วันว่าง

ต่างคน
ต่างจิต
ต่างใจ

ชอบ หรือ ไม่ชอบอะไร
ย่อมแตกต่างกัน

.

forjane.jpg

.

สำหรับคนที่ชอบ เย็บ – ปัก – ถัก – ร้อย เหมือนกัน
วันว่างที่ไม่ได้ออกไปไหน หยิบไหมพรมมาถักด้วยกันสิคะ😀

3.jpg

pink.jpg

blue.jpg

8 comments

  1. นิทานก่อนตื่น : อ้อย (ตอนที่ 6)

    .
    .

    น้ำตาลขับรถกลับด้วยดวงใจที่เลื่อนลอย
    ในใจของเธอมีแต่ความอ้างว้างว้าเหว่
    ก่อนหน้านั้น แม้ชีวิตจะผจญกับมรสุมหนักหนาปานใด
    แค่เพียงคิดถึงเขา-นายอ้อย พ่อเทพบุตรสุดสวาท
    ความเหนื่อยล้าที่มีพลันมลายหายสิ้น
    เธอเฝ้ารอวันเวลาที่จะหวนกลับมาพบหน้าเขา

    ครั้นแล้ว…

    เมื่อวันเวลาที่รอคอยกว่ายี่สิบปีมาถึง
    เมื่อเธอหวนกลับมายืนอยู่หน้าบ้านหลังนั้น
    เมื่อเธอได้รับรู้ว่าเขาได้ย้ายจากไปอยู่ที่ไหนไม่รู้
    ดวงใจของแม่โฉมพธูดั่งล่อยลอยอยู่ในทะเลกว้าง

    เวิ้งวาง…ดั่งท้องฟ้า
    ว้าเหว่…ดุจดวงเดือน
    โดดเดี่ยว…ดั่งยอดเขา
    เปลี่ยวดาย…ดุจลูกนกหลงแม่
    ไร้ทิศทาง…ดั่งเดินในถ้ำมืด
    และไร้จุดหมาย…คล้ายสายลมที่พัดไปเรื่อยเปื่อย

    ปี๊บๆๆ!!
    เสียงสัญญาณเตือนว่าน้ำมันจะหมดถังดังขึ้น
    หล่อนถอยเท้าผ่อนคันเร่งลง
    แล้วเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันเล็กๆ ริมทาง

    ระหว่างเด็กปั๊มเติมน้ำมันให้อยู่นั้น
    เธอมองไปที่แปลงดอกไม้หน้าปั๊ม
    เห็นต้นรักยืนพุ่มอยู่เป็นแนว
    กำลังบานสะพรั่งด้วยดอกโศกสีแดงสด
    ราวกับดอกไม้เหล่านี้นั้น
    ถูกราดรดด้วยเลือดของคนที่อกหักก็ไม่ปาน

    สีสันของดอกไม้นั้นเหมือนมีมนต์สะกด
    ให้น้ำตาลเปิดประตูรถแล้วเดินลงไปดูอย่างไม่รู้ตัว
    เธอยืนเหม่อลอยชมดอกไม้อยู่ตรงนั้น

    .
    .

    บนถนน…
    บนถนนมีรถทัวร์
    บนรถทัวร์มีคนหลายคน
    และมีบุรุษผู้หนึ่งนั่งมาด้วย

    ชายหนุ่มผู้นั้นคือใครนะหรือ?

