“หญ้าบาดที่ปากคอก” โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

 September 6, 2008 at 3:33 am

.
.

“ยายหายไปไหนหรือแม่?” น้ำเสียงใสๆ ของลูกน้อยวัยประมาณ 7-8 ขวบ เอ่ยถามผู้เป็นแม่

“ยายไปรักษาอุโบสถศีลน่ะลูก”

“ไปรักษาโบสถ์เหรอ?…แล้ว…ทำไมพระที่วัดไม่รักษาเองล่ะแม่?” เจ้าหนูถามต่อซื่อๆ

“คนละเรื่องแล้วล่ะลูก โบสถ์ที่ลูกพูดถึงน่ะ เป็นอาคารยอดแหลมๆ ในวัด คนละอย่างกับอุโบสถศีลที่ยายไปรักษา คือว่า คุณยายไปรักษาศีล 8 ที่วัดน่ะ ไปนุ่งขาวห่มขาวคล้ายๆ แม่ชี แต่ไม่ได้โกนหัวโกนคิ้วเหมือนแม่ชีหรอกนะลูก”

“เหรอครับแม่…แล้ว…ทำไมต้องไปรักษาศีลที่วัดด้วยล่ะแม่? ทำไมยายไม่รักษาศีลอยู่ที่บ้าน?” เจ้าหนูถามเสียงสร้อย ก่อนสะบัดเสียงตัดพ้อเบาๆ ต่อไปว่า “แล้ว…แล้วคืนนี้ใครจะเล่านิทานให้หนูฟังล่ะ?” นี่ต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญที่สุดที่เจ้าหนูถามหายาย

หากบิดาของนักประดิษฐ์คือปัญหาต่างๆ แล้วไซร้ ความสงสัยของหนูน้อยคนนี้ ก็คือลูกกุญแจที่จะไขหีบความจำเก่าๆ ของผู้เป็นแม่ ให้เปิดออกมาทบทวนดูว่า ในนั้นเคยมีความรู้เกี่ยวกับศาสนา เกี่ยวกับวัด เกี่ยวกับศีลธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าแค่ไหน เพื่อจะได้นำออกมาปัดฝุ่นอธิบายให้ลูกชายฟัง

สมมุติว่าท่านผู้อ่านเป็นบิดาหรือมารดาของเด็กน้อยผู้นั้น

สมมุติว่าเด็กน้อยนั้นซักถามต่อไปอีกว่า ศีลอุโบสถต่างจากศีลห้าอย่างไร? มีอะไรบ้าง? ผู้อ่านคิดว่าจะตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องพื้นฐานของพุทธศาสนา ที่พุทธศาสนิกชนต้องรู้แล้วนำไปประพฤติปฏิบัติตามเหล่านี้ได้หรือไม่?

อืม น่าคิดเหมือนกันนะ

ถ้างั้นมาเถิด เรามาสมมุติตนเองว่าเป็นผู้ตอบคำถามของลูกน้อยคนนั้น และชาวต่างชาติที่จะมาถามปัญหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนากันดีกว่า

เริ่มกันเลยนะครับ

“ศีล 5 มีดังนี้นะจ๊ะลูก

1. ห้ามฆ่าสัตว์
2. ห้ามลักทรัพย์
3. ห้ามผิดกาเม คือไม่ล่วงละเมิดลูกเมียของผู้อื่น
4. ห้ามพูดเท็จ โกหก ปลิ้นปล้อน
5. ห้ามดื่มสุรายาเสพติดทุกชนิด

เข้าใจแล้วใช่ไหมจ๊ะ?”

เจ้าหนูพยักหน้าหงึกๆ เหมือนจะเข้าใจ (ไม่แน่นา เขาอาจจะเข้าใจจริงๆ ก็ได้นา ใช่ไหมๆ) แล้วถามแม่ต่อไปว่า “แล้ว…ศีลสดๆ ที่ยายไปรักษานั่นล่ะแม่ ต่างจากศีลห้ายังไง?”

