เมนูวันหยุด : นิตติ้งแขนยาวสีดำ

สวัสดีชาวโลก

วันนี้เมืองน่านบ้านข้าพเจ้าประสบกับภาวะความกดอากาศอันไม่ปกติ ทำให้อากาศเย็นทั้งเช้า สาย บ่าย และค่ำ อีกทั้งทำให้เขม่าควันไฟที่ชาวบ้าน (แถวนี้หรือแถวไหน) ได้จุดไฟเผาป่าลอยต่ำไปทั่ว บรรยากาศช่างขมุกขมัว มัวซัวได้ใจจริง ๆ ค่ะ

แม้วันนี้สภาพอากาศดูไม่จืดนัก แต่กลับมีสีสันขึ้นมาทันควันอันเนื่องมาจากมีศึกวันทรงชัยระหว่าง “สโนว์” ผู้เคยไวท์ กับ “มืด” ผู้เคยยิ่งใหญ่คับหมู่บ้าน

โอ้ววว โน !!
โอ้ววว โน่ !!

ความจริงแล้วก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่สโนว์เค้าเป็นคน เอ้ย เป็นหมาขี้หวงและเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเจ้ามืดมาแสนนาน เมื่อเจ้ามืดวิ่งตามมอเตอร์ไซค์ของเจ้านายของเค้ามาที่บ้าน สองผู้ยิ่งใหญ่ก็เลยเขม่นกันเช่นนี้

img_7696

วันนี้มาเสียดึก (15 มีนาคม 2552 : ห้าทุ่มสามสิบห้านาที )

เพราะนึกอยากเล่าอะไรให้ฟัง แต่ว่าคงต้องขอยกยอดไปก่อน (อีกแล้ว) ด้วยเลยเวลานอนมามากโข ไว้จะหาโอกาสมาโม้ที่ค้างไว้ให้ฟังค่ะ

( 16 มีนาคม 2552 : ห้าทุ่มสามสิบนาที )

เรื่องที่ว่านั้นมันไม่เกี่ยวกับหมาตาซ้ายแหก หูขวาฉีกอย่างเจ้าสโนว์ตัวนี้หรอกนะคะ แม้ว่าจะมีคนมาเห็นอกเห็นใจ และทำเป็น (ออกตัวก่อนแสดงความ) เข้าอกเข้าใจในธรรมชาติของเค้าเป็นอย่างดีก็ตาม แต่ว่าเป็นเรื่องของ เสื้อไหมพรมแขนยาวสีดำ นั่นเองค่า

( วันนี้เล่าไม่จบอีกแล้วอ่ะ เพราะว่า “ง่วง” 5555+ ลงภาพไว้ก่อนเด้อค่ะแล้วจะมาเล่าต่อนะคะ )

( 17 มีนาคม 2552 : สี่ทุ่มสามสิบห้านาที )

สโนว์ : “ลูกพี่ ! ลุงสอเค้าเหน็บว่าเขียนกระปริดกระปรอยแหนะครับ
มารดำ : “ช่างเค้าสิสโนว์ก้อ ของดี ๆ อย่างนี้มันก็ต้องรอนิ๊ดดดดนึง
สโนว์ : “ลูกพี่แน่ใจหรือครับว่าดีจริง
มารดำ : – -“

.

สโนว์ : “ลูกพี่ ! แล้วป้า Z อีกคนนั่นทำไมเอาแต่ยิ้มละครับ
มารดำ : “สงสัยเค้าเจ็บคอมั้ง เลยไม่พูดไม่จา
สโนว์ : “อืม แล้วลูกพี่ไม่อยากเจ็บคอกะเค้ามั่งหรือครับ ?
มารดำ : “สโนว์ !  ”  .. -“-

 

img_7698

 

สโนว์ : “แม๊ ! ลูกพี่ก้อ แค่นี้ทำเป็นเคืองไปได้
มารดำ : “ฮึ !
สโนว์ : “ลูกพี่ มีคนหลงเข้ามาชมผมอยู่คนนึงแหนะ
มารดำ : “อืม
สโนว์ : “ขอผมหันไปคุยกับเค้าได้ไหมครับ
มารดำ : “อืม เอาสิ

img_7666

สโนว์ : “ขอบคุณฮะพี่เล็ก ว่าแต่พี่มีรางวัลสำหรับเด็กดีไหมครับ ?
มารดำ : – -“

.

