ภาพเล่าเรื่อง

ทั้ง 4 ภาพนี้ มีเรื่องราวซ่อนอยู่ค่ะ 

ขอให้ทุกท่านลองเขียนบรรยายดูนะคะ เล่าไปตามที่ได้รับรู้ แล้วแต่จินตนาการจะพาไป เรื่องของคุณจะสะท้อนความเป็นจริงหรือจะแหวกแนวไปก็ได้ ไม่ผิดกติกาค่ะ

พร้อมแล้วก็ลองเขียนกันดูนะคะ   ..😀

hey1.jpg

hi1.jpg

i-am-cell1.jpg

bye1.jpg

53 comments

  1. ว้าวๆๆๆ
    มีการบ้านให้ทำด้วยหรือคะ ท่าน จขบ. ^^
    ให้เล่าเรื่องเหรอ อืม….

    ท่านจขบ. คิดจะไปขโมยของในบ้านหลังนี้
    แต่ทว่ามีน้องหมานอนเฝ้าบ้านอยู่
    ท่านจขบ. เลยทำทีเรียกน้องหมามากินขนม
    ซึ่งใส่ยานอนหลับไว้แล้ว หลังจากนั้นก็ เสร็จโจร😛

    เอาใหม่ จริงๆ ล่ะ
    น้องหมาตัวนั้นคงกำลังนอนรอ เจ้าของบ้าน ด้วยความหงอยเหงา
    พอเห็นเจ้าของบ้านกลับมา ก็เลยเดินออกไปรอรับ (สั้นชะมัด-*-)

  2. 5555555555555555555555555+
    คุณ Z อ่ะ ทำไปด้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !! ^0^

    .

    สั้น ๆ แต่ได้ใจความดีค่ะ
    และด้วยความดีที่ส่งการบ้านได้ทันควัน
    จขบ. ขอมอบ “อมยิ้ม” ให้เป็นรางวัล 1 อันไปเล้ยยยยย

    อ้อ !! “อม” แล้วต้อง “ยิ้ม” ด้วยนะคะ .. อิอิ
    😀

  3. มารับอมยิ้มค่ะ
    แต่ว่าข้าพเจ้า เผลอ ยิ้ม ก่อน อม อ่ะ
    ผิดกฏไหมเนี่ย ^__^
    แล้วจะมีเฉลยเรื่องจริงผ่านจอป่าวคะ ^^

    อีกสักครู่ข้าพเจ้าต้องออกไปรับคุณน้า ค่ะ
    คงตัองปิดเครื่องแล้ว
    แต่รับรองคืนนี้จะนอนแต่หัวค่ำค่ะ

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะคะ

  4. “ยิ้ม” ก่อน “อม” หรือจะ “อม” ก่อนแล้วค่อย “ยิ้ม” ก็ได้ค่ะ
    ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด อิอิ

    .

    ส่วน “เรื่องจริง” นี่ หากมีคนเล่าเรื่องได้สนุกสนาน มีจินตนาการบรรเจิด
    อ่านแล้วสุดเพลิดเพลินละก้อ คุณอาจไม่อยากอ่านเฉลยก็ได้นา

    .

    ไปรับคุณน้าแล้วขอให้เดินทางกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยนะคะ
    ฝันดี และ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ 😀

  5. เอาขนมไปล่อเจ้า golden retriever ล่ะสิ

    ไม่รู้ว่าใช่ golden retriever หรือเปล่า???

  6. -ภาพที่ 1-

    .

    วันนั้นไม่ใช่วันพระ
    วันนั้นฝนไม่ตก
    วันนั้นแดดไม่ออก
    แต่ให้ตายเถอะคุณ! เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในเย็นวันนั้น

    หญิงสาวผู้หนึ่ง
    ใบหน้าผุดผาดเยี่ยงดอกบัวที่พ้นเลน
    แก้มขาวผ่องนั้นอวบอูมราวอมมะตูมสุกอยู่สองลูก
    ทรวดทรงองค์เอวก็สะโอดสะองสมส่วนดั่งเทพธิดา – ธิดาช้าง!
    เธอกำลังย่างเข้าไป ย่างเข้าไปตามถนนคอนกรีตสู่ประตูบ้านหลังหนึ่ง

    ที่บ้านหลังนั้น
    เป็นบ้านสองชั้นแวดล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์จนร่มรื่น
    ค่อนไปทางร่มครึ้มซะด้วยซ้ำไปน่ะคุณ
    ประตูเหล็กดัดหน้าบ้านบ่งบอกอายุขัยของตัวเอง
    ว่าได้ท้าทายแดดฝนมาหลายแล้งแล้ว
    สีขาวที่ทาทับประตูเหล็กดัดเริ่มร่อน สีรองพื้นกันสนิมเริ่มเสื่อม กระทั่งแตกปริเป็นริ้วรอยเหมือนย่นตีกาบนหน้าเจ้าของบ้าน – ครับ ใช่ ผมหมายถึงเจ้าของบ้านหลังนั้น ไม่ใช่รอยตีนกาบนหน้าเจ้าของบ้านหรือว่าเจ้าของบล้อกนี้แต่อย่างใด แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ หากว่าเจ้าของบล้อกนี้เธอจะสมยอมรับสภาพนั้นด้วยตัวเอง!

    หญิงสาวผู้นั้นยังเดินเข้าไปยังบ้านหลังนั้น
    กระทั่งมาหยุดยืนอยู่ที่ประตูหน้าบ้าน
    เธอชะเง้อชะแง้แลซ้ายดูขวาเหมือนกำลังมองหาคนอยู่

    “เอ๋า! จะมองหาคนทั้งทีไหง๋ซูมดูแต่ประตูเหล็กดัดเล่า?”
    ในเสี้ยววินาทีต่อมา เธอจึงปรับสายตาให้มองทะลุประตูเหล็กดัดเข้าไป

    .
    .
    .

    -ภาพที่ 2-

    .

    “อ้า! นั่งไงคน เจอแล้ว!”
    เธอแสดงอาการลิงโลดที่ได้เจอเจ้าของบ้าน

    “เอ๋า หมานี่หว่า นึกว่าคน”
    เธอพูดและขำกับตัวเองที่มองเห็นคนเป็นหมา เอ๊ย! มองเห็นหมาเป็นคน

    “เหม่ๆๆ พันธุ์โกเด้นรีทรีฟเว่อร์ซะด้วยซี
    น่ารักน่าชัง รูปหล่อน้อยกว่าเจ้าสโนว์นิดเดียวเท่านั้น”
    เธอนึกถึงหมาของตัวเอง จึงนึกชมมันอยู่ในใจ
    อันที่จริงแล้ว เจ้าโกเด้นฯตัวนี้รูปหล่อกว่าพ่อสโนว์แมนของหล่อนเป็นไหนๆ
    แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ว่ากันว่าความรักทำให้คนตาบอด
    หากรักซะแล้ว อะไรๆ ก็พลอยหล่อพลอยสวยไปหมด
    จึงไม่เป็นเรื่องที่แปลกเลยที่หล่อนจะมองเห็นพ่อสโนว์แมนรูปหล่อกว่าพ่อโกเด้นฯตัวนี้

    “คุณค่ะ!” เธอเรียกหมาตัวนั้น
    “เอ๊ย! ไม่ใช่สิ เค้าเป็นหมานี่นา” เหมือนว่าเธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองบ้า
    “จู๊ๆๆๆ” เธอทำปากจู๋เรียกน้องหมาตัวนั้น

    ถ้าหากเจ้าตูบพูดภาษาคนได้มันคงจะพูดว่า
    “ครายว่ะ มารบกวนเวลาหลับเวลานอนของตู!”
    พลางลืมตาขึ้นมาจากความเคลิบเคลิ้มในห้วงภวังค์

    “จู๊ๆๆๆ” เธอยังทำปากจู๋เรียกมัน

    “ฮืมมมม กวนจายวายรุ่นเจงๆ กำลังหลับเพลินๆ อยู่เชีย
    ไหนๆ ดูสิมีอะไร ลองลุกไปดูหน่อยสิ
    หากไม่มีของกินมาให้ล่ะก้อ ฮึ! น่าดูชม เดี๊ยะ กัดให้น่องหลุด!”
    ว่าแล้วเจ้าตูบก็ลุกพรวดพราดขึ้นเดินออกไปหาหล่อนที่ประตูหน้าบ้าน

    .
    .
    .

    -ภาพที่ 3-

    .

