ห้องยาพาเพลิน (๑๑)

ขณะเตรียมตะกร้ายา ซองยา ช้อนชา ไซริงค์ ฯลฯ ก่อนเริ่มงานช่วงเช้า

.

ฉัน : เมื่อวานหนูไปลองเสื้อมาแล้วล่ะค่ะ
พี่ : เสื้อกาวน์ที่เอาผ้าไปทิ้งไว้สองเดือนก่อนนั่นนะ?
ฉัน : ค่ะ ช่างเค้าบอกว่าตัดไว้นานแล้ว รอหลังเลือกตั้งจะเย็บให้
พี่ : อื้อฮือ การเมืองนี่ไปมีส่วนกับธุรกิจเย็บเสื้อเค้าด้วย

(( ฮา ))
ช่างตัดเสื้อเค้าเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งค่ะ

พี่ : แล้วเป็นไง สองเดือนผ่านไป ที่วัดตัวไว้ต้องแก้ไขหรือเปล่า
ฉัน : ตะทีแรกก็ดีใจนะพี่ ช่างเค้าต้องเย็บตะเข็บเข้าข้างนึงเป็นนิ้วเลย
พี่ : ?
ฉัน : ที่ไหนได้ เค้าบอกว่าน้าอยากให้หนูใส่สบาย ๆ ก็เลยตัดเผื่อไว้น่ะค่ะ

(( ฮา ))

.

หมายเหตุประจำบันทึก :
ผู้หญิงเรา อวบ ๆ หน่อยจะเป็นไร หากมั่นใจว่า “สวย” 5555+  ..😆

33 comments

  1. 5555+
    เป็นช่างตัดเสื้อที่เข้าใจความรู้สึกของลูกค้าดีนะคะ ^__^

    ตอนเด็กๆ แม่บอกว่าซื้อเสื้อผ้าต้องเผื่อโต
    ถึงตอนนี้ ข้าพเจ้าก็ยังยึดถือคำแม่ไว้เสมอค่ะ 555+

  2. เป็นเด็กดีจังนะคะท่านรอง ฯ Z ของเรานี่
    เชื่อฟังคำสั่งสอนของแม่ตั้งแต่เล็กจนโตเชียว ;p
    555555+

    .

    ส่วนช่างตัดเสื้อนั้น
    เธอต้องนั่งแก้ไขเสื้อให้ใหม่ทุกผืนเลยค่ะ
    โทษฐานที่เข้าใจความรู้สึกของลูกค้าดีนัก หุ หุ

    .

    อิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงนะคะ😀

  3. หมายเหตุประจำบันทึกของผู้อ่านบันทึก (งงป่ะ?)

    :

    ผู้หญิงนั้น…
    จะอวบก็ช่าง!
    จะสวยก็เช๊อะ!
    ถ้าหากเธอมั่นใจในตัวเองซะอย่าง
    เธอสามารถทำเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง ให้เป็นเรื่องได้

  4. 5555+
    ขำท่านสวรรค์เสก หุหุ

    ช่วงนี้ข้าพเจ้า ต้องเก็บอาการบ้านิดหนึ่ง
    เพราะอากาศเริ่มร้อนแล้ว
    หากบ้าไม่เป็นที่ เป็นทาง
    ข้าพเจ้าอาจจะโดนจับไปฉีดยา ^^

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ ^__^

  5. อืม .. ไม่งงเจ้าค่ะท่านสวรรค์เสก

    แต่ข้าพเจ้ามีความเห็นว่าคนอ่านที่ลงหมายเหตุไว้เยี่ยงนั้น
    เค้าคงจะกำลังอยาก “มีเรื่อง” อ่ะค่ะ .. หุ หุ

    .
    .

    รับทราบค่ะท่านรอง ฯ Z
    อากาศมันร้อนขึ้นทุกทีจริง ๆ ด้วยนะคะ
    เห็นทีสมาคม ฯ ของเราต้องออกประกาศนี้ให้ทราบโดยทั่วกันซะแล้ว

    5555555+ 😆

  6. ขอรบกวนถาม ว่าที่เมืองไทยมียาแก้ Allergy (Diphenhydramine HCl, Benadryl) ชนิดเนี้ขายหรือเปล่าครับ?

