยนัย

    (พ่อผีเสื้อหนุ่ม) : จันทร์ไม่มองแล้ว จันทร์ไม่มอง

    (แม่ผีเสื้อราตรี) : จันทร์ไม่มอง น้องก็ไม่ให้

    (พ่อผีเสื้อหนุ่ม) : จันทร์ไม่มอง น้องอายอะไร

    (แม่ผีเสื้อราตรี) : อายแก่ใจเห็นดาวยังจ้อง

    (พ่อผีเสื้อหนุ่ม) : แน๊ะ เมฆมาทับ ดับแล้วเดือนดารา มาหอมหน่อยขวัญตา น้องเอยอย่ากลัวท่านเหลียวมอง

    (แม่ผีเสื้อราตรี) : อุ๊ย! ว้าย! ดูซิ ช้ำไปเป็นกอง

    (พ่อผีเสื้อหนุ่ม) : โธ่ อย่าร้องซิ ท่านจะเหลียวมองดูเรา

    .
    .

    ขณะที่ผีเสื้อหนุ่มบินมุ่งหน้าสู่เมืองเมาะละแหม่งเพื่อตามไปช่วยแม่ผีเสื้อราตรีศรีสวาทสุดขาดใจนั้น ในห้วงความคิดของเขาได้ผุดภาพเมื่อครั้งที่ตนเคยร้องเพลงเกี้ยวขอหอมแก้มนวลๆ ของเธอไปด้วย ดังเนื้อเพลงข้างบนนั้นแลขอรับท่านผู้อ่านทั้งหลายจ๋า

    .
    .

    ด้านหัวหน้าจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะคือเจ้าชายน้อย และที่ปรึกษาอาวุโสที่สุดแสนชาญฉลาดคือเจ้ากาฟิวส์นั้น หลังจากขอวีซ่าเข้าประเทศพม่าได้แล้ว ก็ตระเตรียมห่อปลาร้าปลาเจ่าไปเป็นเสบียงกรังในการสู้รบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ เสร็จแล้วก็ออกเดินทางสู่เมืองเมาะละแหม่งทันทีเหมือนกัน

    .
    .

    ข้างฝ่ายนางมารทั้งสี่ตนเล่า ในเพลานี้ได้มีสมุนมารมาสวามิภักดิ์เข้าร่วมด้วยพวกนางมากมาย มีแมวดำตัวที่ถูกส่งไปทำร้ายลูกๆ ของเจ้ากาฟิวส์เป็นปฐม ใดๆ เหล่านี้ล้วนเป็นแผนชั่วร้ายของพวกนางทั้งนั้น ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการบั่นทอนกำลังสติปัญญาอันชาญฉลาดในการวางแผนของเจ้ากาฟิวส์ ให้เรรวนไม่เป็นท่า เมื่อได้ทราบว่าลูกน้อยของตนถูกทำร้ายนั่นเอง

    ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อความเนียนในการสร้างพรรคมาร พวกนางทั้งสี่ตนได้แปลงร่างเป็นสาวงาม สร้างบ้านแปลงเมืองเป็นคุ้มขึ้นมา ชื่อว่า “คุ้มสี่สาวเทเวศ”

    อันว่าความงามของพวกหล่อนได้ลือสะพัดออกไปดุจไฟลามฟางในหน้าร้อนว่า มาตรแม้นสี่สาวงามแห่งแผ่นดินจีน ผู้เป็นเจ้าของฉายาที่ว่า

    “มัจฉาจมวารี
    ปักษีตกนภา
    จันทร์หลบโฉมสุดา
    มวลผกาละอายนาง”

    ซึ่งหากไล่เรียงตามฉายาก็คือ

    ไซซี – สตรีผู้พลิกแผ่นดินด้วยความงาม แม้มวลหมู่ปลายังต้องจมน้ำ ด้วยหลงละเมอเพ้อมอง ขณะที่เธอไปก้มซักผ้าที่ริมลำธาร

    หวังเจาจวิน – ว่ากันว่า ขณะที่นางถูกส่งตัวไปให้ท่านข่านของเผ่าซงหนู ระหว่างเดินทางในทุ่งหญ้านั้น มวลหมู่นกถึงกับหลุบปีกตกจากท้องฟ้า เพราะว่าตะลึงงันต่อความโสภาของหล่อน

    เตียวเสี้ยน – จันทราถึงกับสะเทิ้นอายต่อความงามของหล่อน – เธอผู้ทำให้ทรราชตั๋งโต๊ะผู้เป็นพ่อบุญธรรม หักลำกับลิโป้ลูกเลี้ยง จนถึงกับลงมือเข่นฆ่ากัน สั่นสะเทือนระบอบการปกครองในสมัยราชวงศ์ฮั่น

