“แม่น” โดย สิญจน์ สวรรค์เสก
October 4, 2009
October 3, 2009 at 10:20 pm
.
.
จิตรกรหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านการเขียนพู่กันจีนผู้หนึ่ง ออกเดินทางท่องเที่ยวชื่นชมธรรมชาติของผืนแผ่นดินจีนที่กว้างใหญ่ และเพื่อเป็นการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรู้ไปเรื่อยๆ
แม้เขาจะมีพรสวรรค์
แม้เขาจะทำงานศิลป์เสร็จมาแล้วหลายชิ้น
แต่ยังห่างไกลความเป็นยอดจิตรกรอยู่หลายชั้น
ค่ำวันหนึ่ง จิตรกรหนุ่มผู้นี้ได้เดินทางไปถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง ด้วยความที่หมู่บ้านนี้อยู่ในแดนทุรกันดาร จึงไม่ทีทั้งร้านอาหารและโรงเตี๊ยมพอที่จะให้เขาได้ฝากตัวกับฝากท้อง คือไม่มีทั้งที่จะนอนและที่จะซื้ออาหารกิน
ว่ากันว่า ผู้คนที่อยู่ในแดนกันดารมักจะไม่แห้งแล้งน้ำใจ
ชายหนุ่มผู้นี้จึงตรงไปยังบ้านหลังหนึ่ง ยกมือขึ้นเคาะประตูหน้าบ้าน ครู่ต่อมา ประตูไม้เก่าๆ บานนั้นก็แย้มพรายเปิดออก หลังประตูบานนั้นยืนอยู่ด้วยหญิงชราผู้หนึ่ง แสงตะเกียงในมือของแกที่แผ่ความสว่างออกมานั้น เพียงพอที่จะทำให้มองเห็นรูปร่างร่างหน้าตาที่เหี่ยวย่น ซึ่งนั่นก็คือเครื่องยืนยันถึงความเป็นผู้สูงวัยยิ่งแล้วของแกได้เป็นอย่างดี แต่กิริยาการเคลื่อนไหวของแกช่างคล่องแคล่วขัดกับใบหน้าที่ชราภาพนั้นยิ่งนัก
“ท่านผู้อาวุโส ข้าน้อยขอพักค้างแรมด้วยได้หรือไม่?” เขาถามนาง
แกแย้มยิ้มเยี่ยงผู้ใหญ่ใจดีแล้วตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “ได้สิพ่อหนุ่ม ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เข้ามาในบ้านเลยสิ ข้างนอกมันหนาวนะ”
เมื่อเข้าไปในบ้านแล้ว เขากวาดตาพิจารณาดูสภาพบ้านเล็กๆ หลังนั้นอย่างละเอียด ที่จริงก็ไม่มีอะไรให้ต้องพิจารณามากมายนักหรอก เพราะเป็นเพียงบ้านโล่งๆ มีกองไฟอยู่กลางบ้านสำหรับให้ความอบอุ่นและเป็นที่ประกอบอาหารเท่านั้นเอง
หญิงชราเชื้อเชิญให้เขาไปนั่งผิงไฟไล่หนาว ส่วนแกก็หยิบโน่นคว้านี่ทำอะไรกุ๊กกั๊กไปด้วย ดูเหมือนว่าแกกำลังจะทำอาหารมื้อค่ำอยู่พอดี
ครั้นเตรียมวัสดุอุปกรณ์ครบแล้ว แกก็เดินมาที่กองไฟ ซึ่งมีกาน้ำชาใบใหญ่ตั้งน้ำเดือดพล่านอยู่บนก้อนเส้า แกรินน้ำร้อนชงชาให้ชายหนุ่มดื่ม เสร็จแล้วก็ลงมือนวดแป้ง ปั้นเป็นก้อน คลี่เป็นแผ่นแล้วห่อผักเป็นก้อนเกี๊ยว จากนั้นก็โยนผล็อยลงในกาน้ำชาที่กำลังเดือดพล่านอย่างแม่นยำ
จิตรกรหนุ่มรู้สึกทึ่งต่อความแม่นยำในการโยนก้อนเกี๊ยวลงในกาน้ำชาของหญิงชรา เพราะหลายหนที่แกโยนก้อนเกี๊ยวลงไปต้มนั้น แกไม่แม้แต่จะหันไปมองดู ตาของแกยังมองดูใบหน้าของเขา ปากของแกก็ยังพร่ำเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้เขาฟังไปเรื่อย
“ผู้อาวุโสทำได้อย่างไร?” เขาทึ่งจนอดถามแกไม่ได้
“อะไร? – ข้าทำอะไร?” หญิงชราทำสีหน้างงๆ
“ท่านโยนเกี๊ยวลงไปต้มในกาชาได้อย่างแม่นยำโดยไม่หันไปดูเลยสักนิดได้อย่างไร?”
