วันที่ฉันปวด …

“ตรงนี้ใช่ไหม ?”
“ลึกอีกหน่อยค่ะหมอ”
“อืม ..”

“เจ็บหน่อยนะ”
“อือ .. ”

(( หลับตาปี๋ พร้อมกับจิกมือตัวเองแน่น ))

“อื้ออออ ..”
“โอเค ๆ เรียบร้อยละ”

“อือ .. ทำไมยังปวดอยู่ละคะ ?”
“เดี๋ยวก็ดีขึ้นครับ โชคดีที่ไม่ผุนะนี่ ไม่งั้นคงได้มีเจ็บกว่านี้”
“อือ .. ขอบคุณค่ะหมอ”

(( เฮ้อออ ..! ปวดเหงือกอ่ะ😦 ))

26 comments

  1. ปวดอย่างเดียว
    ไม่ได้เสียว (ฟัน) หรอกค่ะป๋าไอซ์

    555555555+😆

  2. หึๆ

    เสียวลึกๆ เลยหรือคุณเจี๊ยบ?

    โอ้ววว เย่ห์ห์ห์

    (สม! มีอมยิ้มกินแล้วไม่ชอบแบ่งกัน
    ก่อนนอนก็ขี้เกียจแปรงฟันอีก – สม!)

  3. สวัสดีค่ะคุณ Z

    .

    มาทำงานแล้วหรือนี่
    หายดีแล้วหรือคะ ?

  4. หายเกือบดีแล้วค่ะ

    ข้าพเจ้าคิดถึงทีทำงานอ่ะค่ะ เลยรีบมา ^^

  5. คุณ Z นี่อ่ะน๊า
    ที่แท้ก็รีบมาตามประสา “คนบ้างาน” นั่นเอง

    หุ
    หุ

    ตอนนี้ลายพร้อยไปทั่วตัวหรือยังคะ ?

    .
    .

    เอ๋ ..

    ที่บอกว่า “รู้นะคิดไรอยู่” หนูหมายถึงใครกันละนี่
    พี่เจี๊ยบ , พี่ Z , พี่ไอซ์ ,ป๋าสอ หรือ ป้ออุ้ยเล็ก จ๊ะ
    บาล์ม คิดอะไรพี่ก็คิดอย่างนั้นแหละค่ะ

    55555555+😆

  6. ตอนนี้ตัวลายเป็นตุ๊กแกเลยค่ะ – -”

    ว่าแต่ท่านประธานเป็นไงบ้างค่ะ สบายดีหรือเปล่า
    อาการเสียว เอ้ย อาการปวดดีขึ้นหรือยัง ^^

    ช่วงนี้ฝนตกทุกวันเลย รักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

  7. ข้าพเจ้าก็ยังบ้า ๆ บอ ๆ เหมือนเคยนั่นแหละค่ะ
    ส่วนอาการปวดเพราะเหงือกร่นนั้นหายไปตั้งแต่ปีมะโว้แล้วล่ะ
    ขอบคุณมากนะคะที่ถามถึง

    .

    อืม ..

    ทางนี้ฝนก็ตกทุกวันค่ะ
    แต่ทางโน้นคงตกหนักน่าดูนะคะ มิน่าล่ะหนาวมาถึงทางนี้เชียว
    55555555+ ฮิ้วววว !!

    ท่านรอง ฯ ก็รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันนะคะ
    -จขบ.-😀

  8. ตอนนี้ฝนกำลังตกอย่างหนักเลยค่ะ
    ทางโน้นก็คงหนาวมากขึ้นอีกละมั๊งเนี่ย หุหุ

    ปีนี้ข้าพเจ้าตั้งใจว่าจะจัดการกับเจ้าฟันคุดซี่สุดท้ายอยู่เหมือนกันค่ะ
    ข้าพเจ้าจะได้เลิก อกหัก รักคุด กับเค้าเสียที 5555+
    (เกี่ยวกันหรือเปล่า -*-)

  9. สวัสดีวันอังคารนะทุกโคนนน

    เจ้าของบ้านขอรับ

    จะปวดหัว
    ปวดฟัน
    หรือปวดใจ
    ก็ขอให้หายไวไว มาม่า ยำยำ กุ๊งกิ๋ง เลยนะขอรับ

    .
    .