    หยางกุ้ยเฟย – เธอคือหนึ่งในมูลเหตุแห่งการล่มสลายของราชวงศ์ถัง หล่อนทำให้ฮ่องเต้มัวเมาในรูปกามจนกระทั่งเกมส์การเมืองอ่อนแอ แพ้ต่อกลอุบายของเมืองอื่น อนิจจา ความงามที่แม้แต่มวลบุปผายังละอายนั้น ได้ชักนำเภทภัยมาสู่เธอ หล่อนถูกบังคับให้แขวนคอตาย ฐานเป็นเหตุให้ราชวงศ์ถังล่มสลาย

    ทว่า…

    สาวงามในคุ้มสี่สาวเทเวศแห่งนี้ นอกจากจะมีความงามอันเลิศภพจบแดนแล้ว พวกนางยังมีกิริยามารยาทอันเรียบร้อย เจียมใช้เจียมสอยทุกสิ่งสรรพ์ ทั้งยังนำทรัพย์ที่เหลือสอย ทะยอยออกแจกให้เหล่าคนจรหมอนหมิ่นที่ถูกเบียดเบียนจากรัฐบาลที่ปกครองประเทศแบบ “แผดงเดช เผด็จการ”

    เปล่า…

    เปล่าเลย พวกนางไม่ได้ใจดีจากเนื้อแท้ดอก หากแต่นี่คือการผูกใจมวลชนเหมือนดังที่อดีตผู้นำในบางประเทศแถบนั้น เคยใช้กลอุบายนี้สั่นสะเทือนระบบการปกครองของประเทศ “ดัวว่า” นั้นมาแล้ว จนแทบว่าจะทำให้สังคมแตกแยกเป็นฝักฝ่ายและลุกขึ้นเข่นฆ่ากันเองมะรอมมะร่อ

    ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านรู้จัก Dr. Jekyll and Mr. Hyde กันไหม? สองนามนี้คือคนเดียวกัน ตอนกลางวันจะเป็นคุณหมอใจดี คอยรักษาคนเจ็บไข้ได้ป่วย ครั้นพอตกตอนกลางคืน ก็คนเดียวกันนี้แหละ ที่กลายสภาพเป็นฆาตกรโรคจิต ออกอาละวาดก่อคดีสะเทือนขวัญ จนผู้คนในลอนดอนอกสั่นขวัญกระเจิงกันเลยเทียว

    พวกนางมารก็เช่นกัน ตอนกลางวันพวกเธอคือโฉมดรุณีแห่งคุ้มสี่สาวเทเวศ แต่คราวกลางคืน พวกนางจะกลายสภาพเป็นนางมารเจี๊ยบๆ ตัวขาวจั๊ว, นางมารกบเคโรนตัวเขียวอี๋, นางมารพิเดเลี่ยนตัวแดงแจ๋, และนางมารมะลิดอกเหลืองอ๋อยไปทันทีเช่นกัน จากนั้นก็จะพากันออกอาละวาดเข่นฆ่าผู้คน กวาดต้อนเอาดวงวิญญาณเหล่านั้นมาปลุกเสกให้เป็นลูกน้องคอยรับใช้ เพื่อวางแผนยึดครองโลกต่อไป

    ในเมื่อมีต่อไปแล้ว ก็ควรจะมีต่อมา

    ต่อมา…เจ้าชายน้อยและที่ปรึกษากาฟิวส์ก็เดินทางมาถึงประเทศพม่า เผอิญว่าได้มาพบกับเจ้าผีเสื้อหนุ่มพอดี ครั้นพอเจ้าชายทราบเรื่องร้ายที่มวลมารได้จับตัวผีเสื้อราตรีไปเป็นตัวประกันจากการบอกเล่าของสหาย จึงพูดปลอบใจให้เขาคลายความหุนหันพลันแล่นลง ทรงให้สติว่า การจะรับมือกับพวกนางมารได้ ต้องใช้ความสุขุมรอบคอบในการวางแผนที่รัดกุมรอบด้านเท่านั้น ถึงจะสามารถกำจัดพวกนางมารและช่วยเหลือตัวประกันออกมาได้อย่างปลอดภัย

    วันนั้นเป็นวันพระขึ้นสิบห้าค่ำ

    และแล้วในคืนวันเพ็ญนี้เอง “ยุทธการคานทอง” ที่จะใช้เผด็จศึกในครั้งนี้ ได้คลอดออกมาจากมันสมองของจอมยุทธ์ฝ่ายธรรมะทั้งสามท่าน

    หึๆ พวกนางมารคงยังไม่รู้กันสินะว่า ความหายนะของคุ้มสี่สาวเทเวศใกล้จะมาถึงแล้ว

    หึๆ ใช่ พวกนางยังไม่รู้แน่นอน

    หึๆ คอยอ่านตอนต่อไปละกัน

    หึๆ แม้แต่คนเขียนยังไม่รู้เลย

    วุ้ย! จบตอนเถอะงั้น

    นี่แน่ะ!