    ขอบคุณนะครับ

  7. มีเป็นยาสูตรผสมค่ะ
    และเท่าที่เห็นก็มีแต่ยาน้ำนะคะคุณเล็ก
    😀

  8. เห็นด้วยใช่ไหมคะคุณ Thungtreerat
    จขบ. ขออุ๊บอิ๊บว่าเห็นด้วยละกัน
    ขอบคุณมากค่ะ .. อิอิ

    .
    .

    งานยุ่งแต่ยิ้มได้อย่างนี้
    แสดงว่าท่านรอง ฯ Z รับมือได้สบาย ๆ อยู่แล้วล่ะก๊า
    อู้ ๆ เอ้ย !! สู้ ๆ จ้า

    555555+ 😀

  9. ก็ค่อยๆ ทำไปน่ะค่ะ
    เรื่องงานเรื่องเล็ก เรื่องเงินเรื่องใหญ่ค่ะ 555+

    เกิดเป็นกรรมกรก็ต้องสู้เช่นนี้แล ^___^

  10. สวัสดียามค่ำจ้า
    .

    เรื่องเงินไม่เท่าไรหรอกค่ะท่านรอง ฯ Z
    แต่เรื่อง “ไม่มีเงินตอนที่ต้องใช้” สิคะ นั่นละใหญ่น่าดูเชียว
    5555555+

    .

    พอพูดถึงเรื่องเงินขึ้นมาแล้วนี่
    ทำให้นึกไปถึงคำสอนของท่านหลวงพ่อจรัลขึ้นมาจับใจเลยค่ะ
    ว่าจะเอามาแปะในช่องคอมเมนต์นี้ แต่ทำไม่เป็นอ่ะ
    ลองแวะอ่านตามลิงค์ที่เอามาฝากนี้นะคะ


    😀

  11. 5555+
    จริงอย่างท่านประธานว่า ไม่มีเงินสิเรื่องใหญ่ หุหุ

    ขอบคุณสำหรับคำสอนค่ะ

    ท่านประธานเชื่อหรือไม่
    ข้าพเจ้าปริ๊นรูปพร้อมข้อความของหลวงพ่อ
    เก็บไว้ในลิ้นชัก พอเห็นที่ท่านประธานนำมาให้ดู
    เป็นรูปเดียวกันจริงๆ ด้วยล่ะค่ะ ^__^

  12. เชื่อค่ะ🙂

    .

    ว่าแต่ท่านรอง ฯ Z สิคะ
    ท่านเชื่อหรือไม่ว่า ตอนนี้ประธาน ฯ ง่วงนอนซะแล้วล่ะค่ะ
    5555555+

    .
    .

    ข้าพเจ้าขอตัวไปพักก่อนนะคะ
    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ😀

  13. ข้าพเจ้าก็เชื่อค่ะ
    ว่าท่านประธานง่วงนอนแล้ว ^__^
    (อย่างที่เคยบอกว่าข้าพเจ้าเชื่อคนง่าย อิอิ)

    นอนหลับฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^__^

  14. น่ารักมากค่ะท่านรอง ฯ Z
    ว่าง่ายอย่างนี้ข้าพเจ้าละปลื้มนักล่ะ

    5555555+

    .

    สุขสันต์วันเสาร์เจ้าค่ะ😀

    ปล. ใครคือ Anonymous หรือนี่ ? เผยโฉมออกมาเถอะค่ะ ไม่ต้องกลัวนะคะ ข้าพเจ้าน่ะฉีดยาแล้ว หุ หุ

  15. สวัสดีสายๆ วันเสาร์ค่ะ
    ข้าพเจ้าวุ่นวายกับการห่อพัสดุไปรษณีย์แต่เช้า
    ห่อของหนึ่งชิ้นใช้เวลาซะครึ่งชั่วโมง
    ผลงานออกมาจึง ห่วยขั้นสุดยอด ซะงั้น – -”

    ไปส่งของให้เจ้านายก่อนนะคะ ^__^

  16. อ่า ..

    ข้าพเจ้าเคยได้ยินมาว่า “อาหาร ยิ่งปรุงยิ่งเละ”
    เพิ่งทราบว่าการห่อพัสดุก็เช่นกัน ยิ่งใช้เวลาห่อนาน ยิ่งจุดจุดจุด
    5555555555555+

    .

    เชิญ ท่านรอง ฯ Z ตามลำบากเลยนะคะ
    สักครู่ข้าพเจ้าก็คงจะจรลีแล้วล่ะ
    (( วันนี้มีเวรแค่ครึ่งวันอีกแว้ว อิอิ ))

    .