    คุณแซด

    เห็นไหมล่ะ!
    ทำตามคำแนะนำที่ผมบอกหน่อยเดียว
    ไม่กี่วันเอง มาเดินอวดโฉมหน้าลายพร้อยเหมือนตุ๊กแกได้แล้ว – บอกไม่เชื่อ! สูตรนี้ดีจริงๆ นะเออ

    .
    .

    ยัยหมิว

    แหมๆๆ ทำเป็นรู้โน่น รู้นี่ไปเรื่อยนะหล่อนนี่ รู้มากเสียจริงนะแม่คุณ

  10. สวัสดีค่ะ คุณสิญจน์ สวรรค์เสก
    คำแนะนำของคุณใช้ได้จริงๆ ค่ะ 555+

    วันแรกข้าพเจ้ายังมานั่งทำหน้ามึนดู สวรรค์เบี่ยง ตอนอวสานได้ หุหุ
    แถมยังอ่านเจ้าชายน้อยจบไปเมื่อวันก่อน ^^
    และนอนวันละเกือบยี่สิบชั่วโมงไปซะสามวัน 555+
    (เสียดายที่ลุกมาเปิดเน็ตไม่ไหวเท่านั้นเอง หุหุ)

  11. อืมม์ ทราบว่าคุณแซดเริ่มจะหายแล้วเช่นนี้ก็ดีใจด้วย

    เอ…ว่าแต่เจ้าของบ้านเนี่ย อาการปวดเหงือกที่ว่านั้นหายแล้วจริงๆ นะขอรับ?

    นั่น ยัยหมิวก็โผล่มาแล้ว

    งั้น วันนี้มาอ่านเรื่องสั้น (ตอนที่ 1 เองอ่ะ ยังเขียนไม่จบเลย) ที่ผมเคยพูดว่าขอเรื่องจากชีวิตจริงของคุณพี่ท่านหนึ่งมาเขียนก็แล้วกันนะขอรับ

    เอ๊า! อ่านเถิ๊ด!

  12. ทันตานุภาพ (1) ………….. โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

    .
    .

    เคยไหม?

    มีบ้างไหม?

    ที่คำพูดบางประโยคซึ่งเราเคยให้สัญญากับคนบางคน จะสะท้อนสะเทือนอยู่ในอารมณ์มิรู้เลือน เมื่อนึกถึงคำพูดนั้นขึ้นมาเมื่อใด จะรู้สึกดีใจที่ได้ทำตามคำสัญญา และรู้สึกเสียใจที่ทำได้ไม่ดีพอ สมกับความตั้งใจในตอนนั้น

    คนอื่นอาจจะไม่เคยมีวรรคทองคล้องใจเช่นนั้น แต่เธอผู้นี้มี ซ้ำยังสามารถเรียกน้ำตาของเธอให้ออกมาคลอหน่วยได้ทุกครั้งไป เมื่อนึกถึงคำสัญญาที่ให้ไว้กับหญิงชรา คราเมื่อเธอเป็นเด็กสาววัยรุ่น

    “แม่เอ้ย ไม่ว่าลูกจะจนหรือรวยแค่ไหน จะเป็นยังไงก็ตาม ลูกจะไม่ทิ้งแม่ ไม่ลืมแม่เด็ดขาด”