พวกเราอย่าไปหลงโม้กะพ่อสโนว์ที่ไม่ยอมอาบน้ำตัวนี้กันเลยนะคะ ไปว่าเรื่องของ นิตติ้งแขนยาวสีดำ กันต่อดีกว่าค่ะ จากที่เคยเล่าไว้ในเมนูวันหยุดหลายสัปดาห์ก่อนหน้าว่ากำลังเพลินกับการถักเสื้อไหมพรมอยู่ตัวหนึ่งแต่ยังไปไม่ถึงไหน วันนี้จึงหยิบขึ้นมาจัดการถักต่อจนเกือบเสร็จอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ

การถักนิตติ้งให้เป็นเสื้อหนึ่งตัวนั้น จะมีเทคนิคและขั้นตอนในการถักแตกต่างกันไปตามลวดลายและรูปทรงของเสื้อ รวมไปถึงตามใจผู้ถักด้วยค่ะ สำหรับเสื้อแขนยาวตัวนี้ฉันเริ่มต้นที่คิดว่าจะทำลายอะไรแล้วนับจำนวนห่วงที่ใช้ต่อหนึ่งช่องลาย แล้วดูว่าจะถักสักกี่ช่อง จากนั้นค่อยขยับขยายลายข้าง ๆ ให้ได้จำนวนห่วงที่พอดีกับขนาดเสื้อที่ต้องการ แล้วลงมือถัก

สำหรับเสื้อตัวนี้ฉันเริ่มจากชิ้นหลังขึ้นต้นด้วยไม้นิตคู่ ทำลูกฟูกใหญ่ถักไปมาอยู่ 20 แถว ตรงนี้ค่อนข้างสำคัญค่ะบางคนใจร้อนอยากถักลวดลายบนตัวเสื้อมากไปจึงถักส่วนนี้แค่ไม่กี่แถว จะทำให้เสื้อออกมาไม่สวย ไม่สมส่วนซะงั้น

ต่อจากชิ้นหลังก็ลงมือถักชิ้นหน้าสองชิ้น อันนี้ต้องระวังแค่ลดคอและลดแขนให้ถูกด้านและให้สมมาตรกันทั้งซ้ายขวา รวมไปถึงเมื่อนำมาทบกันแล้วควรสมมาตรกับชิ้นหลังด้วยเช่นกัน จากนั้นก็นำชิ้นหน้าและหลังมาต่อกันที่บ่า จากที่เคยทำมาพบว่าหากใช้โครเชต์ถักจะเก็บงานได้เรียบร้อยและสวยกว่าใช้เข็มสอยเยอะเลย

( ตอนนี้ดึกได้ที่แล้วอ่ะ แถมยังมีฝนตกพรำ ๆ อีกด้วย ขอยกยอดไปอีกคืนน๊า )

img_7461

( 2 เมษายน 2552 : เที่ยงสามสิบห้านาที )

หลังจากทำการเย็บบ่าเสื้อทั้งสองข้างเสร็จแล้วก็พักไว้ จากนั้นฉันหันไปทำแขนเสื้อสองข้างโดยเริ่มต้นที่ถักลูกฟูกใหญ่ 20 แถวเหมือนตัวเสื้อแล้วถักต่อไปตามผังลาย ที่ต้องทำตามผังลายนั้นเพราะต้องเพิ่มและลดห่วงอยู่หลายตำแหน่ง หากไม่กางผังลาย (แพทเทิ่น) แล้วละก้อคงได้แขนสองข้างที่ไม่เท่ากันอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งผังลายที่ใช้คราวนี้ฉันเลือกผังลายของเสื้อที่ไม่ทำให้แขนดูพองแบบแขนตุ๊กตา แล้วจัดการถักลายเดียวกับตัวเสื้อ

ส่วนนี้ แรกสุดฉันนับห่วงผิดนิดหน่อยทำให้ลายถักที่ได้ไม่อยู่กึ่งกลางของแขนเสื้อทำให้เสียเวลารื้อไปหนึ่งรอบ (หนึ่งแถว) และหลังจากจับดินสอมาขีด ๆ เขียน ๆ ตัวเลขบนกระดาษจนลงตัวแล้วฉันก็ถัก ๆ ๆ กระทั่งออกมาเสร็จเรียบร้อยดี

