V : Vitamin

แต่ก่อนนั้น

ฉันเคยคิดว่า หากสามารถผลิดวัคซีนป้องกันความท้อแท้ได้
คงเป็นประโยชน์ต่อผู้คนบนโลกน่าดู

.

ทุกวันนี้

แม้ความคิดนั้นจะยังอยู่ แต่ฉันรู้แล้วว่า
ความท้อแท้เป็นเรื่องธรรมดา
สามารถรักษาได้ด้วยยาบำรุงที่ชื่อว่า “กำลังใจ”

.:D

23 comments

  1. ผ : ผักโขม

    .
    .

    ก่อนนั้นฉันเกลียดผักโขม
    ฉันไม่อยากกินมัน
    ฉันถูกบังคับให้กิน

    ต่อมา
    ฉันเจอฮีโร่ในดวงใจ
    “ป๊อบอาย” คือฮีโร่ของฉัน
    (เขาเก่งม๊าก มากกก จริงๆ นะเธอ)

    ป๊อบอายแข็งแรงมาก
    โดยเฉพาะเวลาที่กินผักโขม
    ฉันอยากจะแข็งแรงเหมือนป๊อบอายจัง

    แม้ทุกวันนี้ฉันจะกินผักโขม
    แต่ฉันก็ยังไม่แข็งแรงเหมือนป๊อบอาย
    ฉันรู้แล้วว่าเพราะอะไร
    เพราะฉันไม่ค่อยได้ออก “กำลังกาย” นั่นเอง

  2. อรุณสวัสดิ์วันอังคารค่ะ
    หาซื้อได้ที่ไหนคะเนี่ย เจ้ายาบำรุงที่ชื่อกำลังใจนั่นน่ะ ^^

    แต่ตอนนี้ข้าพเจ้าเจ็บคอมากๆ -*-

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ

  3. ถูกต้องจ๊ะพ่อมะกอก

    นอกจากทานอาหารที่มีประโยชน์แล้วนั้น
    พวกเราต้องออกกำลังกายด้วยนะจ๊ะ
    จะได้แข็งแรง และ เก่ง เหมือนป๊อบอายไงจ๊ะ

    .
    .

    อ่า ..

    เจ็บคอมากไหมคะท่านรอง ฯ
    ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ นะคะ
    ลดการใช้เสียงแล้วก็หลีกเลี่ยงอาหารมัน ๆ ด้วยยิ่งดีค่ะ

    ส่วนยาบำรุงชื่อว่า “กำลังใจ” ขนานนี้
    ไม่มีให้ซื้อหาหรอกค่ะท่าน Z
    แต่สามารถหาได้ฟรีจากที่นี่ จากคนที่อยู่ใกล้ตัวใกล้ใจคุณค่ะ

    อ้อ .. ขอบอกเลยว่า
    “กำลังใจ” นี่ ยิ่งได้จากคนใกล้ใจจะยิ่งได้ผลเร็วค่ะ
    555555555555+
    ฮิ้วววววววว

    -จขบ.-😀

  4. ขอบคุณมากค่ะท่านประธาน
    วันนี้ข้าพเจ้าแทบไม่ได้สนทนากับผู้ใดเลย
    ขนาดกับลูกค้าข้าพเจ้ายังไม่อยากจะเจรจาด้วย หุหุ

    เอ่อ..ข้าพเจ้ามีแต่คนไกลตัวไกลใจ เห็นทีจะนานหายเป็นแน่ 555+

  5. เอ๋ .. อาการหนักเลยหรือคะท่านรอง ฯ ?

    ขอโทษทีนะคะที่เข้ามาฟังอาการช้าเสียป่านนี้
    ต้นเดือนทีไรข้าพเจ้าก็ยุ่ง ๆ กับงานอย่างนี้ทุกทีน่ะค่ะ

    พักให้มากนะคะ จะได้หายไว ๆ
    แล้วก็อย่านอนดึกล่ะ (เวลาอ่านประโยคนี้ช่วยทำเสียงเข้มด้วยค่ะ )

    .

    อืม ..
    ท่านรอง ฯ ก็มีแต่คนไกลตัวไกลหัวใจเหมือนกะข้าพเจ้าหรือคะ !!
    เป็นเพราะไม่ยอมเปิดรับใครมาไว้ใกล้ใจสักคนล่ะสิ ..