“ศีลอุโบสถจ้าลูก ไม่ใช่ศีลสดๆ” ผู้เป็นแม่ตอบขำๆ แล้วอธิบายต่อ “ก็เหมือนกันหลายข้อเลยนะลูก แต่ก็มีบางข้อที่แตกต่างกันออกไป และมีเพิ่มขึ้นมาอีก 3 ข้อ รวมเป็น 8 ข้อ ซึ่งแท้จริงแล้วถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเรียกว่า “อัฏฐศีล” แปลว่า “ศีลแปดประการ” น่ะลูก แต่คนเฒ่าคนแก่เช่นยายของลูกน่ะ จะไปรักษาศีลแปดนี้กันในวันพระ หรือที่เรียกว่า “วันอุโบสถ” ก็เลยเรียกศีลแปดนี้ว่า “อุโบสถศีล” น่ะจ๊ะ”

“มีอะไรบ้างล่ะแม่?”

“ก้อมี…

1. ห้ามฆ่าสัตว์
2. ห้ามลักทรัพย์
3. ต้องประพฤติพรหมจรรย์ คือ เว้นจากการร่วมประเวณีกับเพศตรงข้าม
4. เว้นจากการพูดเท็จ
5. เว้นจากการดื่มสุรายาเมา
6. เว้นจากการรับประทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว
7. เว้นจากการฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการละเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ ไม่ทัดทรงสวมใส่เครื่องประดับ น้ำหอม ครีมประเทืองผิวต่างๆ
8. เว้นจากการนอนบนที่นอนสูงใหญ่อันหรูหราฟุ่มเฟือย

นี่แหละจ๊ะ มี 8 ข้อแบบนี้แหละลูก”

“ถ้าไม่ใช่วันสดๆ อะไรนี่ จะรักษาศีลแปดได้ไหมแม่?”

“ได้สิลูก จะรักษาเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น เหมือนแม่ชีไงล่ะจ๊ะ แม่ชีที่อยู่ประจำที่วัดก็รักษาศีลแปดนี่แหละ” เห็นลูกน้อยทำท่าทางสนใจ ผู้เป็นแม่จึงอธิบายต่อ “อย่างคนหนุ่มคนสาวทุกวันนี้ก็นิยมไปรักษาศีลแปดที่วัดกันมากขึ้นนะจ๊ะลูก ไม่ได้ไปเฉพาะวันอุโบสถเหมือนคนแต่ก่อน

ทุกวันนี้ เรามักจะเรียกการไปบวชถือศีลแปดแบบนี้ว่า “บวชเนกขัมมะ” แปลว่า “การออกบวชปลีกตัวปลีกใจออกจากกามคุณ เพื่อบำเพ็ญศีล เจริญสมาธิ พัฒนาปัญญา ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์” น่ะลูก คำว่า เนกขัมมะ หรือว่า การออกบวช นี้ ใช้ได้กับนักบวชทุกประเภททั้งผู้ชายและผู้หญิงเลยล่ะจ่ะ”

ขณะที่ผู้เป็นแม่อธิบายเรื่องศีลห้ากับศีลแปดอย่างละเอียดละอออยู่นั้น เพื่อนร่วมวงดีดลูกแก้วของเจ้าหนูก็ชักขบวนเดินมาถึงพอดี พลางร้องเรียกให้ลงไปร่วมวงไพบูลย์ด้วยกัน เจ้าหนูลุกขึ้นได้แล้วรีบวิ่งแจ้นลงไปหาเพื่อนๆ ทันที

ผู้เป็นแม่นึกภาคภูมิใจ ไม่ใช่ภูมิใจในตัวลูกน้อยสักเท่าไหร่หรอก แต่ภูมิใจที่ตัวเองตอบปัญหานั้นได้ ไม่ถูกลูกน้อยต้อนจนมุมเสียก่อน

รอดตัวไป

สมมุตินะครับสมมุติ

สมมุติต่อไปอีกว่า หากมีคนเดินดินกินขนมปังทาเนย จิบน้ำชากาแฟเป็นว่าเล่น จนร่างกายสูงใหญ่ ผมสีทอง ตาสีฟ้า เกิดความสนใจในพระพุทธศาสนาขึ้นมา เดินเข้ามาหาแล้วถามผู้อ่านว่า

“What is the main point of Buddhist religion? What the Buddha taught?” (ใจความสำคัญของหลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนาคืออะไร? พระพุทธเจ้าท่านสอนอะไรหรือ?)

คุณๆ คิดว่าจะตอบคำถาม “หญ้าปากคอก” นี้ได้ไหมครับ?