    ทิพย์ สาวน้อยหุ่นผอมบาง พูดเบาๆ ขณะไสรถเข็นพาแม่ไปหาหมอที่อนามัยในหมู่บ้าน

    หญิงชราร่างผอมเกร็งแทบจะเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก นั่งพับเพียบอยู่บนรถเข็น ใช้ผ้าขาวม้าคลุมศีรษะป้องแดด ใบหน้าผอมตอบกร้านเกรียม ลูกตาที่จมลึกในเบ้าส่อแววอ่อนล้าและสิ้นหวัง แต่จะมีประกายอ่อนโยนทุกครั้งที่เงยหน้าขึ้นมองดูลูกสาว

    นางป่วยเป็นวัณโรค ติดมาจากคนข้างบ้านที่เป็นเพื่อนร่วมเชี่ยนหมากกัน อาการไข้กำเริบหนักมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ลูกสาวเอายาแก้ไข้ให้กินก็ไม่ทุเลา เช้ามาอาการยิ่งกำเริบ กินข้าวกินน้ำไม่ได้ ตอนสาย นางทั้งไอทั้งมวนท้องคลื่นไส้จะอาเจียน ทิพย์จึงตัดสินใจอุ้มนางใส่รถเข็นพาไปหาหมอ

    สถานีอนามัยยังอยู่อีกไกล

    อากาศตอนเที่ยงของหน้าแล้งช่างร้อนเหลือแสน ตะวันแดงลอยเด่นอยู่เหนือหัว สาดแสงแรงร้อนลงมา แทบว่าจะหลอมละลายใบ้ไม้กรอบและหญ้าแห้ง ให้ระเหยหายกลายเป็นพยับที่เต้นยิบยับอยู่ในอากาศ

    ลมบ้าหมูอันเป็นสัญลักษณ์ของความแล้งหมุนมาหว็อยๆ หากมันพัดมาเมื่อใด ความชื้นในอากาศจะหายไปเมื่อนั้น คงไว้แต่เพียงความร้อนระอุประหนึ่งนั่งอยู่ในเตาที่เพิ่งจะเผาถ่านเสร็จ

    แม้มันจะเป็นสัญลักษณ์ของความแล้ง แต่การพัดมาในห้วงยามนี้ของมัน นับว่ามีข้อดีที่มาช่วยผ่อนคลายความอบอ้าวให้แม่ลูกคู่นี้ลงได้บ้าง

    “อีกไม่ไกลแล้วล่ะแม่ จวนจะถึงแล้ว” เธอบอกแม่ด้วยน้ำเสียงแฝงความหวัง

    สถานีอนามัยยังอยู่อีกไกล

    จวนจะถึงแล้ว ใช่แล้วล่ะ จวนจะถึงบ้านหลังหนึ่งแล้ว ทิพย์อยากจะเห็นหน้าชายผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนั้น ชายผู้เคยบอกรักหญิงชรานางนี้ กระทั่งปลงใจใช้ชีวิตร่วมกันจนมีพยานรักถึง 10 คน มาบัดนี้นางเจ็บป่วยเจียนอยู่เจียนไป เขาจะใจดำไม่เหลียวแลหรือพูดให้กำลังใจนางบ้างสักคำเชียวหรือ

    ลมบ้าหมูหมุนมาอีกงวง งวงนี้ใหญ่กว่างวงที่แล้วมาก มันพัดหอบเอาเศษฝุ่นเศษหญ้าและเศษขยะต่างๆ ฟุ้งมาด้วย

    ทิพย์เลิกคิดฟุ้งซ่าน มาจดจ่ออยู่กับการเข็นรถฝ่าฝุ่นที่ฟุ้งมากับลมบ้าหมูไป เธอเป็นห่วงอาการของแม่จนไม่คิดจะหยุดแม้เพียงครู่เพื่อให้ลมและฝุ่นฟุ้งใหญ่นั้นผ่านไปก่อน

    เมื่อฝุ่นซาก็รู้ว่าได้เข็นแม่มาถึงหน้าบ้านหลังนั้นแล้ว เธอมองเข้าไปเห็นชายสูงวัยผู้หนึ่งกำลังเดินเก็บข้าวของที่ถูกลมพัดกระจายอยู่หน้าบ้าน พอเขามองมาเห็นเธอกับแม่ เกิดปฏิกิริยาตอบสนองคือการรีบหันหลังให้ทันที