เมื่อถักแขนเสร็จก็มาถึงตอนต่อไป คือการต้องแขนเข้ากับตัวเสื้อ ฉันใช้ไหมพรมมัดไว้ 3 จุดคือจุดกึ่งกลางของแขนเสื้อมัดติดตรงรอยต่อของบ่าหนึ่งจุด และอีกสองจุดที่เป็นตำแหน่งที่ลดวงแขน การที่เรามัดไว้จะทำให้ไม่มีปัญหาว่าถักไปถักมาแล้วห่วงเหลือ และลดปัญหาว่างานด้านหนึ่งย่นแล้วงานอีกด้านหนึ่งตึงไม่เสมอกันไปได้ค่ะ

หลังจากเย็บแขนติดตัวเสื้อแล้ว ก่อนที่จะทำการเย็บสาบเสื้อตรงส่วนแขนและตัวเสื้อหน้าหลังเข้าด้วยกัน ฉันใช้โครเชต์ควักเส้นไหมพรมรอบอกเสื้อและลำคอเป็นห่วงคล้องไม้นิตไว้  ฉันใช้ไหมพรมอีกสีทำเครื่องหมายไว้ที่จุดกึ่งกลางอกเสื้อเพื่อเพิ่มห่วงระหว่างถัก จากนั้นก็ถักลายลูกฟูกใหญ่เช่นเดียวกันกับปลายเสื้อและปลายแขนจนได้ขนาดที่ต้องการ

อ้อ ส่วนนี้ฉันเว้นช่องทำรังดุมไว้ 5 จุดค่ะ เมื่อถักเสร็จแล้วก็ใช้โครเชต์เก็บขอบรังดุม ติดกระดุม 5 เม็ด จากนั้นก็เก็บด้ายไหมพรมที่ยังรุ่งริ่งอยู่ก็เป็นอันว่าเสร็จสรรพ ได้เสื้อไหมพรมแขนยาวสีดำแบบผ่าหน้ามาครอง

img_7705

แล้วทำไมต้องใช้สีดำ ?

เพราะสีนี้ทำยาก ใช้สายตาค่อนข้างมาก
ทำให้ตัวเองรู้สึกลำบากในการถักดีค่ะ 555+ ;p

-จบข่าว-
เขียนเสร็จเสียที .. เย้ ๆ ๆ ๆ
( 2 เมษายน 2552 : บ่ายโมงสิบนาที )

About these ads

29 comments

  1. สวัสดีวันจันทร์ วันทำงานอันสุดแสนจะรื่นเริงนะขอรับเหล่าท่าน

    .
    .

    อ่ะ อ้อ ตะทีแรกกระผมรึก็สงสัยว่าเจ้าสโนว์ไปนอนกางพุงทำอะไรอยู่กลางทางเข้าบ้าน ที่ไหนได้ เขากำลังทำหน้าที่ยามที่ดีนี่เอง

    เฮ้อออ นี่แหละหนาโบราณท่านถึงได้กล่าวเอาไว้ว่า “มังกรต่างถิ่งหรือจะสู้งูเจ้าถิ่นได้”

    เจ้าดำรึแม้จะยิ่งใหญ่คับหมู่บ้านมาแล้วเจียวนา แต่พอมาเจอเจ้าสโนว์เข้า ได้แต่นั่งแกร่วทำเหงาอยู่ริมถนนโน่น

    พี่ดำแกคงจะคิดดีแล้วล่ะ ปะเหมาะว่าสโนว์บ้าดิบ วิ่งไล่ออกไป พี่ดำก็จะได้วิ่งหนีได้ทัน

    ใครไม่เคยเป็นหมาไม่เข้าใจหมาหรอกครับ ว่าเวลาหมากลัวนั้น น่าเศร้า น่าสงสารแค่ไหน

    เอ…ยังไงเนี่ย พูดยังกะรู้ใจหมาซะจริงๆ เสียงั้น

    วุ้ย! ไปแระๆ เดี๋ยวเข้าตัว

  2. อืม….หมาหวงบ้าน เป็นงี้นี่เอง

    แม้จะไม่(แน่ใจว่า)เคยเป็นหมา(หรือเปล่า) แต่ข้าพเจ้าก็เข้าใจ

    สุขสันต์วันจันทร์ที่วุ่นวายค่ะ

  3. เฮ้ออออ

    หยั๋งมาอู้กะปิดกะปอยจะอี้หนอ เจ้าของบ้านนี่หือ!