    หุ
    หุ

    -จขบ.-
    ปล. คืนนี้มีเอกสารต้องรีบจัดการอ่ะ ขอแปะนิทาน ฯ ไว้ก่อนนะคะ

  6. ขอบคุณค่ะท่านประธาน

    ข้าพเจ้าเป็นหวัดนิดหน่อยค่ะ เพียงแต่ไอและเจ็บคอมากก็เท่านั้นเอง
    เรื่องนอนแต่หัวค่ำ ข้าพเจ้าก็พยายามมาหลายวันแล้วค่ะ
    แต่ก็มักจะตื่นมาตอนกลางดึกทุกที – -”

    ส่วนเรื่องคนไกลตัวไกลหัวใจนั้น
    อาจจะเหตุผลเดียวกับท่านประธานก็ได้ค่ะ 555+

    ขอให้งานของท่านเสร็จเรียบร้อยดีนะคะ แล้วจะรออ่านนิทานค่ะ ^__^

  7. T : Tale

    .
    .

    หุ หุ หุ วันนี้เอานิทานมาฝาก จิ๊กมาจากคอลัมน์ ฟาสต์ฟูดส์ธุรกิจ ของพี่หนุ่ม เมืองจันทร์

    เอ๊า อ่านเถิ๊ด

    .
    .

    “ท่านชื่ออะไร?” ชายหนุ่มที่กำลังยืนดูรูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ถามขึ้น

    “ฉันชื่อโอกาส” รูปปั้นวิเศษตอบ

    “ใครแกะสลักท่าน?”

    “ลีซีปัส”

    “ทำไมท่านถึงยืนเขย่งเท้า?”

    “เพื่อบอกว่าฉันจะอยู่เพียงชั่วครู่ชั่วยาม”

    “แล้วทำไมเท้าของท่านถึงมีปีก?”

    “เพื่อให้รู้ว่าฉันจะผ่านไปอย่างรวดเร็ว”

    “ทำไมผมด้านหน้าของท่านถึงยาวเช่นนี้?”

    “เพื่อให้คนที่เห็นฉวยจับเอาไว้ได้”

    ชายหนุ่มพยักหน้าพอใจกับคำตอบของรูปปั้นวิเศษนั้น แล้วถามคำถามสุดท้าย

    “แล้วทำไมศีรษะด้านหลังของท่านจึงล้านโล่ง ไม่มีผมแม้สักเส้นเดียว?”

    “ก็เพื่อบอกให้คนทั้งหลายทราบว่า หากฉันผ่านไปแล้วละก้อ จะจับฉันไม่ได้อีกต่อไป”

    จบ.

    .
    .

    ฮู้ยยยย เป็นไง คมไหม รูปปั้นผู้ชื่อว่า “โอกาส”

    พวกหล่อนๆ แถวนี้จงสำเหนียก ระแวดระวังเอาไว้ให้ดีนะ หากมีโอกาสที่ชายหนุ่มแผ้วพานเข้ามาในชีวิตแล้วไม่รีบคว้าศีรษะมาล็อกคอเอาไว้ละก้อ

    …พอเขาผ่านไป…

    จะได้ชายหัวล้านมาเป็นแฟน!!!

    หว่ายยยยย น่ากัว น่ากัว

  8. เรียน ท่านดิน

    “ยาบำรุง” ขนานนี้ มีติดไว้ชุดเดียวก็เกินพอ
    ท่านจะรับทีละสองเลยรึ ?

    .
    .

    เรียน ท่านรอง ฯ Z

    นอนหัวค่ำเกินไป ก็ต้องตื่นเอาตอนดึกอยู่แล้วล่ะค่ะ
    ปูนนี้แล้วอ่ะนะ จะให้นอนนานเหมือนละอ่อนได้จะไดเล่า ?
    ยังไงก็พักให้มากนะคะ ขอให้หายวันหายคืนค่ะ

    อ้อ .. สำหรับตัวข้าพเจ้านั้น บางเรื่องก็ไม่มีเหตุผล หุ หุ

    ทั้งนี้ ต้องขอบคุณมากนะคะที่ให้กำลังใจในเรื่องงาน
    (เห็นป่าว “กำลังใจ” น่ะ เราเป็นได้ทั้งผู้ให้และผู้รับเลยละ)
    ส่วนจะผ่านไปได้ด้วยดีหรือไม่ ต้องประเมินอาการของคนไข้ก่อนน่ะค่ะ

    .
    .