    ระยะทางบนถนนคอนกรีตไปถึงประตูบ้านนั้นไม่ไกลหรอก
    แต่ในความรู้สึกของเจ้าตูบแล้ว รู้สึกว่าราวกับเป็นการเดินทางไปสู่แถบไคเปอร์เพื่อสำรวจดาวพลูโตของยานนิวฮอริซอน

    “เอ..คนดีหรือเปล่าหว่า” เจ้าตูบถามตัวเองขณะเดินยักย้ายส่ายสะเอวเหมือนเด็กแนวไปหาหญิงสาวผู้นั้น

    เดินมาได้สามสี่ก้าวเจ้าตูบหยุดกึ๊ก “แหง๋แซะละมั้งนั่น แก้งค์จับหมาไปเรียกค่าไถ่แหง๋มๆ ดูท่าเธอสิ ไม่น่าจะเป็นคนดีเลย” เจ้าตูบลังเล

    “จู๊ๆๆๆ” เธอยังทำปากจู๋เรียกมัน

    “ฮืมม์ม์ ไม่น่าใช่น่า หล่อนไม่น่าจะเป็นผู้ร้ายหรอก ดูท่าทางเปิ่นๆ ยังงี้ ไม่น่าจะมีพิษภัยกับใครเขาหรอก ลองดูสิ ลองเข้าไปดูก่อน ยังไงเสียก็ยืนอยู่ห่างๆ ประตูไว้ก่อนก็ได้ว่ะ ผิดท่ายังไงจะได้วิ่งหนีทัน”

    เมื่อหาเหตุผลมาสนับสนุนความคิดของตัวเองได้ดังนั้น
    เจ้าตูบจึงเยื้องย่างส่ายสะเอวเข้าไปหาหล่อนต่อ
    ครั้นพอเข้าไปไกลเธอ เจ้าตูบได้กลิ่น!

    “ใช่แล้ว! กลิ่นหมานี่นา!”
    เป็นความไม่รอบคอบของเธอเองที่เพิ่งเล่นหัวกับเจ้าสโนว์มา
    ทำให้เจ้าตูบได้กลิ่นเจ้าสโนว์แล้วเกิดไม่ไว้ใจหล่อนขึ้นมาดื้อๆ
    “อี้อ์อ์อ์ งี้ สงสัยพวกมาซุ่มจับหมาไปส่งโรงงานทำลูกชิ้น
    ไม่ก็ส่งไปแปรรูปส่งนอกที่สกลนครแหง๋ๆ เลย”
    แค่ได้กลิ่นหมาตัวอื่นติดตัวหล่อนมาหน่อยเดียว
    จินตนาการของเจ้าตูบพลันบรรเจิดเลิศภพจบแดน
    “อี๋อ์อ์อ์ มีกลิ่นแมวด้วย หล่อนจับแมวด้วยหรือนี่!!”
    เจ้าตูบกลัวมากแทบว่าฉี่จะปริบออกมา เดชะบุญที่ขมิบไว้ได้ทัน

    “จู๊ๆๆๆ” เธอยังทำปากจู๋เรียกมัน

    “Never judge by appearance แนะเฮ้ย!”
    เจ้าตูบเดาะคิดเป็นภาษาอังกฤษ
    หากเราจะถอดความออกมาเป็นภาษาข้าวเหนียวคลุกน้ำแกงบนจานพลาสติกสีแดงของเจ้าตูบแล้วล่ะก้อ อาจจะพอแปลความคิดประโยคนั้นได้ว่า “อย่าตัดสินผู้ใด หรือว่าสิ่งใด จากรูปลักษณ์ภายนอกโดยเด็ดขาด”

    อ้าวๆๆ คุณผู้อ่านอย่าลืมสิครับว่า
    เจ้าตูบของเราน่ะ โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ เชียวนาขอรับ
    แม้ตอนนี้จะมาตกระกำลำบากเป็นผู้ดีตกยากอยู่ที่บ้านหลังนี้
    แต่ขึ้นชื่อว่าผู้มีเชื้อฝรั่ง ยังไงเสียย่อมมีเศษเสี้ยวของความคิดเป็นภาษาอังกฤษได้บ้างนั่นแหละน่า

    ไหมล่ะ! พวกคุณเริ่มเห็นคล้อยกับผมแล้วไหมล่ะ – สาธุ!

    พอคิดได้ดังนั้น และมองเห็นกิริยาท่าทีของเธอดูใสๆ
    ไม่น่าจะใช่คนใจไม้ไส้ระกำที่กระทำเรื่องเหี้ยมเกรียมแบบนั้นได้
    เจ้าตูบจึงเดินเข้าไปหาหล่อน แต่มิวายไปหยุดดูเชิงอยู่ห่างประตูเหล็กดัดออกมาพอสมควร

    .
    .
    .

    -ภาพที่ 4-

    .

    “โธ๊! นึกว่าใคร คุณเจี๊ยบนี่เอง”
    เจ้าตูบแกว่งหางดุ๊กดิ๊กๆ ด้วยความดีใจ
    เมื่อตอนที่เดินเข้าใกล้ประตู และรู้แล้ว่าเธอผู้นั้นเป็นใคร

    “เป็นไงจ๊ะ พ่อรูปหล่อ หิวมากไหมจ๊ะ”
    เธอผู้นั้นก็บ้าสิ้นดีที่พูดกับหมาราวกับว่ามันรู้เรื่อง

    เจ้าตูบเดินมาจวนถึงประตูเหล็กดัด
    ทรุดขาหลังลงนั่งชันเข่า เอ๊ย นั่งชันขาหน้า
    ทำตาหลุกหลิกๆ เรียกคะแนนสงสาร
    ทว่ามันหลอกแลบลิ้นล้อเลียนเธอได้อย่างแนบเนียน
    โดยที่เธอผู้นั้นไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถูกเจ้าตูบหลอกอยู่น่ะ

    “อาหารของแกจ๊ะตูบ ฉันเอามาให้จ้า มื้อนี้มื้อสุดท้ายแล้วล่ะ
    เพราะว่าเจ้านายของแกจะกลับมาวันนี้แล้วรู้ไหม”
    เธอยังพูดกับเจ้าตูบเป็นตุเป็นตะ ขณะเทอาหารลงในจานพลาสติกสีแดงให้เจ้าตูบกิน

    โธ่ เอ๊ย ทีแรกผมก็พลอยงงเหมือนกับคุณผู้อ่านท่านอื่นๆ นั่นแหละ
    แต่พอตามอ่านมาถึงบรรทัดนี้ถึงได้รู้ว่า
    เจ้าของเจ้าตูบไม่อยู่บ้านน่ะครับ เขาไปทำธุระหลายวัน
    จึงฝากให้ “หล่อน” ผู้นั้น นำอาหารมาเลี้ยงเจ้าตูบแทน

    โธ่ๆๆ จบแบบนี้ซะงั้น

    เฮ้ยยยยยยยยยยยยยย

  7. อรุณสวัสดิ์ค่า

    .

    วันนั้นไปมือเปล่าค่ะคุณเล็ก
    มีแต่มือนุ่ม ๆ กับยิ้มหวาน ๆ ไปล่อ เอ้ย !! ไปผูกมิตรกับเค้า .. อิอิ
    (เดาว่าคงจะเป็นสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์แหละค่ะ)

    .

    แต่พออ่านของคุณสวรรค์เสกนี่สิคะ
    ให้(สวย)ตายเถอะ !!
    ทำไมคุณป๋าถึงได้ช่างคิด ช่างจินตนาการไปได้ขนาดนั้น
    จริงอยู่ที่ จขบ. สวยอย่างเทพธิดาช้าง !
    แต่การที่มาหาว่าข้าพเจ้าเห็นสโนว์หล่อกว่าเพราะความรักเข้าตานี่คุณพูดไม่ถูกแล้วล่ะ
    เพราะสโนว์เค้าหล่อของเค้าจริง จริ๊งงงงงง !!
    ขนาดว่าไปคลุกขี้เลนมาทั้งวัน มันก็ยังล๊อ หล่อเลยค่ะ 55555+

    ขอบคุณมากนะคะ ที่แวะมาเขียนอะไรให้อ่านกันสนุก ๆ

    .

    สุขสันต์วันทำงานค่ะ 😀

  8. สวัสดีสายๆ วันพฤหัสบดีค่ะ
    เข้ามาอ่านเรื่องสนุกๆ ค่ะ ^__^
    แล้วจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ 5555+

    สุขสันต์ สุขสันต์ค่ะ

  9. แว๊บ !! มาทักสวัสดีคุณ Z ค่ะ .. อิอิ
    สุขสันต์ ๆ นะคะ

    -จขบ.-
    ปล. หัวเราะเบา ๆ นา เดี๋ยวชาวบ้านเค้าจะรู้กันหรอกค่ะว่าเรามาแอบบ้ากันที่นี่ 5555+

  10. หวัดดีเจ้าของบ้านคะ
    .
    ป๋าสอเค้าช่างคิดไม่หยอก กิกิ
    .
    พี่แซด ก็แหม พี่เจี๊ยบเค้าไม่ใจร้ายหรอก แค่พอน้องหมากินยาแล้วมึน เค้าก็แล่เอาเนื้อทำเป็นแดดเดียวเท่านั้น หุหุ
    .
    ส่วนไอ้อ้วนบาล์ม มันคิดว่า
    น้องหมาเฝ้ารอเจ้าของอย่างใจจ่ดจ่อ แล้วก็มีนางบาลใจร้ายผ่านมา กะว่าจะเอาเนื้อน้องมา มาทำเป็นมื้อเย็นซะหน่อย โทษฐานที่หล่อน้อยกว่า เจ้าสโนว์ที่บ้านหล่อน ว่าแล้วหล่อนก็จัดการ วางยา แล้วก็ได้เนื้อไปทำอาหารเย็นนั้น คริคริ (ล้อเล่นเน้อ อย่าคิดมาก)
    .
    พฤหัสสุขสันต์คะ

  11. ลืมจ๊ะ
    พี่เจี๊ยบ………… ป๋าสอ…….พี่แซด
    ช่วยให้ที่อยู่นู๋บาล์มด้วยนะคะ (ในบล็อกนู๋บาล์ม) นู๋จะส่งการ์ดไปให้

    ขอบคุณคะ

  12. ^
    ^
    ^

    อะจื๋ยส์ !!
    เรื่องเล่ามาแนวโหดเลยอ่ะหนูบาล์ม – -”

    .