    เขาคือ ขัณฑสกรณ์ เกษรกุหลาบ หรือว่านายอ้อย
    หรืออีกนามกรหนึ่งที่ผู้คนทั่วไปรู้จักเขาคือ
    “สาก เสกสวรรค์” กวีหนุ่มผู้มีเชิงกวีสุดแสนโรแมนติค
    ลำนำกลอนของเขาช่างอ้อยสร้อย
    ชวนให้ผู้อ่านว้าเหว่ด้วยความเศร้าโศกของการพลัดพราก
    ขณะเดียวกันลำนำกวีนั้น
    กลับบันดาลให้เกิดความอบอุ่นด้วยความหวัง
    มลังเมลืองในความรักได้อย่างประหลาด

    ผู้คนบนรถคันนี้ไม่มีใครรู้หรอกว่าเขาคือใคร
    เพราะแม้เขาจะมีชื่อเสียงในฐานะกวี
    แต่เขาไม่เคยปรากฏโฉมบนสื่อใดๆ ทั้งสิ้น

    สาก เสกสวรรค์ เป็นนักเขียนที่แปลกประหลาด
    บางห้วงผู้อ่านจะรู้สึกว่าเขาคือนักพรตผู้ถือสันโดษในหุบเขา
    บางครั้งจะรู้สึกว่าเขาคือปราชญ์เดินดิน
    บางคราวราวกับว่าเขาคือจำอวด ไม่ก็ตลกคาเฟ่ หรือพระเอกยี่เก
    หรือบางทีเขาก็คล้ายคนบ้าดีๆ นี่เอง

    หลายคนว่าเขาไม่มีตัวตนที่แท้จริง
    บ้างก็ว่าเขาเป็นกามเทพหนุ่มที่ซุ่มลงมาเขียนกวี
    น้อยคนที่รู้ว่าเขาเป็นชายหนุ่มธรรมดาผู้บูชาต่อความรัก
    และลำนำกวีทั้งหมดทั้งสิ้นของเขานั้น
    แท้จริงแล้วคือสื่อชนิดหนึ่งที่เขาเขียนขึ้น
    ด้วยหมายใจว่าสักวันหนึ่ง “เธอผู้นั้น” ที่เขาเฝ้าคอย จะได้อ่านมัน แล้วล่วงรู้ว่าเขาคือใคร และเขียนบทกวีเหล่านี้ขึ้นมาเพื่ออะไร

    ชายหนุ่มนั่งเหม่อลอยมองข้างถนนไปเรื่อย
    การได้เดินทางย้อนกลับมาถิ่นกำเนิดเช่นนี้
    น่าจะมีเรื่องราวเก่าๆ ผุดขึ้นมาในความคิดมากมาย
    แต่เปล่าหรอก…เปล่าเลย…
    ในความคิดของเขาตอนนี้กลับมีเพียงแต่เธอเท่านั้น
    เธอ-น้ำตาล หาญพิทักษ์เทพ

    ขณะผ่านปั๊มน้ำมันเล็กๆ แห่งหนึ่ง

    พระเจ้า!
    เขามองเห็น!!!

    ใช่ เขามองเห็นคลองน้ำ
    นั่นกลับทำให้เขานึกถึงตอนที่ว่ายลงไปเด็ดดอกผักบุ้งมาให้น้ำตาลทัดหู

    ห่างไปในท้องทุ่งเขามองเห็นควาย
    ทำให้นึกถึงวันเก่าๆ คราวที่เคยวิ่งควายแข่งกับน้ำตาล—สนุกเป็นบ้า!

    และโน่น…เลยทุ่งหญ้าเขียวขจีไปโน้น
    เป็นทะเลสาบใสที่กว้างไกลไปตามแนวเขาสูง
    แทนที่เขาจะเพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพอันงดงามนั้น
    ชายหนุ่มกลับนึกถึงจดหมายฉบับนั้น
    เป็นจดหมายฉบับแรกที่เขาเขียนขึ้นมาถึงน้ำตาล
    แล้วทำมันหลุดมือระหว่างเดินไต่สะพานไม้ไผ่ข้ามทะเลสาบแห่งนี้แหละ แต่ว่าเป็นอีกด้านหนึ่งที่อยู่ไกลตาออกไปโน้น ซึ่งเป็นที่ที่เขากำลังจะเดินทางกลับไปดูภาพเก่าๆ เหล่านั้นด้วยตาตนเองอีกครั้ง