    .
    .
    :D สุขสันต์วันอังคารนะขอรับเหล่าท่าน

  4. “ไหวไหมกาฟิวส์?” ลูกพี่ถามลูกน้อง

    “อะไรของนายอีกล่ะ” เจ้าแมวขี้เซาถามกลับ พลางยกคอขึ้นมามองหน้าเพื่อนร่วมห้อง

    “ตัว-ตัวกะเจ้าสโนว์น่ะ…ไหวไหม?”

    “ฮีธ่อ หมาชั้นปลายแถวพรรค์นั้น สบายอยู่แล้ว” แมวผู้มีสายเลือดมาจากพญาเสือโคร่งตอบอย่างทระนง

    “อืม ดีล่ะ งั้นเตรียมตัวให้ดีนะ คืนนี้เราจะขึ้นบ้านหลังนั้นกัน”

    “ขึ้นไปทำไมของนายล่ะ หือ” เจ้ากาฟิวส์ถามด้วยความสงสัย

    “จิ๊กเสื้อไหมพรมมาขายไง คงได้หลายตังค์อยู่กระมังนั่น ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างนี้ ต้องออกทำงานพิเศษหาตังค์ค่าหนมกันหน่อยแล้ว”

    “ปั๊ดธ่อ…ไหนๆ เสืออย่างเราจะทอดลายกันทั้งทีแล้ว ต้องเอาให้จั๋งหนับบุเรงนองไปเลยเซ่ย์ย์ย์” เจ้ากาฟิวส์ไอเดียบรรเจิดขึ้นมาแล้ว จึงเสนอความคิดต่อว่า “มอมยาทุกคนในบ้านเลย แล้วจิ๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยเลย”

    “เฮ้ยยยย เล่นแรงไปป่าว?” ลูกพี่ชักปอดๆ

    “บ่ะเฮ้ย! เอาชิ้นหนึ่งก็คือขโมย เอาหลายชิ้นก็ชื่อว่าขโมยเหมือนกัน แล้วทำไมไม่เอาหลายชิ้นไปเลยเล่า” เอาแล้วล่ะครับตอนนี้ เจ้าแมวโหดยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้นมาแล้ว “เอาเสื้อตัวเดียว ศีลก็ขาดอยู่ดีใช่ไหมล่ะ งั้น…ไหนๆ จะตกนรกกันทั้งทีแล้ว…เล่นให้คุ้ม!!” วาวววว น่ากลัวจัง

    .

    และแล้วความมืดก็โรยตัวลงคลุมอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน

    จิ้งหรีดทั้งหลายต่างออกจากรูมากรีดปีกร้องระงมในความมืด

    จอมโจรผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองคน เอ๊ย หนึ่งคน กับ หนึ่งแมว ค่อยๆ ย่องเข้าไปยังบริเวณบ้านหลังนั้น

    เจ้ากาฟิวส์นั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เพราะว่าเป็นแมว เวลาย่องจึงตีนเบาสมฉายาตีนแมว แต่ผู้เป็นลูกพี่นี่ซี คนทั้งแท่ง จึงอดไม่ได้ที่จะเผลอไปเหยียบกิ่งไม้แห้งดังกรอบแกรบบ้าง

    เจ้าสโนว์ได้ยินเสียงนั้น พลันหูผึ่งขึ้นมาทันที!

    .
    .
    .

    เอาไว้ต่อวันหลังละกัน วันนี้พอแระ…

    (หุหุหุ เลียนแบบเจ้าของบ้านน่ะ)

  5. ข้าพเจ้ารู้แล้วว่าการจะถักนิตติ้งคงยากเย็นแสนเข็ญจริงๆ
    ดูแค่การเล่าวิธีจะถักเสื้อสักตัวก็ปาเข้าไปสามสี่คืนเข้าไปแล้ว หุหุ

    ข้าพเจ้ามิได้เจ็บคอ แค่รอจนคอแห้งเท่านั้นเอง :p

    จะตีนหมาที่ว่าเร็ว จะตีนแมวที่ว่าเบา
    ก็ยังไม่เท่าตีนกาที่มาแบบไม่รู้ตัว 5555+

    สุขสันต์วันฝนตก และโปรดรักษาสุขภาพกันด้วยค่ะ ^__^

  6. 55555

    อุบ่ะ! ท่านรองฯ

    คติตีนกา ตีนหมา ตีนแมว ของท่าน หยั๋งมาเหม๊าะจะอี้หนอ

    เห็นทีต้องขอจิ๊กเอาไว้ใช้แล้วล่ะสำนวนนี้

    คุคุคุ ถูกใจมากมาย

  7. เทสต์ !