    เดี๋ยวพี่จะตามไปแอ่วถึงที่บล๊อกเลยค่ะ
    แต่ที่อยู่ของพี่นั้นจะจัดส่งไปทางคุณเมล์นะจ๊ะ

  13. สวัสดีตอนเย็นค่ะ
    เมื่อเช้าข้าพเจ้านั่งหัวเราะอยู่หน้าคอม
    จนชาวบ้านเค้าคิดว่าข้าพเจ้าบ้าจริงๆ ล่ะท่าน – -”
    ข้าพเจ้าเลยต้องเปลี่ยนมาทำหน้าเครียด -*-

    หนูบาล์ม โหดจริงๆ แฮะ เดี๋ยวตามไปดูในบลอกนะ

  14. อ่า ..

    ข้าพเจ้าเองก็ต้องคอยระวังกิริยาเหมือนกันค่ะคุณ Z
    ชาวบ้านนี่ไม่เข้าใจคนบ้า (ที่น่ารัก) อย่างพวกเราเอาซะเลยเนาะ

    555555+

    .

    นอนหลับฝันดีนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
    -จขบ.-😀

  15. 5555+
    ใช่ค่ะ ท่าน จขบ.
    ใครเข้าใจคนบ้า ได้ดีเท่าคนบ้าด้วยกันไม่มี หุหุ

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ เช่นกันค่ะ ^__^

  16. จ๊ะเอ๋! หวัดดีจ้าทุ้กโคนนนนนนนนนนน

    .
    .

    เจ้าของบ้านขอรับ

    มิต้องขอบคุณแต่อย่างใดดอกขอรับ
    เกล้ากระผมก็โม้ไปเรื่อยเปื่อยเป็นเนื้อตุ๋น
    ว่าแต่คุณอย่ามาถือสาหาความเอากะผมล่ะ
    ไม่งั้น…บ้าจริงๆ นาคุณ บอกไม่เชื่อ!

    ช่างคิด ช่างจินตนาการ เลยหรือขอรับ
    โอ้ววว แม่นางจะชมเกินไปหน่อยละมั้ง
    เปล่าเลยครับ เปล่าเลย ผมไม่ได้ใช้จินตนาการอะไรมากมายเลย
    เพราะที่ผมเขียนบรรยายไปนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น
    โดยเฉพาะรูปพรรณสันฐานของสุภาพสตรีท่านนั้น – อู๊บส์ส์ส์

    .
    .

    ซาหวัดดีจ้าแม่นางแซดทู้ยู้ยู้ยู้ยู้ยู้ยู้ยู้ – ฮู้!

    .
    .

    เถอะ! คนอะไร “ขำเป็นบ้า” เลยหรือขอรับ
    อืมมม คราวหน้าผมจะระวังมากกว่านี้ขอรับ
    จะไม่เขียนอะไรที่ทำให้คุณเป็นบ้าแบบนี้อีกแล้ว

    เดี๋ยวๆๆๆ ผมขอทำหน้าเครียดๆ จินตนาการ
    ถึงตอนที่คุณกำลังหัวเราะอย่างท้องคัดท้องแข็ง
    แล้วเหยียบเบรกตูดโด่งพลิกกลับมาทำหน้าซีเรียสเครียดๆ หน่อยสิ
    ว่าจะมีหน้าตาท่าทางอย่างไร

    อืมม์ เหมือนจริงๆ นับว่าเหมือนจริงๆ นั่นแหละ!

    .
    .

    แม่หมิวหม่องม่องเท่งจ๋า

    อ่ะ ตะเองก้อ ขอที่อยู่เค้าเลยเหรอตะเอง

    อืมม์ ก่อนอื่นพี่สอขอขอบคุณต่อกุศลเจตนา
    ที่แม่แก้ว(ตา)หน้าม้าคิดจะส่งการ์ดปีใหม่มาให้นะจ๊ะ
    มิเป็นไรดอกจ้า มิเป็นไร ส่งมาไกลๆ แบบนี้เสียตังค์เปล่าๆ ปลี้ๆ
    สู้เอาค่าแสตมป์ที่จะเสียไปนี้ ไปซื้อก๋วยเตี๋ยวกินก็ไม่ได้ สบายตัวกว่ากันเยอะเลย

    หรือไม่งั้น แค่อวยพรให้พี่ทางอีแมว เอ๊ย คุณเมล์ ก็ได้
    แต่พี่สอจะไม่รังเกียจเลยที่คุณน้องจะส่งที่อยู่มาให้พี่ทางเมล์
    เพื่อว่าพี่จะได้ส่งอะไรแปลกๆ ไปให้กิน เอ๊ย ไปให้ดู
    นะ นะ นะ ส่งมานะ ส่งมานะตะเองนะ ขอร้องล่ะ พลีสๆๆ พลีส

    เมล์ของพี่ก้อ sisophas@yahoo.com จ้า

  17. อ้อ ผมเคยเขียนสรุปประวัติคร่าวๆ
    ของหลวงปู่ที่ผมนับถือเอาไว้หลายรูป
    เคยโพสต์ในกระท่อมธุลีดินของพี่เถ้าฯ ไปแล้วน่ะครับ
    คิดว่าคุณเจี๊ยบคงเคยอ่านผ่านหูผ่านตาไปแล้วล่ะ
    แต่คุณแซด กับ ยัยหมิว คงยังไม่เคยอ่าน

    งั้น ผมขอนำมาโพสต์ใหม่ที่นี่อีกครั้งนะครับ
    แล้วจะค่อยๆ ทะยอยโพสต์ให้หมดทุกรูปเลยครับ

    อืมม์ อ่านธรรมะกันบ้างก็ดีเหมือนกันเน๊าะครับเน๊าะ

  18. ปี พ.ศ. 2450 ณ อุโบสถวัดบ้านสร้างถ่อ อ.หัวตะพาน จ.อุบลฯ
    พระภิกษุใหม่รูปหนึ่งได้ตั้งสัจจาธิษฐานว่า

    “ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขออุทิศชีวิตพรหมจรรย์ของข้าพเจ้าแด่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยอำนาจของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็ดี ด้วยอำนาจบุญบารมีของข้าพเจ้าที่ได้อบรมสั่งสมมาก็ดี ขอให้ข้าพเจ้าได้พบหรือได้ข่าวครูบาอาจารย์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ผู้สามารถแนะนำสั่งสอนข้าพเจ้าได้ แม้ท่านจะอยู่ ณ ที่ใดๆ ก็ตาม ขอให้ข้าพเจ้าได้พบหรือได้ยินข่าวของท่านในเร็ววัน เมื่อข้าพเจ้าออกปฏิบัติแล้ว อุปสรรคใดๆ จงอย่าได้มีแก่ข้าพเจ้าเลย”

    เมื่อตั้งสัจจาธิษฐานแล้วทำให้ขนลุกซู่เย็นซาบซ่านไปทั่วทั้งตัว เบากายเบาใจ จิตใจปลอดโปร่งตลอดคืน

    ไม่กี่วันต่อมา พระหนุ่มทราบว่าท่านพระอาจารย์จวง บ้านธาตุเทิง เพิ่งกลับมาจากการไปกราบพระอาจารย์มั่น พระหนุ่มน้อยรูปนั้นจึงเดินทางไปหาเพื่อสืบข่าว ซึ่งท่านพระอาจารย์จวงเล่าให้พระหนุ่มฟังว่า

    “บรรดาครูบาอาจารย์ที่ออกปฏิบัติเวลานี้ คงจะไม่มีใครเกิน “ญาครูมั่น” ไปได้ ครั้งแรกผมก็ได้ยินแต่กิตติศัพท์ที่มีผู้เล่าให้ฟังว่า ท่านเทศน์เก่ง รู้ใจคนฟัง มีผู้คนไปฟังธรรมจากท่านมากมาย ครั้งแรกผมเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ต่อมาผมมีโอกาสเดินทางไปอุดรฯ ผมจึงไปกราบนมัสการฟังธรรมจากท่าน

    พอผมไปถึง ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย ท่านพูดอย่างนั้นอย่างนี้ จนผมไม่กล้าพูดอะไร ผมกลัวท่านมาก ท่านรู้ใจเราจริงๆ

    เมื่อผมได้กราบนมัสการฟังธรรมจากท่านแล้ว ผมก็ลาท่านกลับมาถึงวัดได้ไม่กี่วันนี้เอง ไม่กล้าอยู่กับท่านนานวัน เพราะท่าทางและคำพูดของท่านน่ากลัวมาก ถ้าท่านจะไปศึกษาอยู่กับท่านอาจารย์มั่นก็ไปเถิด ผมยังมองไม่เห็นใครเวลานี้นอกจาก “ญาครูมั่น” องค์เดียว ท่านปฏิบัติได้เด็ดเดี่ยวจริงๆ ท่านชอบไปองค์เดียว ไม่ชอบไปเป็นหมู่คณะ มีนิสัยหลีกเร้น ปรารภความเพียรไม่ท้อถอย มีพระภิกษุสามเณรและประชาชนจำนวนมาก ไปกราบนมัสการและฟังธรรมจากท่านเสมอไม่ได้ขาด”

