ถนนชีวิต

ถนน บางช่วงคดเคี้ยว
ต้องประคองรถเลาะเลี้ยวไปข้างหน้า

ชีวิต บางช่วงเวลา
ต้องก้าวเดินช้า ๆ อย่างระมัดระวัง

 
ขอให้ปลอดภัยในทุกเส้นทาง
ใช้สติกำกับให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

😀

19 comments

  1. ข้าวพเจ้าก็อยู่ในช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อ เช่นกัน ^^”
    คงต้องระมัด ระวัง มากขึ้น หุหุ

  2. ถนน – มีเอาไว้ให้เดิน
    ชีวิต – มีเอาไว้ให้ใช้

    จะเดินไปทางไหน?
    จะใช้ชีวิตอย่างไร?

    ก็ตัวใครตัวมันแล้วล่ะขอรับคราวนี้

    .
    .

    ปล. เนื่องในวันวิสาขบูชาที่จวนจะมาถึงนี้ ขอให้เพื่อนๆ จงมีความสุขกายสบายจิตกันทุกคนนะ

    ตัวเกล้ากระผมก็ขอเว้นวรรคการโม้ เพื่อพักจิตผ่อนใจให้สบายสัก 3-4 วันเหมือนกัน

    โชคดีจ้า

    -เพื่อนเจ้าชายน้อย-

  3. สวัสดีค่ำวันเสาร์ค่ะ
    วันนี้ที่นี่อากาศดีมากๆ ^__^

    ขอบคุณค่ะ คุณสิญจน์ สวรรค์เสก
    ขอให้คุณมีความสุขกับการพักผ่อนและ จิตใจสงบอย่างที่ต้องการนะคะ

    ส่วนตัวข้าพเจ้ายังต้องทำงานที่สะสมไว้ตอนลาป่วยต่อไป ^^

    สุขสันต์วันพักผ่อนสำหรับทุกท่านค่ะ

  4. สวัสดีค่ำวันพระค่ะทุกท่าน
    ขอให้บุญรักษานะคะ

    -จขบ.-😀

  5. สวัสดีคืนวันพระค่ะ

    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ^__^

  6. กลับถึงโดยสวัสดิภาพแล้วขอรับ

    ขอจัดกระเป๋าก่อน แหะๆ

    ปล. ภาพถ่ายไม่เท่าไหรดอกขอรับ ฝีมือขับรถท่านนี่สิ สุดยอดๆๆๆๆๆๆๆ🙂

  7. อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณ Z

    ขอบคุณมากนะคะที่เป็นห่วง
    หลังจากหายใจเล่นในม่านหมอกเมื่อเช้าวานนี้
    ข้าพเจ้าทำตัวเป็นเด็กดีนอนหลับตั้งแต่สองทุ่มครึ่งยันสว่างเลยค่ะ
    5555555+

    .

    ขอบคุณที่ส่งข่าวค่ะท่าน (… )
    ว่าแต่กระเป๋าท่านมีอะไรที่ต้องจัดด้วยหรือคะ

    หุ
    หุ

    -จขบ.-😀

  8. สวัสดีตอนบ่ายค่ะท่านรอง ฯ Z

    วันนี้เป๋นจะไดพ่อง
    ยิ้มอย่างเดียวบ่อู้บ่จ๋า

    เอ ..

    หรือว่า ปวดฟันคุด !?!?😀

  9. วันนี้งานเยอะ วุ่นวาย และเร่งรีบค่ะ
    เลยพูดไม่ออก ^^

  10. อ่อ ..

    โอเค ๆ ๆ รับทราบค่ะ

    ยังไงท่านรอง ฯ ก็พยายามเข้านะคะ
    แล้วข้าพเจ้าจะเอาใจช่วยอยู่ทางนี้ให้ เพราะไม่สามารถไปตัวเป็น ๆ ได้

    สู้ ๆ ค่ะท่าน ^ ^ v

    -จขบ.-

  11. ขอบคุณค่ะท่านประธาน

    เพิ่งส่งงานด่วนเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ
    ต่อไปก็เหลือแต่งานเรื่อยๆ (ถ้าไม่มีคนเร่ง หุหุ)

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ

  12. สวัสดีย่ำค่ำ (เหยียบดึก) ค่ะทุกท่าน

    .