    เทสต์ !

    ทำไมข้าพเจ้าเข้าเวิร์ดเพลสไม่ได้ล่ะเนี่ย – -”
    พยายามจนเพลียแล้วนา .. ฮึ

    .

    ว่าแล้วก็ใส่ตีนกา เอ้ย ตีนแมวแจวไปทำงานต่อก่อนละกัน
    ส่วนเมนูวันหยุดที่เขียนค้างไว้นั้น ขอรับประกันว่าจบทันวันหยุดหน้าของข้าพเจ้าอย่างแน่นอนค่ะ

    (( เมื่อไรก็ม่ายยู้วววว ..))

    .
    .

    สุขสันต์วันอาทิตย์จ้า คนบ้าทุกโคนนนนนน ..

    :D

  8. สวัสดีวันจันทร์ วันเริ่มต้นทำงานกันอีกนะขอรับเหล่าท่าน

    มีความสุขมากมายทุกคนเลยนะขอรับ
    :)

  9. มาแร้วววว

    เหนื่อยโฮกวุ้ยยย สอบเสร็จละ จะบร้าตาย …………

    มาถึงก็มาบ่น 555 :lol:

    ………………..

    สโนว์น่ารัก คึกคักเวลาลงเล่น สโนว์ใจเย็นเวลาลงเล่น คึกคักๆ

    ตัวขาวแบบกระปริบ กระปอยดีแท้ หุหุหุ

    คิดถุงทุกคนเด้อ

    ไปทำงานก่อนละ เลิฟยูเอเวอร์รี่บอดี้ …………

  10. สงสัยงานช้างบะเฮ้ย.. ท่านประธานท่าจะแย่ อิอิ

    สวัสดียามเย็นขอรับทุกท่าน อากาศวันนี้ร้อนระอุได้ใจ

    สาวๆเมื่อไทย ไม่ต้องกรีดกรายก็ร้อนแรง ในงานนี้ละ

    เฮ้อ..

  11. :)

    ยังกินอิ่ม นอนอุ่น กันอยู่กระมังชาวโลกกกกก

    โอ กืด

    8)

  12. หลายวันก่อน…

    .

    อืมมม ว่าไปแล้วน่าจะหลายสัปดาห์ก่อนแล้วกระมัง ที่เกล้ากระผมเคยนำเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ของใครหลายคนมาเขียนเป็นบทสนทนากุ๊กกิ๊กผะเลิ๊ดผะเหลอให้เหล่าท่านอ่าน

    (กุ๊กกิ๊กผะเลิ๊ดผะเหลอ แปลว่า อาการสะดุดหกกะล้มตกหลุมรัก สำนวนนี้เป็นการแปลภาษาคำเมืองของปี้หนานสอเองแหละขอรับ)

    ตอนนั้นเขียนแบบพี่สอ กับ สาวสวย คุยกันกระหนุงกระหนิงน่ะขอรับ

    ครั้นจะทิ้งแก่นแกนของเรื่องนั้นไปอย่างนั้นก็เสียดาย เกล้าจึงตามไปฉกกลับมาเขียนให้เป็นเรื่องเป็นราวที่น่าอ่านขึ้นมาอีกหน่อย เขียนเสร็จแล้วจึงโพสต์มาให้เหล่าท่านช่วยกันอ่านเล่นๆ อีกสักครั้ง…ดังนี้แล

    .
    .

    ไหนๆ วันนี้ก็เป็นวันจันทร์ร้อนๆ ทั้งที งั้น…มาอ่านเรื่องรักๆ ใคร่ๆ กันหน่อยก็ดีเน๊าะครับเน๊าะ

    อึ๊บ! นี่แน่ะ โพสต์ซะ – สม!!!

  13. รักสามรส………………….โดย สิญจน์ สวรรค์เสก

    .
    .

    “รักเอย ความรักคืออะไร?
    ใครหนอใคร ให้คำตอบได้บ้างนา”

    แฮ่ม แม้จะขึ้นต้นบทความนี้มาด้วยการถามหาความรัก ก็มิได้หมายความว่ากระผมเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักดอกนะขอรับ เพียงแต่อยากจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับความรักมาเล่าสู่กันฟังบ้างเท่านั้น

    เหล่าท่านเคยสงสัยกันบ้างไหมครับว่า “ความรักคืออะไร?”