    เมื่อได้ฟังดังนั้น พระหนุ่มเกิดศรัทธาจับจิต จึงกราบลาพระอาจารย์จวงกลับวัด แล้วเก็บบริขารเท่าที่จำเป็นใส่ย่าม ออกเดินทางจากบ้านธาตุเทิง มุ่งตรงไป ม่วงสามสิบ คำเขื่อนแก้ว ยโสธร เลิงนกทา มุกดาหาร คำชะอี นาแก สกลนคร พรรณานิคม สว่างแดนดิน หนองหาร อุดร ฝ่าภัยนานาประการ กระทั่งลุถึง บ้านผือ

    การเดินทางครั้งนี้เป็นการเดินทางออกจากบ้านครั้งแรก ที่ยาวไกล ฝ่าความลำบาก ผจญความกันดารของพระหนุ่มผู้นี้ ท่านพยายามสืบเสาะหาพระอาจารย์มั่นไปเรื่อย กระทั่งรู้ว่าตอนนี้หลวงปู่มั่นพำนักอยู่ที่ป่าดงมะไฟ บ้านค้อ นั่นเอง

    บ่ายวันนั้น เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจดีแล้ว พระหนุ่มจึงมุ่งสู่ดงมะไฟ พอเข้าไปในเขตป่าที่สงบ สะอาด ก็เจอพระภิกษุชรารูปหนึ่ง เกิดความรู้สึกแปลกประหลาด เพราะท่านเป็นพระรูปร่างเล็กๆ ผอมบาง แต่การเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว นุ่มนวล พอเห็นพระหนุ่มท่านก็ทักขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวานว่า

    “มาจากไหน เออ ต่อไปนี้ให้ภาวนา ความรู้ที่เรียนมาให้เอาใส่ตู้ไว้ก่อน”

    เพียงแค่คำว่า “ต่อไปนี้ให้ภาวนา” เท่านั้น เป็นเหมือนน้ำเย็นชโลมใจให้พระหนุ่มมุ่งมั่นต่อการภาวนาอย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งหลางปู่มั่นจะเน้นย้ำว่า

    “ให้ตั้งใจภาวนาอย่าได้ประมาท ให้มีสติอยู่ทุกเมื่อ อย่าเห็นแก่การพักผ่อนหลับนอนมากนัก การปลีกตัวไปภาวนาอยู่ตามสถานที่ที่น่าเกลียดน่ากลัวนั้น จะทำให้จิตรวมตัวเร็ว สติก็มั่นคงประจำอิริยาบถ มีสติเป็นเพื่อนในการเคลื่อนไหวไปมา เพราะในที่ที่มีอันตรายอยู่เฉพาะหน้าเช่นนั้น สติสัมปชัญญะจะเป็นเพื่อนไปด้วยเสมอ”

    ศึกษาหลักธรรมอยู่พอสมควรแล้ว พระหนุ่มจึงออกธุดงค์เดี่ยวข้ามโขงไปฝั่งลาว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง พระหนุ่มรูปนี้ไปเจอสตรีนางหนึ่งเข้า นางทำให้ท่านต้องปั่นป่วน จนต้องหนีกระเซอะกระเซิงกลับฝั่งไทย แล้วดั้นด้นตามหาหลวงปู่มั่นอีกครั้ง จนมาเจอท่านที่บ้านป่าเมี่ยง ห้วยทราย อำเภอพร้าว เชียงใหม่

    ณ จังหวัดเชียงใหม่นี่เอง ที่เจ้าแห่งอวิชา มหาอาสวะหลวง ได้ขาดสะบั้นบรรลัยลงจากใจของพระหนุ่มรูปนี้

    กาลต่อมาประชาชนชาวไทยได้รู้จักท่านในนาม หลวงปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่

  19. สวัสดีบ่ายๆ วันศุกร์ค่ะ
    วันนี้ จขบ. ไม่อยู่เลยแอบมางัดบ้านซะเลย หุหุ

    คุณสวรรค์เสก คะ
    จินตนาการข้าพเจ้าได้เหมือนคนบ้าเลยใช่ป่าวคะ ^^
    เรื่องที่นำมาให้อ่านนั้น ขอบคุณมากนะคะ
    อ่านเรื่องนี้ต้องสำรวมอาการนิดหนึ่ง ^__^

    สุขสันต์วันสุขค่ะ

  20. หวัดดีพี่แซด
    ตอนนี้ยังทำงานอยู่เลยจ๊ะ ^^
    โอเยอะมากๆ ง่วงๆๆ

  21. สวัสดีจ้าหนูบาล์ม
    อยู่ดึกอีกแล้วเหรอ แต่พรุ่งนี้ก็ได้หยุดแล้วนี่เนอะ
    ยังไงก็สู้ต่อไปนะ กลับบ้านดีดีล่ะ ^^

  22. มีกำลังใจ สู้ๆ ^_^ ถึกๆ บึกๆ 555+
    พี่แซดที่รักอุตส่าห์มาให้กำลังใจ กิ้ววววววๆๆ
    ขอบคุณคะที่ห่วง

  23. นู๋บาล์มกลับบ้านแล้วเน้อ

    หยุดสองวัน สดใส ซาบซ่าคะ บ๊าย บายยยยย😀

  24. สวัสดีตอนดึกค่ะ

    .

    วันนี้ต้องขออภัยด้วยนะคะ
    ข้าพเจ้าหายตัวไปทั้งวันเลยอ่ะ ช่างเป็น จขบ. ที่ไม่ได้ความเลยจริง ๆ

    (( เพิ่งสบโอกาสสะดวกเอาเวลาดึก ๆ ดื่น ๆ เลยเรา ))

    .

    ก่อนอื่นต้องขอบคุณเรื่องเล่าของคุณป๋าด้วยนะคะ
    หากข้าพเจ้าเคยอ่านมาแล้วตามคำคุณป๋าละก็
    ขออนุญาติแปะไว้ก่อนสักครู่
    แล้วจะค่อย ๆ ละเลียดอ่านตอนก่อนนอนอีกรอบนึงค่ะ

    .

    วันนี้ไม่ได้เข้าโรงพยาบาลน่ะค่ะคุณ Z
    ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ค่ะที่ไม่ได้มาต้อนรับ
    และขอบคุณมากที่ช่วยดูแลบ้านให้
    คราวหน้าจะวางกุญแจไว้ให้นะคะ จะได้ไม่ต้องงัดให้เจ็บมือ .. อิอิ

    .

    หนูบาล์ม ทำงานดึกอีกแล้วหรือคะนี่
    พี่เอาใจช่วยนะคะ
    สู้ ๆ ค่า ^ ^ v

    .

    -จขบ.-
    ปล. ถึงมาช้าแต่ก็มานะคะ .. อิอิ😀

  25. อ่ะ อ้าว !! พี่เจี๊ยบมาตอบช้าไปอ่ะ
    หนูหม่องปิ๊กบ้านไปซะแล้วววววววววววววว .. YoY

    .

    กลับบ้านดี ๆ นะคะน้อง ขอคุณพระคุ้มครองค่ะ
    😀

  26. สวัสดีสายๆ วันเสาร์ค่ะ
    ไม่เป็นค่ะ ท่าน จขบ. ไม่ต้องขออภัย ไม่ต้องขอบคุณ ^^
    ข้าพเจ้างัดบ้านท่านไม่รู้เสียหายตรงไหนบ้างหรือเปล่า หุหุ
    แต่คราวหน้าถ้าวางกุญแจไว้ให้ก็ขอบคุณมากค่ะ ^__^

    หนูบาล์ม ป่านนี้คงพักผ่อนอยู่บ้านสบายใจไปแล้วมั๊งนั่น

    สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ

  27. สวัสดีตอนสายเช่นกันค่ะคุณ Z

    .

    วันนี้หนูบาล์มได้พักผ่อน
    แต่คุณคงมาทำงานอย่างแน่นอน (ใช่ไหมคะ ?)

    จขบ. ก็มาทำงานค่ะ
    เพิ่งเดินออกมาจากวอร์ดมะกี้นี่เอง
    ตั้งใจว่าจะหากาแฟมานั่งละเลียดสักถ้วย นั่งทานด้วยกันไหมคะ ? อิอิ

    .

    สุขสันต์วันนี้เช่นกันค่ะ
    -จขบ.-

    ปล. กุญแจข้าพเจ้าหย่อนไว้ในกระถางดอกไม้หน้าบ้านนะคะ😀

  28. วันนี้ข้าพเจ้ามาทำงานค่ะ แต่พรุ่งนี้หยุดหนึ่งวัน ^__^
    ส่วนกาแฟข้าพเจ้าทานไปแล้ว ตอนนี้เลยมีแต่น้ำเปล่าวางหน้าคอม หุหุ
    แต่ก็ทานพร้อมกันได้นะคะ

    ขอบคุณเรื่องกุญแจ แต่ว่ากระถางดอกไม้เยอะจัง
    กระถางไหนล่ะคะเนี่ย ^^

  29. สวัสดีก่อนเที่ยงค่ะคุณ Z

    .