    เรียน ท่านสิญจน์

    ผู้ชายหัวล้านไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน
    ของอย่างนี้เค้าดูที่ “ใจ” ตะหาก

    ว่าแค่เค้าแล้วอิเหนาอย่างป๋าสอละคะ
    ทันคว้า ทันล๊อกคอสาวไหนเค้ามั่งไหมนิ .. กิ้ว ๆ ๆ

    -จขบ.-

  9. สวัสดีสายๆ วันพุธค่ะ

    ข้าพเจ้าเพิ่งกลับจากการไปพบแพทย์ค่ะ
    เพราะตอนนี้ข้าพเจ้าเป็นอีกสุกอีใสซะแล้ว เซ็งอย่างแรง
    มาเป็นอะไรป่านนี้นะเนี่ย T_T

    แล้วข้าพเจ้าจะยังเหลือโอกาสอีกไหมเนี่ย -*-

  10. ปล. ทำไมมีสัญลักษณ์ประหลาดมาแทนรูปด้วยอ่ะ

  11. เอ๋า .. แล่วกัน

    .

    ไม่เป็นไร ๆ ๆ อย่ากังวลไปเลยค่ะท่านรอง ฯ Z
    อีสุกอีใส สมัยนี้ รู้เร็ว รักษาเร็ว ก็หายเร็วโดยไม่มีแผลเป็นด้วยนะคะ
    ยังไงช่วงนี้ก็พักรักษาตัวอยู่ที่บ้านก่อนละกันเนาะ
    ปล่อยให้ที่ทำงานคิดถึงเราไปก่อนสักสัปดาห์

    หายไว ๆ นะคะ แล้วก็ขอให้ไม่มีแผลเป็นค่ะ .. เพี้ยง !!

    -ประธาน ฯ.-
    ปล.สัญลักษณ์ประหลาดนี่ คงเป็นที่ wordpress เค้าค่ะ ข้า’เจ้า บ่ฮู้

  12. ขอสักสามสี่ชุดได้บ่ ปี้สาว
    ช่วงนี้อิดขนาด เนื่อยเน้อ

    .
    .
    เข้ามาขำป๋าสอว่ะ
    ผู้ชายส่วน

  13. ^
    ^
    เอ้ยย หายแซ่บไปไหนแล้ว ต่อๆ
    ผู้ชายส่วนใหญ่ที่เจอก็ หน้าตาดี สูง รสนิยมดี แต่ม่ายยมีตังส์ 55555

  14. ขอบคณค่ะท่านประธาน

    วันนี้ข้าพเจ้ารีบเข้ามาเคลียร์งานนี่ล่ะค่ะ
    แต่คงหยุดหลายวันไม่ได้ เพราะคนไม่พอ
    แถมมีงานด่วนมากๆๆๆๆ รอข้าพเจ้าอยู่ด้วย -*-

  15. ได้ ๆ ๆ ๆ

    มีแรงแค่ไหน ก็ขนไปได้เลยจ้า น้องบาล์ม
    แต่มันหนักสักหน่อยเน้อ ระวังกล้ามขึ้นด้วยล่ะ 55555+

    .
    .

    อ่า ..

    ตามหลักทางระบาดวิทยาแล้วนี่
    ท่านรอง ฯ Z สมควรหยุดงานอย่างยิ่งค่ะ
    เพราะ “โรคสุกใส” เป็นโรคติดต่อ
    ยิ่งช่วงออกผื่นตอนแรก ๆ จะยิ่งมีจำนวนเชื้อไวรัสอยู่มาก
    ทำให้เชื้อสามารถแพร่ไปยังคนอื่นได้

    (( แต่ถ้าคนเคยเป็นแล้วก็แล้วไป เค้าจะมีภูมิคุ้มกันไว้ป้องกันเชื้อแล้ว ))

    ฉะนั้น ..