    ขอให้สนุกกับงานนะคะ
    -จขบ.-😀

  17. น่าอิจฉาเป็นที่สุด จะได้พักแล้ว T_T

    งั้นก็รบกวนนอนเผื่อข้าพเจ้าด้วยนะคะ
    เพราะตอนนี้ง่วงซะแล้วอ่ะ

    ขอให้มีความสุขกับการพักผ่อนค่ะ ^__^

  18. เมื่อคืนพยายามโพสต์ตั้งหลายครั้งแต่ไม่ผ่าน

    เช้าวันนี้ลองดูใหม่สิ

    อึ๊บ!

  19. อา ผ่านแล้วๆๆๆ

    เอ๊า จาโพสต์จริงๆ ลานะ

    อ่านเรื่องตลกหกฉากกันมาก็หลายเพลแล้ว

    งั้นวันนี้มาอ่านอะไรที่หนักๆ มึนๆ งงๆ กันหน่อยละกัน

    อึ๊บ!

  20. สองชีวิต คนที่ 1 …………… โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

    .
    .

    “ครูที่ดีจะสั่งสอนชี้แนะให้ศิษย์รู้จักผิดชอบดีชั่ว แล้วประพฤติปฏิบัติตามคำชี้แนะนั้น ทว่าครูที่เยี่ยมยอดสามารถสอนศิษย์ได้โดยไม่ต้องเคี่ยวเข็ญบังคับ หากแต่สร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากจะทำตามผู้เป็นครูเอง”

    ใครพูดประโยคนี้เอาไว้งั้นหรือ?

    ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะผมอ่านมานานจนลืมชื่อผู้พูดไปแล้ว

    หากสาระสำคัญของคำพูดประโยคนี้อยู่ที่ประกายความคิดอันจักทำให้ผู้อ่านทราบถึงความหมายของการเป็นครูที่ดี หรือว่าเป็นบุคคลต้นแบบให้ผู้อื่นได้ทำตัวตาม ว่าเป็นแบบไหน ควรจะเป็นอย่างไรแล้วละก้อ ถ้างั้นใครจะเป็นผู้พูดประโยคนี้ขึ้นมาก็ช่างเถิด ถือเสียว่าลมปากวูบนั้นได้กลายเป็นตัวอักษรปรากฏขึ้นมาให้พวกคุณได้อ่านเล่นๆ ในที่นี้ก็แล้วกันนะ

    บุคคลท่านแรกที่ผมจะกล่าวถึงนี้ท่านไม่ใช่เป็นครูในความหมายที่หมายถึงคนบางประเภทที่ต้องไปยืนอยู่หน้าชั้นเรียน แล้วพร่ำสอนนักศึกษาถึงทฤษฎีหรือว่าความเชื่อบางอย่างที่ตนได้ศึกษาเล่าเรียนมาเท่านั้น

    หากแต่ท่านยังเป็นครูในความหมายของคนคนหนึ่งที่เกิดมาบนโลกนี้ แล้วทุ่มเทชีวิตศึกษาวิทยาศาสตร์ ศาสนา ปรัชญา ระบบการศึกษาและสังคมการใช้ชีวิตร่วมกันของมนุษย์ แล้วนำทฤษฎีต่างๆ เหล่านี้มาผสมผสานกับการปฏิบัติบนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงได้อย่างน่าทึ่ง

    เบอร์ทรันด์ รัสเซล (Bertrand Russell) คือบุคคลที่ผมกำลังกล่าวถึง

    และบทความ “ฉันอยู่เพื่อสิ่งใด” ของท่านผู้เฒ่า คือเรื่องที่ผมกำลังจะกล่าวถึงในลำดับต่อไป โดยไม่สาวไปหาประวัติส่วนอื่นของท่านให้ยืดยาวและเสียเวลา

    ท่านผู้เฒ่าเขียนบทความชิ้นนี้ขึ้นมาเมื่อตอนท่านมีอายุ 95 ปี ต่อมามันได้กลายเป็นบทความที่ทรงอิทธิพลต่อนักคิดนักเขียนรุ่นหลังให้ได้ศึกษา ว่าผลึกความคิดของชายชราผู้ใช้เวลากว่า 9 ทศวรรษเศษในการเพาะบ่มความรู้นั้น ท้ายที่สุด ท่านมองโลกด้วยท่าทีเช่นไร