    วันพรุ่งนี้ข้าพเจ้าก็หยุดเหมือนกันค่ะ
    ตั้งใจว่าสาย ๆ จะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเสียหน่อย

    .

    มะกี้เราดื่มพร้อมกันแล้ว
    เดี๋ยวก็ออกไปหม่ำพร้อมกันอีกอย่างดีไหมคะ อิอิ

    .

    จขบ. จะจรลีไปละเน้อ
    ขอให้อร่อยกับมื้อเที่ยงนะคะ 😀

    ปล. กุญแจวางไว้ในกระถางกุหลาบทางขวามือค่ะ อย่าลืมนะคะ
    ไปละค่ะ แว๊บ ๆๆ

  30. สวัสดีตอนบ่ายค่ะ
    พูดถึงเลือกตั้ง เมื่อสักครู่ออกไปทานข้าวมา
    ก็เจอท่านผู้สมัคร สส. เดินมาหาเสียงถึงโต๊ะเลยค่ะ ^^
    ยกมือรับไหว้แทบไม่ทัน หุหุ

    เรื่องกุญแจ ไม่ลืมค่ะ ^__^

    สุขสันต์วันที่เราต้องมาทำงานค่ะ

  31. สวัสดีอีกทียามเย็นค่ะ

    อะโห .. ทางคุณ Z สส.เข้าถึงเนื้อถึงตัวประชาชนกันขนาดนั๊กเลยเนาะ
    ทางนี้ไม่ค่อยมีอะไรแบบนั้นให้เห็นหรอกค่ะ
    เค้าหาเสียงกันด้วยการออกรถโมบาย
    ขับไปก็เปิดเครื่องขยายเสียงให้ฟังเทปปราศัยกันไป
    เริ่มกันตั้งแต่ไก่ไม่ทันโห่กันเลย
    พักนี้ข้าพเจ้าก็เลยมีนาฬิกาปลุกชั้นดีทุ๊กกกวัน 555555+ (- -“)

  32. สวัสดีตอนเย็นค่ะ
    ช่วงนี้ก็พบง่ายอย่างนี้แหละค่ะ ที่นี่การแข่งขันสูง (อดีตพื้นที่สีแดง)
    (แต่ก็เพิ่งจะได้เห็นหน้าสองสามวันมานี่เอง)
    แต่อีกหน่อยก็คงหาตัวไม่ค่อยเจอ หุหุ
    ส่วนรถหาเสียงนั้น แต่ละพรรคแทบจะวิ่งชนกัน -*-

  33. 555555555555+

    ทำใจไปอีกวันเนาะคุณ Z
    บางทีหลังเลือกตั้งวันพรุ่งนี้ บ้านเมืองของเราอาจเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นก็ได้ค่ะ

    .

    แต่ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร
    สมาคม ฯ ของเราจะยังอยู่ได้อย่างแน่นอนค่ะ อิอิ
    ท่านรอง ฯ ก็ดูแลตัวเองดี ๆ นะคะ จะได้รั้งตำแหน่งนี้ไปด้วยกันอีกนาน ๆ

    .

    -จขบ.-😀

  34. 55555+
    ข้าพเจ้ารับรองจะเป็นแค่ท่านรองฯ อย่างที่เป็นนี่ล่ะค่ะ
    ส่วนท่านประธานก็อย่าให้เสียคะแนนนิยมไปนะคะ หุหุ

    การเลือกตั้งพรุ่งนี้ก็ขอให้เป็นการเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจริงๆ ค่ะ
    จำได้ว่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วตอนเข้าคูหา
    กว่าข้าพเจ้าจะตัดสินใจกาบัตรเลือกตั้งได้นี่เล่นเอาเครียดไปเลย – -“

  35. มักน้อยจังค่ะคุณ Z นิ

    บางช่วงที่ จขบ. ไม่สามารถเข้าเนตได้
    ก็อาจต้องรบกวนให้คุณขยับมารักษาการตำแหน่งประธาน ฯ ด้วยนะคะ
    หรือคุณจะแปะมือผลัดกันกับท่านเลขา ฯ ป๋าสอ แล้วก็กรรมการหนูบาล์มก็ได้ค่ะ

    .

    ฝึกไว้นะคะ
    การเป็น “คนบ้า” ระดับหัวกะทิ ไม่ยากอย่างที่คิดหรอกค่ะ
    จริง จริ๊งงงงง !! 55555555555+

  36. 5555555+
    สมกับเป็นท่านประธานจริงๆ นับถือ นับถือ Orz
    วันนี้ข้าพเจ้าเลยรู้ตัวว่า
    ระดับความบ้าเทียบท่านประธานไม่ติดเลย 5555+

    ข้าพเจ้าจะจำคำสอนของท่านประธานไว้ หุหุ

  37. อย่ากังวลไปเลยนะคะคุณ Z
    ของอย่างนี้มันฝึกปรือกันได้อยู่แล้ว
    แค่หมั่นสะสมชั่วโมงบินเอาไว้อยู่เรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ
    อีกไม่นานคุณจะ “บ้า” อย่างไร้ใครเทียมทานได้อย่างแน่นอน .. อิอิ

  38. อ้อ…เข้าใจแล้วค่ะ
    ข้าพเจ้าจะหมั่นฝึกฝนบ่อยๆ อย่างที่ท่านประธานว่า
    และจะยึดถือท่านประธานเป็นแบบอย่างในการ บ้าที่ดีค่ะ ^__^

  39. อะจื๋ย !!

    เอาอย่างนั้นเลยหรือคะ
    คิดผิดคิดใหม่ตอนนี้ก็ยังทันนา 5555555+

  40. 55555+
    ไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ถึงผิดก็เปลี่ยนไม่ทันซะแล้วล่ะ
    เพราะข้าพเจ้าตัดสินใจไปแล้ว 5555+

  41. อื้อฮือ !!

    คุณ Z นี่ดื้อเอาการเหมือนกันแฮะ 555555+

    แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะ อาการ “ดื้อตาใส” แบบนี้ เป็นคุณสมบัติขั้นต้นที่ดี แล้วจากนั้นก็ค่อย ๆ ไต่เต้าเข้าสู่การเป็น “เซียนบ้า” ของสมาคมเราค่ะ (( ไปกันใหญ่แล้ววววว ))

    .

    วันนี้ จขบ. ใช้แรงงานจนแรงบ้าหมดแมคเลยค่ะ 5555555+
    ขอขอบคุณท่านรอง Z มาก ที่แวะมาดูใจ เอ้ย !! แวะมาคุยเป็นเพื่อนกัน
    คืนนี้นอนหลับฝันดีนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

    -จขบ.-😀

  42. 55555+
    ปกติข้าพเจ้าเป็นคนดื้อเงียบนะเนี่ย ท่าน จขบ. ดูออกด้วยหรือ หุหุ
    นี่ถ้าอยู่ในพันทิป ท่าน จขบ. จะถูกเรียกว่า บ้าขั้น”เทพ” 5555+

    ขอให้ท่านประธานเพิ่มพลังบ้าได้โดยไวนะคะ
    ข้าพเจ้ายินดีแวะมาเสมอค่ะ ^__^
    วันพรุ่งนี้ข้าพเจ้ามีภารกิจต้องไปทำ อาจไม่ได้แวะเข้ามานะคะ

    นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ เช่นกันค่ะ

  43. เอาๆๆๆ
    โอยๆๆๆ
    เอาใหญ่แล้ว!
    เพี้ยนกันใหญ่แล้ว!!

    วันเลือกตั้งเครียดๆ ยังงี้
    งั้นมาฟังนิทานสนุกๆ
    และเรื่องเล่าขำขันกันดีกว่าเน๊าะ

    เอ๊า! เริ่มที่นิทานก่อน

    .
    .

    -ตายลากไส้-

    “ไส้ของชั้นขาดเมื่อไหร่ ชั้นก็ตายเมื่อนั้น” หลอดไฟบอกเพื่อนๆ

    “ไส้ของชั้นหมดเมื่อไหร่ ชั้นก็ตายเหมือนกัน” ปากกาปรับทุกข์

    “อวัยวะอื่นแทบไม่มีความหมายเลย ถ้าเรามีไส้ที่ใช้ได้ตลอดกาลก็ดีสิ” แล้วทั้งสองก็ร้องไห้โฮพร้อมๆ กัน

    ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้น

    “ไม่จริง! สำหรับฉัน ผิวหนังจะลอกออกไปเรื่อยๆ ร่างกายผ่ายผอมจนกระทั่งเหลือแต่ไส้เมื่อไหร่ ฉันก็ตายเมื่อนั้น” เป็นเสียงของกระดาษชำระนั่นเอง.

    -นิทานพริบตา-
    โดย อาทิเช่น
    จาก มติชนสุดฯ

    .
    .
    .