    โปรดรับใบสั่ง หยุดงานจนกว่าผื่นจะแห้งเป็นสะเก็ดสีดำ นะคะ

    ด้วยความปรารถนาดีจาก
    -มารดำ.-😀

  16. ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

    งั้นข้าพเจ้าขอยื่นใบลาป่วยนะคะ
    กี่วันนั้นข้าพเจ้าไม่สามารถทราบได้
    รู้แค่ว่าข้าพเจ้ามีงานที่รับผิดชอบต้องส่งในวันที่สิบสอง -*-

    ยังไงก็จะพักให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้นะคะ ^^
    (ขออภัยหากมิได้พักตามใบสั่งค่ะ)

    โปรดรักษาสุขภาพกายสุขภาพใจด้วค่ะ ^__^

  17. ขอบคุณมากค่ะคุณ Z

    .

    แต่ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้หรอกนะคะ
    พักมาก ๆ แล้วก็ดูแลตัวเองให้ดีค่ะ
    ขอให้หายไว ๆ เน้อ .. เพี้ยง !!

    -จขบ.-

  18. บางทีโอกาสมันก็ไปเร็วมาเร็วเกินไปนะพี่สอง
    อย่าง คอนคอด (เขียนถูกป่าวไม่รู้)
    สุดท้ายก็ล่วงจากฟ้า จนต้องปลดประจำการ ไม่มีใครกล้าขึ้น ฮา

    หมอเจี๊ยบ
    ยาที่ว่านั่น เภสัชกรคนไหนก็ผลิตไม่ได้ใช่ไหมหมอ
    นอกจากตัวคนไข่ เอ้ย ไข้เอง

    จริงไหม จริงไหม

    อิอิ

  19. -เจ้าของบ้านขอรับ-

    ชายหัวล้านไม่น่ากลัวเหรอ
    หว่ายยย แสดงว่าแม่นางแอบปันใจให้ขุนช้างแล้วซีเนี่ย

    เช๊อะ! พูดไปทำไมมี พูดอีกก็เหมือนคุย
    อันตัวกระผมนี้ได้ล็อคคอ “โอกาส” เอาไว้แล้วสี่-ห้าคนเลยล่ะคุณเอ๋ย

    ก็แหม๋แต่ละคน ผมยาวดำสลวย ซ้วยยย สวย ซ้ำไม่แตกปลายสักเส้นเห็นปานนั้น จับคว้าง่ายจะตายไป

    .
    .

    -คุณแซดขอรับ-

    ไอ๋หย๋า! เพิ่งจะเป็นอีสุกอีใสหรือนี่คุณเอ๋ย แสดงว่าเพิ่งจะแตกเนื้อสาว โอเคๆ เข้าใจล่ะ เข้าใจแล้ว

    พักผ่อนให้เยอะๆ นะครับ

    ดูหนังดูละครให้มากๆ อย่าได้เผลอนอนหลับเชียว เสียดายเวลาแย่เลย

    มีเวลาว่างก็จงตระเวนไปแซดๆๆๆ ตามบล้อกของเพื่อนๆ

    หนังสือหนังหาตำรับตำราให้เขวี้ยงทิ้งให้หมด แล้วหยิบหนังสือการ์ตูนที่ไร้สาระขึ้นมาอ่านดับพิษไข้

    อาหารการกินก็เอาเลยเต็มที่ จะไปละ ไปเว้นมันทำไม ไข่แดง ไข่ขาว หมูปิ้งข้าวเหนียวส้มตำ ก๋วยจั๊บ ก๋วยเตี๋ยว เคี้ยวๆ กลืนๆ เข้าไป

    น้ำเย็น น้ำแข็ง พวกนั้นก็อีก อย่าไปเลี่ยงมันเชียวนะคุณเอ๋ย เอาเลยนั่น รินใส่เหยือกใหญ่ๆ ดื่มให้ชื่นใจเย็นทรวง

    ทำได้ดังคำแนะนำของผมนี้รับรองเดี๋ยวหายครับ

    ไม่เชื่อ?

    ก็ช่างคุณดิ! ใครไปง้อ เช๊อะ!

    .
    .

    -ยัยหม่อง-

    ไรๆๆๆ มาถึงก็ขำเลย ตลกบริโภคจริงๆ เลยนะหล่อนนี่

    ดู๊ดูสินั่น หล่อนตุน “โอกาส” เอาไว้เป็นกระตั๊กเลยหรือ อืมม์ ไม่นับถือเห็นทีจะไม่ได้ แม่นางช่างร้ายกาจนัก

    .
    .