    ข้าพเจ้าก็เพิ่งวางมือจากงานเร่งไปมะกี้นี่เองค่ะ ท่านรอง ฯ Z
    ส่วนงานเร่งของพรุ่งนี้เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยเร่งทำละกัน หุ หุ

    เรามาสุขสันต์กับเวลาเรื่อย ๆ ของวันไปด้วยกันเถอะค่ะ
    555555+

    .
    .

    ตกลงค่ะ ท่าน (… )

    ขอให้ “วันทำงานจงเจริญ”
    ขอให้ “วันทำงานจงเจริญ”
    ขอให้ “วันทำงานจงเจริญ”

    โปรดอ่านอีกครั้งหนึ่ง ..

    ขอให้ “วันทำงานจงเจริญ”
    ขอให้ “วันทำงานจงเจริญ”
    ขอให้ “วันทำงานจงเจริญ”

    โอ้ว .. เย่ ..

    5555555+

    ข้าพเจ้าตามไป “อ่านให้โง่…” แล้วล่ะ
    ได้โปรดขะใจ๋เอาที่เหลือมาอัพไว้นะเจ้าคะ
    แล้วจะปีนตามลิงค์ไปอ่านค่ะ

    -มารดำ.-😀

  13. ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่สดใส ราบรื่น และเรื่อยๆ นะคะ

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^__^

  14. ขอบคุณค่ะคุณ Z

    .

    ขอให้นอนหลับฝันดีเช่นกันนะคะ
    ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    😀

  15. ควันหลงวันวิสาขบูชาน่ะขอรับ

    อ่านหลักธรรมคำสอนของพระบรมครูกันสักหน่อยก็คงจะดีเน๊าะ เพื่อจะได้มีวันทำงานที่สดใส ราบรื่น และเรื่อยๆ กันไงล่ะ

    เอ๊า!
    อ่านเถิ๊ด!

  16. ลับ ลวง พลาด…………………โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

    .
    .

    สมัยกาลคาบหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงปรารภภิกษุลวงโลกผู้หนึ่ง แล้วทรงแสดงอดีตชาดกต่อไปว่า

    ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสีนั้น มีเศรษฐีผู้หนึ่งเป็นผู้มีทรัพย์มาก เกิดศรัทธาเลื่อมใสในดาบสผู้หนึ่ง จึงสร้างอาศรมให้ดาบสอาศัย ได้นำอาหารไปถวายทุกวันมิได้ขาด ด้วยเข้าใจว่าดาบสผู้นี้เป็นผู้มีศีลธรรมดี

    ต่อมา เศรษฐีได้นำทองคำ 100 แท่ง ไปฝังไว้ใต้อาศรมของดาบสนั้น ด้วยคิดว่าสถานที่แห่งนั้นปลอดภัย ทั้งดาบสก็รับปากว่าจะดูแลทองคำเหล่านั้นอย่างดี

    พอเศรษฐีกลับไปแล้ว ดาบสคิดว่า ‘อืมม์ ทรัพย์สมบัติตั้งมากมายปานนี้ เราคงนำไปใช้เลี้ยงชีวิตได้อย่างสุขสบายเป็นแน่’

    คิดดังนี้แล้ว ดาบสก็ขุดเอาทองคำเหล่านั้นขึ้นมา เคลื่อนย้ายเอาไปฝังไว้ยังที่แห่งใหม่ ในทิศที่ตนคิดจะหนีไป แล้วย้อนกลับมาพักที่อาศรมในคืนนั้น

    รุ่งเช้า ดาบสเข้าไปหาเศรษฐีแล้วกล่าวว่า

    “ดูก่อนท่านเศรษฐี ข้าพเจ้าอยู่อาศัยท่านมาก็นานแล้ว ทั้งการอยู่ในที่แห่งเดียวนานๆ เช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดการคุ้นเคย คลุกคลี อันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรแก่บรรชิต ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจำต้องขอลาท่านเศรษฐีเพื่อออกเดินทางจาริกต่อไป”

    “โอ้ ได้โปรดเถิดท่านดาบส อย่าได้จากพวกข้าพเจ้าไปเลย หากการเดินทางไปหาท่านที่อาศรมเป็นการรบกวนไซร้ เบื้องหน้าต่อนี้ไป พวกข้าพเจ้าจักไม่ทำอีก”