    อืม…น่าคิดเหมือนกันนะว่าแท้จริงแล้วความรักคืออะไร เพราะแต่ละคนก็คงจะมีมุมมองเกี่ยวกับความรักที่แตกต่างกันออกไป

    บ้างท่านอาจจะบอกว่าความรักคือการให้อภัย

    ขณะที่อีกท่านอาจจะบอกว่าความรักคือการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อ เกื้อกูลกัน

    หลายท่านอาจจะบอกว่าความรักที่แท้จริงคือความเมตตาที่ปรารถนาดีต่อกัน อยากจะให้คนอื่น สัตว์อื่นอยู่เย็นเป็นสุขต่างหาก

    เหล่านี้ก็อาจจะเป็นได้

    คราวนี้ หันมาดูมุมมองของความรักตามแบบพระพุทธศาสนาบ้าง

    ที่จริงแล้วพระพุทธองค์ทรงตรัสเรื่องความรักเอาไว้ครอบคลุมหมดทุกแง่มุมแล้วล่ะครับ ทว่าทรงกล่าวต่างกรรมต่างวาระกันไป หากจะสรุปหลักธรรมที่เกี่ยวกับความรักเป็นหมวดใหญ่ๆ ก็คงจะได้ 3 หมวด คือหมวดฉันทะ หมวดราคะ และหมวดเมตตา

    มาว่ากันที่หมวดที่หนึ่งคือหมวดฉันทะเลยนะครับ

    ความรักประเภทนี้จัดว่าเป็นความยินดีหรือความพอใจในหน้าที่การงานที่แตกต่างกันไป อย่างเช่นว่าบางคนอาจจะรักถ่ายภาพ บางคนรักที่จะทำงานศิลปะ บางคนชอบรถยนต์และเครื่องจักรกล บางคนรักที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย

    เมื่อจิตมีฉันทะหรือมีความยินดีในเรื่องต่างๆ ดังกล่าวมาแล้ว บุคคลนั้นจะเรียนรู้เรื่องเหล่านั้นได้แบบไม่เบื่อ ทำให้เข้าใจและทำงานเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ได้ดี สามารถจดจำแง่มุมต่างๆ ได้ดีกว่าคนที่ไม่สนใจ หรือว่าไม่มีฉันทะในเรื่องนั้น

    ชาวตะวันตกมีสำนวนหนึ่งว่า “ขาดความสนใจก็ขาดความจำ” อันนี้ชัดเลย คือชี้ชัดเข้าถึงเรื่องฉันทะนี่แหละ เพราะถ้าคนเราไม่มีความสนใจในเรื่องใดๆ อย่างแท้จริงแล้ว แม้จะพยายามเรียนรู้ไปเท่าไหร่ หากแต่จะไม่โดดโด่น ไม่พิเศษ เช่นว่า อาจจะสร้างงานศิลป์ออกมาได้เหมือนกัน คือวาดรูปได้ตามกฎ ตามทฤษฎีเป๊ะ แต่ผู้ที่มีสายตาเจนจัดในด้านศิลปะ อาจจะบอกว่าภาพนั้นยังดูแห้งๆ แกรนๆ ไม่มีความนุ่มนวลลึกซึ้งในชิ้นงาน

    ต่อเรื่องฉันทะนี้ เราจะเห็นว่านักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ล้วนมีความรักความพอใจต่อการคิดค้นด้วยกันทั้งนั้น

    พี่น้องตระกูลไรท์พยายามทดลองเครื่องร่อนเครื่องบินด้วยวิธีการต่างๆ มากมาย ด้วยความรักอย่างไม่ย่อท้อจนสร้างเครื่องบินได้เป็นผลสำเร็จ

    ธอมัส อันวา เอดิสัน ก็ทดลองเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้าอยู่นานกว่าจะผลิตหลอดไฟให้โลกมนุษย์ได้พบแสงสว่างยามค่ำคืนโดยไม่มีควันเหมือนแต่ก่อน

    หลุยส์ ปาสเตอร์ ทดลองเคมีต่างๆ ในห้องแล็ปอยู่หลายปี กว่าจะคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคแอนแทรค โรคพิษสุนัขบ้า และโรคอื่นๆ อีกมากมาย

    ถ้าจะพูดถึงผู้มีความสามารถโดดเด่นด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปะ วรรณกรรม ก็คงจะมีอีกมากมาย