    -อันตราย! ผู้ชายพึงระวัง!!-

    ท่ามกลางกลุ่มคนที่แออัดยัดเยียดกันอยู่ในลิฟต์
    เธอสังเกตเห็นว่าพ่อตัวดีแอบมองสาวสวยเซ็กซี่
    ที่ก้าวเข้ามาในลิฟต์เป็นคนสุดท้ายและมายืนอยู่ข้างหน้าเขา อย่างไม่วางตา

    เมื่อลิฟต์ลงมาถึงยังจุดหมาย
    ต่างคนต่างรีบแห่กันออกจากลิฟต์
    และโดยไม่ทันคาดคิด สาวสวยผู้นั้นก็หันขวับกลับมา
    พร้อมกับตบหน้าของเขาฉาดแรง

    “นี่เห็นการสั่งสอนที่บังอาจมาจับก้นฉัน”
    พูดเสร็จเธอก็กระแทกส้นรองเท้าเดินจากไป
    ทิ้งให้ชายหนุ่มตะลึงงัน อึ้ง งง

    “ผะ…ผม…ปะ…เปล่า จับก้นเค้านะ”
    เขารีบแก้ตัวกับภรรยาที่ยืนอยู่ข้างๆ

    “ค่ะ ฉันรู้ค่ะว่าคุณไม่ได้ทำ”
    เธอตอบพร้อมยิ้มเย็นๆ อย่างสะใจ

    “เพราะฉันเป็นคนแอบหยิกก้นแม่นั่นเองแหละ!”

    -ขำขันท้ายคอลัมน์เช็กสต็อกหนังสือ-
    โดย หนุ่งหนิง
    จาก มติชนสุดฯ

    .
    .
    .

    วุ้ย! เรื่องแรกนี่ยังพอรับได้
    แต่เรื่องหลังนี่สิ น่ากัวๆๆๆ

    บรื๋อย์ย์ย์!!

  44. สวัสดีวันหยุดค่ะ

    .

    รับทราบค่ะคุณ Z
    รับทราบว่าวันนี้คุณติดภารกิจนอกสถานที่ ขอให้ผ่านฉลุยดีทุกเรื่องนะคะ
    ข้าพเจ้าเองก็อยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง ตอนนี้อยู่โรงพยาบาล
    อีกไม่นานก็จะแว๊บไปเข้าคูหาค่ะ (( ไปทำหน้าที่จั๊กน่อย อิอิ ))

    ถึงจะบ้าขั้นเทพอย่างนี้ แต่บางเรื่องก็พอมีสติ (ไม่ค่อยมี)สตังค์กะเค้าเหมือนกันนา

    คริ
    คริ
    คริ

    .

    สวัสดีค่ะคุณสวรรค์เสก

    อ่า .. วันนี้คนดี ๆ เค้าคงเครียด คิดมากจนสมองบวม หัวบาน
    ทว่าคนบ้าอย่างข้าพเจ้าก็ยังสุขสำราญได้เสมอค่ะ

    และยิ่งมีอะไรดี ๆ ให้อ่าน ก็ยิ่งเบิกบานไปกันใหญ่ 55555+
    ขอบคุณมากนะคะ ที่แวะเอาขำขันมาฝากให้

    .

    สุขสันต์ ๆ ค่ะ ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะ
    -จขบ.-😀

  45. หลวงตามหาบัว (1)

    หากเป็นนักปฏิบัติธรรมตามสายพระป่าทางภาคอีสานแล้ว ผมคิดว่าคงไม่มีใครที่ไม่เคารพและศรัทธาในองค์ท่านพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือที่ลูกศิษย์ลูกหาเรียกท่านว่า หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน แห่งวัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี

    ผมยังจำอารมณ์ของตัวเองได้ดีตอนที่เป็นสามเณร แล้วได้ธุดงค์ไปพักอยู่ในหมู่บ้านกะเหรี่ยงแห่งหนึ่งของอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

    แม้จะเป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่ห่างไกลความเจริญ ไม่มีทางรถเข้าไปถึง (ต้องเดินออกมาอีกประมาณ 5 วันถึงจะเจอทางรถ) ทว่าก็ยังมีอาศรมของพระธรรมจาริกที่ได้ไปสร้างเอาไว้สำหรับเป็นศูนย์รวมให้ชาวบ้านได้มาทำบุญกันในวันพระ

    ช่วงที่ผมธุดงค์ไปกับพระอาจารย์รูปหนึ่งนั้น หลวงพ่อที่อยู่ประจำอาศรมท่านไม่อยู่ เห็นชาวดอยบอกว่าท่านลงไปทำธุระในเมืองหลายวันกว่าจะกลับ

    ความที่หมู่บ้านนั้นเงียบสงบ สัปปายะด้วยอาหารและสถานที่เห็นปานนี้ พระอาจารย์จึงบอกว่าจะอยู่พักภาวนาที่หมู่บ้านนี้กันสักช่วงหนึ่ง ไม่เดินต่อแล้ว

    ผมขึ้นไปกราบพระประธานบนอาศรม มองเห็นกองหนังสือธรรมะวางระเกะระกะอยู่ข้างๆ พระประธาน จึงเดินเข้าไปหยิบหนังสือเหล่านั้นขึ้นมาอ่าน เห็นหนังสือธรรมะเล่มน้อยเล่มหนึ่งชื่อ “ธรรมทายาท” โดย พระอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี ผมหยิบหนังสือเล่มน้อยนั้นติดมือกลับไปอ่านที่กลดด้วย

    “อือ! ฮือ! ทำไมหลวงตาถึงได้เด็ดเดี่ยวขนาดนั้น” ผมทึ่งต่อข้อวัตรปฏิบัติขององค์ท่านสมัยเป็นพระหนุ่มยิ่งนัก ในหนังสือเล่มน้อยนั้น มีอัตตชีวประวัติขององค์หลวงตาตั้งแต่ตอนเป็นหนุ่ม ที่คึกคะนองเที่ยวเตร่ไปตามวัยและไม่คิดถึงเรื่องการบวชเรียนเลย กระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่นั่งล้อมวงกินข้าวกันพร้อมหน้าพ่อแม่และลูกๆ นั้น โยมพ่อของท่านก็พูดขึ้นเรียบๆ ว่า

    “ลูกกูก็มีหลายคน ที่จะหวังจะพึ่งใครให้ลากจูงขึ้นจากขุมนรกได้ก็คงจะไม่มีใครนอกจากไอ้บัว (กราบขออภัยหลวงปู่ครับ ผมขออนุญาตถ่ายทอดตามคำพูดขององค์หลวงปู่) แต่พอกูขอให้บวชให้ทีไร มันก็ไม่พูดสักที สงสัยกูคงจะตายซะก่อนละมั้งมันถึงจะบวช” พูดเสร็จน้ำตาของพ่อก็หยดลงในวงข้าว พลอยให้แม่และน้องๆ เศร้าไปตามๆ กัน

    เห็นเช่นนั้นหนุ่มบัวถึงกับลุกหนีไปดื้อๆ ไม่ยอมกินข้าวต่อ ได้ไปนอนคิดอยู่หลายวันว่า การบวชนี่ มันก็ไม่เหมือนกับการติดคุกเสียหน่อย อีกอย่างบวชแล้วก็สึกได้นี่นา ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรนักเลย ชาวบ้านชาวเมืองเขาก็บวชกันทั่ว คิดได้ดังนั้นจึงไปบอกกับพ่อแม่ว่าจะบวชให้ แต่ถ้าอยากสึกเมื่อไหร่ต้องให้สึกเมื่อนั้นทันทีนะ (ท่านบอกว่าตอนนั้นคิดจะมีเมียอยู่น่ะ จึงไม่คิดจะบวช) พ่อกับแม่ดีใจมาก

    ครั้นพอบวชและศึกษาธรรมะอยู่ 7 ปี กระทั่งสอบเปรียญธรรมประโยค 3 ได้เป็นพระมหาแล้ว ท่านมาคิดว่า แนวทางการเรียนแบบนี้ไม่น่าจะใช่หนทางที่จะทำให้เข้าถึงพระพุทธศาสนาและบรรลุพระนิพพานได้ ท่านจึงเลิกเรียนแล้วมุ่งหาครูบาอาจารย์ที่จะได้ฝากตัวเป็นศิษย์

    ห้วงนั้นเป็นปี พ.ศ. 2484 บารมีธรรมขององค์หลวงปู่มั่นยังสะท้านสะเทือนทั่วแผ่นดินอีสาน พระหนุ่มรูปนี้จึงดั้นด้นไปค้นหาองค์ท่าน

    ลุเข้าเดือน พ.ค. ปี 2485 ณ สำนักป่าบ้านโคก สกลนคร พระหนุ่มผู้หนึ่งสะพายบาตรแบกกลดเดินเข้าไปในสำนักป่าที่สะอาดสะอ้านและร่มรื่น ณ กุฎิเล็กๆ หลังหนึ่งซึ่งมีทางเดินจงกรมทอดยาวไปในราวไพรนั้น มีภิกษุวัยชรา ร่างเล็ก เดินจงกรมอยู่อย่างคล่องแคล่วทะมัดทะแมง พอพระหนุ่มมองเห็นให้เกิดศรัทธาปราสาธะขึ้นอย่างบอกไม่ถูก จึงตรงเข้าไปก้มกราบฝากตัวขอเป็นศิษย์อยู่ปฏิบัติธรรมด้วย