    -ป๋าไอซ์-

    อะไรของป๋าแกล่ะเนี่ย มาถึงก็ขึ้น “คอนคอร์ต” ก่อนเลย หาโอกาสลงไม่ได้เสียด้วยสินั่น มองไปมองมา ท่านป๋าปั๊ดปลดประจำการมันเสียเลย – ฮ่วย!

    อืมม์ มีเหตุผล นับว่าคำพูดท่านมีเหตุผล

  20. ผมเปล่า!…………………โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

    .
    .

    ยังจำได้ไหม จำได้หรือเปล่า กับสำนวนเก่าๆ ที่บางคนอาจจะเคยถูกเพื่อนล้อ หรืออาจจะเป็นคนล้อเพื่อนเสียเอง เมื่อครั้งยังเป็นเด็กว่า

    “ผมเปียมาเลียใบตอง พระตีกลองตะลุ่งตุ้งแช่”

    ไม่รู้ว่าเล่นทะเล้นกันอีท่าไหน ถึงไปดึงเอาหลวงพ่อ หลวงพี่ ที่วัดมายุ่งด้วยเฉยเลย ทั้งๆ ที่ท่านก็ตีกลองฉันเพล หรือไม่ก็ตีกลองทำวัตรสวดมนต์อยู่ที่วัดโน่นน่ะ

    ส่วนเจ้าผมเปียเมื่อโดนเจ้าผมจุกล้อเข้าไปแบบนี้ มีหรือที่จะยอมแพ้กันง่ายๆ เป็นต้องงัดประโยคเด็ดที่ท่องจำเอาไว้จนติดปาก ออกมาพูดล้อสวนไปว่า

    “ผมจุกคลุกน้ำปลา เห็นขี้หมานั่งไหว้กระจ๋องหง่อง”

    พูดเสร็จก็จะหัวเราะร่า ตบมือแปะๆ ด้วยความดีใจที่ได้แก้แค้นเพื่อนคืน ไม่นับว่าแต่ละฝ่ายอาจจะมีลูกหาบ หรือว่ากลุ่มเพื่อนที่สนินสนมกันเป็นพิเศษ คอยยืนเป็นหางเครื่องตบมือตะโกนล้ออีกฝ่ายอย่างสนุกสนานเอ็นจอย

    ว่าไปแล้วชีวิตเด็กๆ สมัยก่อนนั้น แค่ได้ล้อกันแบบนี้ก็สนุกแล้ว อาจมีบ้างที่อีกฝ่ายจะรู้สึกโกรธหรือเสียหน้า ถ้าหากถูกล้อต่อหน้า “สาวน้อยในดวงใจ” ที่มานั่งล้อมวงเล่นขายหม้อข้าวหม้อแกงกัน หรือถูกล้อต่อหน้าคนมากๆ

    หัวบางหัวอาจจะถูกโกนผม เนื่องจากขี้เกียจอาบน้ำ มีทีท่าว่าจะเป็นชันนะตุ หรือไม่ก็มีเหามาก ต้องโกนผมกำจัดเหาให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

    ก่อนจะพูดล้อหัวชนิดนี้ ต้องมองซ้ายมองขวาให้ดีเสียก่อนว่ามีหลวงพ่อ หลวงลุง หลวงน้า หรือว่าหลวงพี่เดินผ่านมาแถวนั้นบ้างหรือเปล่า เพราะประโยคคำล้อที่ว่าคือ

    “หัวโล้นโกนใหม่ๆ ควักขี้ไก่มาใส่หัวโล้น”
    แฮ่ม! หากไม่สำรวจตรวจตราดูให้ดีก่อนพูดล้อออกไปละก้อ แทนที่จะได้หัวเราะขำๆ กันแล้ว อาจจะต้องร้องไห้จ้า เพราะโดนไม้เรียวของหลวงพี่หวดกำราบ โทษฐานพูดล้อไม่เลือกที่สูงที่ต่ำ