    ทิพย์รู้สึกน้อยใจที่พ่อไม่คิดจะมองดูเธอและแม่ให้เต็มตาเลย แต่เธอไม่โกรธพ่อหรอก เธอรู้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อในบ้านใหม่นี้ คงมีความลำบากใจไม่น้อยเหมือนกัน เพราะไหนจะต้องรักษาน้ำใจภรรยาใหม่ ไหนจะเกรงใจลูกเลี้ยงทั้งหลาย แล้วไหนจะญาติพี่น้องทางฝ่ายนี้อีกเล่า ล้วนต่างระแวงว่าพ่อจะนำสมบัติกลับไปให้ลูกและเมียเก่าใช้

    เธอโตพอที่จะรับรู้เรื่องราวเหล่านี้ จากปากชาวบ้านที่ซุบซิบนินทาให้ได้ยินอยู่เรื่อยๆ

    หญิงชราที่นั่งเพียบด้วยอาการไข้บนรถเข็น ก็รู้เหมือนกันว่าได้เดินทางมาถึงหน้าบ้านหลังนั้นแล้ว นางค่อยๆ เบนหน้าหันไปมองดูบ้านหลังนั้น นางคงอยากจะเห็นชายผู้นั้นเหมือนกัน ทิพย์ไม่แน่ใจว่าแม่มองเห็นพ่อหรือเปล่า เพราะสายตาของแม่ไม่ดีแล้ว

    แม่มองดูบ้านหลังนั้นกระทั่งเธอเข็นรถลับโค้งไป

    เดินทางฝ่าเปลวแดดต่อไปกระทั่งถึงอนามัย

    เมื่อเธอประคองหนังหุ้มกระดูกร่างนั้นขึ้นไปบนสถานีอนามัย เจ้าหน้าที่ประจำสถานีคนเดิม ก็ปั้นหน้ายักษ์ใส่แล้วกล่าว “เอาอีกแล้วหรือ! มากันอีกแล้ว! ค่ายางวดที่แล้วก็ยังไม่ได้จ่ายเลย!”

    หลังจากวางร่างแม่ลงบนพื้นซีเมนต์ โอบพิงแนบกับหน้าอก เธอก็ยกมือไหว้ อ้อนวอนว่า “ช่วยด้วยเถอะค่ะ ช่วยรักษาแม่หนูด้วย อาการของแกหนักมาก” หากไม่ติดว่าต้องประคองแม่เอาไว้ เธอคงจะก้มกราบไปแล้ว

    “ฮึ! จะรักษาไปทำไมกัน เปลืองยาเปล่าๆ อาการยังงี้จะอยู่ได้อีกกี่วันเชียว!”

    “นะคะคุณหมอ รักษาแม่ของหนูด้วยนะคะ แม่กินอะไรไม่ได้เลย”

    น้ำเสียง น้ำตา และกิริยาท่าทางของเธอแสดงออกถึงความจนตรอก

    พอถูกเรียกว่าคุณหมอ เจ้าหน้าที่ผู้นั้นเกิดความรู้สึกดี จึงพูดอย่างเสียไม่ได้ว่า

    “ไป๊! ประคองแกไปนั่งที่เก้าอี้โน่น เดี๋ยวจะตรวจให้”

    หลังจากตรวจโน่นตรวจนี่ เจ้าหน้าที่ประจำอนามัยก็จัดยาส่งให้ทิพย์ “เอานี่ กินตามที่เขียนบอกไว้นั่นแหละ”