    จบตอน.

  45. ฉะหวัดดีจ้า คนบ้าทุกโคนนนนนน ..

    .

    คืนก่อนที่นี่ฝนตกหนักเลยค่ะท่านรอง ฯ
    แต่แทนที่ข้าพเจ้าจะนอนผักผ่อนให้สุขกาย สบายชีวี
    กลับนั่งเลือกไหมสีสวย ๆ มาคิดลายถักเสื้อจนดึกซะงั้น

    ขอให้พักผ่อนอย่างมีความสุขเช่นกันนะคะ
    (( วันนี้มารดำทำงานเหมียนเคยค่ะ – -” ))

    .
    .

    อะแฮ่ม !!

    ความหายนะจะมาถึง “คุ้มสี่สาวเทเวศ” หรือไม่ ข้าพเจ้าไม่ทราบดอกค่า
    แต่ที่รู้ก็คือว่า “ตอนที่ (15)” หายไปอ่ะค่ะ คุณป๋าขา
    555555+😆

    คนอาไร้ โม้ได้เป็นเรื่องเป็นราว (( แถมยังอ่านสนุกอีกซะงั้น ))

    .
    .

    สุขสันต์วันอาทิตย์จ้า
    -จขบ.-

  46. สวัสดีคืนวันอาทิตย์ค่ะ

    วันนี้เป็นวันหยุดที่อากาศค่อนข้างดีค่ะท่านประธาน
    ผิดกับเมื่อวานที่ฝนตกทั้งวัน (สลับกันได้ก็ดี)

    ข้าพเจ้าเลยได้โอกาสรีบซักผ้ากองโต
    ก่อนที่จะไม่มีให้ใส่แล้วเพราะผ้าไม่แห้ง ^__^

    สวัสดีค่ะคุณสวรรค์เสก
    นิทานก่อนตื่นตอนนี้กลายเป็นนิทานก่อนนอนไปซะแล้วล่ะ
    เพราะมาอ่านเอาป่านนี้แล้วอ่ะนะ

    สุขสันต์วันพระค่ะ ^__^

  47. เอ๋า ท่านประธานนี่ก้อน้าาาาาา

    นิทานก่อนตื่นตอนที่ 14 ก็คือตอนที่ต่อกับนิทานก่อนนอนเรื่อง “ถุงวิเศษ” นั่นแหละขอรับ แต่กระผมยั่วล้อกับพล็อตในเรื่องนิดหน่อย คือ ซ่อนจริงเอาไว้ในเท็จ ลวงเท็จเอาไว้ในจริง (เทคนิคของอีตา อิตาโล คาวิลโน เชียวนะนี่ ผมว่าจะเขียนเรื่องความจริงแต่ละขั้นในนิยายให้อ่านอยู่เหมือนกันแหละขอรับ แต่รอก่อนๆ เน๊าะครับเน๊าะ)

    ชื่อตอนนิทานนั่นก็ด้วย ทำไมเราต้องเอาไปเริ่มต้นเสมอไปล่ะ ใช่ไหมครับ ผมเลยเอามาห้อยปิดท้ายไปซะเลยหมดเรื่องไป (หุหุหุ มั่วน่ะครับมั่ว)

    ตอนที่ 15 ก็มาตามระบบแล้ว

    ตามด้วยตอนที่ 16 ซึ่งเพิ่งโพสต์เมื่อวาน

    เห็นไหมขอรับ ตามสเต็ปเป๊ะ ไม่มีพลาด ไม่ตกหล่นสักตอนเลย

    .
    .
    .

    อาคุงแซดขอรับ

    จะอ่านตอนไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละขอรับ

    ยิ่งถ้ามาอ่านซ้ำอีกครั้งในวันนี้ แล้วแอบหลบไปนอนขณะทำงานด้วยละก้อ จะกลายเป็นทั้งนิทานก่อนนอน และก่อนตื่นไปในตัวเลยเทียว

    หุหุหุ ลองดูๆ ลองทำดูดิ

  48. อ่ะ อ่าว ..

    เรื่องมันเป็นอย่างนี้เองหรือคะท่านเลขา ฯ

    วาย ..
    หว่าย ..
    ว่าย ..
    ว้าย ..
    หวาย ..

    ข้าพเจ้าคงตาลายน่ะค่ะ .. น่าอายจัง😳

  49. อยากลองทำดูเหมือนกันค่ะคุณสวรรค์เสก
    ติดอยู่นิดเดียวว่ามันทำไม่ได้นี่สิคะ -*-

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s