    “เออ ดีนะนี่ ที่เมื่อเช้านี้ท่าน…?..(ผมจำชื่อท่านไม่ได้แล้วครับ)….ออกไปพอดี ถึงได้มีกุฎิว่างให้ท่านอยู่ ให้ภาวนาให้มาก วางทุกอย่างลงให้หมดอย่าได้เอามายึดถือ” (ผมเขียนมาจากความจำ อาจจะผิดพลาดไปบ้าง แต่จำได้ว่าหลวงตาเคยพูดไว้ในทำนองนี้น่ะครับ)

    การได้อยู่ใกล้จอมปราชญ์ผู้ฉลาดเฉลียวเช่นนี้ ทำให้การภาวนาของพระหนุ่มรูปนี้ก้าวหน้ามาก หลวงปู่มั่นท่านไม่ใคร่อบรมลูกศิษย์บ่อยนัก ปล่อยให้ต่างองค์ต่างปฏิบัติ นานๆ ครั้ง เช่นวันพระสิบห้าค่ำถึงจะอบรมธรรมะให้หนหนึ่ง แต่ทุกครั้งที่ได้ฟังธรรมท่าน พระหนุ่มจะรู้สึกซาบซึ้งอย่างสุดประมาณ กระทั่งเล่าเอาไว้ให้ลูกศิษย์รุ่นหลังฟังว่า

    “พูดถึงพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น เราเคารพท่านสุดขีด ในหัวใจของเรานี้อยู่กับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นหมดเลย เราพูดจริงๆ…

    เพราะเหตุว่าเราคิดมาตั้งแต่เราเป็นพระหนุ่มพระน้อย ที่เสาะแสวงหาครูหาอาจารย์ อยากได้ยินได้ฟัง หิวกระหาย จะเป็นจะตาย เวลาได้ยินได้ฟังจากท่านพระอาจารย์มั่น ใจมันกระหยิ่มยิ้มย่อง เวลาท่านให้การอบรมเหมือนจะเหาะจะบิน ตัวเบา ใจเบาไปหมดทุกส่วน บอกไม่ถูก ธรรมที่ท่านให้การอบรมก็เป็นธรรมที่สะดุดใจอย่างยิ่ง ฟังแล้วจิตใจอิ่มเอิบไปหลายวัน แม้เพียงการเห็นการได้ยินท่านแสดงกิริยาอาการต่างๆ ไปตามมารยาทและหน้าที่ ที่ใจเราก็เป็นการดื่มธรรมไปด้วยอาการนั้นๆ เพราะเป็นคติเครื่องเตือนใจไปในตัวไม่เสียเวลา เพราะเราพึ่งตัวเองไม่ได้ จึงต้องพึ่งครูพึ่งอาจารย์ พึ่งอุบายแนะนำสั่งสอน ตลอดกิริยามารยาทการกระทำต่างๆ เป็นที่ยึดทั้งนั้น เพราะเรายังพึ่งตัวเองไม่ได้ ต้องหวังพึ่งท่านทุกอาการที่เคลื่อนไหว เมื่อพึ่งตัวเองได้แล้วก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อันนั้นหมดปัญหานอกบัญชีไปแล้ว…

    ฟังซิ พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นท่านเป็นทั้งพ่อทั้งแม่เรา ทุกอย่างรวมอยู่ในนั้นหมด ให้อรรถให้ธรรม ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นสิริมงคล สิ่งใดไม่ดีปัดเป่าออกไปด้วยคำสอนทุกแง่ทุกมุม จึงเป็นเหมือนกับพ่อแม่ของเรา”

    มีอยู่คราวหนึ่ง พระหนุ่มฝันว่าเดินไปตามทางเดินแคบๆ สองข้างทางรกด้วยพงหนาม กระทั่งไปเจอกอไผ่ล้มขวางทางอยู่ จึงเสาะหาหนทางกระทั่งเจอช่องพอดีตัว จึงมุดกอไผ่นั้นอยู่นานกว่าจะผ่านไปได้ พอผ่านกอไผ่หนามไป ก็ไปเจอทะเลเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา มองเห็นเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งอยู่กลางทะเล ใจอยากจะไปที่เกาะนั้น แค่นึกปุ๊บก็มีเรือเข้ามาเทียบหาด ท่านขึ้นเรือไปถึงเกาะซึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน มองเห็นปากถ้ำอยู่สูงขึ้นไป ความรู้สึกบอกว่าถ้ำนั้นเป็นสถานที่ที่ปลอดภัย จึงปีนหน้าผาขึ้นไปที่ถ้ำนั้น พอขึ้นไปถึง เห็นองค์หลวงปู่มั่นผู้เป็นพ่อแม่ครูอาจารย์นั่งอยู่บนแคร่ไม้ไผ่เล็กๆ กำลังตะบันหมากอยู่ เห็นเช่นนั้นท่านจึงทักขึ้นว่า

    “โฮ้! ท่านมหาฯ มาได้ไงนี่ ทางนี้มันมายากนะ ไม่ค่อยมีใครมากันหรอก มาไม่ได้ง่ายๆ เลย มาๆๆ มาถึงแล้วช่วยมาตำหมากให้หน่อย…” แค่นี้ท่านก็สะดุ้งตื่น

    เช้าวันนั้น พระหนุ่มขึ้นไปหาบูรพาจารย์ถึงบนกุฎิ เดินกระหยิ่มยิ้มย่องว่าจะไปเล่าความฝันนั้นให้ฟัง เพื่อให้องค์ท่านแนะอุบายจากภาพที่เห็น แค่กราบลงยังไม่ทันพูดอะไรเลย ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงลงมาว่า

    “นั่น! เห็นไหม! ตอนฝ่ากอไผ่นั่นมันยาก แต่อย่าถอยนะ เดี๋ยวจะผ่านไปได้เอง ผ่านไปแล้วก็จะสะดวกสบายไปตามลำดับ”

    ทั้งภาพที่เห็นและคำยืนยันจากพ่อแม่ครูอาจารย์ถึงปานนี้ พระหนุ่มจึงเอาชีวิตเข้าแลกต่อการปฏิบัติ พรรษานั้นเป็นพรรษาที่ 9 ย่างเข้าพรรษาที่ 10 เป็นสามเดือนที่พระหนุ่มได้พลิกตาลปัตรเอากลางวันเป็นกลางคืน เอากลางคืนเป็นกลางวัน และเอาการนั่งเป็นการนอนแทนความเคยชินที่เคยทำมา ภัตตาหารก็ฉันวันเว้นวัน หรือบางทีก็งดฉันคราวละสัปดาห์เลยก็มี

    การสู้กับเวทนาในพรรษานี้ ทำให้พระหนุ่มเข้าใจกระบวนการทำงานของคำว่า “ทุกขเวทนา” ได้อย่างแจ่มแจ้งทุกแง่มุม คือท่านบอกว่า การนั่งภาวนาทั้งคืนนั้น ช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก จะเป็นเวทนาเด็กๆ ลูกๆ หลานๆ ของมันออกมาหยอกเล่น 4-5 ชั่วโมงขึ้นไป ตอนนี้พ่อแม่มันเริ่มตื่นล่ะ มันจะลุกออกมาล้างหน้าล้างตาแล้ว แต่ถ้า 7-8 ชั่วโมงขึ้นไปนั้น อันนี้เป็นเวทนาระดับที่ฆ่าคนได้ ที่ทำให้คนตายคือเวทนาระดับนี้ หากใครสู้เวทนาระดับนี้ได้ ก็ไม่ต้องกลัวตายอีกต่อไป เพราะได้รู้น้ำหน้ามันหมดทุกแง่มุมแล้ว ว่าเวทนามันเป็นยังไง มีอาการยังไง

    การสู้กับเวทนาระดับนี้ของพระหนุ่ม ท่านบอกว่า สู้กันกระทั่ง “ยางตาย” ออกมาจนเปียกเหนียวจีวรกันเลยทีเดียว! มิเพียงยางตายเท่านั้นที่เปียกชุ่มจีวร ทว่าสบงตรงบริเวณก้น ก็เปียกด้วยน้ำเหลืองที่ไหลออกมาเพราะก้นแตก!!