    “ขอบคุณคะ” เธอยกมือไหว้

    “อือๆ” รับคำเหมือนจะบอกให้รีบๆ ไป

    ทิพย์อุ้มแม่กลับไปใส่รถเข็น แล้วเข็นกลับบ้าน

    บ้าน? ใช่ บ้าน แต่หากจะเรียกว่ากระท่อมก็ได้เหมือนกัน

    กระท่อมไม้ไผ่หลังคามุงแฝกหลังน้อยท้ายหมู่บ้านคือบ้านของแม่ลูกคู่นี้

    เย็นนี้เธอต้มข้าวต้มป้อนแม่ นางกินได้ไม่กี่คำแล้วก็เบือนหน้าหนี

    “พ่อมึงรู้ไหม?” นางถามเสียงอ่อย

    “รู้แม่ แต่พ่อยุ่ง ยังมาไม่ได้” เธอตอบแม่เบาๆ และมันเป็นคำโกหก

    “อืม…” รับเสียงแผ่ว

    สำหรับแม่แล้ว การถูกพ่อทิ้งไปมีเมียใหม่เป็นตราบาปฝังใจไม่ลืม ช่วงปีแรกๆ แกโศกเศร้ามาก จะเฝ้าถามลูกๆ อยู่นั่นแหละว่า เพราะอะไร? ทำไม่พ่อพวกมึงถึงทิ้งเราไป? แกคงอยากจะให้ลูกๆ บอกข้อบกพร่องนั้น เผื่อจะได้ปรับปรุงตัวเอง ด้วยหวังว่าสักวันพ่อจะกลับมา

    ไม่เพียงเท่านั้น ญาติพี่น้องฝ่ายแม่เองก็ประณามว่าแม่นั่นแหละไม่ดี พ่อถึงหนีไปมีครอบครัวใหม่

    แม่เสียใจมากที่ถูกรุมประณามเช่นนั้น เมื่อขาดผู้นำ ครอบครัวนี้ก็ยากจนลงมาก

    จน – จนไม่มีญาติพี่น้องคนไหนอยากนับญาติด้วย

    พวกญาติๆ เริ่มตีตัวออกห่างด้วยการไม่อยากพูดคุยด้วย ต่อมาได้กลายเป็นความห่างเหิน หมางเมิน สุดท้ายความแปลกแยกได้พัฒนาไปจนถึงขั้นไม่คิดจะหันมามอง ยิ่งมาพักหลังตอนที่แม่เริ่มไม่สบาย เพื่อป้องกันไม่ให้แม่ไปขอยืมเงินมารักษาตัว ญาติบางคนชิงเอาความเจ็บไข้นั้น มาเป็นเหตุผลในการตัดสายสัมพันธ์ว่า

    “มันเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงนะนั่น อย่าไปใกล้เชียวนะ เผลอพูดด้วยละก้อ เดี๋ยวติดโรคนั้นด้วยแน่ๆ”

    บางคนต้องการขู่ลูกหลานไม่ให้มาวิ่งเล่นแถวกระท่อมนี้ ก็จะพูดด้วยท่าทางขึงขังว่า “ไอ้โรคนั้นน่ะ เดินตามหลังนั่งทับรอยกันก็ติดแล้ว พวกมึงอย่าไปวิ่งเล่นแถวนั้นนา ติดโรคตายตั้งแต่เด็กนะ – บอกไม่เชื่อ!”

    “รักษาได้ที่ไหนกันล่ะ ขืนเป็นเข้าละก้อ ไม่ตายวันตายพรุ่งเท่านั้นเอง” บางคนพูดเสียน่ากลัว ราวกับแม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงจริงๆ

    เสียงลือเสียงเล่าของผู้คนนี้ สามารถเปลี่ยนคนดีให้กลายเป็นคนเลว หรือสามารถเปลี่ยนโรคธรรมดาให้กลายเป็นโรคติดต่อร้ายแรงขึ้นมาได้จริงๆ แต่คนอื่นจะว่ายังไง หรือแสดงกิริยาอาการแบบไหนก็ตาม ไม่ทำให้แม่เสียใจเท่ากับการกระทำของลูกบางคน ที่รังเกียจแม่แท้ๆ ของตนเอง ผู้ให้ชีวิต ให้เลือดเนื้อแก่พวกเขา