    หลายท่านอาจจะบอกว่า แหง๋ล่ะ ก็คนเหล่านี้มีพรสวรรค์นี่นา เลยทำเรื่องเหล่านั้นได้ แต่ถ้าศึกษาประวัติของท่านเหล่านี้แล้ว จะเห็นว่าแต่ละคนล้วนแต่ต้องใช้ความพากเพียรพยายามอย่างมาก กว่าจะทำงานทดลองของตนสำเร็จ ซึ่งหากไม่มีความรัก ความพอใจอย่างแท้จริงแล้ว คงยากที่คนๆหนึ่งจะขลุกอยู่กับงานแบบนั้นได้ทั้งวันทั้งคืน

    เอาล่ะ ข้ามความรักแบบที่หนึ่งคือฉันทะไปกันเถอะ ชักจะยาวแล้ว ไปพูดถึงความรักด้านที่สองกันบ้างดีกว่า

    ความรักแบบที่สองนี้นั้น พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าเป็นความรักแบบราคะ คือรักแบบชายหนุ่มหญิงสาว

    ความรักแบบนี้คงไม่ต้องอธิบายกันมากหรอกกระมัง เพราะโลกทั้งหลายล้วนเข้าใจกันดีอยู่แล้ว อย่าว่าแต่โลกมนุษย์เลยนะครับ แม้แต่เทวโลกนั่นน่ะ ก็ตัวดีนักแล

    หลวงปู่บุดดา ถาวโร แห่งวัดกลางชูศรีเจริญสุข จังหวัดสิงห์บุรี ท่านเคยเทศน์เอาไว้ในทำนองว่า “เทวโลกนั่นแหละตัวดี เป็นแดนแห่งกามตัณหา เทวบุตรเทวธิดาทั้งหลายก็ยังเสพกามกันอยู่ ซ้ำเสพกันมากกว่ามนุษย์เสียอีก เทวบุตรตนหนึ่งมีนางฟ้าเป็นบริวารถึงพันถึงหมื่น”

    แม้ในพระไตรปิฎกตามชาดกทั้งหลายเราก็จะอาจจะเคยอ่านเจอกันอยู่บ่อยๆ ว่าสวรรค์ชั้นนั้นๆ มีสภาพเป็นอย่างไร มีเทพบุตรที่ทำบุญด้วยอะไร จึงได้ไปเกิดบนนั้น แล้วมีบริวารเป็นนางฟ้านางสวรรค์จำนวนเท่าไหร่

    นี่ว่ากันในแง่สูง

    แง่ต่ำล่ะ

    สัตว์เดรัจฉานนั่นก็เหมือนกันแหละครับ ล้วนมีตัณหาราคะเหมือนกัน เพราะเรื่องของความรักประเภทนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเครื่องจองจำที่ทำลายได้ยาก เป็นยางใยพาให้สรรพสัตว์ทั้งหลายเวียนว่ายตายเกิดอยู่วัฏสงสารอันไม่มีประมาณ ไม่รู้เบื้องต้นและเบื้องปลายนี้

    เอาล่ะ ข้ามไปถึงความรักประเภทที่สามกันเลยดีกว่า ความรักประเภทนี้ท่านเรียกว่า “เมตตา”

    เป็นความรักในพรหมวิหาร คือรักแบบที่แม่รักลูก รักแบบปรารถนาดี หวังดีต่อกัน

    แม้องค์พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น การที่พระองค์ทรงเดินทางเทศนาโปรดเวไนยสัตว์ตลอด 45 พรรษาหลังจากตรัสรู้แล้ว ก็ทรงทำไปด้วยความเมตตาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลายนั่นเอง

    ความรักประเภทนี้เป็นความความปรารถนาดีที่สูงส่ง ไม่หวังสิ่งตอบแทน และไม่หวังพึ่งปัจจัยภายนอกเหมือนความรักสองประเภทข้างต้น ที่ประเภทแรกหวังผลสำเร็จจากการทดลอง ซึ่งอาจจะมีแง่มุมที่ซ้อนอยู่เบื้องหลังความรักประเภทนี้ คืออาจจะเพราะต้องการชื่อเสียง ลาภยศ ตำแหน่งทางสังคม และทรัพย์สินเงินทองก็เป็นได้