    ขอคั่นประวัติขององค์หลวงตาด้วยประสบการณ์ของเณรน้อยผู้หนึ่ง ซึ่งอ่านหนังสือของท่านมาถึงตรงนี้ บังเกิดปีติเป็นล้นพ้น จึงตั้งใจจะ “สู้ตาย” แบบองค์หลวงตาบ้าง

    เย็นวันหนึ่ง ณ มุมป่าหนึ่งบริเวณบ้านกะเหรี่ยงนั้น เณรน้อยเดินจงกรมมาตั้งแต่ 4 โมงเย็น กระทั่ง 6 โมงเย็นจึงออกจากทางจงกรมเข้ากลด หยิบนาฬิกามาวางไว้ข้างๆ กะว่าจะเอาไว้ดูว่านั่งไปได้กี่ชั่วโมงแล้ว (ฮึๆ แค่เริ่มต้นก็ผิดท่าซะแล้วล่ะ) จากนั้นก็ดำดิ่งเข้าสู่องค์บริกรรมภาวนา

    นาน นานแล้ว คิดว่านานมาก นานกระทั่งปวดแทบก้นจะไหม้ เข่าจะหลุด ในใจคิดไปว่า “ชิชะ ไม่เที่ยงคืนแล้วหรือนี่” จึงลืมตาช้าๆ ขึ้นมาดูนาฬิกา “โอ้! มายด์บุดด้าห์! เพิ่งจะ 3 ทุ่มเองหรือนี่ เอาว่ะ เอาไงเอากันสู้ต่อสิน่า อย่ายอมแพ้ต่อความเจ็บปวด”

    นานนนนนนนนนนนน นานมาก คิดว่านานแล้วล่ะ นานกระทั่งเหงื่อออกมาโซมจีวร ร้อนไปหมดทั้งตัวไม่ใช่เฉพาะก้น กระดูกกระเดี้ยวในท่อนขาปานว่าจะหลุดออกมาให้ได้ แต่เณรผู้นั้นยังทนสู้เวทนา นั่งภาวนาต่อไป

    จะว่าอย่างไรดีล่ะ คือว่ามันก็ไม่ได้ปวดอยู่ตลอดเวลาหรอกนะ บางทีตอนที่เขาทำจิตนิ่งๆ ได้นั้น ไม่มาสนใจอยู่กับความเจ็บปวดที่กำลังเกิดอยู่ จิตใจก็จะรู้สึกเบาๆ ได้อยู่บ้างเหมือนกัน แต่มันเบาได้ไม่นาน เพราะพอเผลอขาดสติปุ๊บ ความเจ็บปวดก็จู่โจมโหมเข้ารุมทำร้ายกระทั่งน้ำตาร่วง! ครับใช่ นั่งน้ำตาร่วงเหมือนถูกใครทุบตีมาซะงั้นเอง!!

    เมื่ออดรนทนไม่ไหว และน้อยอกน้อยใจในวาสนาบารมีของตน ว่าคงจะไม่มีทางบรรลุธรรมด้วยวิธีนี้เหมือนองค์หลวงตาได้แน่นอนแล้ว บัลลังก์สมาธิของเณรน้อยก็แตกผางออกมา แหงะฉายไฟดูนาฬิกาเพิ่งเป็นเวลาตี 1 ของวันใหม่

    แพ้!
    เขายอมแพ้!
    ทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นไอ้ขี้แพ้อยู่นั่นเอง!!

    .
    .

    เอาไว้แค่นี้ก่อนเน๊าะ
    พรุ่งนี้ค่อยมาอ่านต่อละกัน
    คืนนี้ไปล่ะ

    สุขสันต์วันมาฆบูชา เอ๊ย! วันจันทร์น้า

  46. สวัสดีตอน(ยัง)เช้า วันจันทร์ค่ะ ท่านจขบ. และ คุณสวรรค์เสก
    วันนี้เป็นวันที่กรรมกรต้องมาทำงานค่ะ ^__^
    แต่รู้สึกปวดตามาก เพราะเมื่อคืนอ่านต้นส้มแสนรัก
    เสียน้ำตาไปมากมาย T_T แถมยังอ่านเสียจนข้ามวัน -*-

    คุณสวรรค์เสก สวัสดีค่ะ
    ขอบคุณสำหรับเรื่องที่นำมาฝาก แต่แปะไว้ก่อนนะคะ
    คงได้อ่านตอนเย็นๆ ^^

    สุขสันต์วันจันทร์ค่ะ

  47. สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณสวรรค์เสก และ คุณ Z2you

    .

    วันนี้เพิ่งมีโอกาสมานั่งหน้าคอมพ์ตอนนี้นี่เองค่ะ
    วุ่นวะวุ่นเซียะอะหยังก่อบ่อฮู้ 55555+

    ข้าพเจ้าจัด ‘ของฝาก’ ใส่กระเช้าเรียบร้อยแล้วนะคะคุณป๋าสอที่เคารพ
    พักนี้ชีวิตของข้าพเจ้าวุ่นวาย มีอะไรให้จัดการมากมายเหลือเกิน
    ได้พักอ่านเรื่องราวของท่านแล้วรู้สึกสงบดีจริง ๆ ขอบพระคุณมากนะคะ

    .

    อืม “ต้นส้มแสนรัก” หรือคะคุณ Z
    ข้าพเจ้าได้ยินคนพูดถึงหนังสือเล่มนี้มาหลายหนแล้วเหมือนกันค่ะ
    ท่าทางจะอ่านสนุกน่าดู ถึงอ่านได้ข้ามวัน (( หักโหมเชียวนิ ))

    วันนี้ขอให้ท่านกรรมกรสนุกกับงานนะคะ
    ข้าพเจ้าก็จะเบิกบานกับงานกรรมกรด้วยเช่นกัน 555555+

    สุขสันต์วันดีค่ะ
    -จขบ.-😀

  48. สวัสดีตอนเย็นค่ะ
    เพราะมีคนพูดถึงหลายคนนี่ล่ะค่ะ
    แต่กว่าจะหาหนังสือได้ก็ใช้เวลาไปหลายเดือน -*-
    วันก่อนสบโอกาสไปเดินร้านหนังสือ ไม่ตั้งใจไปซื้อเล่มนี้
    แต่เจอโดยบังเอิญ เลยหยิบกลับมาด้วย ^^
    อ่านแรกๆ ก็ไม่มีอะไร อ่านไปๆ เพลินซะงั้น

    วันนี้ข้าพเจ้าก็สนุกกับงานดีค่ะ งานท่าน จขบ. วุ่นวายหรือค่ะ
    ยังไงก็ขอให้ช่วงที่วุ่นวายผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ ^__^

    สุขสันต์ สุขสันต์ค่ะ

  49. สวัสดีตอนค่ำค่ะคุณ Z

    .

    วันนี้ข้าพเจ้าไม่ได้ไปทำงานหรอกค่ะ
    (เป็นวันหยุดตามประกาศของรัฐบาลเนื่องจากการเลือกตั้งนี่แหละค่ะ)
    ที่วุ่นวายนั้นวุ่นที่งานราษฎร์อ่ะนะคะ มิใช่กิจการงานหลวงแต่อย่างใด – -”

    ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยอวยชัย
    ข้าพเจ้าก็หวังว่าจะมันจะลุล่วงผ่านไปด้วยดีเช่นกัน เพี้ยง ๆ ๆ !!

    .

    อ่า “ต้นส้มแสนรัก” หายากขนาดนั้นเลยหรือนี่
    ขนาดคุณยังใช้เวลาตั้งหลายเดือน
    แล้วบ้านน๊อกบ้านนอกอย่างที่ที่ข้าพเจ้าอยู่นี่ มิต้องหากันแรมปีหรือคะ
    55555555555+

  50. 55555+
    หายากจริงๆ คะท่าน ก่อนหน้านั้นไปถามร้านไหนๆ ก็ไม่มี
    ตอนไปนครสวรรค์เดินในห้าง ยังไม่มีเลยค่ะ (หรือหาไม่เจอ-*-)
    หาไม่ได้เดี๋ยวข้าพเจ้าส่งไปให้อ่านก็ได้ ^^

    งานราษฎร์นี่เยอะกว่างานหลวงด้วยป่าวคะเนี่ย
    ดูท่าจะวุ่นวายมิใช่น้อย ช่วงหนึ่งข้าพเจ้าก็วุ่นวายเช่นนี้แหละ
    แต่คงน้อยกว่าท่าน จขบ. เพราะข้าพเจ้ายังเด็กไม่ค่อยรู้เรื่อง หุหุ

  51. ขอบคุณมากค่ะคุณ Z
    (( วุ้ย !! คนอะไรช่างน้ำใจงามงด หมดจดยิ่งกว่านางงามจักรวาลอีกแหนะ ))

    ไว้ข้าพเจ้าลองไปหาดูในเมืองก่อนนะคะ อีกทั้งในตอนนี้ข้าพเจ้ายังมีที่ไม่ได้อ่านอีกบานเหมือนกัน ตั้งใจว่าจะทะยอยอ่านไปเรื่อย ๆ เพราะกองยิ่งสูง ก็ยิ่งเมื่อยเวลาหนุนอ่ะค่ะ 55555+

    .

    อ่า .. ข้าพเจ้าก็วุ่นวายประมาณเดียวกันกะท่านรอง ฯ นั่นเลยล่ะ
    ก็แม๊ แม๋ แหม ๆ ๆ เราน่ะมันวัยใกล้เคียงกันนี่คะ
    จขบ. พูดเรื่องจริงเลยค่ะ .. จริง จริ๊งงงง !!

    5555555+ ^0^

  52. ด้วยความยินดีค่ะ ท่านจขบ. ^__^

    ข้าพเจ้าเชื่อท่าน จขบ. ค่ะ ว่าเราวัยใกล้เคียงกัน ^^
    เพราะข้าพเจ้าเป็นคนเชื่อคนง่าย 555+

  53. 55555555555555555555+ ดีมากค่ะ
    เดี๋ยวเชิญลงนามรับโบนัสงาม ๆ ไปก่อนใครในสมาคม ฯ เลยนะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s