    ครั้นมองเห็นทะเลสาบ ภาพที่จดหมายค่อยๆ ลอยจากไปๆๆ จนลับตากระทั่งจมหายไปตรงไหนไม่รู้นั้น ช่างเหมือนกับการจากไปของน้ำตาลไม่มีผิด นับแต่เธอจากไปตั้งแต่บัดนั้นถึงบัดนี้ เขาไม่รู้เลยว่าเธอจะเป็นเช่นใดบ้าง สุข-ทุกข์ยังไงก็ไม่รู้

    “เธอจะคิดถึงฉันบ้างไหมนะ? น้ำตาลจ๋า”
    อ้อยรำพึงขึ้นมาเบาๆ โดยไม่รู้ตัว เมื่อนึกถึงเธอผู้นั้น

    สำหรับเขาแล้ว
    น้ำตาลคือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
    ซึ่งประกอบขึ้นมาจากเลือดเนื้อและวิญญาณ
    แต่ทว่าหล่อนเป็นคนพิเศษสำหรับเขา
    เพราะเธอคือผู้พรากเอาดวงใจของเขาจากไปด้วย
    หล่อนทำให้เขากลายสภาพเป็นคนครึ่งคน
    ที่มีเพียงตัวและมีหัวใจเพียงครึ่งเดียว

    อ้อยนั่งเหม่อลอยมองนอกหน้าต่างมาเรื่อย
    หูของเขายังกรอกเพลงรักหวานซึ้งมาตลอด
    เป็นเสียงเพลง “สิบสี่อีกครั้ง” ซึ่งกำลังดังอยู่ว่า

    “…เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตอนสิบสี่
    ตอนที่ฉันมีแฟนคนแรก
    ลึกๆ ข้างในมันหวั่นมันไหวแปลกๆ
    เธอรู้ไหมฉันเหมือนสิบสี่อีกครั้ง…”

    “อืมม์ ใช่สินะ ตอนนั้นที่เราจากกัน เราทั้งคู่อายุสิบสี่พอดี” อ้อยคิด

    และแล้ว…

    เอ๊ะ!!!

    ขณะที่รถทัวร์วิ่งผ่านปั๊มน้ำมันเล็กๆ แห่งหนึ่ง
    ซึ่งเต็มไปด้วยต้นรักและบานสะพรั่งอยู่ด้วยดอกโศกสีแดงสดนั้น

    ชายหนุ่มมองเห็นหญิงสาวผู้หนึ่ง
    ผมดำขลับยาวสยายลงพาดบ่า
    หน้านวลผ่องของเธอแฝงแววเศร้าลึกๆ

    และอย่างแปลกประหลาด
    อ้อยรู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้านั้นเหลือเกิน
    สัญชาตญาณของความรักผุดขึ้นบอกเขาว่า

    “ใช่! ต้องเป็นเธอแน่ๆ! เธอคือน้ำตาล!”
    อ้อยตะโกนก้องขึ้นมาในรถดื้อๆ
    ทำเอาผู้โดยสารตกอกตกใจกันหมด
    อ้อยลุกจากที่นั่งวิ่งไปที่ท้ายรถเพื่อมองดูให้แน่ใจ
    ทว่ารถวิ่งเร็วเกินไปทำให้เขามองไม่ชัด
    เห็นเพียงร่างลางๆ ของเธอยืนอยู่ข้างดงดอกไม้ไกลตา
    ทว่าการได้เห็นเพิ่มอีกเพียงแว้บเดียวนี้
    เพียงพอแล้วที่จะทำให้อ้อยแน่ใจว่าเธอคือน้ำตาลแน่นอน

    “จอด! จอด! จอดรถให้ผมลงด้วยครับ!!!”
    อ้อยวิ่งไปหน้ารถแล้วละล่ำลักพูดกับคนขับ

    “เฮ้ยยย ได้ไงล่ะไอ้หนุ่ม ยังไม่ถึงสถานีเลย”

    “นะครับ! น้า นะครับ! จอดรถให้ผมลงด้วยนะครับ!”