เอาละซีครับ ยุ่งเป็นฝอยขัดหม้อกันอีกแล้วไหมล่ะ

สมมุตินะครับสมมุติ

สมมุติว่าเราเคยอ่านพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรมของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) มาแล้วละก้อ เราน่าจะตอบได้ว่า

“The three Admonitions or Exhortations of the Buddha are;

1. Not to do any evil.
2. to do good, to cultivate good.
3. to purify the mind.”

(ประมวลคำสอนที่เป็นหลักใหญ่ของพระพุทธเจ้าสามประการ คือ

1. ไม่ทำความชั่วทั้งปวง
2. ทำแต่ความดี
3. ทำใจของตนให้สะอาดบริสุทธิ์)

“Does the Buddhism have to follow any rules?.”
(ชาวพุทธมีข้อปฏิบัติอะไรไหม?)

“Yes, of course. (อ้อ มีสิ)

It calls the five precepts or the rules of morality;
1. to abstain from killing.
2. to abstain from stealing.
3. to abstain from sexual misconduct.
4. to abstain from false speech.
5. to abstain from toxicants causing heedlessness.”

(ข้อปฏิบัตินั้นเรียกว่าศีลห้า หรือว่าหลักความประพฤติชอบทางกายและวาจา คือ

1. เว้นจากการฆ่าสัตว์ การประทุษร้าย
2. เว้นจากการลักทรัพย์ การฉ้อโกง
3. เว้นจากการล่วงละเมิดบุคคลผู้ไม่ใช่ภรรยาหรือสามีตน
4. เว้นจากการพูดเท็จ โกหก หลอกลวง
5. เว้นจากการดื่มสุราและสิ่งเสพติดให้โทษต่างๆ)

เอาล่ะครับ ถ้าหากผู้อ่านจำหลักการเหล่านี้ได้แล้ว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะตอบคำถามที่เกี่ยวกับหลักพื้นฐานของพระพุทธศาสนาไม่ได้ ไม่ว่าผู้ถามจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติก็ตาม

หัดท่องประโยคเหล่านี้เอาไว้ให้ติดปากบ้างก็ดีนะครับ

และแน่นอน จะดียิ่งไปกว่านั้น หากนึกถึงบ่อยๆ จนติดใจ และประพฤติตามจนติดเป็นนิสัยด้วย

สาธุครับ.

3 comments

  1. สาธุ .

    อ่านแล้วก็รู้สึกโล่งใจไปกับคุณแม่ในเรื่องสมมติเรื่องนี้ด้วยเลยค่ะ ต้องยอมรับว่า เด็ก ๆ มักมีนิสัยช่างซักช่างถามอย่างหาที่สุดไม่ได้กันทุกคน

    สงสัยต้องเสนอ พรบ. ให้คุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ทั้งหลายซ้อมตอบปัญหาเหล่านี้เข้าสู่ที่ประชุมของ ครม. เสียด้วยแล้วล่ะค่ะ .. อิ อิ

    .
    .

    ส่วนคำสั่ง (สอน) ที่พี่หนานสอให้ท่องจนติดปาก นึกถึงจนติดใจ และประพฤติตามจนติดเป็นนิสัยนั้น .. มารดำขอน้อมรับ

    ว่าแต่พี่หนานคะ จากที่เคยสดับรับฟังเรื่องศีล 5 แล ศีลสด ๆ มาแล้วเนือง ๆ หากยังมีข้อสงสัยตะหงิด ๆ อยู่ในใจอยู่ว่า ในบรรดาศีลที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บัญญัติไว้นั้น ข้อใดสำคัญที่สุด ? หากละเมิดแล้วจักผิดบาปรุนแรงที่สุดหรือคะ

    เดาว่าศีลข้อ 1 ใช่ไหม ? มิเช่นนั้นคงไม่ได้เป็นที่ 1 หรอกเนาะ
    แม่นก่อเจ้า แม่นก่อ ๆ ?

    ด้วยความเคารพ😀
    -มารดำ.-

  2. สาธุ สาธุ สาธุ

    จะพยายามปฏิบัติตามนั้นค่ะ

    ภาคปฏิบัติไม่ยากเท่าไหร่
    แต่ภาคทฤษฎีเรื่องการทำใจให้สะอาดบริสุทธิ์
    คงต้องใช้ความพยายามสูง ^^”

  3. สาธุ๊ ขอบคุณหลาย ป๋าสอท่านอุตส่าห์หาภาษาปะกิดมาตอบให้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s