    เศรษฐีพยายามกล่าวอ้อนวอนทัดทานเช่นนี้หลายครั้ง แต่ดาบสก็ยืนกรานที่จะเดินทางจาริกต่อไปเหมือนเดิม เมื่อเห็นว่าไม่สามารถเหนี่ยวรั้งให้ดาบสให้อยู่ต่อไปได้แล้ว เศรษฐีจึงกล่าวว่า

    “กระนั้นเลยท่านดาบส ในเมื่อท่านเห็นสมควรดีแล้วเช่นนี้ ข้าพเจ้าก็จะไม่เหนี่ยวรั้งท่านอีก แต่ขอให้ข้าพเจ้าได้ออกไปน้อมส่งท่านยังประตูหน้าบ้านด้วยเถิด”

    กล่าวดังนี้แล้ว ท่านเศรษฐีก็เดินลงไปส่งดาบสผู้นั้นจนถึงประตูเรือน

    เมื่อดาบสเดินจากไปกระทั่งลับตาเศรษฐีแล้ว จึงคิดว่า ‘เอาละ เราจะลวงเศรษฐีผู้นี้ด้วยอุบาย ให้เขาเชื่อถือเราจนสนิทใจ’

    คิดดังนี้แล้วก็หยิบเอาเศษหญ้ามาวางไว้บนชฎามวยผม แล้วเดินย้อนกลับไปที่บ้านเศรษฐี

    “อ้าวท่านดาบส ท่านกลับด้วยเหตุอันใดหรือ?” เศรษฐีถามขึ้นเมื่อเห็นดาบสเดินกลับมา

    “ดูก่อนเศรษฐี หญ้าบนหลังคาเรือนของท่านติดมวยผมของเราไปเส้นหนึ่ง เราเห็นว่าการถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้นั้น ไม่สมควรแก่บรรพชิตเลย เราจึงย้อนกลับเอาหญ้ามาคืนให้ท่าน”

    “โอ้ นั่นเป็นการลำบากแก่ท่านดาบสแท้ๆ ท่านจงทิ้งเศษหญ้านั้นเสียเถิด แล้วเชิญท่านดาบสออกเดินทางต่อไปด้วยความสบาย”

    ครั้นเศรษฐีกล่าวดังนี้แล้ว ดาบสก็เดินทางจากไป เศรษฐียังกล่าวสรรเสริญดาบสนั้นอยู่ไม่ขาดปากว่า ท่านช่างเป็นผู้มีศีลธรรมดี แม้หญ้าเส้นเดียวท่านก็ไม่คิดจะเอาของผู้ใด ยังอุตส่าห์นำกลับมาคืนให้เจ้าของเดิมเช่นนี้

    ขณะนั้น มีพ่อค้าผู้หนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนกับเศรษฐีนั่งอยู่บนเรือนด้วย เมื่อได้สดับถ้อยคำทั้งเห็นกิริยาอาการของดาบสแล้ว จึงคิดว่า ‘ดาบสผู้นี้ต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่นอน จำเราต้องลองถามสหายของเราดู’ ตรึกตรองดังนี้แล้วจึงถามขึ้นว่า

    “ดูก่อนสหาย ท่านได้ฝากสิ่งของใดไว้กับดาบสผู้นี้บ้างหรือไม่?”

    “อ้อ ฝากสิ เราได้ฝากทองคำจำนวน 100 แท่งไว้กับดาบสนี้”

    “เช่นนี้ก็แย่แล้ว สหายอย่ามัวช้าอยู่เลย จงรีบไปตรวจสอบดูทองคำนั้นเสียแต่บัดนี้”

    ท่านเศรษฐีพร้อมด้วยคนรับใช้ได้ตรงไปยังบรรณศาลาของดาบส ขุดลงไปดูตรงที่ตนได้ฝังทองคำเอาไว้ ปรากฏว่าทองคำเหล่านั้นหายไปหมดแล้ว เศรษฐีตกใจมาก รีบกลับมาบอกพ่อค้าผู้เป็นสหาย

    พ่อค้าผู้เพื่อนจึงกล่าวว่า “ทองคำของท่านนั้น มิใช่ผู้หนึ่งผู้ใดขโมยไปดอก คือดาบสผู้นั้นแหละเป็นผู้ขโมย ท่านจงรีบตามดาบสนั้นไปเสียโดยไว เมื่อทันแล้วย่อมได้ทองคำคืน”