    เชื่อกันว่าคนไทยสมัยก่อนเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน ก็เห็นจะจริงเช่นนั้น เพราะคำกลอนล้อเรื่องผมเหล่านี้ คงไม่ใช่เด็กๆ แต่งขึ้นมาหรอก ต้องเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองนั่นแหละ ที่แต่งขึ้นมาพูดล้อลูกหลานด้วยความรักใคร่เอ็นดู ครั้นเพื่อนๆ ของลูกมาได้ยินเข้า จึงเก็บเอาไปพูดล้อกันเล่นต่อไป

    มองอีกแง่จะเห็นว่า คนโบราณมีกุศโลบายในการสอนลูกหลานดีเหลือเกิน เพราะการจดจำสำนวนเหล่านี้ไปพูดนั้น ทำให้เด็กๆ ซึมซับโครงสร้างของคำกลอน คำคล้องจองของภาษาที่สละสลวยสวยงาม ครั้นเติบใหญ่ขึ้น จึงกลายเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนไปโดยปริยาย

    เด็กทุกวันนี้ไม่ค่อยไว้ผมเปียผมจุกกันแล้ว ทำให้คำล้อต่างๆ เหล่านี้พลอยหายตามทรงผมไปด้วย รวมถึงความเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนของคนไทย ก็ค่อยๆ ถูกวัฒนธรรมทางภาษาต่างถิ่น เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี ภาษาญี่ปุ่น ปนเปเข้ามา ทำให้คนไทยบางคนพูดภาษาไทยคำพูดภาษาต่างประเทศคำไปแล้วก็เยอะ

    หากลองเงี่ยหูสดับคำล้อเลียนหรือด่ากันของเด็กสมัยนี้แล้ว จะมองเห็นกระบวนการวิวัฒนาการทางภาษามาไกลมาก เพราะล้วนเป็นคำด่าที่ไม่เยิ่นเย้อ ยืดเยื้อ เยื้องย่างพรรณารายคล้ายแต่ก่อน แต่จะด่ากันสั้นๆ ตรงๆ กระชับเข้าเป้ากันไปเลย สมกับเป็นยุคสมัยที่มีร้านอาหารฟาสต์ฟูดส์ผุดอยู่ทุกมุมเมืองกันเสียจริง

    มีผลงานวิจัยชิ้นหนึ่งบอกว่า เด็กไทยทุกวันนี้ใช้ภาษาไทยได้แย่มาก ไม่ต้องพูดไปถึงขั้นใช้ภาษามาเขียนบทกวี หรือบทความที่สละสลวยหรอก เอาแค่การสะกดคำให้ถูก คิดเขียนเรียบเรียงอักษรให้ต่อกันเป็นรูปประโยคก็ทำไม่ได้ แม้ได้ก็ไม่ดี และแยกไม่ออกว่า ลักษณะภาษาเขียนกับภาษาพูดต่างกันอย่างไรด้วย

    ที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นคือ เด็กๆ ที่ว่านี้ ไม่ใช่เด็กนักเรียนชั้นประถมแต่อย่างใด แต่เป็นเด็กวัยรุ่นระดับอุดมศึกษา และนักศึกษาที่กำลังเรียนปริญญาตรีในสถาบันต่างๆ ก็พลอยใช้ภาษาไม่เป็นด้วย

    จริงอยู่ที่ว่าภาษาต่างๆ มีลักษณะคล้ายสิ่งมีชีวิตในแง่ที่ว่ามันมีกระบวนการเติบโต และวิวัฒนาการไม่หยุดนิ่ง คำเก่าๆ บางคำอาจสูญหายตายจากบรรณพิภพ ในขณะที่คำใหม่ๆ จะผุดขึ้นมาแทนที่

    ถ้าภาษาพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น อาจารย์สอนภาษาไทยทั้งหลายก็คงจะสบายใจอยู่หรอก แต่นี่ มองไปทางไหน ตรวจหนังสือเล่มใดของนักเรียน นักศึกษา อาจารย์บางท่านถึงกับเอามือก่ายหน้าผาก ลมจะจับกับภาษาเหล่านั้น

    ลองอ่านดูสักหน่อยไหม เช่นว่า

    “อยากจะเอาชีวิตเค้าเหยอตะเอง…..ยิงเลยจิ…..ยิงมาที่กลางหัวจายเค้าเลย…แต่ตะเองจาเจ็บหน่อยนะ เพราะไนนั้นหน่ะ…..มีตะเองอยู่”