    พวกเขาเริ่มทำตัวห่างเหินแม่ออกไปทีละน้อย บางคนมีลูกแล้วก็ไม่เคยพาหลานมาเยี่ยม มากราบยายเลย

    มีเพียงทิพย์ซึ่งเป็นลูกคนที่ 6 นี้เท่านั้น ที่คอยอยู่ข้างกายแม่ไม่ห่าง คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

    หลายวันต่อมา

    ตอนสายของวันนี้ ขณะที่ทิพย์ป้อนข้าวต้มให้แม่นั้น อยู่ๆ แม่ก็พูดขึ้นว่า

    “ทิพย์เอ้ย เอ็งมาอยู่ดูแลแม่ยังงี้ แม่ไม่มีสมบัติอะไรจะให้เอ็งนะ”

    “แม่…” น้ำเสียงลูกสาวแผ่วแฝงแววห่วงใหญ่ “ทำไมแม่พูดยังงั้น ลูกไม่อยากได้อะไรจากแม่หรอก”

    นางเคี้ยวข้าวเหยาะๆ นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วยื่นของสิ่งหนึ่งให้ทิพย์

    “เก็บเอาไว้นะลูก แม่ให้”

    ทิพย์รับของสิ่งนั้นมาดู ก็รู้ว่าคือฟันซี่หนึ่ง

    “ขอให้ลูกเจริญๆ นะ หากแม่ไม่อยู่แล้วลูกจะได้สบายเสียที”

    “แม่! ทำไมแม่พูดอย่างนี้” ทิพย์ตกใจ “ลูกจะไม่ทิ้งแม่ไปไหน จะอยู่กับแม่ตลอดไป” เธอให้คำมั่น

    นางเงยหน้าขึ้นมองหน้าเธอ “อือ…” นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วพูดเนือยๆ “พ่อมึงไม่ว่างเลยหรือ?”

    “จ๊ะแม่ ถ้าว่างคงมาเยี่ยมแม่แล้ว”

    หญิงชราเบือนสายตาไปจับนิ่งที่ข้างฝาไม้ไผ่สับฟาก จ้องนิ่งอยู่ตรงนั้น แต่ธารแห่งคิดไหลรี่ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

    คืนนั้นอาการของแม่กำเริบหนัก พิษไข้ขึ้นสูง นอนกระวนกระวายเพ้อไม่ได้สติ ในสิบคำที่พร่ำออกมานั้น เกินกว่าครึ่งเป็นคำเรียกหาพ่อ ทิพย์เห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจมาก จำบากหน้าไปหาพ่อที่บ้านแม่ใหม่กลางดึก

    “พ่อ! พ่อ!” เธอตะโกนแหวกเสียงหมาเห่าขึ้นไป

    หลังจากเรียกอยู่พักใหญ่ ก็มีเสียงคนเคลื่อนไหวอยู่บนบ้าน แล้วเสียงตะโกนตอบฉุนๆ ก็ดังทะลุหน้าต่างลงมาว่า

    “หือ! อะไร! อะไรกันโว้ย! พ่อใครมาอยู่แถวนี้!”

    “พ่อ! บอกพ่อด้วยว่าแม่จะไปแล้ว!” น้ำเสียงร้อนรนแกมขอร้อง

    สิ้นเสียงนั้น ชายชราก็ชะโงกออกมาที่หน้าต่าง กล่าวเบาๆ ว่า “เออๆ เดี๋ยวข้าจะไป”

    “ไปไม่ได้นะ!” เสียงเมื่อครู่ทัดทาน “ถ้าแกไปเดี๋ยวก็เอาโรคมาให้ข้าด้วย” น้ำเสียงหวาดกลัวขยะแขยง