    “What I lived for” คือชื่อบทความในภาษาอังกฤษ

    เพื่อความครบถ้วนของข้อมูล เพื่อเป็นการให้เกียรติท่านผู้เป็นเจ้าของบทความ เพื่อไม่เป็นการดูถูกผู้อ่านแถวนี้จนเกินไป และท้ายที่สุด เพื่อสนองความเท่ในอารมณ์ของผม ถ้างั้น ผมจะขอคัดลอกบทความในฉบับภาษาอังกฤษมาให้พวกคุณอ่านก่อนก็แล้วกันนะครับ

    Three passions, simple and overwhelm mingly strong, have governed my life: the longing for love, the search for knowledge and unbearable pity for the suffering of mankind.

    These passions, like great winds, have blown me hither and thither, in a wayward course, over a deep ocean of anguish, reaching to the very verge of despair.

    I have sought love, first, because it brings ecstasy – ecstasy so great that I would often have sacrificed all the rest of life for a few hours of this joy. I have sought it, next, because it relieves loneliness – that terrible loneliness in which one shivering consciousness looks over the rim of the world into the cold unfathomable lifeless abyss.

    I have sought it, finally, because in the union of love I have seen, in a mystic miniature, the prefiguring vision of the heaven that saints and poets have imagined. This is what I sought and thought it might seem too good for human life, this is what – at last – I have found.

    With equal passion I have sought knowledge. I have wished to understand the hearts of men. I have wished to know why the starts shine. And I have tried to apprehend the Pythagorean power by which number holds sway above the flux. A little of this, but not much, I have achieved.

    Love and knowledge, so far as they were possible, led upward toward the heavens, but always pity brought me back to earth. Echoes of cries of pain reverberate in my hearts. Children in famine, victims tortured by oppressors, helpless old people a hated burden to their sons, and the whole world of loneliness, poverty and pain make a mockery of what human life should be. I long to alleviate the evil, but I cannot, and I too suffer.

    This has been my life, I have found it worth living, and would gladly live it again if the chance were offered me.

    .
    .

    “ฉันอยู่เพื่อสิ่งใด” แปลโดย ธเนศวร์ เจริญเมือง

    มีอารมณ์สามอย่างที่ได้กำหนดชีวิตของฉัน อารมณ์เหล่านี้ง่ายๆ แต่รุนแรงยิ่งนัก ได้แก่ 1. การโหยหาความรัก 2. การค้นหาความรู้ และ 3. ความรู้สึกสงสารเวทนาอย่างยิ่งต่อผู้คนที่ต้องทุกข์ยากลำเค็ญ อารมณ์เหล่านี้เป็นเสมือนพายุใหญ่ที่ซัดกระหน่ำฉันไปทางโน้นทางนี้ตามยถากรรม เหนือมหาสมุทรลึกแห่งความเจ็บปวดรวดร้าว และไปจรดสุดฝั่งแห่งความท้อแท้สิ้นหวัง

    ในประการแรก ฉันค้นหาความรัก เพราะความรักทำให้เกิดความสุขล้น ความสุขล้นที่ยิ่งใหญ่จนกระทั่งฉันยอมสละช่วงชีวิตที่เหลือเพื่อแลกกับความสุขล้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงนั้น

    ประการที่สอง ฉันค้นหาความรัก เพราะความรักบรรเทาความเปลี่ยวเหงา ความเปลี่ยวเหงาในที่ที่คนคนหนึ่งมองเลยไปยังสุดขอบโลก ได้เห็นเหวที่ลึกสุดหยั่งได้ เหวที่หนาวเหน็บและไร้ชีวิตวิญญาณใด

    และในประการสุดท้าย ฉันค้นหาความรัก เพราะความรักเมื่อสุขสมนั้น ฉันได้เห็นภาพย่ออันน่าพิศวงของสวรรค์ที่เหล่าเทพและกวีได้จินตนาการเอาไว้

    นี่คือสิ่งที่ฉันได้ค้นหา และแม้ว่ามันจะดูดีเกินไปสำหรับมนุษย์ แต่ในที่สุดฉันได้พบแล้ว