    “ไม่ด้ายยยยย ผิดกฎ”

    “โธ่ๆๆๆ ผมกราบละน้า จอดให้ผมลงนะครับ”

    “บ๊ะ! ไอ้หนุ่มนี่ ก็บอกแล้วไงว่ามันผิดกฎ”
    คนขับรถชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
    แม้อ้อยจะเป็นนักเขียนผู้ถือสันโดษอยู่ในป่า
    แต่เขาก็รู้ว่าคนขับหมายถึงเงินจำนวนหนึ่งร้อย

    “ได้ๆๆๆ น้า ได้ๆๆ” อ้อยรีบหยิบกระเป๋าเงินออกมา
    ล้วงแบงก์พันยื่นให้คนขับทันที

    เหมือนมีเหล็กหล่นใส่เบรก
    รถทัวร์เบรกเอี้ยดดดด จนควันขึ้นล้อกรุ่ย

    พอประตูรถเปิด
    อ้อยกระโดดลงจากรถแล้วรีบวิ่งย้อนกลับทันที

    “น้ำตาลจ๋า คอยหน่อยนะ เราจะได้พบหน้ากันแล้วล่ะ”
    อ้อยวิ่งไปด้วยความลิงโลดที่กำลังจะสมหวังหลังจากรอคอยมายี่สิบปี

    เขารีบร้อนกระทั่งลืมเอาหูฟังออกจากหูข้างหนึ่ง
    ซึ่งเสียงเพลง “สิบสี่อีกครั้ง” ยังแว่วอยู่
    แต่เหมือนว่าเขาไม่มีหูจะเงี่ยฟังสรรพเสียงใดๆ ทั้งสิ้นแล้วล่ะ

    อ้อยวิ่ง…………..
    วิ่งวิ่งวิ่งวิ่งวิ่ง
    วิ่งวิ่งวิ่งวิ่ง
    วิ่งวิ่งวิ่ง
    วิ่งวิ่ง
    วิ่ง

    “…เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตอนสิบสี่
    ตอนที่ฉันมีแฟนคนแรก
    ลึกๆ ข้างในมันหวั่นมันไหวแปลกๆ
    เธอรู้ไหมฉันเหมือนสิบสี่อีกครั้ง…”

    .
    .
    .
    .
    .
    .

  2. มาแล้วๆๆๆ ซิงเกอร์มาแล้ว

    เอ๊ย ไม่ใช่

    อ้อย ตอนใหม่มาแล้วต่างหาก

    เอ๊า อ่านซะ ไม่เบี้ยวหรอกน่า

    ฮีโธ่ บอกแล้วไงว่าไม่ได้โม้ บอกว่าจะเขียนให้อ่านก็ต้องเขียนซีน่า

  3. ขอบคุณค่ะคุณเล็ก
    ฝีมือระดับมารดำก็งี้แหละค่ะ ..😀

    (( เรื่องถ่อมตัวน่ะข้าพเจ้ามิเคยมีกะเค้าหรอกนะคะ 555+ ))

    .
    .

    โอ้ .. “อ้อย” มาแล้ววววว !!
    ขอบคุณแทนน้อง ๆ ด้วยนะคะ คุณสวรรค์เสก

    ขอจัดขึ้นกระเช้าก่อนสักประเดี๋ยวนะคะ
    แล้วจะค่อย ๆ แทะเล็ม อ่านไปทีละบรรทัดค่ะ

    .
    .

    -มารดำ-😀

  4. ขอบคุณค่ะ คุณ Esc ฯ
    ใช่แล้วค่ะ ถักเองกับมือ

    .
    .

    ด้วยข้าพเจ้ามีงานอดิเรก คือ การเสกเส้นด้ายเป็นผืนผ้า ..😀

  5. ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะคุณ Sector13
    หากข้าพเจ้าคิดจะเปิดร้านเมื่อไร ฝากแนะนำเพื่อน ๆ ให้ด้วยนะคะ .. อิอิ

    .
    .
    😀

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s