    ส่วนความรักประเภทที่สองนั้น ก็ด้วยหวังการเสพสุขทางเนื้อหนัง หากเป็นภพภูมิที่สูงขึ้นไป ก็อาจจะเป็นการเสพสุขที่ได้จากการสัมผัสด้วยดวงจิต ได้อยู่ใกล้ ได้ถูกเนื้อต้องตัว ได้มองตา ตามแบบที่ครูบาอาจารย์และตำรับตำราทั้งหลายอธิบายเอาไว้นั่นกระมัง

    ทว่าความรักแบบเมตตา คือรักประการสุดท้ายนั้น รักด้วยความสงสาร อยากจะเกื้อกูลให้ดวงจิตทั้งหลายพ้นจากทุกข์ที่ตนกำลังเสวยอยู่ อันเป็นไปด้วยอำนาจจากผลแห่งกรรมที่ตนทำมา พระพุทธเจ้าและพระอริยเจ้าทั้งหลาย ท่านจึงพยายามช่วยเหลือด้วยการแสดงธรรมสั่งสอน ชี้ทางสว่างให้ดำเนิน เพื่อสัตว์ทั้งหลายเมื่อได้ปฏิบัติตามแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้

    แม้ผู้ที่เป็นบิดามารดาทั้งหลายก็เช่นกัน การที่ท่านได้เลี้ยงดูบุตรมา ก็ด้วยหวังอยากจะเห็นเขาเติบโตไปเป็นคนดี ได้ดิบได้ดีในสังคม โดยไม่หวังผลตอบแทนจากการให้ข้าวป้อนน้ำนมนั้นเลย จึงว่าความรักแบบไม่มีเงื่อนไขต่อรองเช่นนี้สูงส่งมาก หากไม่ใช่บิดามารดาบังเกิดเกล้าแล้ว ก็ยากที่จะหาบุคคลที่จะมีความรู้สึกแบบนี้ต่อคนอื่นได้

    สรุปคือ พระพุทธศาสนาจัดความรักเอาไว้สามประเภท

    1. รักแบบฉันทะ
    2. รักแบบราคะ
    3. รักแบบเมตตา

    อืมมม คนบ้าๆ บอๆ แถวนี้ มีความรักแบบไหน อย่างไรกันบ้างนะเนี่ยะ?

  14. อรุณสวัสดิ์เช้าวันจันทร์ค่ะทุกท่าน

    .

    เพลานี้ข้าพเจ้างานเข้าเหลือหลาย
    อีกทั้งพักก่อนพายุเข้าทำเอาเนตล่มกระจุยกระจาย
    เป็นเหตุให้ จขบ.หายหน้า พาตัวอักษรหายหัวไปหลายวัน

    .

    สุขสันต์วันจันทร์จ้า
    ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ
    :D

    ป.ล. ถ้า’ เนตที่บ้านดีเมื่อไร จะเขียนที่ค้างไว้ให้จบพลัน

  15. จบซะแล้วเหรอเนี่ย หุหุ
    ยินดีด้วยนะคะที่เขียนจบแล้ว ^__^

    จังสิมันต้องถอน เอ้ย อย่างนี้ต้องฉลอง 555+

    ปล.ถ้าลำบากกายแต่สบายใจก็ดีนะคะ
    แต่ถ้าลำบากมากไปก็ไม่ดีเหมือนกันนะเนี่ย รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

  16. ชอบเสื้อสีดำมาก ไม่ทราบว่าจะมีอารมณ์อยากทำทานแพทเทิ้นให้เพื่อนร่วมชีวิต หรือป่าว อยากแล้วช่วยถอนให้ด้วย

  17. อารมณ์มี แต่เวลาไม่เอื้อสำหรับทำแพทเทิ้นให้ทั้งตัวเลยค่ะ ครั้นจะทำให้เฉพาะช่วงลายก็คล้ายกับว่าคุณพัชรินทร์จะแกะจากภาพได้ โดยไม่ต้องรอจนเบื่อซะปูน เอ้ย ป่านนี้เสียแล้วกระมัง

    ขอให้สนุกกับนิตติ้งค่ะ
    :D

  18. ถักไปถึงไหนแล้วคะ อยากเห็นรูปสำเร็จจังเลย

  19. ถักและติดกระดุมเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ
    หน้าหนาวปีนี้ ได้เสื้อแขนยาวผืนนี้ช่วยกันหนาวได้เยอะเลย

    ส่วนรูป (ถ้าไม่ลืม) จะถ่ายภาพเอามาลงให้ดูค่ะ
    :D

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s