    ด้วยอารมณ์แบบเดียวกัน ฉันได้ค้นหาความรู้ ฉันปรารถนาจะเข้าใจจิตใจของคน อยากจะรู้ว่าเหตุใดดาวจึงส่องแสง ฉันได้พยายามจะเรียนรู้พลังของกลุ่ม Pythagoreans (กลุ่มปัญญาชนที่สนใจศึกษาบทบาทของตัวเลขจากวิชาคณิตศาสตร์, ดาราศาสตร์, ดนตรี และวิชาว่าด้วยวิญญาณเข้าสิงร่างอื่น – Metempsychosis) ที่เห็นว่าตัวเลขสำคัญเหนือการเปลี่ยนแปลง ฉันประสบความสำเร็จในการค้นหาความรู้เหล่านั้นแม้ไม่มากนัก

    ความรักและความรู้ อย่างน้อยเท่าที่ฉันได้ค้นพบ นำฉันขึ้นไปสู่สวรรค์ แต่แล้ว ความรู้สึกสงสารเวทนาก็นำฉันกลับคืนสู่โลกอยู่ร่ำไป เสียงร่ำไห้จากความเจ็บปวดของผู้คนดังกึกก้องในใจฉัน เด็กน้อยผู้หิวโหย เหยื่อถูกทรมานโดยผู้กดขี่ คนแก่ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้กลายเป็นภาระอันน่าชังของลูกๆ และทั้งโลกแห่งความเปลี่ยวเหงา ความยากไร้ และความเจ็บปวดเหมือนจะเยาะเย้ยว่า โลกมนุษย์ควรเป็นเช่นไรกัน ฉันปรารถนาจะขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้น แต่ฉันก็ทำไม่ได้ และฉันเองก็ต้องเจ็บปวดไปด้วย

    นี่คือชีวิตของฉัน ฉันได้พบว่าชีวิตนี้มีค่านัก และฉันยินดีที่จะมีชีวิตอีกครั้งถ้าหากมีโอกาส

    .
    .

    ในสังคมครูของชาวอังกฤษ ทุกคนล้วนรู้ดีว่า ท่านผู้เฒ่าผู้นี้เป็นครูที่ยิ่งใหญ่เพียงใด มีจิตวิญญาณความเป็นผู้สอน ผู้ให้ ผู้ถ่ายทอดความรู้ซึ่งมากยิ่งกว่าคำพูด ยิ่งกว่าทฤษฎีที่ท่านเชื่อมั่นและได้สั่งสอนศิษย์ ท่านเป็นครูทั้งความคิดและการกระทำ ที่ได้ดำเนินตนเป็นตัวอย่างแก่ศิษย์อย่างครอบคลุมแทบทุกด้านเป็นเวลาร่วมร้อยปี

    ผู้เฒ่าตายเมื่อปี ค.ศ. 1970 สิริรวมอายุทั้งสิ้น 98 ปี

    มีผู้วิเคราะห์ว่า บทความ “ฉันอยู่เพื่อสิ่งใด” ของท่านผู้เฒ่านี้เอง ที่เป็นพลังหนุนอยู่เบื้องหลัง หรือก่อแรงบันดาลใจให้เกิดบทความชิ้นหนึ่งของ “ยอดคุณครู” อีกผู้หนึ่งของสังคมไทย

    ท่านผู้นี้เป็นใคร และบทความนั้นมีเนื้อหาอย่างไร มาติดตามในตอนหน้านะครับ.

  21. สวัสดีค่ะ คุณสวรรค์เสก
    เดี๋ยวเย็นๆ มาอ่านนะคะ ^__^

    ไปทำงานก่อนล่ะ แว๊ปปป

  22. อ่านจบแล้วค่ะ
    ขอบคุณสำหรับบทความดีดีนะคะ ^__^

  23. สวัสดียามค่ำค่ะทุกท่าน

    .

    และแล้ว “คุณโม่ง (Mr.Anonymous)” ได้เผยโฉมหน้า
    ออกมาเป็น คุณป๋าสองสอ. นั่นเอง
    55555+

    ขอบคุณมากนะคะสำหรับเรื่องที่นำมาฝาก
    ข้าพเจ้าขอจัดขึ้นกระเช้าสักประเดี๋ยว แล้วจะค่อย ๆ เคี้ยวอ่านค่ะ

    .
    .