    “เห้ยยย ไหนๆ คนก็จะเป็นจะตายแล้ว แกก็ให้ข้าไปดูเขาหน่อยเถอะน่า” ตอบเรียบๆ

    “ไป๊! ไปเลย กลับไปอยู่กับมันเสียเลยสิ!” ประชดประชัน

    ชายชราคร้านจะต่อปากต่อคำด้วย เดินไปจุดตะเกียง หยิบผ้าขาวม้าพาดบ่าได้ก็เดินลงบันไดไป

    ทิพย์เห็นเช่นนั้นรู้สึกดีใจมาก เธอคิดเตลิดไปว่า ถ้าแม่รู้ว่าพ่อกำลังจะไปเยี่ยมก็คงดีใจมากเหมือนกัน ไม่แน่ว่าอาการเจ็บไข้อาจจะดีขึ้นมาก็ได้ จึงรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อนำข่าวดีไปบอกแม่

    พอไปถึงกระต๊อบหลังน้อยที่มีบันไดเพียงสามขั้น เธอก็โผขึ้นไปทันที เปิดมุ้งเข้าไปละล่ำละลักบอก

    “แม่! แม่! พ่อมาแล้ว! พ่อมาเยี่ยมแม่แล้ว!”

    จับแขนเขย่าเพื่อให้แม่รู้สึกตัว จะได้บอกข่าวดีที่นางเฝ้ารอมาหลายปีให้ทราบ ทว่าร่างบอบบางที่แบ่งเลือดเนื้อให้ลูกไปแล้วถึง 10 คน นอนนิ่งไม่ไหวติง

    แม้ร่างนั้นยังนุ่มนิ่มอยู่ แต่เย็นเฉียบเหลือเกิน เย็นมากเกินไป ทำให้ทิพย์รู้สึกหนาวสะท้านเข้าไปถึงขั้วหัวใจด้วย

    “แม่! โธ่แม่!”

    เธอฟุบหน้าลงบนอกแม่ ร้องไห้ฟุมฟายอย่างที่ไม่เคยร้องมาก่อน

    อีกครู่ แสงตะเกียงก็แหวกความมืดตรงมาที่กระท่อม วางตะเกียงลงแล้ว ชายชราผู้นั้นก็เปิดมุ้งตรงเข้ามา ยกศีรษะร่างไร้วิญญาณของหญิงผู้เคยใช้ชีวิตร่วมกันมาหลายสิบปีขึ้นวางบนตัก ลูบไรผมแซมขาวดอกเลานั้นเบาๆ กล่าวว่า

    “อโหสิกรรมให้ข้าเถอะยายเอ้ย ไปที่ชอบๆ เถิดนะ แล้วข้าจะทำบุญไปให้” น้ำเสียงแผ่วเบาแต่มั่นคง

    ……..
    ……..
    ……..

    ศพแม่ไม่ได้เผาเพราะไม่มีเงินทำศพ ญาติพี่น้องก็ไม่มีใครช่วยเหลือ พ่อก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะเมียใหม่ไม่ยอมท่าเดียว

    ทิพย์พอมีเงินติดตัวอยู่บ้าง จึงจ้างช่างปูนมาโบกเก็บศพแม่เอาไว้ในวัดก่อน เธอตั้งใจว่าจะเดินทางเข้าไปสืบหาพี่สาวที่สนิทกันมากที่สุดในกรุงเทพฯ จะไปหางานทำกับพี่ กะว่าพอมีเงินสักก้อนพอทำศพได้ถึงจะกลับมาบ้าน

    สาวน้อยจากจังหวัดสระแก้วผู้นี้จะตามหาพี่สาวพบหรือไม่หนอ แล้วเธอควรจะเริ่มต้นตามหาที่จุดไหน ไปสอบถามกับใครก่อน ในเมื่อเธอไม่รู้จักใครเลยสักคน

    เธอคงคิดว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองเล็กๆ เหมือนตัวจังหวัดที่เธอเคยเดินทางเข้าไปซื้อของกับแม่ในครั้งกระโน้นกระมัง

    ภัยในเมืองหลวงกางแขนรอโอบเธออยู่.