    ได้รับคำแนะนำจากสหายพ่อค้าเช่นนี้ เศรษฐีพร้อมด้วยบริวารก็รีบรุดติดตามดาบสไป

    เมื่อตามไปทัน ก็จับกุมดาบสมาสอบถามความจริง ดาบสผู้นั้นทนทัณฑ์ทรมานไม่ได้ ก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้เอาทองคำไปจริง แล้วบอกตำแหน่งที่ฝังทองเอาไว้ให้เศรษฐีทราบ

    ได้ทองคำคืนทั้งหมดแล้ว เศรษฐีสั่งให้คุมตัวดาบสทุศีลกลับไปที่เรือน

    พ่อค้าผู้ชาญฉลาดเห็นเช่นนั้น จึงกล่าวติเตียนดาบสว่า

    “วาจาของท่านช่างอ่อนหวาน ล้วนแล้วแต่เป็นถ้อยคำที่สละสลวย แม้หญ้าเพียงเส้นเดียวท่านก็ไม่คิดจะถือเอาของผู้อื่น แต่ทำไมทองคำตั้ง 100 แท่งที่ท่านนำไป กลับไม่เป็นการขัดข้องต่อศีลธรรมของท่านเลยหรือ”

    กล่าวดังนี้แล้ว พ่อค้าผู้นั้นได้อบรมดาบสผู้มีใจละโมบอีกเป็นอันมาก ไม่ให้ประพฤติตนเป็นคนลวงโลกต่อไป

    ครั้นสมเด็จพระบรมศาสดาโปรดประทานอดีตเทศนาเรื่องนี้จบลง ทรงตรัสต่อไปว่า

    “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้จะได้กล่าวลวงโลกแต่ในบัดนี้ก็หาไม่ ถึงในปางก่อนเขาได้เคยกล่าวมาแล้วเช่นกัน”

    ทรงประชุมชาดกต่อไปว่า

    “ดาบสลวงโลกในครั้งนั้น ได้มาเกิดเป็นภิกษุผู้ลวงโลกในบัดนี้

    ส่วนพ่อค้านั้น ได้มาเกิดเป็นเราตถาคตนี้แล”.

    ………..

    “ตุ๊กแกกินปูนร้อนท้อง”

    เป็นสำนวนไทยที่หมายถึงบุคคลผู้กระทำความผิด แล้วปกปิดเอาไว้ไม่ให้ใครรู้ แต่ด้วยความกลัวที่คนอื่นจะรู้นั่นเอง ทำให้เขาทำอะไรที่ปรากฏพิรุธออกมา ให้ถูกจับได้อยู่ดีนั่นเอง

    หลักจิตวิทยาได้กล่าวเอาไว้เหมือนกันว่า อะไรที่เกินไป เช่น ดีเกินไป สงบเกินไป สะอาดเกินไป สวยเกินไป ตลกเกินไป ฯลฯ ผิดวิสัยปกติที่เคยเป็นมาแล้วละก้อ ให้สังเกตดูดีๆ เถิด ต้องมีอะไรสักอย่างผิดปกติอยู่เบื้องหลัง “ความเกินไป” นั้นๆ อย่างแน่นอน

    ต่อเรื่องการทำความผิดในที่ลับนี้ หลวงปู่ชา สุภัทโท ท่านกล่าวเอาไว้ได้คมคายดีเหลือเกินว่า หากบุคคลใดแอบทำความชั่วในที่ลับ แล้วคิดว่าไม่มีคนเห็นแล้วละก้อ เท่ากับว่าบุคคลนั้นกำลังดูถูกตัวเอง ก็ในเมื่อตัวผู้กระทำผิดนั้นก็เป็นคน แต่กลับคิดว่าไม่มีคนเห็น แสดงว่าขณะจิตนั้น บุคคลผู้นั้นไม่ใช่คนแล้ว

    ดังนี้จะเห็นว่า หลักกรรม หรือว่าหลักการกระทำและผลที่จะได้รับนั้น เป็นเรื่องภายในใจของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ไม่ขึ้นอยู่กับว่าคนอื่นจะเห็นหรือไม่เห็นว่าตนได้ทำดีหรือทำชั่ว