    งงไหม หากยังไม่งง งั้นลองดูอีกสักประโยค

    “ถ้าเค๊ามีปืน 2 อันก็ดีจิเน๊อะ เค๊าจาแบ่งให้ตะเองอันนึง…..เค๊าก้อจะเก็บไว้เองอันนึง…..เราจะได้มี GUN และ GUN งัย”

    จะว่าการใช้ภาษาไทยปนอังกฤษแบบนี้ เป็นการก้าวข้ามพรมแดนทางภาษาไปแล้วไม่ได้เลยเด็ดขาด เพราะใช้ไม่ถูกกับหลักภาษาศาสตร์เลย

    แต่ก่อนนั้น การท่องบทอาขยานที่มีความไพเราะก่อนเลิกเรียนทุกวัน นับว่าเป็นวิธีการสอนภาษาที่สวยงามให้เด็กๆ ได้เป็นอย่างดี เด็กจะค่อยๆ ซึมซับภาษาที่ดีเหล่านั้นไปทีละน้อย

    ทุกวันนี้ วิธีการสอนแบบนี้ได้กลายเป็นเรื่องล้าสมัยคร่ำครึไปแล้ว

    จริงอยู่ที่ว่าวิธีการสอนแบบท่องจำ ทำให้เด็กไม่พัฒนาความคิดได้ดีเท่าที่ควร แต่เราต้องมาแยกแยะกันเป็นเรื่องๆ ไปกระมัง เพราะถ้าพูดถึงด้านภาษาศาสตร์ ด้านบทกวี หรือบทกลอนแล้ว หากไม่ท่องจำแบบแผน โครงสร้าง และถ้อยคำที่สวยงามให้ได้เสียก่อนแล้ว เป็นการยากที่นักเรียนนักศึกษาจะใช้ภาษาไทยได้ดีเหมือนคนรุ่นก่อน

    ประเด็นเรื่องถ้อยคำอันไพเราะที่ประดิษฐ์ขึ้นมาสอนให้เด็กๆ ล้อกันเล่นเรื่องผมนั้น ก็ลืมไปได้เลย เพราะผู้ปกครองทุกวันนี้ แทบไม่มีใครไว้ผมจุก ผมเปีย ให้ลูกตัวเองอีกแล้ว

    อ้อ ดูเหมือนจะมีประโยคล้อเลียนอยู่ประโยคหนึ่ง ที่พอจะเอาไว้พูดล้อเลียนกันเล่นเรื่องทรงผม หรือว่าเรื่องหัวได้ในทุกวันนี้ ประโยคที่ว่าคือ

    “หัวล้านป้านแป้ว ควักขี้แมวมาใส่หัวล้าน”

    เอ ว่าแต่ว่า เด็กหัวล้านมีไหมเนี่ย?

  21. -คุณไอซ์-

    ก็พอมีเภสัชกรที่ผลิต “ยา” ขนานนี้ได้อยู่เหมือนกันนะคะ
    แต่ปัญหาคือมีความคงตัวต่ำ และต้องทำให้กับผู้ป่วยเฉพาะราย

    ถ้าคนไข้สามารถผลิตเองได้ ก็เยี่ยมไปเลยค่ะ
    จะได้รักษาอาการต๊อแต๊ของตัวเองได้เลย

    .

    -หนูบาล์ม-

    หากเป็นชุดใหญ่จะหนักมาก
    พี่แนะนำให้หาคนมาช่วยแบกช่วยหามด้วยจ๊ะ

    .

    -ท่านสิญจน์-

    เอ๋า ..

    คนหัวล้านก็เป็นคนเหมือนกันนิ ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน
    แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่รู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ก็ว่าไปอย่างนะคะ
    คนแบบนั้นนั่นล่ะค่ะที่น่ากลัว

    แล้วดูสิน่ะ แนะนำคุณ Z ไปแต่ละเรื่องนี่นะ
    ช่างน่าหยิกจริง จริ๊งงงง !!
    อย่าได้เจอตัวเป็น ๆ เลยเชียว ได้เนื้อเขียวแน่นอนค่ะพ่อคุณเอ้ย !!

    -มารดำ.-

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s