“อ้อ” หญิงชราถึงบางอ้อ แล้วพูดต่อยิ้มๆ สบายๆ ราวกับสิ่งที่แกทำอยู่นั้นเป็นเรื่องธรรมดามากว่า “ก้อ…ไม่เห็นจะยากเย็นตรงไหนนี่นาพ่อหนุ่ม แค่ยายทำแบบนี้บ่อยๆ ทำแทบจะทุกวัน แค่นี้ ก็ทำได้แล้ว”
ด้วยคำพูดธรรมดาประโยคนี้ของยายแก่ ได้สร้างพลัง ก่อแรงบันดาลใจ กระทั่งพลิกผันวิถีชีวิตของจิตรกรหนุ่มผู้นี้ไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
เขารู้แล้วว่า “เคล็ดลับแห่งความสำเร็จ” ที่เขาเดินทางค้นหาไปทั่วแผ่นดินนั้น ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย แท้จริงแล้วสิ่งนั้นคือ “การฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง” นั่นเอง
นับแต่บัดนั้น จิตรกรหนุ่มผู้นี้ก็เลิกท่องเที่ยวเดินทาง หาที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แล้วลงมือฝึกฝนเขียนพู่กันจีนอย่างเอาจริงเอาจัง ไม่นานต่อมาเขาก็กลายเป็นศิลปินเอกสมดังความตั้งใจ
การกระทำอย่างต่อเนื่อง หมั่นฝึกฝนในศาสตร์ที่ตนเองอยากจะทำให้ได้ ให้เป็น ไม่ว่าศาสตร์นั้นๆ จะลึกลับซับซ้อนหรือยากเย็นเพียงใดก็ตาม ย่อมพ่ายแพ้ต่อความเพียรของคนเรา ต้องมีสักวันที่บุคคลนั้นจะกลายเป็นผู้ชำนาญการในศาสตร์นั้นๆ ขึ้นมาจนได้
ไม่เว้นแม้แต่การปฏิบัติธรรม
ครูบาอาจารย์ทั้งหลายมักจะคอยเน้นย้ำพร่ำสอนให้ศิษย์เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติธรรมของตน คือหมั่นฝึกฝนสร้างสติสัมปชัญญะ
สร้างตัวรู้-ให้รู้ตัวทั่วพร้อม
ไม่ให้จิตรั่วไหลไปตามอารมณ์ต่างๆ
โดยเลือกใช้คำพูดเหล่านี้ คือ
ทำบ่อยๆ
ทำให้ชำนาญ
ทำให้เป็นวสี
ทำให้แม่นในสภาวะ
ทำให้มาก เจริญให้มาก
พิจารณาบ่อยๆ พิจารณาเนืองๆ
ก็แล้วแต่ว่าครูบาอาจารย์ท่านใดจะเลือกใช้คำพูดไหน
เพราะสุดท้ายแล้วล้วนคือการลงมือปฏิบัติ
สุดท้ายแล้วคือการฝึกฝน
พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทรงกล่าวเอาไว้เช่นกันว่า “บุคคลจะล่วงทุกข์ได้เพราะความเพียร”
หากไม่เพียรรู้ตัว
“ตัวรู้” จะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร
จริงหรือไม่จริง?
Entry Filed under: กระเช้าของฝาก. .
2 Comments Add your own
Leave a Comment
Some HTML allowed:
<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <pre> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>
Trackback this post | Subscribe to the comments via RSS Feed
1.
soul | October 4, 2009 at 9:05 am
สาธุ
2.
z2you | October 4, 2009 at 10:56 am
สาธุ ด้วยค่ะ