    อ่อ .. ท่านรอง ฯ Z ที่เคารพ
    ข้าพเจ้าพักเผื่อให้ตามคำร้องขอเรียบร้อยแล้วค่ะ
    จึงเรียนมาเพื่อทราบ

    -จขบ.-😀

  24. สวัสดีค่ะท่านประธาน
    ขอบคุณที่พักผ่อนเผื่อมาถึงข้าพเจ้า
    มิน่าสิ เมื่อเย็นไปนั่งตัดผมถึงได้ไม่ง่วงนอน ^^”

  25. ข้าพเจ้าก็อย่างนี้แหละค่ะท่านรอง ฯ Z
    นอกจากสวย และน่ารักแล้วนี่
    ยังใจดีด้วยนะคะ

    คริ
    คริ
    คริ

    .

    ว่าแล้วก็ไปอ่านบทความของป๋าสอเค้าต่อก่อนน๊า

    เห็นปะ !
    เห็นปะ !

    นอกจากข้าพเจ้าจะสวย น่ารัก และใจดีแล้วนี่
    ยังมีความสามารถดีอีกด้วย
    หูฟังรายการ The Star
    แต่ตายังจ้องมอนิเตอร์ได้อีกตะหาก

    555555+😆

  26. ท่านประธานมีความสามารถหลายอย่างเช่นนี้
    ช่างน่านับถือยิ่งนัก
    นับถือ นับถือ Orz

    ว่าแต่เชียร์ใครอยู่หรือคะ ^__^

  27. มันเป็นความสามารถพิเศษ ที่ไม่ควรลอกเลียนแบบค่ะ
    หากเด็ก ๆ จะทำตาม
    ควรอยู่ในวิจารณญาณของผู้ใหญ่นะคะ
    55555555555+

    .

    ส่วนรายการ The Star นั้น
    ข้าพเจ้าเพิ่งมีโอกาสได้ชมวันนี้เป็นวันแรกน่ะค่ะ
    ไม่ทราบจะเชียร์ใครดี

    ว่าแต่ท่านรอง ฯ Z เถอะค่ะ
    กำลังเชียร์คนไหนอยู่หรือเปล่าคะ ?
    บอก ๆ กันไว้ ข้าพเจ้าจะได้จับตามองด้วยคน
    😀

  28. เรียนท่านประธาน
    ข้าพเจ้าหาได้เชียร์ใครเป็นพิเศษไม่
    เนื่องจากมิได้นำพามากนัก
    เพียงแต่รู้สึกจะมีแม่หญิงอยู่ผู้หนึ่ง
    เสียงดีใช้ได้ แต่ไม่ทราบนาม – -”

    แต่เพลานี้ข้าพเจ้ากำลังดูสามก๊กอยู่น่ะท่าน ^__^

  29. แล่วกัน ..
    แล่วกัน ..
    แล้วกันสิท่านรอง ฯ – -”

    .

    กะแล้วว่าท่านกำลังตั้งใจดู “สามก๊ก” อยู่แน่ ๆ
    ข้าพเจ้าก็เคยเปิดดูแว๊บ ๆ นะคะ แต่ว่าเค้าฉายดึกเกินไปไม่เหมาะกับวัย เอ้ย ! ไม่ดีกับการทำงานในวันต่อไปของข้าพเจ้าเอาเลย (( น่าเสียดายจัง ))

    .
    .

    ว่าแล้วก็ขอตัวไปเฝ้าพระอินทร์ก่อนนะคะ
    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    😀

  30. เรียนท่านประธานที่เคารพ
    ในวันพรุ่งนี้ สามก๊ก จะเปลี่ยนเวลาจากสี่ทุ่มครึ่ง
    มาเป็นสี่ทุ่มแล้วล่ะท่าน (ขยับมาครึ่งชั่วโมง)

    จริงๆ แล้วเมื่อตอนเด็กเคยดูแล้วรอบหนึ่งทางช่องเก้า
    หนังสือก็อ่านมาบ้าง (แต่ไม่เคยจบ-*-)
    ข้าพเจ้าเลยตั้งใจว่าครั้งนี้จะดูให้รู้เรื่อง (มากกว่าคราวก่อน)

    ส่วนการนอนดึกก็ติดเป็นนิสัยเสียแล้ว (นิสัยไม่ดี)
    วันไหนนอนแต่หัวค่ำ แสดงว่าวันนั้นอาการไม่ปกติค่ะ ^__^

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์เช่นกันค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s