    ถ้าการกระทำนั้นดี เป็นบุญเป็นกุศล ผลแห่งการกระทำนั้นย่อมปรากฏออกทางสีหน้า แววตา ท่าทางและกิริยาอาการของผู้กระทำอย่างแน่นอน

    แต่หากเป็นกรรมที่ผิดต่อหลักศีลธรรม เป็นการกระทำที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองและผู้อื่นไซร้ จะต้องมีพิรุธปรากฏออกมาทางท่าทางและการกระทำ ให้คนที่มีสติปัญญา ที่สามารถมองลึกลงไปถึงเหตุผล สังเกตเห็นได้อยู่นั่นเอง

    อาการผิดปกติของดาบสในชาดกที่ผ่านมานั้น ความจริงแล้วเศรษฐีน่าจะมองออก แต่ความศรัทธาเลื่อมใสโดยถ่ายเดียวเป็นตัวปิดบังปัญญา ทำให้มองความผิดปกตินั้นไม่ออก

    ศรัทธาที่ไม่ประกอบด้วยปัญญานี้ ในทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า “ศรัทธาญาณวิปยุทธ์”

    ต่างจากพ่อค้าผู้มีปัญญา เมื่อพิจารณาดูการกระทำของดาบสแล้วก็เห็นข้อผิดสังเกตทันที จึงวิเคราะห์เชื่อมโยงเรื่องราว สาวไปถึงมูลเหตุที่อยู่เบื้องหลังการกระทำนั้นๆ ได้อย่างง่ายดาย

    ในเมื่อกล่าวถึงศรัทธาชนิดแรกแล้ว เพื่อความรู้อันสมบูรณ์ในหลักศรัทธา จะขอกล่าวถึงศรัทธาอีกชนิดหนึ่งซึ่งเป็นคู่ตรงข้ามกับศรัทธาชนิดแรกด้วย นั่นคือ “ศรัทธาญาณสัมปยุทธ์” อันเป็นศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา คือผ่านการพิจารณาในเรื่องนั้นๆ อย่างละเอียดครบด้าน จนแจ่มแจ้งดีแล้ว ค่อยปลงใจเลื่อมใสศรัทธา

    มีสำนวนเชิงปรัชญาบทหนึ่งว่า “การศรัทธาโดยไม่มีเหตุผลคือการงมงายชนิดหนึ่ง” คำพูดประโยคนี้ นำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในสังคมไทยได้ดีเหลือเกิน

    เรามักจะได้ยินอยู่บ่อยๆ ว่า เดี๋ยวก็ปรากฏข่าวว่าผู้คนหลั่งไหลไปกราบไหว้อะไรบางอย่างที่ผิดเพี้ยนไปจากธรรมชาติเดิมที่ควรจะเป็น ด้วยความศรัทธาว่านั่นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธ์ สามารถให้ผลดลบันดาลสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในชีวิตของผู้กราบไหว้บูชาได้

    รวมไปถึงปรากฏการณ์วัตถุมงคลประเภทต่างๆ ในรูปเครื่องลางและสัญลักษณ์รูปบูชา ที่ “ฟีเวอร์” ขึ้นมาเป็นช่วงๆ แล้วก็ซบเซาลงไปในเวลาไม่นาน ปล่อยให้สาธุชนผู้มากล้นด้วยศรัทธาต่อรูปเคารพนั้นๆ ผจญกับชะตากรรมความทุกข์ยาก ในยุคน้ำมันแพงกันต่อไปเหมือนเดิม

    ตอนนี้ผู้คนกำลังลำบากเรื่องข้าวแพง อีกหน่อยเซียนวัตถุมงคลทั้งหลาย คงได้อัญเชิญเทพเจ้าตนใหม่ ให้ลงมาช่วยองค์จตุคามรามเทพ ปัดเป่าทุพภิกขภัยให้ปวงประชาเป็นแม่นมั่น

    โปรดจับตาดูด้วยความระทึกเทอญ!

  17. ขอบคุณมากค่ะท่านสิญจน์ สวรรค์เสก

    .

    ทั้งนี้ขอให้ทุกท่านมีกำลังวังชา
    มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า
    มีช่วงเวลาที่ดีและสดใสนะคะ

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ

    -จขบ.-😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s