  13. วันนี้คนไข้มา ออ นั๊กขนาดเลยล่ะ
    ขอฝาก ..

    เอ้ย !!

    ขอแปะไว้ก่อนนะคะ

    -จขบ.-
    .😀

  14. มาแล้ว ๆ ๆ ๆ
    จขบ. มาชำระความที่แปะโป้งไว้แล้วจ้า

    .

    เรียน ท่านรอง ฯ Z

    ฝนตกทั่วฟ้าเมืองไทยจริง ๆ เนาะ
    แต่คุณยังไม่หายดีแบบนี้ อย่าเพิ่งไปลุยฝนเล่นนะคะ
    เดี๋ยวเป็นหวัดขึ้นมา จะอดไปผ่าฟันคุดเอาเน้อ
    (( เกี่ยวกันตรงไหนนิ 55555+ ))

    .

    เรียน ท่านป๋าสอ

    ขอบคุณหลาย ๆ จ้า
    อย่าลืมว่า ข้าพเจ้าเป็นซูเปอร์มารดำเชียวนะท่าน
    เรื่องปวดแค่นี้นั้น

    จิ๊บ
    จิ๊บ

    -จขบ.-😀

  15. 555+
    ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน
    ข้าพเจ้าจะระมัดระวัง และทำตัวให้เป็นคนกลัวฝนค่ะ หุหุ

  16. 55555+
    ไม่ต้องถึงขั้นนั้นก็ได้เจ้าค่ะท่านรอง ฯ Z เจ้าขา
    แค่ระมัดระวังตัวก็พอแล้วล่ะน่า

    แม๊ !! ..

    (( .. งึมงำ .. งึมงำ .. งึมงำ .. ))

  17. 5555+
    ตกลงค่ะ แค่ระมัดระวังก็พอ หุหุ

    ท่านประธานก็เช่นกันนะคะ ^__^

    แต่บรรยากาศแบบนี้ไม่ดีเลยนะเนี่ย มันรู้สึกเศร้าๆ เหงาๆ แปลกๆ
    หรือจะแปลกที่ข้าพเจ้าเอง – -“

  18. แค่บรรยากาศพาไปน่ะ ไม่เป็นไรหรอกค่ะท่านรอง ฯ Z
    ทำใจดี ๆ
    หายใจเข้าลึก ๆ นะคะ
    555555+

    .

    ไม่เอาน่า อย่าคิดมาก ..
    ไม่เอาน่ะ อย่าคิดไปกันใหญ่ ..

    ยิ้มไว้นะคะ
    คนบ้าที่ไหนเค้าเศร้า เค้าเหงากัน .. ฮึ !!?

    -จขบ.-😀

  19. 5555+
    ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน

    เพราะบรรยากาศมีผลกระทบกับสภาพจิตใจนี่ล่ะค่ะ
    ในบางโอกาส หลายๆ คนถึงอยากจะให้ฟ้าฝนเป็นใจ 555+

  20. จริงของท่านรอง ฯ Z ค่ะ

    อย่างในคืนนี้ตัวข้าพเจ้าเองก็อยากให้บรรยากาศเป็นใจ
    จะได้เล่านิทานก่อนนอนให้เด็กดีฟังสักเรื่องนึง

    อิ
    อิ

    -จขบ.-

  21. อ่า…งั้นข้าพเจ้าจะช่วยเป็นเด็กดี
    เผื่อจะทำให้บรรยากาศเป็นใจกับท่านมากขึ้นแล้วกันนะคะ ^^

  22. ขอบพระคุณมากค่ะคุณ Z
    หวังว่านิทานก่อนนอนคืนนี้ไม่ทำให้เด็กดีนอนดึกเกินไปนะคะ

    .

    -จขบ.-😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s